เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 353 พายุที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง
บทที่ 353 พายุที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง
ลู่จินกู้ไม่อาจเข้าใจการตัดสินใจของ แอนนา ได้เช่นเดียวกับเซินโหย่วชิง แต่ทั้งสองต่างได้ยินถึงความแน่วแน่ในน้ำเสียงที่ขาดห้วงของแอนนา
“บ้าไปแล้ว! บ้าไปแล้วจริง ๆ” เซินโหย่วชิงพึมพำกับตัวเอง แต่เมื่อต้องสบสายตาสีอำพันคู่คมของแอนนา เธอกลับไม่สามารถทำอะไรได้
ลู่จินกู้รู้ดี ต่อให้เรียกใครมาช่วยก็ไม่มีประโยชน์ ยาสลายพลังจิตนั้นไม่สามารถย้อนกลับได้ ไม่ว่าคลินิกแพทย์แผนจีนจะเก่งแค่ไหน แอนนาก็จะถูกตราหน้าไว้ในฐานะ ‘คนไร้พลัง’ ตลอดกาล
ความเงียบอันทรมานยืดเยื้อไปหนึ่งชั่วโมงเต็ม ระหว่างนั้น แอนนากัดริมฝีปากจนเลือดซึม แต่เธอกลับอดทนผ่านไปได้โดยไม่เปล่งเสียงร้องใด ๆ
ในชั่วขณะที่เฝ้ามองแอนนา ลู่จินกู้ก็พลันเข้าใจว่าทำไมแอนนาถึงให้สาวใช้ทั้งสองออกไปจากห้อง เพราะหากซูซานที่ภักดีจนเกินเหตุเห็นเจ้านายที่เธอเคารพรักต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้ คงไม่มีอะไรหยุดยั้งเธอไม่ให้คิดสั้นฆ่าตัวตายได้
เมื่อฤทธิ์ของยาค่อย ๆ สลายไป แอนนายังคงตัวสั่นเบา ๆ จากผลกระทบของความเจ็บปวด เซินโหย่วชิงจึงเข้าไปพยุงเธอขึ้นนั่งบนโซฟา
หลังจากพักฟื้นอีกสิบนาที ร่างที่อ่อนแรงของแอนนาก็เริ่มฟื้นคืนกำลังเล็กน้อย เธอกล่าวด้วยเสียงอ่อนแอแต่มั่นคง “พี่เซิน…ให้ฉันยืมชุดและผ้าคลุมหน้าได้ไหมคะ?”
ในสภาพเหมือนคนเพิ่งขึ้นมาจากน้ำเช่นนี้ แน่นอนว่าเธอไม่อาจพบเจอใครในสถานการณ์เช่นนี้ได้
เซินโหย่วชิงถอนหายใจอย่างจนใจ แต่ก็ยอมทำตามที่ขอ โดยเรียกสาวใช้เข้ามาจากอีกประตูหนึ่งของห้องให้ช่วยพยุงแอนนาไปเปลี่ยนชุดใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมสวมผ้าคลุมหน้าเพื่อปิดบังใบหน้า
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย หญิงสาวที่กลับมายืนตรงหน้าอีกครั้ง ก็ดูเหมือนคุณหนูผู้สูงศักดิ์คนเดิม
ถ้าไม่ได้เห็นกับตาเมื่อครู่นี้ ก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากภาพลักษณ์ที่เธอเป็นมาตลอด
ลู่จินกู้จ้องมองแอนนาอย่างแน่วแน่ ผู้หญิงที่เคยตกอยู่ในความทรมานจนแทบเอาชีวิตไม่รอด บัดนี้กลับยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสง่างาม
ภายใต้ท่าทางที่ไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ ของแอนนา ทำให้ลู่จินกู้รู้สึกเหมือนมีบางอย่างตีกันอยู่ในใจ รสชาติอันปั่นป่วนนี้ เธอไม่อาจบรรยายได้เลย…
เกลียดไหม? คงต้องตอบว่าก็มีอยู่บ้าง
โกรธหรือเปล่า? ก็ยังไม่ได้สงบลงทั้งหมด
แต่ท่ามกลางอารมณ์เหล่านั้น กลับมีความรู้สึกผิดปนอยู่ลึก ๆ เธอเองอาจไม่ควรโกรธเกรี้ยวจนเกินไป แต่ใครจะคิดว่าแอนนาจะทำถึงขนาดนี้
ลู่จินกู้เคยคิดว่าแอนนาเป็นเพียงผู้หญิงที่แสนบริสุทธิ์ ดุจลูกแกะสีขาวที่ถูกเลี้ยงดูอยู่ในโลกแห่งความฝันที่ครอบครัวของเธอสร้างขึ้น แต่วันนี้เธอเพิ่งจะเข้าใจ ว่าจริง ๆ แล้วเธอไม่เคยรู้จักแอนนาเลย
หรือบางที จะพูดได้ว่าทั้งสหพันธ์เองก็ไม่มีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงของแอนนา
แอนนาต้องการอะไรกันแน่?
แต่ดูเหมือนเจ้าหญิงแห่งตระกูลแบล็กไม่คิดจะอธิบายใด ๆ เพราะหลังจากคนรับใช้เก็บกวาดห้องเรียบร้อยแล้ว เธอก็เรียกคุณนายเม็กและซูซานเข้ามา
ทันทีที่สองคนเข้ามา สายตาของพวกเธอก็จับจ้องไปที่เสื้อผ้าชุดใหม่ของแอนนา ซูซานรีบวิ่งเข้าไปหาเธอด้วยความเป็นห่วงจนแทบร้องไห้ “คุณหนูคะ เกิดอะไรขึ้น? ทำไมเสื้อผ้าของคุณหนูถึง…”
แอนนายกมือขึ้นขัดจังหวะ ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ
“คุณลู่ ตอนนี้คุณจะยกโทษให้ซูซานแล้วหรือยัง?”
…สิ่งเดียวที่ลู่จินกู้ทำได้คือหันหน้าหนีด้วยความขุ่นเคือง
แม้จะไม่เต็มใจ แต่ทุกคนก็มองออกว่าเธอยอมรับแล้ว
ซูซานน้ำตาคลอทันที ความหวังของเธอที่คิดว่าจะได้อยู่ข้างคุณหนูตลอดไปได้หวนกลับคืนมาอีกครั้ง
“เรื่องทั้งหมดจบแล้ว ถ้างั้น ฉันขอตัวลาก่อน” แอนนากล่าวลาพร้อมกับความสง่างามไร้ที่ติราวกับคุณหนูผู้สูงศักดิ์
จนกระทั่งยานทะยานขึ้นฟ้า ลู่จินกู้ยังคงรู้สึกเหมือนเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็นเพียงฝันร้าย
กงซุนฉือที่เพิ่งพักผ่อนออกมา พอได้ยินว่าคนร้ายไม่ได้รับโทษอะไรเลยก็เดือดจัด “นี่เธอเสียสติไปแล้วเหรอ? คนแบบนั้นมันบ้าไปแล้ว! วันนี้มันฆ่าไม่สำเร็จ วันหน้าก็อาจจะกล้าลองอีก แล้วนี่อะไร? เธอปล่อยหมาป่าเข้าป่าเหรอ? หรือว่าเธอไปคลุกคลีกับแอนนาคนนั้นมากเกินจนติดโรค ‘นางฟ้าผู้เมตตา’ มาด้วย?”
พอลู่จินกู้เห็นท่าทางหัวเสียของกงซุนฉือ เธอมั่นใจว่าหากเขาไม่ได้อยู่บนรถเข็น มือของเขาคงชี้มาจิ้มหน้าผากเธอไปแล้ว
เธอเองก็อธิบายไม่ถูกว่าทำไมถึงต้องทำตามข้อเสนอของแอนนาหลังจากที่พวกเธอตัดสินใจร่วมกับเซินโหย่วชิงว่าจะไม่พูดเรื่องที่เกิดขึ้นกับคนอื่น
ดังนั้นตอนนี้เธอจึงไม่อาจอธิบายอะไรให้กงซุนฉือฟังได้ ได้แต่หลบเลี่ยงคำดุด่าที่พ่นออกมาพร้อมกับน้ำลาย แล้วพูดด้วยความเหนื่อยหน่าย “ยังไงคนก็ไปแล้ว ช่างมันเถอะ ฉันไม่อยากตามเรื่องนี้แล้ว”
“ถ้าเธอไม่ตาม งั้นฉันจะตาม!” กงซุนฉือกระแทกเสียงหนักแน่น “ฉันไม่มีวันปล่อยผู้หญิงบ้า ๆ นั่นไปแน่”
…คนบ้าที่ว่าคนอื่นบ้า ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีน้ำหนักนะ
ลู่จินกู้รู้ดีว่าเมื่อไม่นานมานี้ กงซุนฉือเกือบจะระเบิดดาวเคราะห์หมายเลข 3 ไปแล้ว คนที่ทำเรื่องบ้าบิ่นขนาดนั้นกลับว่าคนอื่นบ้า… เธอก็ได้แต่คิดในใจพร้อมถอนหายใจ
“แอนนาอธิบายให้ฉันฟังแล้ว และ…ฉันก็พอใจในคำตอบนั้น เรื่องนี้จบกันเถอะ นายรีบกลับไปทำงานวิจัยของนายดีกว่า ฉันยังรอผลอยู่เลย”
กงซุนฉือยังคงบ่นไม่หยุด เธอจึงเอ่ยเสียงเข้มขึ้น “ฉันรู้ว่านายเป็นห่วง แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ตามเรื่องนี้ต่อ ได้โปรดเถอะ เชื่อฉันสักครั้ง”
พูดจบ เธอก็ยกมือขึ้นประกบกันเป็นท่าขอร้อง
เสียงด่าทอของกงซุนฉือหยุดชะงัก เขาหันหน้าหนีไปพลางบ่นพึมพำ “ใครสนว่าเธอจะเป็นยังไง ฉันก็แค่กลัวว่ากู้ตั๋วจะกลับมาพังห้องวิจัยของฉันก็เท่านั้น ใครจะอยากยุ่งกับเรื่องบ้า ๆ พวกนี้!”
ลู่จินกู้หัวเราะเบา ๆ ไม่คิดจะต่อปากต่อคำกับเขาอีก
“ไปแล้ว! ไปทำงานต่อดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ต้องเจอพวกคนโง่ ๆ” เขาตบที่วางแขนของรถเข็น แล้วหันไปเรียกคนรับใช้
น้ำเสียงตอนที่ว่า ‘คนโง่’ นั้นชัดเจนเสียจนเหมือนจะประกาศชื่อเธอพร้อมเลขประจำตัวประชากรสหพันธ์เสียอย่างนั้น
ในที่สุด ภายใต้เสียงเร่งเร้าของกงซุนฉือที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ “เร็วเข้า” “ยังไม่ไปอีก” “จะไปหรือไม่ไป!” พ่อบ้านคนเดิมก็กล่าวคำอำลาอย่างใจเย็น และเข็นรถของกงซุนฉือออกไปยังสถานีขนส่ง
ส่วนกรีนลีฟและอิซาเบลล่า แม้ไม่ได้เข้าร่วมในตอนท้ายของเรื่องราว แต่พวกเขาไว้วางใจลู่จินกู้มาก เมื่อเธอบอกว่าเรื่องจบลงแล้ว ทั้งคู่จึงไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม เพียงกล่าวคำอำลาและแยกย้ายกลับไปทำงานที่ยุ่งเหยิงของตัวเอง
ในที่สุด ในห้องก็เหลือเพียงเธอกับ เซินโหย่วชิง
ลู่จินกู้สบโอกาสระบายความอัดอั้น “นี่มันอะไรกัน เธอคิดอะไรอยู่กันแน่?”
แม้เธอจะไม่เอ่ยชื่อแอนนาออกมา แต่ก็ชัดเจนว่าเธอโกรธจนไม่อยากพูดชื่ออีกต่อไป
เซินโหย่วชิงเองก็ไม่มีคำตอบเช่นกัน เธอได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
ทันใดนั้น เซินไห่เฉิงก็พุ่งเข้ามาในห้องอย่างเร่งรีบ “พี่ครับ เกิดเรื่องแล้ว!”
เขาเปิดหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ ทำให้ทุกคนเห็นข่าวที่เพิ่งปรากฏขึ้น
กองทัพที่ 8 และ กองทัพที่ 10, 11, 12 ประกาศกบฏในเวลาเดียวกัน พวกเขายึดครองดาวเคราะห์หลายสิบดวงรอบฐานทัพของตนด้วยความรวดเร็ว
กองทัพที่ 8 ล้อมฐานของกองทัพที่ 7 เอาไว้โดยสมบูรณ์
ตระกูลแบล็กประกาศว่า “ค้นพบต้นเหตุของมลภาวะ” และเรียกร้องให้ “ตระกูลที่หลอกลวงประชาชน” ออกมาชี้แจงโดยด่วน
ขณะเดียวกัน มีการลอบสังหารเจ้าหน้าที่ระดับกลางและสูงของตระกูลใหญ่กว่า 10 ตระกูล ส่งผลให้หลายคนบาดเจ็บและเสียชีวิต ทำให้หลายตระกูลตกอยู่ในความวุ่นวาย
ในสหพันธ์ซึ่งมีทั้งหมด 12 กองทัพ บัดนี้ 4 กองทัพกลายเป็นกบฏแล้ว
กองทัพที่ 1, 3 และ 4 เป็นกองทัพที่ขึ้นตรงกับดาวศูนย์กลาง จึงยังคงประจำการอยู่ใกล้ดาวนั้น
กองทัพที่ 2, 5 และ 9 ที่นำโดย ตระกูลกู้ กำลังรบอยู่ที่แนวชายแดน และไม่สามารถส่งกำลังมาช่วยได้ ส่งผลให้กองทัพที่ 6 ถูกเรียกตัวไปปราบปรามกบฏโดยด่วน
ลู่จินกู้ยืนตะลึง ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งฟื้นจากการหมดสติไปสองวัน และเพียงแค่มาจัดการเรื่องเล็ก ๆ ไม่กี่อย่าง ทว่าโลกภายนอกกลับเปลี่ยนไปราวกับพายุครั้งใหญ่ที่ได้กวาดทุกสิ่งจนพลิกฟ้า!