เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 347 พลิกผันหักมุม
บทที่ 347 พลิกผันหักมุม
“อย่าพูดให้มากความ เอาตัวคนออกมา” เสียงเย็นเยียบของกงซุนฉือดังขึ้น น้ำเสียงนั้นเรียบนิ่ง แต่แฝงด้วยอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว
“เอาตัวใคร… คุณหมายถึงใครกัน?” ฟอร์ด แบล็กแสร้งทำหน้าไร้เดียงสา แต่นั่นไม่ได้ช่วยทำให้ กงซุนฉือเชื่อเขาแม้แต่น้อย
กงซุนฉือสะบัดมือโยนวัตถุชิ้นหนึ่งออกไป มันดูเหมือนกระดุมโลหะเล็ก ๆ ที่สะท้อนแสง แต่เพียงเสี้ยววินาทีหลังจากถูกโยนออกไป มันก็เปลี่ยนรูปร่างอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเชือกโลหะสองปลายแบน
เชือกโลหะพุ่งเข้าพันรอบตัวฟอร์ดในทันที พร้อมเสียงคลิกเบา ๆ เมื่อส่วนปลายเชื่อมติดกัน มันก็รัดแน่นจนฟอร์ดขยับตัวไม่ได้
ฟอร์ดตกตะลึงในทันใด เขามองออกทันทีว่าสิ่งนี้คืออาวุธต้นแบบจากสถาบันวิจัยของกงซุน ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นในช่วงสงครามชายแดนครั้งล่าสุด
อย่าดูถูกว่าเป็นเพียงแค่เชือกโลหะธรรมดา มันสามารถถูกควบคุมด้วยพลังจิตของผู้ใช้ได้ ในเวลาเพียง 0.003 วินาทีหลังถูกโยนออก เชือกจะดำเนินกระบวนการ 3 ขั้นตอน คือ แยกส่วน-พันรัด-รวมตัว แบบอัตโนมัติ
ถ้าไม่มีการกระตุ้นด้วยพลังจิต มันจะทำหน้าที่เหมือนเครื่องพันธนาการทั่วไป แต่หากพลังจิตถูกกระตุ้น มันสามารถตัดร่างกายของอสูรทมิฬเพชรที่ขึ้นชื่อว่ามีร่างกายแข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลให้ขาดเป็นชิ้นได้ภายในเวลาเพียง 5 วินาที
แต่ฟอร์ด แบล็กที่มีพลังจิตเพียงระดับ A ไม่มีทางเทียบได้กับร่างกายของอสูรทมิฬเพชรแน่ ๆ
เหงื่อเย็นไหลซึมทั่วตัวเขา เขาไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย และพยายามเอ่ยออกมาอย่างระมัดระวัง
“คุณชายฉือ เราคุยกันดี ๆ ได้ คุณต้องการตัวใคร บอกชื่อมาเถอะ ถ้าเขายังอยู่ในสหพันธ์ละก็ ต่อให้ต้องขุดหาจากใต้ดิน ผมก็จะหามาให้!”
กงซุนฉือจ้องมองดวงตาของเขาอยู่นานราวกับจะตรวจสอบความจริงใจ ถึงตอนนี้เขาเชื่อคำพูดของฟอร์ดอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยตัว
ตรงกันข้าม เขาหยิบวัตถุอีกชิ้นขึ้นมาเล่นในมือ
เมื่อฟอร์ดมองเห็นสิ่งนั้น เหงื่อเย็นก็ยิ่งไหลออกมาไม่หยุด
มันคือระเบิดพลังจิตประสิทธิภาพสูง อีกหนึ่งอาวุธร้ายแรงจากสถาบันวิจัยของกงซุน ระเบิดนี้มีขนาดเท่าลูกปิงปอง ใช้พลังจิตเพียงเล็กน้อยในระดับ B ก็สามารถจุดชนวนได้ และเมื่อมันระเบิด…
ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ดาวเคราะห์หมายเลข 3 นี้ที่ถือว่าเป็นดาวขนาดกลาง ใช้ระเบิดชนิดนี้เพียง 10 ลูก ก็สามารถระเบิดดาวทั้งดวงจนกลายเป็นเศษซากได้
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ หลังจากกงซุนฉือหยิบระเบิดลูกแรกขึ้นมา เขาไม่ได้ปิดกระเป๋า และจากมุมของฟอร์ด เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าภายในกระเป๋ายังมีระเบิดแบบเดียวกันอีกอย่างน้อย 20 ลูก
นั่นหมายความว่า กงซุนฉือมีระเบิดมากพอที่จะทำลายล้างดาวหมายเลข 3 ได้ถึงสองรอบ
“เอาละ ฟอร์ด แบล็ก จะบอกฉันดี ๆ หรือจะให้ฉันทำให้ดาวดวงนี้หายไป?” น้ำเสียงเย็นชาของกงซุนฉือดังก้อง ทำให้ฟอร์ดแทบกลั้นหายใจ
ตอนนี้ถ้าฟอร์ด แบล็กยังเดาไม่ได้ว่ากงซุนฉือมาที่นี่เพื่อหาเรื่อง ก็คงไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมตอนถูกพันธนาการ กงซุนฉือถึงจงใจเลี่ยงไม่แตะมือขวาของเขา
ฟอร์ดหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นช้า ๆ อย่างไร้พิษสง เขากดเปิดช่องสื่อสารต่อสายตรงไปยังโจ แบล็ก ผู้นำของตระกูล
เมื่อหน้าจอปรากฏภาพของโจ แบล็ก ฟอร์ดยังไม่ทันพูดอะไร กงซุนฉือก็เอ่ยขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ส่งมาให้ฉัน”
ฟอร์ดไม่มีทางเลือก ต้องปรับมุมจอให้โจแบล็กสามารถเห็นใบหน้าของกงซุนฉือได้ชัดเจน
“ยินดีต้อน…” โจ แบล็กเริ่มต้นด้วยรอยยิ้มแบบผู้สง่างาม แต่ยังไม่ทันพูดจบ กงซุนฉือก็แทรกขึ้นทันที
“ฉันให้เวลานายสิบนาที ส่งตัวคนออกมา ไม่งั้นฉันจะระเบิดรังของนายให้ราบเป็นหน้ากลอง”
รอยยิ้มของโจ แบล็กหายวับไปทันที สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นทันตา
“กงซุนฉือ อย่าอวดดีเกินไปนัก”
“ฉันก็เป็นแบบนี้มาตลอด” กงซุนฉือตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “นายจะทำอะไรฉันได้?”
สายตาของโจ แบล็กจ้องนิ่ง ราวกับจะวัดว่าคำพูดของกงซุนฉือเป็นแค่คำขู่หรือเขาตั้งใจทำจริง
แต่กงซุนฉือไม่ได้สนใจ เขาค่อย ๆ หยิบระเบิดพลังจิตลูกหนึ่งขึ้นมาเล่นในมือพลางมองเวลาอย่างใจเย็น
สิบนาทีผ่านไปในความเงียบงัน กงซุนฉือแค่นหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดอย่างเย้ยหยัน
“สงสัยไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา”
ทันใดนั้น เขาก็สะบัดมือโยนระเบิดพลังจิตออกไปด้วยท่าทางสบาย ๆ
พลังจิตสีแดงฉานลอยเหมือนปีกคู่หนึ่ง มันรองรับระเบิดเล็ก ๆ นั้นให้พุ่งออกไปไกล
สีหน้าของทั้งโจและฟอร์ด แบล็กเปลี่ยนไปทันที โจ แบล็กถึงกับสบถเสียงดัง “บ้าเอ๊ย!” ก่อนจะรีบตัดสายสื่อสารและสั่งเปิดระบบป้องกันของดาวหมายเลข 3
ดาวหมายเลข 3 ซึ่งเป็นฐานหลักของตระกูลแบล็ก แน่นอนว่ามีระบบป้องกันชั้นเยี่ยม แต่ระบบส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาสำหรับป้องกันการโจมตีจากอวกาศ เพราะในยุคของสงครามดวงดาว การโจมตีส่วนใหญ่เกิดขึ้นในอากาศมากกว่าจะมาจากพื้นดิน
แม้จะมีเพียงอาคารสำคัญไม่กี่แห่งที่ได้รับการป้องกันแบบครอบคลุม แต่การโจมตีจากภายในดาวเองเป็นสิ่งที่แทบไม่มีใครคาดคิด
เสียง บึ้ม! ดังสนั่นพร้อมกับแรงระเบิดที่สั่นสะเทือนทั้งบริเวณ เสียงกรีดร้องและความโกลาหลดังระงม
โจ แบล็กสบถอีกครั้ง “บ้าจริง! บ้าเอ๊ย!”
เขารีบเปิดจอมอนิเตอร์ดูสถานการณ์ พบว่าทางทิศตะวันออกของดาวมีพื้นที่กว้างใหญ่กลายเป็นเถ้าถ่าน
เสียงการติดต่อขอคำสั่งดังขึ้นเป็นระลอก แต่เขาไม่มีเวลาสนใจ ตอนนี้สายตาของเขาจับจ้องไปยังฟอร์ดซึ่งรับสายอีกครั้ง
ไม่แปลกใจเลยที่ปลายสายเป็นใบหน้าของกงซุนฉือ
ครั้งนี้ในมือของอีกฝ่ายมีระเบิดอีกลูก พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม “ลูกต่อไปจะไม่ใช่จุดที่ไม่มีคนอยู่แล้วนะ”
“กงซุนฉือ! นายกำลังประกาศสงครามกับตระกูลแบล็กชัด ๆ!” โจ แบล็กกัดฟันกรอด ขณะที่มือรีบส่งข้อความไปอย่างรวดเร็ว
“ก็ตามนั้น” กงซุนฉือยักไหล่เบา ๆ “ฉันเตือนแล้วว่าอย่ายุ่งกับคนที่นายไม่ควรยุ่ง”
โจ แบล็กเงียบไปครู่หนึ่ง เขายอมรับว่านี่คือความประมาทของตระกูลแบล็กที่ไม่ได้คาดคิดว่ากงซุนฉือจะออกโรงเพื่อลู่จินกู้
เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแฝงความจนตรอก “นายต้องบอกมาว่าจะให้ฉันส่งตัวใครมา?”
กงซุนฉือขมวดคิ้วเล็กน้อย ความลังเลแวบผ่านสายตา
แต่เมื่อพิจารณาเหตุการณ์ทั้งหมดอีกครั้ง เขาก็กลับมามั่นใจดังเดิม เรื่องนี้นอกจากตระกูลแบล็กแล้ว ไม่มีใครมีความสามารถทำได้ขนาดนี้
ยิ่งไปกว่านั้น การที่แอนนา แบล็กติดต่อไม่ได้ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ยิ่งเป็นหลักฐานชัดเจนถึงวิธีการที่โจและวาเลนติน แบล็ก มักใช้การส่งตัวลูกสาวหรือหลานสาวออกไปเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ของดอกกุหลาบบริสุทธิ์แห่งสหพันธ์
“ฮึ…” เขาแค่นหัวเราะ เตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง
ทันใดนั้น อุปกรณ์สื่อสารของเขาก็สั่นสะเทือน และข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นมา
[นี่ฉันแอนนาเองนะ คุณหนูจินอยู่ไหน? ฉันกำลังพาคนไปช่วยเธอ]
…??
แม้สมองของกงซุนฉือจะหมุนเร็วแค่ไหน แต่ข้อความที่มาอย่างไม่ทันตั้งตัวนี้ก็ทำให้เขาชะงักไปชั่วขณะ ความคิดแรกของเขาคือ ตระกูลแบล็กกำลังเล่นอะไรอยู่อีก?
ยังไม่ทันที่เขาจะคิดต่อ ข้อความที่สองจากแอนนาก็ปรากฏขึ้น
[คนที่ลงมือกับคุณหนูจินคือซูซาน! ฉันอยู่บนยานที่เพิ่งออกเดินทางและควบคุมมันไว้ได้แล้ว บอกฉันมาเร็วเข้าว่าคุณหนูจินอยู่ไหน! ทักษะของซูซานจะคร่าชีวิตเธอในอีก 30 ชั่วโมง!]