เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 310 หลักฐานจากคลิปวิดีโอแอบถ่าย
บทที่ 310 หลักฐานจากคลิปวิดีโอแอบถ่าย
“ไม่นานมานี้…” น้ำเสียงของแอนนาเริ่มหนักแน่นขึ้น เธอนิ่งไปครู่หนึ่งราวกับต้องการเรียบเรียงคำพูด “ฉันได้รับข่าวสารบางอย่างจากแหล่งที่มาพิเศษ…”
คำพูดนั้นทำให้ลู่จินกู้ใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอรู้สึกทั้งกังวลและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
“…มีคนจากเผ่าปักษายังคงมีชีวิตอยู่”
ราวกับเสียงหัวใจที่เคยลอยสูงกระแทกกลับลงพื้น ลู่จินกู้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “นั่นเป็นข่าวดีจริง ๆ ค่ะ”
การที่เผ่าพันธุ์ซึ่งเคยถูกยืนยันว่าสูญพันธุ์ไปแล้วกลับมีผู้รอดชีวิตหลงเหลืออยู่ นับว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดียิ่ง
แต่สีหน้าที่หนักอึ้งของแอนนา แบล็ก ทำให้เธอเริ่มตระหนักได้ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
และก็จริงดังนั้น แอนนาพูดต่อด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “แต่สถานการณ์ของพวกเขาแย่มากค่ะ มีวิดีโอหนึ่ง ลองดูแล้วคุณหนูลู่จะเข้าใจ”
ซูซานสาวใช้คนสนิทเป็นผู้เปิดวิดีโอบนอุปกรณ์สื่อสาร ของเธอ ทว่าด้วยความไม่พอใจส่วนตัว เธอกลับไม่ได้ปรับหน้าจอให้ลู่จินกู้ดูได้สะดวก ทำให้ลู่จินกู้ต้องขยับตัวเข้าไปใกล้เพื่อหามุมที่เหมาะสม
แอนนาเองก็ไม่ได้สังเกตพฤติกรรมนี้ เพราะเธอหันหลังกลับไปทันที เหมือนไม่อยากเห็นสิ่งที่อยู่ในวิดีโอ แต่ คุณนายเม็กเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เธอส่งสายตาเตือนอย่างเย็นชาให้กับซูซาน ซึ่งทำให้สาวใช้รีบก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิดและปรับมุมหน้าจอให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
แต่ลู่จินกู้ไม่ได้สนใจเหตุการณ์นั้นเลย เพราะเธอถูกภาพในวิดีโอที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าดึงความสนใจไปทั้งหมด
วิดีโอนี้มีคุณภาพความคมชัดต่ำจนชัดเจนว่าเป็นการแอบถ่าย ภาพสั่นไหวและพร่ามัว ทว่าภาพที่เห็นได้ราง ๆ ก็ยังสร้างความตกตะลึงให้เธออย่างลึกซึ้ง
‘นี่มันอะไรกัน…?’
เธอจ้องมองภาพที่กำลังเลื่อนผ่านอย่างตื่นตะลึง
นี่ดูเหมือนจะเป็นภาพจากสถาบันวิจัยลับแห่งหนึ่ง ซึ่งเผยให้เห็นร่างผอมแห้งของคนกลุ่มหนึ่งที่ถูกขังอยู่ในภาชนะโปร่งใสทรงยาวแคบซึ่งเต็มไปด้วยของเหลวบางชนิด
สายท่อเล็ก ๆ ยื่นออกมาจากทั้งสองด้านของภาชนะ เชื่อมต่อกับร่างกายของคนในนั้น พร้อมกับเครื่องมือหลากหลายชนิดที่ติดตั้งอยู่บนร่างพวกเขา
ในวิดีโอมีคนเดินไปมารอบ ๆ ภาชนะ บางครั้งก็ฉีดสารบางอย่างผ่านท่อเข้าสู่ร่างกายของคนที่อยู่ข้างใน
จากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ลู่จินกู้ตกใจสุดขีด คนในภาชนะเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แต่เนื่องจากพื้นที่ที่แคบเกินไป พวกเขาไม่สามารถขยับตัวได้ ร่างจึงได้แต่สั่นสะเทือนอย่างน่าเวทนา
มุมกล้องถ่ายจากด้านหน้า ทำให้ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านหลังของภาชนะได้ มีคนเดินอ้อมไปด้านหลัง และไม่นานก็กลับออกมาพร้อมถืออะไรบางอย่างในมือ
แต่ด้วยความพร่ามัวของวิดีโอ เธอไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าสิ่งนั้นคืออะไร
แอนนา แบล็ก ดูเหมือนจะคาดเดาไว้แล้ว เธอสั่งให้ซูซาน เล่นซ้ำช่วงภาพนั้นหลายรอบ ขณะที่ตัวเองหันกลับมามองจอด้วยสีหน้าหม่นหมอง ความเศร้าปรากฏชัดในแววตาของเธอ
การเล่นซ้ำหลายครั้ง ทำให้ลู่จินกู้เริ่มจับรายละเอียดในภาพได้
สิ่งที่พวกเขาถือออกมา…คือ ขนปีกยาวเส้นหนึ่ง
ดวงตาของเธอเบิกกว้างทันทีด้วยความตกใจ “คนในภาชนะพวกนั้น…คือคนจากเผ่าปักษางั้นเหรอ?”
แอนนาพยักหน้าเบา ๆ น้ำเสียงที่ปกติสงบนิ่งของเธอแฝงความสั่นเครือ
“ดูเหมือนจะใช่ค่ะ” เธอพูดพลางพยายามรักษาท่าทีสงบนิ่ง “พวกเขากำลังใช้ยาเพื่อหยุดยั้งการพัฒนาของเผ่าปักษา และบังคับให้ปีกของพวกเขาเติบโตเพื่อเก็บเกี่ยวขนมาใช้ทำการทดลองหรือสร้างผลกำไร…เผ่าปักษาพวกนี้มีชีวิตที่ทรมานยิ่งกว่าความตาย”
คำพูดเหล่านั้นทำให้ลู่จินกู้รู้สึกเหมือนมีบางอย่างหนักอึ้งมากดทับในใจ เธอแทบจะหายใจไม่ออก
ในรายงานของสหพันธ์ เผ่าปักษาถูกยืนยันว่าสูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ถ้าคนในวิดีโอนี้คือผู้รอดชีวิตของเผ่าปักษาจริง พวกเขาก็เหมือนกับใช้ชีวิตอยู่ในนรกอย่างแท้จริง
เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว แม้แต่เผ่าเงือกที่ยังถูกรังแกก็อาจเรียกได้ว่ายังโชคดีกว่า
ความโกรธและความขยะแขยงต่อเรื่องที่เห็นในวิดีโอพุ่งพล่านในใจ ลู่จินกู้กำหมัดแน่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“คุณหนูแอนนา ต้องการให้ฉันทำอะไรคะ?”
เมื่อได้ยินเรื่องราวเหล่านี้ ลู่จินกู้รู้สึกว่าหากตัวเองไม่รู้ก็คงไม่เป็นไร แต่ในเมื่อรับรู้แล้ว เธอก็ไม่สามารถเพิกเฉยได้อีกต่อไป
คำพูดที่เปล่งออกมาเป็นเหมือนการแสดงจุดยืนของเธอที่ พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องนี้
ดวงตาของแอนนา แบล็กเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงของเธอแสดงถึงความกระตือรือร้นอย่างชัดเจน
“ฉันอยากขอให้คุณหนูลู่ช่วยสร้างบ้านที่เหมาะสมสำหรับการอยู่อาศัยของเผ่าปักษาค่ะ”
คำขอที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ทำให้ลู่จินกู้ประหลาดใจเล็กน้อย เธอชะงักไปชั่วครู่ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยื่นข้อเสนอแบบนี้
แน่นอนว่าสำหรับเธอแล้ว การสร้างบ้านสำหรับเผ่าปักษาไม่ใช่เรื่องยาก แม้เผ่านี้จะมีข้อจำกัดเรื่องสภาพแวดล้อมที่ต้องการเป็นพิเศษ แต่เธอยังมีเสื้อคลุมขนนก ซึ่งเป็นวัสดุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสร้างสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ตามที่เผ่าปักษาต้องการ และจากประสบการณ์ที่ผ่านมา วัสดุหลักที่เกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์มักจะสร้างสิ่งก่อสร้างที่สอดคล้องกับเผ่านั้นโดยธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม เธอเคยคาดคิดว่าแอนนาน่าจะมาเพื่อขอความช่วยเหลือในการร่วมมือกับตระกูลกู้และตระกูลเซิน เพื่อช่วยเหลือเผ่าปักษาให้หลบหนีออกมา
เพราะกลุ่มที่สามารถปกปิดการดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์ และยังประกาศว่าเผ่านี้สูญพันธุ์แล้ว ทั้งยังเก็บตัวอย่างไว้สำหรับการทดลองแบบลับ ๆ ต้องมีอิทธิพลมหาศาลในระดับสหพันธ์ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเจ็ดตระกูลใหญ่ในสภาสูงด้วยซ้ำ
แต่ดูเหมือนว่าแอนนาจะไม่ได้วางแผนไปในทิศทางนั้น เธอเห็นลู่จินกู้แสดงอาการตกใจจึงรีบอธิบายว่า
“ฉันจะจัดการเปิดโปงเรื่องเผ่าปักษา และเปิดเผยตัวตนของสถาบันวิจัยเถื่อนแห่งนี้ให้พวกเขาได้รับโทษตามกฎหมายของสหพันธ์ แต่สิ่งที่ฉันกังวลคือการช่วยพวกเขาออกมาแล้วจะไม่มีที่ไป เลยอยากร่วมมือกับคุณหนูลู่ค่ะ”
น้ำเสียงของเธอหนักแน่น ชัดเจนว่านี่คือความจริงใจที่ออกมาจากใจ
เธอยังเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “คุณหนูลู่ไม่ต้องกังวลเรื่องความยุ่งยากนะคะ ถ้าคุณยินดี ฉันจะประกาศต่อสาธารณะว่าซื้อสิทธิ์การสร้างเขตพาราไดซ์จากกลุ่มบริษัทของคุณ ดาวเคราะห์ฉันมีอยู่แล้ว คุณแค่สร้างเขตพาราไดซ์สองสามแห่งที่นั่นก็พอ”
คำพูดนี้ทำให้ลู่จินกู้โล่งใจ เพราะข้อเสนอนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อเธอโดยตรง เธอมองแอนนาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แต่คุณหนูแอนนา คุณจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงมหาศาล เพราะกลุ่มที่สามารถซ่อนเผ่าปักษาไว้ได้นานขนาดนี้ ต้องเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลสูง แม้แต่คุณที่เป็นคุณหนูของตระกูลแบล็กก็อาจเจอปัญหาหรือแม้แต่อันตรายได้”
คำพูดของเธอไม่ได้มีเจตนาขู่ แต่เธอกังวลว่าแอนนาที่มักแสดงตัวเป็นนักการกุศล และมีพลังพิเศษในการชำระล้าง ซึ่งไม่ใช่พลังที่ใช้ในเชิงต่อสู้ จะสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไร
แต่คำตอบของแอนนากลับไม่มีความลังเลเลยสักนิด
“ฉันเตรียมพร้อมไว้แล้ว คุณหนูลู่วางใจได้ค่ะ”
ลู่จินกู้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ “ฉันเองก็ไม่ได้กังวลอะไรเกี่ยวกับคุณหนูหรอกค่ะ” เธอพูดอย่างไม่อ้อมค้อม “ถึงยังไง คุณก็ยังเป็นคนที่ได้รับการปกป้องอย่างสูงที่สุดของตระกูลแบล็ก ต่อให้พวกสถาบันวิจัยเถื่อนนั่นคิดจะต่อต้าน พวกเขาก็ไม่กล้าลงมือทำร้ายคุณแน่นอน”
ลู่จินกู้แม้จะตอบตกลงในตอนนี้ แต่ในใจก็ยังคงกังวล เธอกลัวว่าแอนนาที่ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องแบบนี้อาจทำให้สถานการณ์ของเผ่าปักษาย่ำแย่ลงกว่าเดิม
แต่เมื่อเห็นท่าทีของแอนนาที่แน่วแน่และยังคงยืนกราน เธอก็รู้ว่าการโน้มน้าวให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจคงไม่ใช่เรื่องง่าย
หลังจากคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง เธอจึงตอบตกลงด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เรื่องสร้างเขตพาราไดซ์ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเองค่ะ ขอแค่ฝั่งคุณหนูเตรียมการทุกอย่างพร้อม ฉันก็สามารถเริ่มงานได้ทันที”
แอนนายิ้มบาง ๆ พร้อมเอ่ยด้วยความมั่นใจ “งั้นฉันก็ขอไม่เกรงใจนะคะ คุณสามารถเริ่มได้พรุ่งนี้เลย”
คราวนี้เป็นคุณนายเม็กที่หยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา หน้าจอปรากฏรายชื่อดาวเคราะห์มากมายที่เป็นทรัพย์สินของแอนนา
เมื่อเห็นจำนวนดาวเคราะห์ที่แสดงบนหน้าจอ ลู่จินกู้ถึงกับ อ้าปากค้างและสูดลมหายใจลึก
นี่มันอะไรกัน…ชื่อดาวเยอะแยะแบบนี้!
รายช่ือดาวเคราะห์บนหน้าจอมีมากมายจนเธอแทบจะมองไม่หมด ดูเหมือนแอนนาจะครอบครองดาวเคราะห์กว่า 100 ดวง หรืออาจจะมากกว่านั้น
แอนนาพูดเอ่ยน้ำเสียงเรียบง่ายราวกับเป็นเรื่องธรรมดา “คุณหนูลู่ช่วยดูทีว่าดาวเคราะห์ดวงไหนเหมาะสมที่สุด ฉันจะสั่งการให้เคลียร์ทุกคนออกจากดาวนั้นภายในคืนนี้ และจัดเตรียมยานพาหนะพาคุณไปที่นั่นค่ะ”
น้ำเสียงที่ฟังดูสงบนิ่งของแอนนาทำให้ลู่จินกู้ต้องแอบถอนหายใจ
นี่แหละนะ…คนที่เป็นดั่งเจ้าหญิงของตระกูลแบล็ก