เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 414 ถูกวางยาพิษ
บทที่ 414 ถูกวางยาพิษ
หลังจากวางสายโทรศัพท์ สีหน้าของลู่จินกู้ดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ
เธอคิดว่า ตัวเองประเมินความสามารถในการรับมือสูงเกินไป
บางคน บางเรื่อง มันเกินกว่าขีดจำกัดของคนปกติจริง ๆ
เสียงของมิซึโนะ อายูโกะยังก้องอยู่ในหู
“ไม่ต้องสงสัยเลย ฉันอยากให้ต้าฉือเฟยหยวน ไม่สิ ทั้งตระกูลต้าฉือตาย ฉันรู้ว่าคุณคงไม่ทำเรื่องพวกนี้เพื่อฉัน แต่ตอนนี้คุณกับตระกูลต้าฉือก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกันอยู่แล้ว ฉันมีแค่ข้อเรียกร้องเดียว ถ้าวันหนึ่งพวกเขาพ่ายแพ้ ฉันอยากฆ่าคนพวกนั้นด้วยมือตัวเอง”
“ถ้าคุณตกลง ฉันจะออกมาเปิดเผยความลับของตระกูลต้าฉือให้ทุกคนรู้”
เธอตอบไปว่าอย่างไรนะ ลู่จินกู้รู้สึกเหม่อลอย กว่าจะนึกออกว่าตัวเองพูดอะไรไปเมื่อหนึ่งนาทีก่อน
ตอนนั้นเธอพูดว่า “ถ้าทำแบบนั้น ชีวิตที่เหลือของคุณอาจต้องอยู่ท่ามกลางความแปลกแยกและคำวิพากษ์วิจารณ์”
“ไม่เป็นไร ชาตินี้ฉันแค่อยากอยู่เคียงข้างน้องสาว เธอจะไม่รังเกียจฉัน”
ยากที่จะจินตนาการว่าผู้หญิงคนหนึ่งต้องเกลียดถึงระดับไหน ถึงยอมใช้การฆ่าคนเป็นข้อแลกเปลี่ยน เพื่อเปิดเผยสิ่งที่เคยทนทุกข์มา
มันไม่ใช่ความผิดของเธอ แต่สังคมมักจะเข้มงวดกับผู้หญิงมากกว่า ลู่จินกู้นึกภาพออกว่าในอนาคตมิซึโนะ อายูโกะจะต้องเผชิญกับคำพูดที่บาดลึกมากแค่ไหน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอเคยเป็นนักร้องที่โด่งดังมาก่อน แม้ตอนนี้ยังมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยที่คิดถึงเธอ เมื่อเรื่องถูกเปิดเผย ในบรรดาคนที่รักเธอเหล่านั้น จะมีกี่คนที่เข้าใจเธอ แทนที่จะหันมาด่าทอและทำร้ายเธออย่างรุนแรง
แม้จะยังระแวงคนคนนี้อยู่ แต่ในฐานะผู้หญิงเหมือนกัน เธอก็ควบคุมความรู้สึกสงสารที่ผุดขึ้นมาไม่ได้
สุดท้ายเธอจึงได้แต่บอกว่าต้องขอคิดดูก่อน
แท้จริงแล้ว เธอรู้สึกสงสารและไม่อยากใช้วิธีการแบบนี้เพื่อแก้ไขสถานการณ์
ต้องมีวิธีอื่นแน่นอน
แต่ก่อนที่เธอจะคิดหาวิธีได้ ลู่อวี๋กู้ก็ติดต่อมาหาเธออย่างกะทันหัน พอหน้าจอสว่างขึ้นก็ได้ยินเสียงสะอื้นของอีกฝ่าย “พี่คะ ป้าใหญ่ป่วยกะทันหัน แม่ของฉันก็ป่วยตามไปด้วยเพราะเป็นห่วง”
“อะไรนะ?” เธอตกใจ “เพิ่งจะไม่ถึงวันเองนะ ทำไมถึงป่วยกะทันหันแบบนี้?”
“ฉันก็ไม่รู้ค่ะ ป้าใหญ่บอกว่าอยากคุยกับพี่”
“งั้นให้เธอคุยกับฉันสิ”
ลู่อวี๋กู้รีบปรับกล้อง พอเห็นภาพ เธอก็เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงร้อนใจนัก สภาพของมิซึโนะ อายูโกะดูไม่ดีเอาเสียเลย เพียงแค่ไม่ถึงวัน เธอก็ดูหมดเรี่ยวแรง ราวกับจะขาดใจตายได้ทุกเมื่อ ข้าง ๆ นั้น มิซึโนะ ยูมิโกะกำมือพี่สาวแน่น สีหน้าหวาดกลัว พูดซ้ำ ๆ ว่า “พี่เป็นอะไรไป” ท่าทางเหมือนจะพังทลายได้ทุกเมื่อ
เมื่อรู้ตัวว่ากล้องส่องมา มิซึโนะ อายูโกะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมอง ทำให้เธอตกใจอีกครั้ง
สายตาของอีกฝ่ายดูเลื่อนลอย สภาพของคนใกล้ตายชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
“คุณ…จิน…ใช่…ไหม?” แค่ประโยคสั้น ๆ มิซึโนะ อายูโกะก็พูดออกมาอย่างยากลำบาก
เธอสงบสติอารมณ์แล้วรีบตอบ “ใช่ค่ะ ฉันเอง คุณเป็นยังไงบ้าง?”
“ฉัน…ไม่คิด…ว่า…เขา…จะ…วางยา…”
เธอรู้สึกตัวในทันที ต้าฉือเฟยหยวนปล่อยคนออกมา ไม่ใช่แค่เพราะคิดว่าจับจุดอีกฝ่ายได้แล้วเท่านั้น แต่กลเม็ดที่แท้จริงอยู่ตรงนี้
คนคนนี้ดูไม่ได้เฉลียวฉลาดเท่าโจและวาเลนติน แบล็ก แต่ที่จริงแล้วเขาก็เป็นคนเจ้าเล่ห์และโหดเหี้ยม นี่มันคนที่นอนเตียงเดียวกับเขานะ
แต่พอนึกถึงเรื่องที่มิซึโนะ อายูโกะเล่า เธอก็รู้สึกว่าการที่ต้าฉือเฟยหยวนทำแบบนี้ก็ไม่แปลกเลย
หลังจากมิซึโนะ อายูโกะพูดจบประโยคนั้น เธอก็ไอรุนแรงขึ้นมาทันที เธอฝังใบหน้าลงในฝ่ามือ ราวกับจะไอจนอวัยวะภายในทั้งหมดหลุดออกมา
เหตุการณ์นี้ทำให้น้องสาวของเธอตกใจมาก มิซึโนะ ยูมิโกะแทบจะกระโจนเข้าไปหาพี่สาว ทั้งร้องไห้ทั้งตะโกน “พี่เป็นอะไรไป?”
ตอนที่ลู่จินกู้กำลังกังวลว่าอีกฝ่ายจะไอจนหมดสติ มิซึโนะ อายูโกะก็หยุดไอ เธอรีบเอามือที่ปิดปากออก ดึงมือน้องสาวที่จับเธอไว้ออกแล้วโอบกอด ยิ้มอย่างยากลำบาก “ไม่เป็นไร… แค่สำลัก… นิดหน่อย…”
เวลามิซึโนะ ยูมิโกะมีอาการกำเริบ เธอจะเหมือนเด็กที่ตกใจง่าย แต่ก็ปลอบง่าย พอได้ยินแบบนั้นก็เชื่อทันที จึงซบตัวลงบนตัวพี่สาวแล้วพูดเบา ๆ “พี่ต้องระวังหน่อยนะ”
“ได้…”
ลู่จินกู้มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาซับซ้อน ลู่อวี๋กู้และแม่ยืนอยู่ใกล้ กลับไม่ทันสังเกตเห็นว่าในฝ่ามือที่มิซึโนะ อายูโกะรีบเอาลงเมื่อครู่มีรอยสีแดง คงจะไอเป็นเลือดออกมาแล้ว
นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีแน่ เธอหรี่ตามองแล้วถาม “ทำไมคุณไม่เข้าแคปซูลรักษาล่ะ?”
ลู่อวี๋กู้ตอบเธอว่า “เข้าไปแล้ว แต่ไม่ได้ผล แคปซูลรักษาตรวจไม่พบปัญหาอะไร”
เธอรู้สึกประหลาดใจ
เทคโนโลยีทางการแพทย์ของสหพันธ์แม้จะยังไม่ถึงขั้นชุบชีวิตคนตายให้ฟื้น แต่ก็มีความสามารถสูงมากแล้ว การถูกพิษจะเป็นไปได้อย่างไรที่แคปซูลรักษาจะตรวจไม่พบ?
มิซึโนะ อายูโกะยิ้มขื่น “นี่…เป็น…พิษ…ไม่ธรรมดา…ใช้…ไม่ได้ผล…”
ดวงตาของเธอหรี่ลง ในใจนึกถึงคลินิกแพทย์แผนจีนขึ้นมา
จนถึงตอนนี้ นอกจากการรักษาอสูรทมิฬที่ไม่สามารถรักษาได้แล้ว คลินิกแพทย์แผนจีนให้ความประทับใจกับเธอว่าไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง
แต่เธอไม่เคยคิดที่จะเปิดเผยไพ่ใบนี้ให้กับคนที่ไม่รู้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรูได้ใช้
มิซึโนะ อายูโกะไม่รู้ถึงความลังเลในใจของเธอ เพียงแค่พูดติด ๆ ขัด ๆ
ที่แท้สาเหตุที่ต้องการติดต่อกับเธอ เพราะมีของบางอย่างจะให้เธอ
“ส่ง…ไป…ที่…อีเมล…ของคุณ…แล้ว…” พูดยังไม่ทันจบ มิซึโนะ อายูโกะก็ไอรุนแรงอีกครั้ง
“ฉันเข้าใจแล้ว คุณ…คุณพักผ่อนก่อนนะ” ในที่สุดเธอก็ไม่ได้พูดถึงคลินิกแพทย์แผนจีน
แต่หลังจากวางสายแล้ว เธอก็หยิบของอย่างหนึ่งออกมา
ตอนที่เธอถูกซูซานวางยาจนหมดสติ กรีนลีฟ เซลรานซี่ได้ใช้คลินิกแพทย์แผนจีนพยายามรักษาเธอ แม้จะไม่ได้ผล แต่คลินิกแพทย์แผนจีนก็ได้มอบยาคืนชีวิตให้ห้าเม็ด
เธอกินไปหนึ่งเม็ด อีกสี่เม็ดกรีนลีฟได้มอบให้เธอหลังจากที่เธอฟื้นขึ้นมา
ตอนนี้พวกเขาอยู่ในเขตพาราไดซ์ที่สร้างใหม่พอดี เธอจึงให้คนส่งยาหนึ่งเม็ดไปผ่านสถานีขนส่ง
ที่ไม่ได้ไปพบด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าถ้าได้เจอกันแล้วเธอจะใจอ่อน…
ก็ไม่รู้ว่ายาคืนชีวิตจะได้ผลหรือเปล่า
ไม่ ๆ ๆ อย่าคิดมากเลย มาดูสิ่งที่มิซึโนะ อายูโกะส่งมาดีกว่า
เธอเปิดบัญชีขึ้นมา เห็นอีเมลใหม่พร้อมไฟล์แนบตามคาด
ไฟล์แนบเป็นวิดีโอ พอเปิดดูก็พบว่าเป็นคลิปที่มิซึโนะ อายูโกะบันทึกไว้เอง
เธอนั่งอยู่มุมหนึ่งของสวนสาธารณะที่มีวิวสวยงาม ไม่ได้พูดอ้อมค้อม เริ่มเปิดโปงความลับสกปรกของตระกูลต้าฉือทันที
แม้จะเคยได้ยินเรื่องพวกนี้จากปากเธอมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่พอได้ฟังอีกครั้งก็ยังรู้สึกขยะแขยง ลู่จินกู้พยายามบังคับตัวเองให้โฟกัสที่ส่วนอื่นของวิดีโอ
จนถึงตอนนี้ เธอก็ยังไม่ไว้ใจมิซึโนะ อายูโกะเต็มร้อย รู้สึกว่าทุกอย่างราบรื่นเกินไป ถ้าจะปล่อยวิดีโอนี้ออกไป ต้องแน่ใจก่อนว่าไม่มีข้อมูลลับแฝงอยู่
อย่างเช่นฉากหลัง จะมีการบ่งบอกตำแหน่งที่อยู่ของเธอหรือเปล่า?
หรือจะมีรหัสลับ หรือท่าทางผิดธรรมชาติ ที่แท้จริงแล้วเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง?
หรืออาจจะมีแผนร้ายอื่น ๆ ที่เธอคิดไม่ถึง
เธอจึงตั้งใจสังเกตรายละเอียดต่าง ๆ อย่างรอบคอบ