เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 406 ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขที่แสนคิดถึง
บทที่ 406 ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขที่แสนคิดถึง
ลู่จินกู้ลูบขนลูกเหลยโหวทั้งสองตัวพลางรำพึงว่านี่คงเป็นความกังวลที่แสนสุขจริง ๆ
สุดท้ายเธอก็อุ้มลูกเหลยโหวทั้งสองตัวขึ้นมา ตั้งใจจะพาไปอยู่ที่ดาว 7133 สักสองสามวัน ใครจะปฏิเสธสัตว์น้อยขนฟูที่ส่งเสียงร้องงอแงได้ลงคอ? อย่างน้อยเธอก็ทำไม่ได้แน่
หลังจากที่เธอรับภารกิจสร้างที่อยู่อาศัยให้สัตว์อสูร ระบบพาราไดซ์ก็แสดงตัวเลือก ‘ตัวช่วยภารกิจ’ ขึ้นมา ข้างในมีเนื้อหาเป็นคัมภีร์ซานไห่จิงฉบับเขตพาราไดซ์ที่แสดงนิสัย ความชอบ และความต้องการด้านที่อยู่อาศัยของสัตว์อสูร
แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ยังเป็น ‘???’ ตอนนี้ปลดล็อกได้แค่นกสีฟ้าและเหลยโหวเท่านั้น
เธอดูคร่าว ๆ แล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสัตว์อสูรมีชีวิตอยู่ตั้งแต่สมัยโบราณหรือเปล่า ถึงได้มีความต้องการด้านสภาพแวดล้อมที่เรียบง่ายมาก ข้อกำหนดเรื่องที่อยู่อาศัยของสัตว์ทั้งสองชนิดไม่ได้ยากเย็นอะไร
แต่ถึงจะไม่ยาก ก็ต้องใช้เวลาเตรียมการ ถ้าให้นกสีฟ้ากับเหลยโหวอยู่เป็นเพื่อนบ้านกันต่อไป เธอกลัวว่าพอเธอหันหลังให้ ทั้งสองฝ่ายจะต่อสู้กัน ถ้าตัวไหนบาดเจ็บเธอก็คงเสียใจ เลยตัดสินใจพาเหลยโหวไปก่อน
ถึงยังไงนกสีฟ้าก็มาก่อน เราต้องให้ความสำคัญกับลำดับก่อนหลังบ้างใช่ไหมล่ะ!
ลูกเหลยโหวทั้งสองตัวที่เธออุ้มไว้ในอ้อมอกดูจะรู้สึกสบายมาก ไม่ได้รังเกียจที่ต้องจากอาณาเขตของตัวเองเลย ผ่านสถานีขนส่งกลับมาที่ดาว 7133 อย่างราบรื่น
ใครจะรู้ว่าพอเพิ่งก้าวลงจากรถม้า เสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นก็ขี่ต้าไป๋พุ่งมาเหมือนลมหมุน
พอเห็นลูกเหลยโหวที่เธอยังไม่ทันได้วางลง ทั้งสองตัวก็แสดงสีหน้าน้อยใจเหมือนกันไม่มีผิด
ต้าไป๋ร้องโฮ ๆ ส่วนเสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นส่งเสียงครางน้อย ๆ อย่างน้อยใจ ราวกับกำลังตำหนิเธอผู้เป็นเจ้าของว่า ‘รักแต่ของใหม่ เบื่อของเก่า’
อืม… ลืมไปว่านอกจากนกสีฟ้ากับเหลยโหว ยังมีจอมขี้หึงอีกสองตัวอยู่ที่นี่ด้วย
ปกติแล้วทั้งสองตัวก็ไม่เคยหยุดทะเลาะกันเพื่อแย่งความรัก แต่ตอนนี้กลับรวมตัวกันเป็นพันธมิตร
เมื่อถูกต้าไป๋และเสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นจ้องมองด้วยสายตาน้อยใจ เธอก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมา ราวกับตัวเองเป็น ‘คนใจร้าย’
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ปลอบใจทั้งสองตัว น้ำหนักในอ้อมกอดก็เบาลงทันที
ลูกเหลยโหวทั้งสองตัวกระโดดลงพื้น มองดูต้าไป๋กับเสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นอย่างเชิดหน้า แล้วคำรามออกมาพร้อมกัน
แม้จะเป็นแค่ลูกสัตว์ตัวน้อย เสียงยังไม่แข็งแรง แต่ความดังนั้นไม่ธรรมดา เสียงคำรามพร้อมกันราวกับฟ้าผ่าลงมา
เธอมีพลังจิตระดับ S คุ้มกันตัวอยู่จึงไม่รู้สึกอะไร แต่ต้าไป๋กลับล้มลงกับพื้นทันที ดูมึนงงไปหมด
เสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นยังดีกว่าหน่อย อย่างน้อยตอนที่ ‘พาหนะ’ ล้มลง มันยังกระโดดหลบไปด้านข้างได้ทัน แต่พอลงพื้น ขาทั้งสี่ก็ยังเซไปเซมาเหมือนคนเมา
ลู่จินกู้ตกใจ เพิ่งนึกได้ว่าเหลยโหวเป็นสัตว์วิเศษโบราณ แม้ต้าไป๋และเสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นจะเป็นสัตว์วิเศษที่สหพันธ์รับรอง แต่ก็ไม่มีคำว่า ‘โบราณ’ คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเหลยโหวแน่
เธอรีบวิ่งไปดูอาการของต้าไป๋ พอตรวจดูก็โล่งใจ
ยังดีที่ต้าไป๋แค่มึนจากแรงสั่นสะเทือน ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว แต่ดูน่าสงสารกว่าเดิม หัวใหญ่หนุนขาเธอ ในลำคอส่งเสียงครางแผ่ว ๆ ดวงตาสีทองใหญ่มีน้ำตาคลอ
เสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นเดินเซ ๆ เข้ามาใกล้ ไม่สนใจที่จะแย่งความรักกับต้าไป๋แล้ว ก้มหัวพยายามมุดเข้าไปใต้แขนเธอ ราวกับอยากซ่อนตัวอยู่ใต้นั้น
แต่นั่นเป็นไปไม่ได้แน่นอน
เธอรู้ทันความฉลาดของเสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นดี จึงหัวเราะพลางอุ้มมันขึ้นมา ลูบตั้งแต่หัวจรดหาง แล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า “อย่ามาเล่นลูกไม้เลย รู้นะว่าพวกเธอไม่ได้กลัวขนาดนั้นหรอก”
สองตัวเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยดวงตาเปียกชื้น ยังคงแสดงละครอยู่
ส่วนเหล่าเหลยโหวตัวน้อยเมื่อเห็นสองตัวนั้นสนิทสนมกับเธอขนาดนี้ ก็พองขนขึ้นมาทันที เงยหน้าขึ้นเตรียมจะส่งเสียงร้องอีกครั้ง
เธอเชื่อว่าถ้าไม่ใช่เพราะพวกมันยังเล็กเกินไป ยังควบคุมพลังสายฟ้าไม่ได้ ป่านนี้คงมีสายฟ้าฟาดลงมาสองสายแล้ว
แต่เสียงดังขนาดนั้นไม่ควรมีเป็นครั้งที่สองอีก เธอรีบพูดขึ้น “เป็นเด็กดี อย่าร้องอีกนะ”
เหล่าเหลยโหวตัวน้อยหยุดลงจริง ๆ มองดูต้าไป๋และเสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นที่กำลังซุกไซ้อ้อมอกเธออยู่ จู่ ๆ ก็ทำหน้าน้อยใจขึ้นมา
ทั้งหัวน้อย ๆ และหางน้อย ๆ ตกลงมา ดวงตาคู่น้อยแอบมองเธอ เลียนแบบท่าทางของต้าไป๋และเสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นได้เหมือนกันไม่มีผิด
จะทำยังไงดีเมื่อสัตว์เลี้ยงของเธอล้วนเป็นดาราทั้งนั้น
ก็ต้องตามใจสิ
พอโบกมือเรียก เหล่าเหลยโหวตัวน้อยก็วิ่งเข้ามาหา แต่อ้อมอกเธอคงไม่พอให้สัตว์สามตัวเล็ก ๆ กับหัวของต้าไป๋เบียดกัน เธอจึงจัดให้ทั้งสี่เรียงกันดี ๆ มือซ้ายสองตัว มือขวาสองตัว ลูบไล้ทีละตัวอย่างทั่วถึงเท่าเทียมกัน
ในที่สุดทั้งสี่ตัวก็สงบลง
เธอจึงแตะจมูกเหล่าเหลยโหวตัวน้อยเบา ๆ พูดเสียงนุ่มนวล “ก่อนที่ฉันจะเตรียมที่อยู่ให้พวกเธอเสร็จ พวกเธอก็อยู่ที่นี่ก่อนนะ แต่พวกเธอทั้งสี่ต้องสัญญากับฉันว่า เวลาที่ฉันไม่อยู่ห้ามทะเลาะกัน ต้องอยู่ด้วยกันดี ๆ ถ้าเห็นด้วยก็ส่งเสียงร้องมาหนึ่งครั้ง”
ทั้งสี่ตัวมองหน้ากัน ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเป็นเวลานาน
เธอแกล้งทำหน้าไม่พอใจ “แบบนี้ฉันจะโกรธแล้วนะ!”
“จี๊ด!”
สัตว์เลี้ยงทั้งสี่ตัวนั้นแตกต่างจากสัตว์เลี้ยงทั่วไป พวกมันฉลาดมาก จึงสามารถเลียนแบบเสียงต่าง ๆ ได้ ตอนนี้พวกมันส่งเสียงจี๊ดพร้อมกัน เห็นได้ชัดว่าพวกมันเข้าใจคำพูดของเธอว่าต้องส่งเสียงแบบนี้ถึงจะถือว่าเห็นด้วย
เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะล้มลงกับพื้น ไม่สนใจว่าพื้นจะสกปรกหรือไม่ หลังจากหัวเราะจนพอใจแล้ว ก็เอนหัวลงบนท้องนุ่ม ๆ ของต้าไป๋แล้วนอนลงตรงนั้น
สัตว์เลี้ยงอีกสามตัวก็เบียดเข้ามา เสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นเอาครึ่งตัวทาบลงบนต้าไป๋ ส่วนครึ่งบนหนุนไหล่ของเธอ ลมหายใจอ่อน ๆ อยู่ข้างแก้มเธอ
เหล่าเหลยโหวตัวน้อยชอบซุกในอ้อมแขนของเธอมากกว่า จมูกเล็ก ๆ อุ่น ๆ ถูไถที่ฝ่ามือของเธอ มันเล่นอย่างมีความสุข
มองดูท้องฟ้าสีครามเข้ม นับตั้งแต่ฝ่ายตัวเองเสียเปรียบมา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกสงบอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานาน
เวลาแห่งความสบายใจในสถานการณ์ตอนนี้ช่างมีค่าและสั้นนัก เพียงไม่กี่นาที อุปกรณ์สื่อสารของเธอก็เริ่มส่งเสียงดังหึ่ง ๆ
แค่ออกไปครู่หนึ่ง งานที่ต้องจัดการของบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปก็สะสมมาหลายเรื่องแล้ว เธอต้องไปแล้ว
เธอลูบหัวสัตว์เลี้ยงทั้งสี่ตัวเป็นครั้งสุดท้าย แล้วพูดเสียงเบา “ฉันไปแล้วนะ ดูแลบ้านของพวกเราด้วย”
“โฮ่ง!” ต้าไป๋เลียมือเธอแล้วเห่าตอบรับหนึ่งครั้ง
หลังจากออกจากดาว 7133 ความรู้สึกสบายใจเหล่านั้นถูกเก็บซ่อนไว้ในใจ เธอกลับมาเป็นเจ้าของเขตพาราไดซ์ที่เด็ดขาดและรวดเร็ว ไม่ว่าจะเจอปัญหาใดก็ใช้ความกล้าและความสามารถในการแก้ไข
หลังจากศึกษาความต้องการที่อยู่อาศัยของนกสีฟ้าและเหลยโหวอย่างละเอียด เธอก็พบจุดร่วมอย่างหนึ่ง
นั่นคือ ใหญ่มาก
เธอสงสัยว่าสัตว์อสูรโบราณทั้งหมดคงจะเป็นเช่นนี้ เพราะจากที่มีอยู่สองชนิดนั้น พวกมันล้วนมีพละกำลังที่ดี ดังนั้นความสามารถในการเคลื่อนไหวจึงยอดเยี่ยม อย่างเช่นนกสีฟ้า ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็สามารถบินรอบโลกเขตพาราไดซ์ได้ครบ คาดว่าเมื่อเหล่าเหลยโหวตัวน้อย ๆ โตขึ้น ความเร็วก็คงไม่ด้อยไปกว่ากัน
ดังนั้นที่อยู่อาศัยของพวกมันจำเป็นต้องมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเล่นและเคลื่อนไหว ก่อนหน้านี้โลกเขตพาราไดซ์มีนกสีฟ้าเพียงคู่เดียว (สัตว์ธรรมดาไม่ถือว่าเป็นการรุกล้ำอาณาเขต) ซึ่งเพียงพอสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย แต่หากเพิ่มเหลยโหวเข้าไปด้วยก็จะเริ่มคับแคบ
หากสัตว์อสูรที่จะปรากฏในอนาคตล้วนต้องการพื้นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่เช่นนี้ การรวมพวกมันไว้ด้วยกันคงไม่เหมาะสม
พอดีตอนนี้เขตพาราไดซ์มองเห็นความหวังในการอัพเกรดแล้ว แผนการของเธอก็สามารถเริ่มเตรียมการได้
หลังจากยืนยันความคิดในใจแล้ว เธอก็กดโทรศัพท์