เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 352 การตัดสินใจของแอนนา
บทที่ 352 การตัดสินใจของแอนนา
“ใช่”
ใครจะคิดว่าเธอจะพูดอะไรแบบนั้นออกมา?
คำพูดของแอนนาทำเอาทุกคนชะงักงันไปชั่วขณะ
ทว่าซูซานกลับแสดงท่าทางตอบสนองอย่างรุนแรง เธอพุ่งเข้ามาหาลู่จินกู้ทันทีโดยไม่ลังเล แต่ลู่จินกู้กลับไม่ขยับหนี ทำให้ขวดยาสลายพลังจิตในมือเธอถูกสาวใช้ตัวเล็กแย่งไปได้อย่างง่ายดาย
“ฉันยอม!” เสียงของซูซานหนักแน่นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ขอแค่ให้ฉันได้อยู่ข้างคุณหนูตลอดไป!”
สิ้นเสียง เธอก็เปิดฝาขวดทันที พร้อมยกขึ้นหมายจะกลืนของเหลวสีม่วงอ่อนลงไป
เพล้ง!
ทว่าของเหลวสีม่วงอ่อนกลับทะลักออกมาจากขวดที่หล่นกระแทกพื้นจนเปื้อนพรมเป็นวงเล็ก ๆ
ลู่จินกู้ผุดลุกขึ้นยืนพร้อมคำรามเสียงเย็น “เธอหมายความว่ายังไง?”
ก่อนที่ซูซานจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น แอนนาก็ได้ลงมือทันที เธอปัดขวดในมือสาวใช้จนกระเด็นออก
นี่เป็นครั้งแรกที่ ลู่จินกู้ได้เห็นพลังจิตของแอนนาโดยตรง
ในฐานะคนที่เป็นดั่งเจ้าหญิงผู้ทรงเกียรติแห่งตระกูลแบล็ก แม้เธอจะมีพลังระดับ S แต่แอนนาแทบไม่มีโอกาสที่เธอจะต้องลงมือด้วยตัวเอง ทักษะที่เธอปลุกพลังขึ้นมานั้นล้วนเกี่ยวข้องกับการชำระล้าง อันเป็นพลังพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของตระกูลแบล็ก อีกทั้งยังมีอีกสองทักษะที่เน้นไปทางการเยียวยาและปลอบประโลม จึงไม่มีทักษะการโจมตีในคลังพลังของเธอเลย
แต่หากใช้พลังจิตโดยตรงอย่างที่เห็นในตอนนี้ ก็ชัดเจนว่าเป็นสิ่งที่ซูซานยังไม่มีทางต้านทานได้
“คุณหนู…” ซูซานปล่อยโฮออกมา น้ำตาท่วมหน้า
แอนนาเดินเข้ามาหาเธอ สาวใช้ตัวเล็กตรงเข้ามากอดขาของหญิงสาวไว้แน่น พร้อมเสียงสะอื้นแทบขาดใจ
มือของแอนนาแตะเบา ๆ บนศีรษะของซูซาน ก่อนจะหันไปสบตาของลู่จินกู้ที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
สถานการณ์ทั้งหมดนี้ คนที่เป็นเหยื่อมากที่สุดควรจะเป็นลู่จินกู้แท้ ๆ แต่ทำไมทุกคนถึงแสดงออกเหมือนเธอเป็นตัวร้ายเสียอย่างนั้น?
ความรู้สึกที่คล้ายกับเดจาวูนี้ ยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดใจยิ่งกว่าเดิม
ท่าทีที่เคยสนิทสนมกับแอนนาเมื่อก่อนกลับเลือนหายไป เหลือเพียงความเย็นชาที่เอ่ยออกมา “คุณแอนนา คุณคงไม่ได้คิดว่าคนที่พยายามฆ่าคนอื่น แต่ไม่สำเร็จ จะสามารถหลุดพ้นจากบทลงโทษไปได้ง่าย ๆ หรอกใช่ไหม?”
ความโกรธและความผิดหวังถูกเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจน จนเธออดไม่ได้ที่จะเหน็บแนม “บางทีถ้ามันเกิดกับคุณที่เป็นดั่งเจ้าหญิงผู้สูงส่ง คุณอาจจะให้อภัยทุกอย่างได้อย่างใจกว้าง แต่ฉันไม่ใช่แบบนั้น วันนี้ฉันขอพูดให้ชัดเลยว่า ซูซานมีสองทางเลือกเท่านั้น คือจะไปติดคุกในเขตพาราไดซ์ หรือไม่ก็ต้องดื่มยาสลายพลัง ไม่มีทางเลือกที่สามแน่นอน”
“มีสิ”
“ว่าไงนะ?” คำพูดนั้นเบาเสียจนเธอได้ยินไม่ค่อยชัด จึงเผลอถามกลับไปโดยอัตโนมัติ
“ฉันบอกว่า มีทางเลือกที่สาม” แอนนากล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง ร่างที่เคยดูอ่อนแอกลับยืดตรงผ่าเผย แม้แต่คนที่รู้จักเธอดีที่สุดยังสัมผัสได้ว่า ความสว่างในดวงตาสีอำพันของเธอดูเหมือนจะถูกหมอกจาง ๆ ปกคลุม ไม่เหลือความเปล่งประกายอย่างที่เคยมี
“งั้นเหรอ?” ลู่จินกู้หัวเราะเยาะด้วยความโกรธ “งั้นทางเลือกที่สามของเธอคืออะไร?”
เธอคิดว่าหากแอนนากล้าพูดอะไรโง่ ๆ อย่างการใช้เงินชดเชย เธอจะต่อยหน้าอีกฝ่ายทันที
แต่แอนนากลับหันไปพูดกับคุณนายเม็กแทน “คุณนายเม็ก ช่วยพาซูซานออกไปก่อนค่ะ”
คุณนายเม็กมองสาวน้อยตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะมองตอบกลับมาด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว แม้จะมีเพียงชั่วขณะหนึ่งที่สายตาทั้งสองจับจ้องกัน แต่คุณนายเม็กก็ยอมถอยไป เธอเดินไปจับแขนซูซานไว้ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยอมให้ปฏิเสธได้ว่า “ลุกขึ้น อย่าทำให้คุณหนูเสียหน้าอีก”
คำพูดนี้ได้ผลดียิ่งกว่าใคร เพราะซูซานรีบลุกขึ้นยืนทันที
ลู่จินกู้ขมวดคิ้วแน่น กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แอนนาชิงพูดขึ้นก่อน “พวกคุณอยู่ที่นี่กันหมดแล้ว คุณนายเม็กกับซูซานไม่มีทางหนีไปไหนได้หรอกค่ะ… คุณหนูจิน…”
เมื่อแอนนาเอ่ยเรียกชื่อเล่นเก่า ดวงตาของลู่จินกู้พลันเปลี่ยนเป็นเฉียบคมเหมือนคมดาบ แอนนาจึงเปลี่ยนคำเรียก “คุณลู่ ฉันแค่อยากพูดกับคุณเป็นการส่วนตัว”
เดิมลู่จินกู้ไม่ได้อยากทำตามใจแอนนา แต่การตัดสินใจในวันนี้ของแอนนาทำให้เธอผิดหวังจนเกินทน เธออยากจะตอบโต้กลับอย่างหนัก แต่ เซินโหย่วชิงกลับถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะวางมือลงบนหลังมือของเธอ พร้อมเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน “ลองให้โอกาสเธอสักครั้ง รอฟังดูว่าแอนนาต้องการพูดอะไร”
…ก็ได้…
เธอเบือนหน้าหนี ไม่อยากมองคนที่เป็นต้นเหตุของความโกลาหลครั้งนี้
เธอไม่พูดอะไร เพียงแต่นั่งลงไปบนโซฟาพลางกอดอกแน่น ท่าทีเต็มไปด้วยการปิดกั้นและป้องกันตัว
ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมทั่วห้อง ทุกอย่างดูแตกต่างจากเมื่อสองสามวันก่อน ที่แม้จะมีสถานะและจุดยืนที่แตกต่างกัน แต่พวกเธอก็เคยสนิทกันอยู่บ้าง
แต่เวลานี้เพียงแค่วันเดียว ทุกอย่างกลับพลิกผันจนไม่อาจหวนคืน
ท้ายที่สุด จึงเป็นเซินโหย่วชิงที่ทำลายความเงียบนี้ “แอนนา เธออยากพูดอะไร?”
“พี่เซิน…” แอนนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าปกติ เธอใช้คำเรียกที่เคยใช้ในวัยเด็ก “ขอยาสลายพลังมาให้ฉันจัดการเธอเองได้ไหมคะ?”
“ไม่มีปัญหา ทำไมก่อนหน้านี้ไม่พูดแบบนี้แต่แรกล่ะ” เซินโหย่วชิงพูดพลางหยิบขวดแก้วยาวเรียวออกมาจากกล่องที่คนรับใช้ของตระกูลเซินเพิ่งส่งมา ในกล่องนั้นมียาสลายพลังจิตบรรจุอยู่สามขวด เธอยื่นขวดหนึ่งให้แอนนาอย่างไม่ลังเล
ลู่จินกู้แค่นเสียงเยาะในลำคอ เธอรู้สึกว่าคนตรงหน้าไร้เหตุผลสิ้นดี ตอนแรกก็ปฏิเสธหัวชนฝา แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนใจอง่าย ๆ
ขวดแก้วในมือของแอนนาเปล่งประกายเล็กน้อยขณะถูกเธอจับไว้เพียงปลายนิ้ว ราวกับน้ำหนักมันเบาเหมือนอากาศ เสียงนุ่มนวลของ ‘กุหลาบแห่งสหพันธ์’ ดังขึ้นมาอีกครั้ง “ซูซานแค่ถูกหลอกใช้ และครอบครัวของเธอก็มีพื้นฐานธรรมดามาก ถ้าเธอดื่มน้ำยานี้ ถึงแม้จะยังอยู่ข้างฉัน ชีวิตของเธอก็คงไร้ความหวัง”
คำพูดที่ช่วยแก้ต่างให้คนผิดอย่างซูซาน ทำให้ลู่จินกู้รู้สึกเบื่อหน่ายและไม่พอใจ โลกนี้อาจมีเหตุผลที่ทำให้คนบางคนต้องทำสิ่งที่ไม่สมควร แต่ไม่มีอะไรจะมาหักล้างความจริงที่ว่า การทำร้ายผู้อื่นนั้นไม่มีข้ออ้างที่ยอมรับได้
ความสงสารต่อผู้กระทำผิด ทำให้เหยื่อต้องไร้ซึ่งความยุติธรรม ถ้าวันนี้เธอตายเพราะพลังของซูซาน แล้วใครจะมารับผิดชอบ?
ขณะที่ลู่จินกู้เตรียมจะพูดขัด แอนนากลับเปลี่ยนโทนเสียง “นอกจากนี้ ซูซานยังมีประโยชน์สำหรับฉัน ถ้าเธอดื่มยาสลายพลังนี้ มันก็เท่ากับเธอพิการ และช่วยฉันไม่ได้อีกต่อไป”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งลู่จินกู้และเซินโหย่วชิงตกตะลึงไปชั่วขณะ เพราะคำพูดเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเธอคาดหวังจากแอนนา ผู้ที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนและเมตตาเสมอ
นิ้วเรียวบางของแอนนาเปิดฝาขวดออกอย่างแผ่วเบา เธอยิ้มจาง ๆ แต่ในน้ำเสียงกลับมีแววเด็ดเดี่ยว “แต่ฉันไม่เหมือนเธอ ฉันเป็นดั่งเจ้าหญิงของตระกูลแบล็ก ถึงแม้จะไม่มีพลังจิต ฉันก็ไม่เป็นไร”
ในเสี้ยววินาทีนั้น กลิ่นหอมของดอกไม้พลันแผ่กระจายไปทั่วห้อง ลู่จินกู้และเซินโหย่วชิงไม่ทันตั้งตัว ร่างทั้งสองหยุดนิ่งไปชั่วครู่
ท่าไม่ดีแล้ว! มันคือทักษะ ‘สวนดอกไม้ในฝัน’ ของแอนนา ซึ่งเป็นทักษะปลอบประโลมที่ส่งผลให้จิตใจสับสน
ถึงแม้ลู่จินกู้และแอนนาจะอยู่ในระดับพลังใกล้เคียงกัน แต่เธอก็เสียเปรียบเพราะผลกระทบจากทักษะนี้กินเวลานานกว่าเซินโหย่วชิงที่เป็นระดับ 3S ซึ่งหลุดจากอาการงุนงงได้ในเพียงไม่กี่วินาที
ทว่ามันสายไปแล้ว ขวดแก้วเปล่าร่วงหล่นจากปลายนิ้วของแอนนา เธอกัดริมฝีปากแน่น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรงด้วยความเจ็บปวด
ลู่จินกู้ตื่นจากอาการงุนงง และพุ่งเข้าหาแอนนาโดยไม่รู้ตัว
แอนนาล้มลงในอ้อมแขนของเซินโหย่วชิง ภายในร่างกายของเธอราวกับหดตัวเพราะความเจ็บปวดเหมือนกุ้งที่ถูกบีบแน่น สลับกับการเหยียดร่างตรงราวกับสายธนูที่ถูกดึงจนสุด
ชุดกระโปรงยาวฟูฟ่องของเธอที่เคยดูงดงามถูกชุ่มไปด้วยเหงื่อในเวลาอันรวดเร็ว
แม้ในขณะที่เจ็บปวดที่สุด แอนนาก็ยังคงกัดริมฝีปากจนไม่มีเสียงใดหลุดออกมา
ลู่จินกู้จ้องมองหญิงสาวตรงหน้า ถึงแม้ในตอนนี้เธอจะไม่รู้สึกถึงความเป็นเพื่อนอีกต่อไป แต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเธอตกใจมาก
แอนนาที่คนทั่วไปมองว่าเป็นกุหลาบแห่งสหพันธ์ ทั้งงดงาม อ่อนโยน และสูงส่ง แท้จริงแล้วกลับมีจิตใจที่แข็งแกร่งกว่าที่ใครจะคาดคิด
เซินโหย่วชิงทั้งโกรธและร้อนใจ “เธอบ้าไปแล้วเหรอ! คนแบบนั้นคุ้มค่าที่เธอจะเอาตัวเข้าแลกหรือไง?”
ขณะที่พูด เธอก็พยายามจะเรียกคนมาช่วย แต่แอนนากลับใช้แรงทั้งหมดกดมือลงบนมือของเซินโหย่วชิง น้ำเสียงอ่อนแรงและขาดห้วงของเธอดังขึ้นเบา ๆ
“พี่เซิน…ได้โปรด…ฉันขอร้อง…”