เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 378 การพบกันของสองพี่น้อง
บทที่ 378 การพบกันของสองพี่น้อง
ตั้งแต่พาราไดซ์บนดาวอังคารเปิดให้บริการ ลู่อวี๋กู้ก็ได้ซื้อบ้านที่นี่อีกครั้ง
หนึ่ง เพราะนิสัยการเขียนหนังสือของเธอที่ชอบเปลี่ยนสถานที่เพื่อสร้างแรงบันดาลใจจากทิวทัศน์ใหม่ ๆ และสอง เพราะตอนที่แม่ของเธอเพิ่งออกจากตระกูลลู่ เธอประสบปัญหา PTSD*[1] ซึ่งพาราไดซ์ 1 มีคนมากเกินไป ไม่เหมาะสำหรับการพักฟื้นของมิสึโนะ ยูมิโกะ
ลู่เหนี่ยนเจิ้น และกลุ่มข้ารับใช้ที่เธอพามาจากตระกูลลู่ก็ย้ายมาอยู่ที่พาราไดซ์ดาวอังคารด้วย แต่ด้วยนิสัยที่ไม่ชอบอยู่นิ่งของเธอ ลู่จินกู้จึงต้องให้แม่ของเธอเข้าร่วมทีมก่อสร้างของพาราไดซ์ ช่วยงานในการพัฒนาพาราไดซ์แห่งใหม่ ๆ
ดังนั้น เมื่อเธอพาต้าฉือ อายูโกะมาที่นี่ บ้านหลังนี้จึงมีเพียงมิสึโนะ ยูมิโกะ และลูกสาวของเธอ ลู่อวี๋กู้ อยู่
สภาพจิตใจของมิสึโนะ ยูมิโกะตอนนี้ดีขึ้นมาก แต่เธอยังคงไม่สามารถทนต่อการกระตุ้นที่รุนแรงได้ โดยเฉพาะเสียงดังที่อาจทำให้เธอตกใจได้ง่าย บ้านที่กว้างขวางนี้จึงเงียบสงบอยู่เสมอ
ทุกครั้งที่ลู่จินกู้มาเยี่ยม เธอมักจะคิดในใจว่า โชคดีที่งานของลู่อวี๋กู้ต้องการความสงบ หากเป็นเธอเองที่ต้องอยู่ในที่เงียบสงบแบบนี้ทุกวัน คงต้องเป็นบ้าแน่
และเพื่อป้องกันไม่ให้มิสึโนะ ยูมิโกะตกใจเมื่อเห็นพี่สาวโดยไม่ทันตั้งตัว ลู่จินกู้จึงเรียกลู่อวี๋กู้มาคุยและอธิบายเรื่องทั้งหมดก่อน
ลู่อวี๋กู้ไม่ได้แสดงความกระตือรือร้นมากนักเมื่อรู้ว่าคนที่มาอาจเป็นน้าของเธอ เธอกลับมองต้าฉือ อายูโกะอย่างระมัดระวัง และหลังจากสำรวจอีกฝ่ายอยู่นานก็กล่าวอย่างไม่เต็มใจนัก “ฉันจะไปเรียกแม่มา”
ไม่นาน มิสึโนะ ยูมิโกะก็มากับลูกสาว เธอจับมือลูกไว้แน่น เดินอย่างระมัดระวังเหมือนกระต่ายขี้กลัวที่ระแวดระวังแม้แต่เสียงลมพัด
ต้าฉือ อายูโกะดูดีใจอย่างยิ่งที่ได้พบเธอ แต่เมื่อเห็นสภาพของน้องสาว ความสุขก็กลายเป็นความตกใจในทันที เธอหลุดปากถามว่า “ทำไมน้องฉันถึงกลายเป็นแบบนี้?”
เสียงของต้าฉือ อายูโกะที่เต็มไปด้วยอารมณ์ตื่นตระหนก ทำให้มิสึโนะ ยูมิโกะสะดุ้งสุดตัว เธอแทบจะกระโดดขึ้นมาด้วยความตกใจ และหันมองรอบตัวด้วยสายตาหวาดกลัว
ลู่อวี๋กู้รีบเข้ามาปลอบแม่ พลางมองต้าฉือ อายูโกะด้วยสายตาไม่พอใจ “กรุณาพูดเบา ๆ หน่อยค่ะ แม่ของฉันตกใจง่ายมาก”
หลังจากใช้เวลาพักใหญ่ปลอบมิสึโนะ ยูมิโกะจนสงบลงได้ เธอก็ยังคงดูระแวดระวังมากขึ้น เธอนั่งลงพร้อมกับดวงตาที่จับจ้องไปที่ลูกสาวตลอดเวลา มือข้างหนึ่งจับชายเสื้อของลู่อวี๋กู้ไว้แน่น ไม่ยอมให้ลูกสาวออกห่างไปแม้แต่ก้าวเดียว
ในเมื่อไม่มีทางเลือก ลู่อวี๋กู้จึงต้องนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวเบียดกับแม่ เธอใช้แขนข้างหนึ่งโอบไหล่แม่ไว้ และคอยลูบหลังเพื่อปลอบโยน
หากไม่นับความแตกต่างของอายุบนใบหน้า ภาพที่เห็นทำให้แยกไม่ออกว่าใครคือแม่ ใครคือลูก
ต้าฉือ อายูโกะยืนนิ่งงัน เธอจ้องมองน้องสาวด้วยความตกตะลึง เหมือนไม่สามารถเชื่อสิ่งที่เห็นได้ ริมฝีปากของเธอขยับพึมพำ “ทำไมน้องสาวของฉันถึงกลายเป็นแบบนี้? เธอไม่ใช่แบบนี้นี่…ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้?”
พูดไปพูดมา น้ำตาก็ไหลลงมาจนเต็มหน้า เธอร้องไห้เงียบ ๆ ปิดปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้เสียงดัง แต่เสียงสะอื้นอย่างเจ็บปวดก็ยังเล็ดลอดออกมา
ลู่จินกู้มองภาพนั้นแล้วรู้สึกสับสน เธอสัมผัสได้ถึงความทุกข์ที่แท้จริงของต้าฉือ อายูโกะ
ก่อนหน้านี้ เธอเชื่อมั่นว่าผู้หญิงคนนี้มีเจตนาร้ายและเข้ามาในพาราไดซ์พร้อมกับแผนการลับ แต่ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจ
บางทีต้าฉือ อายูโกะอาจจะมีภารกิจบางอย่างที่ต้องทำ แต่ความรู้สึกที่เธอมีต่อน้องสาวนั้นดูเหมือนจะจริงใจ
บรรยากาศในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงสะอื้นเบา ๆ ของต้าฉือ อายูโกะที่ดังอยู่
แม้แต่ลู่อวี๋กู้เองก็ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความจริงใจในอารมณ์นั้น ท่าทีที่แข็งกร้าวจึงอ่อนลงเล็กน้อย เธอพูดเบา ๆ เพื่อกระตุ้นคนเป็นแม่ “แม่คะ ดูสิ ใครมาหาแม่ แม่จำเธอได้ไหม?”
มิสึโนะ ยูมิโกะมักไม่กล้ามองใครตรง ๆ เธอเหมือนสัตว์เล็กที่ขลาดกลัว ในที่ที่มีคนมาก เธอจะมองเพียงลูกสาวเท่านั้น เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย
หลังจากที่ลู่อวี๋กู้พูดปลอบอยู่นาน เธอจึงค่อย ๆ หันไปทางต้าฉือ อายูโกะอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
ในขณะเดียวกัน ต้าฉือ อายูโกะที่พยายามเช็ดน้ำตาอยู่ก่อนหน้านี้ก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหวัง
ดวงตาของทั้งสองคนสบกันชั่วขณะ แต่ในขณะที่ต้าฉือ อายูโกะมองด้วยความคาดหวัง มิสึโนะ ยูมิโกะกลับเบือนสายตาหนีอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกของร้อน
ลู่จินกู้ที่เห็นท่าทางนั้นอดไม่ได้ที่จะพูดเตือน “อย่าจ้องคุณมิสึโนะนานนัก เธอกลัวการสบตากับคนอื่นค่ะ”
“โอ้ โอ้ ได้ค่ะ” ต้าฉือ อายูโกะรีบพยักหน้า และหันไปทางอื่นทันที
เมื่อรู้สึกว่าไม่มีใครจ้องมองเธออีก มิสึโนะ ยูมิโกะจึงเริ่มหันกลับไปมองอีกครั้งด้วยการสนับสนุนจากลูกสาว ท่าทีของเธอยังคงลังเล แต่ในที่สุดก็เงยหน้าขึ้น
สายตาของเธอเปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความงุนงง และในที่สุดก็เต็มไปด้วยความดีใจและความตกตะลึง
นี่เป็นครั้งแรกที่มิสึโนะ ยูมิโกะยอมเดินออกห่างจากลูกสาว เธอขยับฝีเท้าไปสองสามก้าวและถามด้วยเสียงสั่นเครือ “พี่สาวใช่ไหม?”
ต้าฉือ อายูโกะที่ดูเหมือนจะอดใจไม่ไหวเกือบลุกพรวดขึ้น แต่เธอก็อดกลั้นไว้ ยืนขึ้นช้า ๆ และเอ่ยเรียกเบา ๆ “น้องสาว… ใช่ พี่เอง”
“พี่สาว!” มิสึโนะ ยูมิโกะก้าวเข้าไปจนทั้งสองมายืนเผชิญหน้ากัน
ต้าฉือ อายูโกะกางแขนออก น้ำตาไหลอาบแก้มอีกครั้ง “น้องสาวของพี่”
ทั้งสองโผเข้ากอดกันแน่น ซบไหล่กันและร้องไห้เสียงดัง
ลู่จินกู้กับลู่อวี๋กู้สบตากัน ก่อนจะถอยออกไปด้านข้างเงียบ ๆ เพื่อเปิดพื้นที่ให้สองพี่น้องได้ใช้เวลาด้วยกัน
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ทั้งคู่ร้องไห้จนเหนื่อย ในที่สุดก็จับมือกันและนั่งลง
คนหนึ่งถามขึ้นว่า “น้องสาวพี่ ทำไมเธอถึงปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นแบบนี้?”
อีกคนตอบ “พี่สาวคะ แล้วพี่หายไปไหน ทำไมฉันหาพี่ไม่เจอเลย?”
พวกเธอพูดกันไม่กี่ประโยค ก่อนจะจ้องมองกันด้วยน้ำตาเอ่อคลอ หรือบางครั้งก็หัวเราะออกมาอย่างโง่งม
บรรยากาศแบบนี้ดูเหมือนจะไม่มีแผนร้ายใด ๆ ซ่อนอยู่
อย่างไรก็ตาม สุขภาพของมิสึโนะ ยูมิโกะยังคงเปราะบาง หลังจากผ่านความดีใจและความเศร้าผสมผสาน เธอก็เริ่มหมดแรงและผล็อยหลับไปบนไหล่ของพี่สาว
ลู่อวี๋กู้ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ใช้มือเช็ดน้ำตาตัวเอง เธอก็อดร้องไห้ไม่ได้เช่นกัน
เธอพูดขึ้นเบา ๆ ว่า “นานแล้วที่ฉันไม่ได้เห็นแม่ดูผ่อนคลายแบบนี้… พี่จิน ถ้า… ถ้า…”
เธอหันไปมองลู่จินกู้ ซึ่งอีกฝ่ายเข้าใจความหมายของเธอทันที
ลู่จินกู้ยิ้มเล็กน้อย “ไม่ต้องห่วง ถ้าเธอคนนี้เลือกที่จะกลับใจ ฉันจะให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกัน”
ลู่อวี๋กู้ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ “ขอบคุณค่ะ พี่จิน”
ต้าฉือ อายูโกะลูบผมน้องสาวอย่างอ่อนโยน และเมื่อมิสึโนะ ยูมิโกะเริ่มขมวดคิ้วในความฝัน เธอก็ลูบหลังเพื่อปลอบโยนและร้องเพลงเบา ๆ
ลู่จินกู้จำได้ทันทีว่านั่นคือเพลง “ซากุระ โนะ อุตะ” เพลงที่ทำให้ต้าฉือ อายูโกะโด่งดัง
แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนแปลงอุปนิสัยและบุคลิกของเธอไป แต่เสียงร้องที่พระเจ้าประทานมากลับยังคงงดงาม แม้แต่การฮัมเบา ๆ ก็ยังเต็มไปด้วยความใสกังวานและงดงาม
ไม่แปลกใจเลยที่ครั้งหนึ่งเธอเคยถูกเรียกว่า ‘นักร้องเสียงเทวา’
มิสึโนะ ยูมิโกะค่อย ๆ หลับอย่างสงบท่ามกลางเสียงเพลงอันแผ่วเบานั้น
ลู่อวี๋กู้เดินเข้าไปกระซิบว่า “ให้แม่ไปนอนบนเตียงเถอะค่ะ แบบนี้พอตื่นมาจะไม่สบายตัว”
ต้าฉือ อายูโกะยังอาลัยอาวรณ์อยู่ แต่ก็พยักหน้าเห็นด้วย เธอเลือกความสะดวกสบายของน้องสาวก่อน
สาวใช้สองคนที่ดูแข็งแรงเดินเข้ามาพร้อมเตียงนุ่มที่ดัดแปลงเป็นพิเศษ พวกเธอช่วยกันยกมิสึโนะ ยูมิโกะขึ้นอย่างระมัดระวัง และลู่อวี๋กู้ก็เป็นคนเข็นเตียงออกไปเอง
ก่อนจะออกจากห้อง เธอหันมาพยักหน้าให้ต้าฉือ อายูโกะ เล็กน้อย “ฉันจะไปดูแลแม่… เอ่อ คุณป้า”
คำเรียกนั้นทำให้ต้าฉือ อายูโกะตกใจเล็กน้อย แต่แล้วรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความดีใจก็ปรากฏขึ้น
“อืม…” เธอตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจนัก แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความสุข
เมื่อห้องเหลือเพียงลู่จินกู้กับต้าฉือ อายูโกะ บรรยากาศก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ ต้าฉือ อายูโกะกลับดูสงบกว่าตอนที่ถูกจับกุม เธอมีท่าทีที่เหมือนคนที่ได้ปลดเปลื้องความกังวลใจบางอย่างออกไปแล้ว
[1] ภาวะเครียดจากเหตุการณ์รุนแรง (Post-traumatic Stress Disorder) คือ สภาวะทางจิตใจหลังเผชิญเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนร่างกายหรือจิตใจอย่างรุนแรง ทำให้รู้สึกเหมือนตกอยู่ในเหตุการณ์นั้นซ้ำ ๆ