เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 328 คำเชิญจากเซี่ยหลิง
บทที่ 328 คำเชิญจากเซี่ยหลิง
ร่างอันสง่างามของเซี่ยซวียืนนิ่งอยู่ใต้ผ้าคลุมบังตา ไม่มีใครมองเห็นสีหน้าของเธอในยามนี้
กงซุนฉือซึ่งเป็นคนที่อดทนรอไม่ค่อยนานที่สุดเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดหลังจากรออยู่สักพัก “ตกลงว่าตระกูลเซี่ยจะเอายังไง?”
เซี่ยซวีดูเหมือนจะสะดุ้งเล็กน้อย ร่างของเธอขยับเบา ๆ ก่อนที่เสียงที่ไพเราะและสงบนิ่งของเธอจะดังมาจากหลังผ้าคลุม “ตระกูลเซี่ยย่อมสนับสนุนแผนการนี้ แต่…”
…แน่นอนว่าต้องมี ‘แต่’ ทุกคนจึงเตรียมพร้อมตั้งใจรับฟัง
“แม่ของฉันอยากพบคุณลู่ค่ะ”
ลู่จินกู้ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะนึกออกว่า ‘แม่’ ที่เซี่ยซวีกล่าวถึงคือใคร
คนคนนั้นก็คือเซี่ยหลิง หัวหน้าตระกูลเซี่ยในรุ่นนี้
เซี่ยหลิงเป็นบุคคลที่ลึกลับมาก แม้เธอจะปรากฏตัวในที่สาธารณะบ้างในบางโอกาส แต่เธอมักจะสวมผ้าคลุมหน้าเสมอ ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่หลายขนาดนี้ กลับไม่มีแม้แต่ภาพถ่ายของเธอบนสตาร์เน็ต
นอกจากหน้าตาแล้ว ประวัติอื่น ๆ ของเซี่ยหลิงก็คลุมเครือไม่แพ้กัน สิ่งที่รู้แน่ชัดเพียงอย่างเดียวคือ เธอเป็นผู้มีพลังระดับ 3S แต่ไม่มีใครรู้ว่าทักษะที่เธอปลุกขึ้นมาคืออะไร และมีความสามารถแบบไหน
หัวหน้าตระกูลเซี่ยที่ลึกลับเช่นนี้ เหตุใดจึงอยากพบเธอขึ้นมา?
คนอื่น ๆ เองก็ดูแปลกใจกับคำขอนี้เช่นกัน กงซุนฉือถึงกับถามออกมาตรง ๆ “ทำไม?”
เซี่ยซวีตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ “นี่เป็นการตัดสินใจของแม่ ฉันเองก็ไม่ทราบเหตุผล”
…คำตอบนี้เหมือนจะไม่ได้ตอบอะไรเลย
ลู่จินกู้ขมวดคิ้วถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “แล้วคุณเซี่ยทราบไหมคะว่าเธออยากพบฉันเมื่อไหร่และที่ไหน?”
หากเป็นการพบผ่านการสื่อสารก็จะสะดวกมาก เธอพร้อมพบได้ทันที
แต่ลึก ๆ ในใจเธอคิดว่า ‘พบ’ ที่เซี่ยซวีกล่าวถึงคงไม่ใช่แบบนั้น
และก็จริงตามคาด
“แม่ของฉันขอเชิญคุณไปยังดาวเคราะห์หมายเลข 11 ในวันพรุ่งนี้ค่ะ”
ทุกคนในห้องประชุมถึงกับตกตะลึง
แม้แต่ลู่จินกู้เองก็นิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
ดาวเคราะห์หมายเลข 11 ซึ่งเป็นดินแดนต้องห้ามที่มีเพียงคนตระกูลเซี่ยเท่านั้นที่เข้าได้ เหตุใด เซี่ยหลิงจึงยอมแหกกฎเพื่อให้เธอไปเยือน?
ข้อสงสัยมากมายผุดขึ้นมาในหัว ด้วยความที่ตระกูลเซี่ยนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับ ทำให้เธอไม่อาจตัดสินใจตอบรับคำเชิญได้ง่าย ๆ
ดูเหมือนว่าเซี่ยซวีเองก็จะสังเกตเห็นความลังเลของเธอ จึงอธิบายเพิ่มว่า “ในเมื่อตระกูลเซี่ย เข้าร่วมแผนการผสานดวงดาว ก็ย่อมต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพียงแต่ดาวเคราะห์หมายเลข 11 มีความสำคัญมากสำหรับตระกูลเซี่ย แม่ฉันเลยอยากชี้แจงด้วยตัวเองว่า มีอาคารส่วนไหนที่ต้องหลีกเลี่ยงการสร้างพาราไดซ์ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย”
คำอธิบายนี้ฟังดูสมเหตุสมผล เพราะแม้แต่ตอนสร้างพาราไดซ์บนดาวศูนย์กลาง เธอก็ต้องลงไปสำรวจสถานที่ด้วยตัวเอง
แต่ไม่รู้ทำไม เธอก็ยังคงรู้สึกลังเลใจ สายตาจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเซินโหย่วชิงและกงซุนฉือ
เซินโหย่วชิงแม้จะดูแปลกใจ แต่ก็ไม่มีท่าทีวิตกอะไร กลับยิ้มบาง ๆ มาให้เป็นเชิงให้กำลังใจ
ส่วนกงซุนฉือมีสีหน้าครุ่นคิด แต่ไม่ได้แสดงความเห็นอะไรเพิ่มเติม
ส่วนวาเลนติน… เขาคือจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ลู้จินกู้ไม่เคยเชื่อคำพูดหรือสีหน้าของเขาอยู่แล้ว
เมื่อเธอคิดหนักจนได้ข้อสรุป เธอก็ยังไม่ได้ตอบตกลงทันที แต่เลือกที่จะถามแทนว่า “ถ้าฉันไม่ตอบรับคำเชิญครั้งนี้ ตระกูลเซี่ยจะปฏิเสธแผนการสร้างพาราไดซ์บนดาวเคราะห์หมายเลข 11 ไหมคะ?”
เซี่ยซวีหัวเราะเบา ๆ “แน่นอนว่าไม่ปฏิเสธ เพียงแต่… ในเมื่อเรายอมสละพื้นที่ศาลบรรพบุรุษ ให้แล้ว ก็ย่อมต้องมีสิ่งตอบแทน”
ลู่จินกู้ยังคงสงสัย ไม่เข้าใจความหมายของคำพูดนี้
แต่เซี่ยซวีไม่ปล่อยให้เธอคิดนาน “แม่ของฉันชื่นชมคุณชายกู้มาก ถ้าสองตระกูลสามารถแต่งงานกันได้ อาจจะเป็นไปได้ว่าลูกหลานรุ่นถัดไปจะสามารถทำลายขีดจำกัดพลังจิตของสหพันธ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ ถ้าเป็นแบบนั้น การเสียสละของตระกูลเซี่ยในครั้งนี้ก็ถือว่าคุ้มค่า”
สีหน้าของลู่จินกู้พลันหม่นลง
กู้ตั๋วเป็นแฟนของเธอ การที่ใครบางคนคิดจะแย่งเขาไปก็ทำให้เธอไม่พอใจแล้ว แต่การที่เซี่ยซวี เอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาในเวลานี้ กลับให้ความรู้สึกว่ามันมีนัยแอบแฝงบางอย่าง
แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือ มีคนที่แสดงท่าทีไม่พอใจยิ่งกว่าเธอ
กงซุนฉือหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา “พูดเหมือนถ้าพวกเธออยากได้กู้ตั๋วแล้วเขาจะยอมตามใจ ลองดูก็ได้ว่ามันจะง่ายขนาดนั้นไหม?”
นิสัยของกู้ตั๋วนั้น คนรุ่นเดียวกันในสหพันธ์ทั้งเจ็ดตระกูลใหญ่ต่างรู้กันดี คำพูดของกงซุนฉือจึงไม่ไว้หน้าเซี่ยซวีเลยแม้แต่น้อย
แต่ด้วยความที่ใบหน้าของเซี่ยซวีถูกผ้าคลุมปิดบังไว้ สีหน้าของเธอจึงไม่ปรากฏ น้ำเสียงของเธอยังคงสงบนิ่ง “นั่นก็เป็นเรื่องระหว่างตระกูลกู้กับตระกูลเซี่ย ไม่ต้องให้คุณชายกงซุนมายุ่งหรอกค่ะ”
พูดจบ เธอก็หันกลับมาถามลู่จินกู้ “คุณลู่ตัดสินใจยังไงคะ?”
เซี่ยซวีที่เคยให้ความรู้สึกอ่อนโยนดุจสายน้ำมาตลอด บัดนี้กลับแสดงอีกด้านของ ‘น้ำ’ ที่ทั้งลึกล้ำและทรงพลังออกมาอย่างชัดเจน
ลู่จินกู้หรี่ตามองอย่างพินิจพิจารณา เธอในตอนนี้ไม่ใช่คนที่จะให้ใครมาใช้เป็นหมากในเกมได้ง่าย ๆ อีกต่อไป และเธอเองก็ไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อตระกูลเซี่ยมากมายอะไร เธอจึงยิ้มบาง ๆ ตอบกลับไป “ในเมื่อคุณเซี่ยให้เกียรติเชิญชวนถึงขนาดนี้ ฉันก็คงปฏิเสธไม่ได้ค่ะ”
เซี่ยซวีตอบกลับอย่างสง่างาม “ถ้าอย่างนั้น ตระกูลเซี่ยจะรอต้อนรับคุณด้วยความยินดีค่ะ”
เรื่องนี้จึงได้ข้อสรุปในที่สุด
เมื่อการก่อสร้างพาราไดซ์บนดาวศูนย์กลางเสร็จสิ้นแล้ว พวกเธอก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องอยู่ที่นี่อีก
ก่อนออกเดินทาง ฝ่ายกฎหมายของพาราไดซ์กรุ๊ปได้ส่งสัญญาฉบับทางการมาให้เธอ เธอและ กงซุนฉือ จึงเดินทางไปยังดาวเคราะห์หมายเลข 555
หลังจากลงนามในสัญญาเรียบร้อย กงซุนฉือได้ระบุห้องที่ปลอดภัยที่สุดในศูนย์วิจัยของเขาเพื่อใช้เป็นสถานที่สร้างคลินิกแพทย์แผนจีน ห้องนี้ถูกเคลียร์ออกจนหมดสิ้นแล้ว แสดงว่าเขาเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า มั่นใจว่าจะโน้มน้าวเธอได้สำเร็จ
เนื่องจากพาราไดซ์ 2 มีกงซุนฉือเป็นผู้จัดการอยู่แล้ว โดยมีสิทธิ์เข้าถึงสูงสุดรองจากเธอ การควบคุมการเข้าออกและการเปิดใช้งานคลินิกแพทย์แผนจีนจึงอยู่ในความดูแลของเขาโดยสมบูรณ์ เพื่อให้แน่ใจว่าความลับนี้จะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี
“ขอบคุณ” กงซุนฉือกล่าวเบา ๆ เมื่อเห็นคลินิกแพทย์แผนจีนเสร็จสมบูรณ์
เธอไม่สนใจคำขอบคุณนัก เพราะมีสิ่งที่อยากดูมากกว่านั้น
“ฉันอยากดูโมเดลทดลองของการข้ามผ่านรูหนอน”
กงซุนฉือจึงไม่รอช้า พาเธอไปยังสถานที่ที่เก็บโมเดลนั้นทันที
บริเวณใกล้กับดาวเคราะห์หมายเลข 555 มีรูหนอนขนาดเล็กที่ถูกใช้เป็นพื้นที่วิจัยของกงซุนฉือ มาโดยตลอด และคราวนี้ เขาได้ติดตั้งโมเดลการทดลองไว้ในพื้นที่ใกล้เคียงนั้น
การไปดูรูหนอนโดยตรงเป็นไปไม่ได้ เธอจึงทำได้เพียงมองภาพจากอุปกรณ์ตรวจจับซึ่งแสดงผลผ่านหน้าจอ
เนื่องจากรูหนอนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ภาพที่แสดงจึงมีเพียงเส้นสายซับซ้อนที่เธอไม่สามารถเข้าใจได้
กงซุนฉืออธิบายรายละเอียดอยู่ข้าง ๆ แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจ จนสุดท้ายต้องยอมแพ้
“ฉันว่ารอให้นายทดลองอีกครั้งคราวหน้าดีกว่า แล้วฉันค่อยมาใหม่”
ลึก ๆ แล้วเธอยังมีข้อสงสัยและการคาดเดาอย่างบ้าบิ่นเกี่ยวกับโลกอีกด้านหนึ่งของรูหนอนนี้ เธอแทบรอไม่ไหวแล้วที่จะพิสูจน์มัน
แต่เรื่องแบบนี้ไม่สามารถเร่งรัดได้ จึงได้แต่เก็บความคิดเหล่านั้นไว้ในใจ
คำเชิญไปยังดาวเคราะห์หมายเลข 11 มีกำหนดการในวันพรุ่งนี้ เซินโหย่วชิงเสนอให้เธอออกเดินทางจากดาวเคราะห์หมายเลข 6 เพราะระยะทางใกล้กว่า
แม้จะสงสัยว่าตระกูลเซี่ยมีจุดประสงค์อื่น เธอก็ได้เตรียมการบางอย่างไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับกู้ตั๋ว
ทว่าก่อนออกเดินทาง เธอกลับได้รับการติดต่อจากเขา
“ตระกูลเซี่ยเชิญเธอไปดาวเคราะห์หมายเลข 11 ทำไมเธอไม่บอกฉัน?”
น้ำเสียงของเขาจริงจัง สีหน้าเคร่งขรึมราวกับว่านี่เป็นเรื่องสำคัญมาก
เธอยิ้มก่อนจะตอบกลับไปว่า “ในเมื่อตระกูลเซี่ยเชิญฉันต่อหน้าคนอื่น ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับฉัน ตระกูลเซี่ยก็ต้องเผชิญกับความกดดันจากหลายฝ่าย นี่ไม่ใช่เรื่องอันตรายอะไรเลย อีกอย่าง ที่ชายแดนเพิ่งมีรายงานว่าอสูรทมิฬออกอาละวาดไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่อยากให้คุณต้องเสียสมาธิ”
กู้ตั๋วเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สีหน้าจริงจังจะคลายลง เขามองแฟนสาวที่กำลังยิ้มด้วยแววตาอบอุ่น และส่ายหัวเบา ๆ “ฉันยังมองเธอเป็นคนตัวเล็กที่อ่อนแอเหมือนแต่ก่อนอยู่เลย”
เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย แสร้งทำหน้ามุ่ย “อย่าพูดเลย ถ้าฉันยังรอดจากการถูกคุณยั่วโมโหมาได้ ก็นับว่าโชคดีแล้ว”
เขาดูงุนงงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับไม่เข้าใจเลยว่าเขาเคยพูดอะไรให้เธอโกรธ
“ยานกำลังจะออกแล้ว” เธอเปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “มีอะไรจะบอกหรือเปล่าคะ?”