เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 351 ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง
บทที่ 351 ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทักษะของแอนนาได้พัฒนาไปอีกขั้น โจ แบล็กจึงสั่งให้ลูกสาวปลีกตัวเพื่อฝึกปรับตัวกับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น และในช่วงเวลานั้นเอง เขาได้บอกซูซานว่าลู่จินกู้ได้ทำเรื่องบางอย่างที่เลวร้ายมาก และอาจส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อชีวิตของแอนนา รวมถึงอาจเป็นภัยต่อชีวิตของเธอ
สาวใช้ที่ทุ่มเททั้งใจให้กับเจ้านายสาว เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่เหลือความลังเลแม้แต่น้อย ซูซานตัดสินใจลงมือทันที โดยปลดปล่อยทักษะพันเข็มที่แฝงไว้ในร่างของลู่จินกู้มาเนิ่นนาน
แต่พันเข็มเป็นทักษะที่มีข้อจำกัด หลังจากถูกกระตุ้น มันต้องใช้เวลานานถึง 30 ชั่วโมงก่อนที่เข็มพลังจิตนับพันจะปะทุออกจากร่างกายของเป้าหมาย และเมื่อถึงเวลานั้น เป้าหมายจะไม่มีทางรอดชีวิต
หลังจากสารภาพทุกอย่าง ซูซานค่อย ๆ ขดตัวจนดูเหมือนก้อนกลม ๆ ที่ไร้ชีวิตชีวาบนพื้น ราวกับพลังชีวิตทั้งหมดของเธอได้ถูกดูดออกไป
แต่สำหรับคนอื่น ๆ ในห้อง เรื่องที่ได้ยินกลับสร้างความตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม ทุกคนเริ่มเข้าใจว่าทำไมโจและวาเลนตินถึงต้องใช้เวลาและความพยายามมากขนาดนี้ในการปั่นหัวสาวใช้คนนี้ พวกเขาใช้ความภักดีของซูซานเป็นอาวุธ และเกลี้ยกล่อมเธอจนในที่สุดเธอก็ลงมือ หากครั้งนี้ไม่มีโชคช่วย หรือหากไม่มีการใช้การรักษาแบบพิเศษจากคลินิกแพทย์แผนจีนที่ถูกเก็บไว้เป็นไพ่ลับ ลู่จินกู้อาจไม่มีทางรอดจากความตายได้
ความล่าช้า 30 ชั่วโมงของพันเข็ม ยังเป็นตัวสร้างหลักฐานที่ไร้ที่ติสำหรับการลอบสังหาร ทำให้สามารถเตรียมการปกปิดทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ลู่จินกู้รู้สึกพูดไม่ออกชั่วขณะ เธอไม่คาดคิดเลยว่าสองพี่น้องแบล็กจะให้ความสำคัญกับตัวเธอถึงเพียงนี้ การถูกใส่ใจจากศัตรูเช่นนี้ถือเป็นการยอมรับในตัวเธอหรือเปล่า?
ส่วนตัวการหลักอย่างซูซาน เธอรู้สึกซับซ้อนจนยากจะอธิบาย ใครจะไปคิดว่าในยุคแห่งจักรวาลนี้จะยังพบเห็นอันตรายจากความภักดีแบบโง่เขลาเช่นนี้ได้?
คนแรกที่พูดขึ้นมา กลับกลายเป็นแอนนา
“ฉันยังจำได้ เธอถูกเลือกมาอยู่ข้างกายฉันตอนอายุ 12 ปี ตอนนั้นเธอเข้ามาพร้อมกับเด็กสาวอีกสี่คน”
ดวงตาของแอนนาคลอไปด้วยน้ำตา เพียงแค่เหลือบมองเธอ ทุกคนก็รับรู้ได้ถึงความเศร้าสะเทือนใจอย่างลึกซึ้ง ซูซานที่ฟังอยู่ยิ่งเผยสีหน้าสิ้นหวัง
แม้จะภักดีแค่ไหน ซูซานก็รู้ดีว่าความเจ็บปวดในใจของเจ้านายสาวมีต้นเหตุมาจากตัวเธอเอง การตระหนักถึงความจริงข้อนี้ทรมานใจเธอมากกว่าการถูกฆ่าตายเสียอีก
แอนนาไม่รอให้ซูซานตอบ เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาเล็กน้อย
“ตอนนั้นฉันอายุเพียง 9 ปี แต่ฉันก็ต้องเรียนรู้อะไรมากมาย และในฐานะสาวใช้ส่วนตัวของฉัน พวกเธอทั้งหมดก็ต้องผ่านการฝึกหนักเช่นเดียวกัน เด็กอีกสี่คนไม่อาจทนไหว แต่เธอกลับยืนหยัดได้ แม้ว่าตอนถูกคัดเลือกเข้ามา เธอจะเป็นเพียงเด็กที่แทบอ่านหนังสือไม่ออก เธอก็ยังกัดฟันทำทุกอย่างจนสำเร็จ”
“แล้วในปีถัดมา ตอนที่เธออายุ 13 ปี เธอก็ตื่นพลังใช่ไหม?” แอนนาเอ่ยขึ้นเหมือนกำลังหลุดเข้าไปในห้วงความทรงจำ “หลังจากนั้น ตำแหน่งสาวใช้ส่วนตัวของฉันก็ถูกตัดสินทันที ฉันเคยคิดว่าเป็นเพราะความพยายามของเธอ แต่แท้จริงแล้ว ตอนนั้นพ่อกับอาเลือกเธอมาเพราะพลังของเธอ ใช่ไหม?”
ซูซานที่นอนขดตัวอยู่เพียงพยักหน้าเบา ๆ ราวกับความเจ็บปวดได้ทำให้เธอชาไปหมดแล้ว
แอนนาดูเหมือนจะถูกดึงพลังทั้งหมดออกจากร่าง เธอทรุดตัวลงในอ้อมกอดของคุณนายเม็ก
แม่บ้านผู้เคร่งครัด ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าไม่เคยแสดงอารมณ์ใด ๆ ต่อหน้าผู้อื่น กลับเผยแววตาที่ผสมผสานทั้งความสงสารและความเศร้าออกมาเป็นครั้งแรก เธอพูดขึ้นเบา ๆ “คุณหนูคะ คุณต้องพักผ่อน”
แต่แอนนาส่ายหน้า “ไม่”
“แต่ว่า…”
“สิ่งที่ฉันต้องการคือความจริง”
แอนนาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งตัวตรงอีกครั้ง เธอหันไปมองลู่จินกู้ ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “คุณหนูจิน ฉันควบคุมคนของฉันไม่ดี จนทำให้คุณเผชิญกับอันตรายร้ายแรงเช่นนี้ ฉันขอโทษ”
คำขอโทษเช่นนี้ ทำให้ลู่จินกู้ไม่อาจตอบกลับด้วยคำว่า “ไม่เป็นไร” ได้เลย เพราะเธอรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่คนที่เพิ่งรอดตายจากเหตุการณ์เฉียดตายแล้วจะทำเหมือนทุกอย่างปกติ
แต่ในเวลาเดียวกัน เธอก็ไม่อาจระบายความโกรธใส่แอนนาได้เช่นกัน
ด้วยความสามารถในการเข้าอกเข้าใจผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง เธอสัมผัสถึงความเจ็บปวดของแอนนาได้ทันที
ดังที่เธอคิดไว้ก่อนหน้านี้ ความจริงที่น่าสะพรึงเมื่อถูกเปิดเผย โลกของแอนนาคงพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง แรงกระแทกนั้นมากพอที่จะทำลายคนคนหนึ่งได้โดยสมบูรณ์
ดังนั้น สุดท้ายเธอเลือกจึงที่จะเงียบ
แอนนาไม่ได้แสดงความไม่พอใจใด ๆ ต่อท่าทีนี้ของเธอ กลับถอนหายใจยาวออกมาแทน แล้วหันไปมองซูซานที่เหมือนวิญญาณหลุดจากร่าง ก่อนจะเอ่ยถามเบา ๆ “คุณหนูจิน คุณคิดจะจัดการยังไง?”
คำถามนี้ ลู่จินกู้ตอบได้ทันทีโดยไม่ลังเล “พลังของเธออันตรายเกินไป ดังนั้นเพื่อไม่ให้ใครต้องเผชิญกับภัยนี้อีก ฉันจะขังเธอไว้ในคุกของพาราไดซ์”
ส่วนเรื่อง ‘โทษประหาร’ นั้น เธอยังไม่ได้ตัดสินใจ
แอนนาพยักหน้าเล็กน้อย แต่ทันใดนั้นซูซานก็เหมือนถูกปลุกขึ้นมา เธอร้องไห้พร้อมอ้อนวอน “คุณหนู ได้โปรดอย่าทิ้งฉันไป ฉันยอมแลกทั้งชีวิตเพื่อชดใช้ความผิดนี้ ฉันยอมดื่มยาละลายพลัง แม้ต้องกลายเป็นแค่คนรับใช้ต่ำต้อยก็ไม่เป็นไร ได้โปรดอย่าทิ้งฉันไปเลยนะคะ”
ขณะพูด เธอเอาหัวโขกพื้นจนเกิดเสียงดัง ตุ้บ ตุ้บ แม้พื้นจะปูด้วยพรมหนา แต่หน้าผากของเธอก็แดงก่ำในเวลาไม่นาน เพราะแรงที่เธอใช้มันมากจนเกินไป
แอนนามองซูซานอยู่นาน ก่อนจะหันกลับมาที่ลู่จินกู้
สายตานั้นทำให้ลู่จินกู้ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
ถ้าแอนนาคิดจะขอร้องให้ปล่อยซูซานไป มันจะเป็นการเรียกร้องที่เกินกว่าที่เธอจะยอมรับได้
“คุณหนูจิน ฉันขอร้อง อย่าขังเธอเลย ให้ฉันเก็บเธอไว้ข้างตัวก็ได้”
ใบหน้าของลู่จินกู้เปลี่ยนไปทันที แม้เธอไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าของเธอก็ชัดเจนอยู่แล้ว
เซินโหย่วชิงถอนหายใจอย่างหนัก ก่อนจะพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ “แอนนา พวกเรารู้ว่าเธอมีน้ำใจ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดธรรมดา เธออย่าได้ทำให้ลู่จินกู้ลำบากใจเลย เธอสงสารสาวใช้ของเธอ แล้วเธอจะไม่สงสารเพื่อนของเธอที่เกือบต้องตายเพราะเรื่องนี้หรือไง?”
ใบหน้าของแอนนายิ่งซีดลงอีกหนึ่งระดับ ราวกับคำพูดของเซินโหย่วชิงเป็นสิ่งที่เธอยากจะแบกรับ แต่ถึงกระนั้น คำพูดที่เปล่งออกมากลับเต็มไปด้วยความหนักแน่น “ไม่ว่าคุณหนูจินจะต้องการสิ่งใดเป็นการชดเชยในครั้งนี้ ฉันยินดีทั้งสิ้น แต่ซูซาน…”
เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดต่ออย่างยากลำบาก “ไม่ว่าจะอย่างไร ก็ได้โปรด…”
แอนนาใช้มือพยุงตัวเองลุกขึ้นยืน ร่างที่บอบบางสั่นไหวเล็กน้อย เจ้าหญิงน้อยผู้สูงศักดิ์แห่งตระกูลแบล็กยอมก้มศีรษะลงต่ำในท่าทางที่เต็มไปด้วยความอ่อนน้อม
เสียงร้องโหยหวนเหมือนสัตว์ป่าหลุดออกมาจากปากของซูซาน เธอแทบจะกระโจนเข้ามาด้วยท่าทางบ้าคลั่ง “ไม่! คุณหนู! ฉันยอมไปติดคุก ฉันยอมตาย แต่คุณหนูอย่าทำแบบนี้เลย! ได้โปรดอย่าทำแบบนี้!”
แต่แอนนากลับนิ่งเฉย เธอคงท่าทางถ่อมตัวนั้นไว้โดยไม่ขยับ
ลู่จินกู้ลุกพรวดขึ้นทันทีด้วยความตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างจ้องไปยังแผ่นหลังของแอนนา เธอไม่เคยคิดว่าแอนนาจะเลือกทำเช่นนี้
การยืนกรานในรูปแบบนี้ ช่างไม่ต่างอะไรจากการบีบบังคับ เพียงแค่ใช้ท่าทางที่ดูอ่อนโยนมากกว่าเดิม
ในขณะที่เธอเคยคิดว่าพวกเธอสองคนเป็นเพื่อนกัน ตอนนี้เธอกลับอยากหัวเราะเยาะกับสิ่งที่เห็น
ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านดั่งเปลวเพลิงที่แผดเผา ทำให้เธอสูญเสียความอดทนและโพล่งออกมา “ถ้าการขอร้องนี้หมายความว่าเราต้องกลายเป็นศัตรูกัน เธอก็ยังจะยืนกรานเพื่อฆาตกรคนนี้ใช่ไหม?”
ไหล่ของแอนนาสั่นสะท้านเล็กน้อย แต่หลังจากผ่านไปชั่วขณะ เธอกลับพยักหน้าอย่างเชื่องช้า
เสียง ‘โครม’ ดังสนั่นในหัวของลู่จินกู้ ความโกรธระเบิดออกมาจนเธอรู้สึกเหมือนสมองแทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ
ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังโดยคนที่เธอเคยเชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ
เธอสูดลมหายใจลึกเพื่อควบคุมตัวเอง ก่อนจะหันไปหาเซินโหย่วชิงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ขอยืมยาละลายพลังจิตหน่อย”
เซินโหย่วชิงถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยใจ เธอไม่ได้พูดอะไรต่อและเรียกให้คนไปนำยาละลายพลังจิตมาให้
เมื่อถือขวดของเหลวสีม่วงอ่อนขึ้นมา ลู่จินกู้แกว่งมันเบา ๆ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย มองไปยังแอนนาด้วยแววตาท้าทาย “สาวใช้ของเธอเพิ่งพูดเองว่าจะยอมดื่มยานี้เพื่อชดใช้ความผิด อย่าบอกนะว่าแม้แต่เรื่องนี้เธอก็จะยอมใจอ่อน?”