เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 407 แผนการซื้อดาวเคราะห์
บทที่ 407 แผนการซื้อดาวเคราะห์
ประชาชนในสตาร์เน็ตต่างคุ้นเคยกันดีแล้ว บริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปไม่เคยปล่อยข่าวเล็ก ๆ มีแต่ข่าวใหญ่ ๆ เท่านั้น
เมื่อทุกคนเห็นข้อความ ‘บริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปประกาศคำสั่งซื้อไปทั่วสหพันธ์’ บนกระทู้ยอดนิยม ทุกคนต่างรู้สึกคุ้นเคยว่า ‘เห็นไหม มาอีกแล้ว’
แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่ได้ขัดขวางให้ทุกคนตรวจสอบคำสั่งซื้อนี้อย่างละเอียด
เมื่อได้อ่านจึงรู้ว่า บริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปต้องการซื้อดาวเคราะห์
ไม่ว่าจะเป็นดาวที่ถูกลงทะเบียนว่าเป็นดาวร้าง หรือดาวเล็กที่มีพื้นที่พอจอดยานแค่ลำเดียว หรือแม้แต่ดาวที่มีมลพิษ… ตราบใดที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ บริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปรับซื้อทั้งหมด
ตอนนี้เป็นช่วงวุ่นวาย ในยามสงครามราคาที่ดินตกต่ำ การกว้านซื้อดาวเคราะห์ในตอนนี้ทำให้ผู้คนต่างสงสัย
หลายคนต่างคิดว่าบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปหรือพูดอีกนัยหนึ่งคือลู่จินกู้กำลังวางแผนอะไรอยู่
โจ แบล็กก็กำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิด และรู้ข่าวนี้ในทันที
“น่าสนใจ ซื้อดาวเคราะห์ในตอนนี้ คุณว่าเธอกำลังจะทำอะไร?”
พ่อบ้านยืนอย่างนอบน้อมอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ตอบอะไร เขารู้ว่าตอนนี้นายกำลังพูดกับตัวเอง ไม่ได้หวังคำตอบอะไร
แน่นอน โจ แบล็กครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยิ้มออกมา “พวกเราแลกแร่พลังงานเทพหิมะมาได้กี่ก้อนแล้ว?”
“ทยอยแลกมาได้สิบสองก้อนแล้วครับ”
“เธอไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยเหรอ?”
“จากการสังเกตของคนของเรา ไม่มีเลยครับ ตราบใดที่สิ่งของที่แลกเปลี่ยนมีมูลค่าตรงตามที่กำหนด เธอก็ไม่เคยถามข้อมูลเพิ่มเติมใด ๆ จากผู้แลกเปลี่ยนเลย”
“แร่พลังงานพวกนั้นตรวจสอบแล้วหรือยัง?”
“ตรวจสอบซ้ำหลายครั้งแล้วครับ ทั้งหมดเป็นแร่พลังงานเทพหิมะบริสุทธิ์ พลังงานที่บรรจุอยู่ก็ไม่มีการสูญเสีย”
โจ แบล็กเคาะโต๊ะเบา ๆ คนที่เคยคิดว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุม ก็เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจขึ้นมา
การกระทำของลู่จินกู้ที่ไม่เป็นระบบระเบียบ ทำตามใจจนคนจับทางไม่ถูก ทั้งที่ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาที่ไม่รู้อะไรเลย แต่กลับแลกเปลี่ยนทรัพยากรล้ำค่าอย่างไม่ใส่ใจ
พูดว่าอีกฝ่ายคิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะส่งคนไปแลกเปลี่ยน เขาไม่เชื่อหรอก
ถ้าแค่นี้ยังคิดไม่ถึง แผนการของพวกเขาที่ถูกคนโง่คนหนึ่งทำลาย ถ่วงเวลา และบังคับให้ต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขอยู่เรื่อย มันช่างน่าอับอายเกินไป
คิดอยู่พักใหญ่ จนซุปเห็ดครีมอุ่น ๆ จับตัวเป็นก้อนน่าเกลียด เขาจึงตัดสินใจ
“ในเมื่อคิดไม่ออก ก็ลองทดสอบดูตรง ๆ เลย ให้พวกเขาเลือกดาวเคราะห์ที่มีมลพิษครึ่งหนึ่งไปขาย”
“ครับ” พ่อบ้านนึกถึงดาวเคราะห์ที่เหมาะสมได้ทันที รอสักครู่เห็นว่านายไม่มีคำสั่งอะไรเพิ่มเติม จึงรีบลงไปเตรียมการเรื่องนี้ทันที
……
นอกจากโจ แบล็กจะมีการเคลื่อนไหวแล้ว ยังมีคนอื่น ๆ อีกมากที่สอบถามเรื่องการซื้อดาวเคราะห์ แต่เหอผิงรวบรวมสถิติพบว่า ดาวเคราะห์ที่คนพวกนี้ตั้งใจจะขายส่วนใหญ่มีลักษณะดังนี้
ตั้งอยู่ในที่ห่างไกล ใกล้ชายแดน และห่างจากเขตมลพิษเพียงแค่เอื้อม อีกทั้งยังมีพื้นที่ค่อนข้างเล็ก
พูดง่าย ๆ คือ ‘ไม่มีประโยชน์ แต่ก็น่าเสียดายถ้าจะทิ้ง’
เหอผิงรู้สึกโมโหอย่างห้ามไม่อยู่ พวกนี้คิดว่าบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปเป็นเหยื่อรึไง?
แต่เธอก็ยังจัดการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไปรายงานลู่จินกู้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นเล็กน้อยระหว่างรายงาน
“ไม่เป็นไร”
เหอผิงไม่เคยคิดมาก่อนว่าเธอจะไม่สนใจที่ตั้งของดาวเหล่านี้เลย
ด้วยระบบพาราไดซ์ในมือ แม้แต่ในเขตมลพิษก็สามารถสร้างดินแดนบริสุทธิ์ได้ แล้วนับประสาอะไรกับดาวเหล่านี้ที่แค่อยู่ใกล้เขตมลพิษ ยังห่างไกลจากจุดนั้นมาก
ที่สำคัญกว่านั้น ดาวที่อยู่ใกล้ชายแดนเหล่านี้ กลับตรงกับความต้องการของเธอมากกว่า
เธอก้มหน้าลงยิ้มบาง ๆ ซ่อนความคิดทั้งหมดไว้ในดวงตา แล้วพูดว่า “ตรวจสอบให้แน่ชัด ถ้าราคาอยู่ในเกณฑ์หนึ่งเท่าของราคาที่จดทะเบียนในสตาร์เน็ต ให้ซื้อทันที ถ้าเกินให้ไปเจรจา ถ้าดาวมีขนาดระดับ B ขึ้นไป ราคาสูงสุดคือ 1.5 เท่าของราคาจดทะเบียน ถ้าฝ่ายนั้นต้องการให้ชำระด้วยสิ่งของอื่น ให้รวบรวมรายชื่อมาให้ฉัน”
“ค่ะ” เหอผิงไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางการรับงานนี้อย่างเด็ดขาด
คนส่วนใหญ่ที่ลองเสนอขายดาวล้วนต้องการกำจัดดาวที่ ‘ไร้ประโยชน์’ พวกนี้ทิ้งไป เพราะตามกฎของสหพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นดาวดวงไหน ทุกปีต้องเสียภาษี แค่มากน้อยต่างกันเท่านั้น
ตอนนี้ที่ชายแดนกำลังมีสงคราม ดาวเหล่านี้เท่ากับต้องจ่ายเงินให้สหพันธ์เปล่า ๆ แน่นอนว่า แม้ไม่มีสงคราม ดาวที่อยู่ใกล้เขตมลพิษพวกนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร สู้เอาไปแลกเงินดีกว่า
ด้วยทัศนคติเช่นนี้ การซื้อขายดาวเคราะห์ส่วนใหญ่จึงราบรื่น ภายในเวลาเพียงวันเดียว ลู่จินกู้ก็มีดาวเคราะห์เพิ่มขึ้นมาสิบกว่าดวง
สำหรับพวกที่เรียกราคาแพงลิบลิ่วและดูไม่มีความจริงใจ เธอก็เมินเฉยพวกเขาไปอย่างไม่ไยดี
ส่วนบางรายที่ไม่ต้องการเงิน แต่อยากชำระด้วยสิ่งของ เธอก็แบ่งแยกตามขนาดของดาวเคราะห์
สหพันธ์ได้แบ่งดาวเคราะห์ตามขนาดเป็น 4 ระดับคือ A B C D เธอจึงแยกดาวเคราะห์ระดับ B ขึ้นไปออกมาต่างหาก แล้วให้คนไปเจรจาต่อรองราคา การชำระด้วยแร่พลังงานเทพหิมะอย่างเดียวเป็นไปไม่ได้ เพราะเธอก็ไม่มีของเก็บไว้มากขนาดนั้น
ส่วนดาวเคราะห์ระดับ C และ D เธอจะสอบถามความต้องการของผู้ขาย หากยินดีรับชำระด้วยเหรียญดวงดาวก็ทำการซื้อขายทันที แต่ถ้าไม่ยอมก็ต้องยกเลิกไป
แม้จะมีข้อพิจารณาต่าง ๆ แต่ไม่นานดาวเคราะห์ในสังกัดของเธอก็มีถึงร้อยกว่าดวง ส่วนใหญ่อยู่ในเขตสงครามและใกล้เขตมลพิษ
เธอถึงขั้นซื้อดาวเคราะห์สามดวงจากคนของตระกูลแบล็ก โดยจ่ายด้วยแร่พลังงานเทพหิมะห้าก้อนผสมกับเหรียญดวงดาว
เรื่องเหล่านี้ถูกรายงานไปถึงโจ แบล็กอย่างละเอียด เขาดูอยู่สักพัก ได้ข้อสรุปเพียงว่า ‘เธอมีแร่พลังงานเทพหิมะในครอบครองจำกัด’
ส่วนเหตุผลที่ซื้อดาวขยะพวกนี้มากมาย เขาก็คิดไม่ออกจริง ๆ
แม้จะมีเขตพาราไดซ์อันน่าอัศจรรย์อยู่ในมือ แต่สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่ทำให้เธอปวดหัวพออีกเหรอ?
ไม่ว่าโจ แบล็กจะคิดอย่างไร ลู่จินกู้ก็เริ่มลงมือแล้ว
เธอเชิญอีธานมา แม้จะได้พักฟื้นในเขตพาราไดซ์ช่วงนี้ แต่สภาพจิตใจของเขาก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไร กลับดูซูบผอมลงกว่าเดิม
ความทรมานจากความขัดแย้งระหว่างความจงรักภักดีกับความผูกพันในครอบครัว เธอก็ไม่รู้จะปลอบใจเขาอย่างไร
มีเพียงวิธีเดียวที่คิดได้ ถ้ายุ่งอยู่ก็จะลดเวลาในการคิดลงได้
เธอจึงพูดกับอีธานอย่างจริงจัง “ฉันหวังว่าคุณจะนำคนมาดูแลรักษาความปลอดภัยให้ฉัน เพราะต่อจากนี้เราต้องเดินทางไปยังดาวเคราะห์ต่าง ๆ เป็นส่วนใหญ่”
นี่คือขอบเขตความเชี่ยวชาญของอีธาน และเขาก็ไม่ใช่คนที่จะหลีกเลี่ยงเมื่อเจอเรื่องสำคัญ ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่เขาพยายามรวบรวมกำลังใจและเริ่มสอบถามรายละเอียด
เธอจึงแสดงแผนที่ดาวออกมา บนนั้นมีการทำเครื่องหมายดาวเคราะห์ที่เธอซื้อไว้ในช่วงนี้ รวมถึงดาวเคราะห์ที่วางแผนจะไปตามแผน
แน่นอนว่าไม่จำเป็นต้องไปทุกดวงในจำนวนดาวเคราะห์กว่าร้อยดวง แต่เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว รอยเท้าของเธอจะต้องไปเหยียบย่างบนดาวเคราะห์กว่าสี่สิบดวง
อีธานขมวดคิ้วมองแผนที่ดาวนั้น ตามคำอธิบายของเธอ ดาวเคราะห์ที่วางแผนจะไปถูกลากเส้นเชื่อมต่อกัน เขาพลันส่ายหน้า “การเดินทางในตอนนี้ก็อันตรายอยู่แล้ว เส้นทางที่คุณวางแผนไว้นี่เหมือนกำลังเดินทางใต้จมูกของกองกำลังกบฏเลย ไม่เหมาะสม ไม่เหมาะสมจริง ๆ”