เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 458 บางทีอาจจะยังมีโอกาสรอด
บทที่ 458 บางทีอาจจะยังมีโอกาสรอด
ในวินาทีถัดมา หญิงสาวในดอกไม้ก็กรีดร้องออกมา แต่ไม่สามารถต้านทานได้และถูกมัดจนแน่นราวกับข้าวต้มมัด
เมื่อเขตพาราไดซ์ลงมือ ก็รู้เลยว่ามีฝีมือแค่ไหน
เถาวัลย์ทั้งหมดเป็นผลงานของต้นไม้ยักษ์แห่งเขตพาราไดซ์ คุณภาพดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด
กุหลาบทาร์ขนาดมหึมานั้นถูกมัดติดกับต้นไม้ ไม่สามารถขยับตัวได้เลย
หุ่นรบลงจอดอย่างคล่องแคล่ว เปลือกนอกถูกปลดออก กู้ตั๋วเงยหน้ามองต้นไม้ยักษ์
“แล้วต่อไปล่ะ?” เขาไม่คุ้นเคยกับเขตพาราไดซ์เท่าเธอ จึงถามออกไปโดยตรง
ลู่จินกู้ลูบคาง “แปลกจัง ที่ข้อมือของหญิงสาวในดอกไม้นั่น สวมโซ่ตรวนอยู่ใช่ไหม?”
ก่อนหน้านี้ร่างของหญิงสาวในดอกไม้ซ่อนอยู่ในเกสรตลอด แม้จะเห็นได้บางส่วนแต่ก็ยังคลุมเครือไม่ชัดเจน ตอนนี้อาจเพราะดิ้นรนมากเกินไป เถาวัลย์ของต้นไม้ยักษ์จึงแยกมัดทั้งกุหลาบทาร์และหญิงสาวในดอกไม้ แม้จะดูเหมือนยังเชื่อมต่อกันอยู่ แต่จริง ๆ แล้วถูกจัดการแยกกัน
ปากของหญิงสาวในดอกไม้ถูกเถาวัลย์พันจนส่งเสียงไม่ได้ แขนทั้งสองข้างก็ถูกมัดแยกกัน แต่ข้อมือและมือยังโผล่ออกมา พวกเขาจึงเห็นชัดว่าที่ข้อมือขาวผ่องของเธอมีโซ่ตรวนจากคุกของเขตพาราไดซ์คล้องอยู่
นี่ยิ่งเป็นการยืนยันตัวตนของหญิงสาวในดอกไม้ กู้ตั๋วมีสีหน้าแย่มาก แต่ก็ยังถาม “แปลกตรงไหน?”
“โซ่ตรวนของเขตพาราไดซ์เมื่อกี้ใช้งานไม่ได้นี่” เธอครุ่นคิดแล้วเรียกระบบพาราไดซ์ขึ้นมา เปิดหน้าจอการจัดการคุกของเขตพาราไดซ์เพื่อตรวจสอบ
ครู่ต่อมาดวงตาของเธอก็หรี่ลง
กู้ตั๋วสังเกตเห็นความผิดปกติอย่างว่องไว จึงถามทันที “เกิดอะไรขึ้น?”
“บางที คุณป้าเซี่ยอาจจะยังมีทางรอด” เธอค่อย ๆ เอ่ยปาก
“ต้องทำอย่างไร?”
มือของเธอถูกกุมไว้แน่น เธอรู้ว่าอีกฝ่ายคงจะตื่นเต้นมาก จึงรีบกุมมือเขากลับ พลางพูดเสียงนุ่มนวล “คุณอย่าเพิ่งร้อนใจ เรื่องนี้ยังต้องศึกษาก่อน”
“ได้ ฉันจะไม่รีบร้อน”
แม้จะพูดเช่นนั้น แต่เขาก็ยังไม่สามารถสงบสติอารมณ์ลงได้อย่างสมบูรณ์
และเมื่อรู้ว่าสัญญาณเตือนภัยถูกยกเลิกแล้ว คนอื่น ๆ ก็ทยอยเข้ามาดูสถานการณ์ ทำให้คนที่ไม่สามารถสงบใจได้มีเพิ่มขึ้นอีกคน
“กู้ตั๋ว คุณลุงกู้ พวกคุณอย่าเพิ่งตื่นเต้นไป ฉันแค่บอกว่ามันอาจจะเป็นไปได้ แต่ว่าจะเป็นไปได้อย่างไรนั้น ต้องเรียกกงซุนฉือมาดูก่อน”
“ฉันจะติดต่อเขาเดี๋ยวนี้” กู้ตั๋วพูดทันที
ขณะที่เขาไปติดต่อสื่อสาร เธอก็วิ่งไปที่คุกเพื่อนำโซ่ตรวนอันใหม่มา แล้วใส่ให้กับหญิงสาวในดอกไม้ทันที
ส่วนโซ่ตรวนเส้นเดิมนั้น เธอดึงเบา ๆ ก็หลุดออกมา
พอพลิกดู ไฟแสดงสถานะการทำงานบนโซ่ตรวนดับไปนานแล้วจริง ๆ
ไม่แปลกเลยที่โซ่ตรวนใช้การไม่ได้
เมื่อตรวจสอบบันทึกระบบของห้องขัง พบว่าก่อนที่กุหลาบทาร์จะปรากฏตัว ระบบมีการแจ้งเตือน
[นักโทษหมายเลข 1 มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะ กำลังตรวจสอบ… การตรวจสอบล้มเหลว ข้อมูลนักโทษหมายเลข 1 ผิดพลาด หยุดการเฝ้าระวัง]
การแจ้งเตือนนี้เป็นการยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวในดอกไม้กับคุณนายเซี่ย และยังบ่งบอกถึงอีกเรื่องหนึ่งด้วย
นักโทษที่ถูกขังในเขตพาราไดซ์ ทุกการเคลื่อนไหวจะถูกระบบตรวจสอบผ่านโซ่ตรวน ดังนั้นเมื่อมีการกระทำที่ ‘ผิดกฎ’ ระบบลงโทษจะทำงานโดยอัตโนมัติ
แต่ในขณะเดียวกัน โซ่ตรวนเหล่านี้ก็เป็นการปกป้องทางอ้อมด้วย
ตราบใดที่ไม่ได้ถูกกำหนดให้ ‘ประหารชีวิต’ แม้นักโทษจะอยากตาย ระบบก็จะไม่อนุญาต
ในทางกลับกัน หากนักโทษมีปัญหาเกี่ยวกับสัญญาณชีพ ระบบจะต้องมีบันทึกไว้แน่นอน
และตอนนี้ บันทึกสุดท้ายเกี่ยวกับนักโทษหมายเลข 1 หรือคุณนายเซี่ย กลับเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงลักษณะ ซึ่งส่งผลให้ระบบพาราไดซ์มีปัญหาในการระบุตัวตน
เธอคาดว่าในตรรกะของระบบ นี่คือการที่นักโทษหมายเลข 1 ใช้วิธีการบางอย่างสลับตัว
ดังนั้นระบบจึงเข้าใจว่าคนที่ถูกล่ามโซ่ก่อนหน้านี้เป็นผู้บริสุทธิ์ จึงหยุด ‘การคุมขัง’ และปิดการทำงานทั้งหมดของโซ่ตรวน
นี่จึงอธิบายได้ว่าทำไมกุหลาบทาร์ถึงไม่ถูกลงโทษจากห้องขังตอนที่โจมตีเธอ
และตอนนี้เมื่อเธอใช้โซ่ตรวนอีกครั้ง พอดูหน้าจอห้องขัง ก็พบว่ามีข้อมูลของนักโทษหมายเลข 2 ปรากฏขึ้นจริง ๆ
ในมุมมองของระบบ คุณนายเซี่ยกับหญิงสาวในกุหลาบทาร์เป็นคนละ ‘คน’ กัน
แต่ในขณะเดียวกัน ระบบพาราไดซ์ก็ไม่ได้ตัดสินว่าคุณนายเซี่ย ‘เสียชีวิตแล้ว’
เธอจำได้อย่างชัดเจนว่าตอนที่แอบส่งเหวินจีออกไป และหลังจากที่เขาตายข้างนอก แม้จะห่างไกลกันเป็นพันหมื่นไมล์ แต่ในบันทึกของคุกก็ปรากฏข้อความ ‘เสียชีวิตแล้ว’
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เธอคิดว่าคุณนายเซี่ยอาจจะยังมีทางรอด
แต่เพราะไม่สามารถอธิบายรายละเอียดเหล่านี้กับทุกคนได้ เธอจึงทำได้เพียงพูดอย่างคลุมเครือว่า “เพราะเป็นผลผลิตของทักษะ จึงรู้สึกได้” ซึ่งก็พอจะโน้มน้าวพ่อลูกตระกูลกู้ได้
กงซุนฉือรีบมาจากสถานีขนส่งอย่างรวดเร็ว ตอนนี้กุหลาบทาร์ถูกปล่อยลงมาแล้ว
ทันทีที่หญิงสาวในดอกไม้ได้รับอิสรภาพ ปฏิกิริยาแรกคือการโจมตีพวกเขา และแล้ว…
เธอก็ถูกระบบลงโทษของคุกสั่งสอน
อาจเป็นเพราะสถานะสัตว์ประหลาดของเธอ ระบบจึงตัดสินว่าเธอทนทานมากกว่า การลงโทษจึงไม่ปรานีเลย แสงไฟฟ้าทำให้คนรอบข้างต้องหันหน้าหลบ เพื่อป้องกันไม่ให้ตาพร่า
ดังนั้นสิ่งที่กงซุนฉือเห็นคือเถาวัลย์ยาวที่กองอยู่บนพื้น กลีบดอกไม้เหี่ยวเฉาซ้อนทับกัน และหญิงสาวในดอกไม้ที่ร่างกายกระตุกเป็นพัก ๆ บนตัวยังมีประกายไฟฟ้าเล็ก ๆ วาบผ่าน
มุมปากของกงซุนฉือกระตุก พึมพำว่า “โหดร้ายจริง ๆ”
ลู่จินกู้กลอกตาใส่เขาทันที แล้วรีบอธิบายเรื่องราวทั้งหมด
“นี่คือป้าเซี่ยเหรอ?” เขาตกใจมาก รีบเข้าไปตรวจสอบทันที
ความคิดของเธอคือต้องแยกหญิงสาวในดอกไม้ออกจากกุหลาบทาร์ก่อน โดยใช้ประสบการณ์จากเขตมลพิษเป็นตัวอย่าง หลังจากตัดเถาวัลย์ของคนตระกูลเซี่ยเหล่านั้น พวกเขาก็ไม่ได้ตาย เพียงแต่อ่อนแอลงมาก ผู้ใหญ่ธรรมดา ๆ ก็สามารถจับกุมพวกเขาได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้นเธอจึงคิดง่าย ๆ อันดับแรกคือแยกหญิงสาวออกจากดอกไม้ก่อน จากนั้นค่อยทดลองวิธีต่าง ๆ ดูว่าจะสามารถทำให้คุณนายเซี่ยกลับมาได้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม กงซุนฉือส่ายหน้าหลังจากตรวจสอบ “กุหลาบทาร์นั้นงอกออกมาจากร่างกายของเธอ การแยกออกโดยพลการอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไขได้”
“แล้วจะทำยังไงล่ะ?” กู้หลี่และกู้ตั๋วเอ่ยขึ้นพร้อมกัน
“ส่งไปที่ห้องทดลองของผมก่อน ผมต้องตรวจร่างกายเธออย่างละเอียด”
ดูเหมือนจะต้องทำแบบนั้น แต่กุหลาบทาร์นั้นใหญ่มาก อีกทั้งเถาวัลย์ที่กองรวมกันนั้นสามารถบรรทุกเต็มรถม้าได้หลายสิบคัน การขนย้ายกลายเป็นปัญหาใหญ่
ในที่สุดกงซุนฉือก็บอกว่าการตัดเถาวัลย์จะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของร่างหลัก ทุกคนจึงช่วยกันลงมือ ใช้มีดตัดตรงตำแหน่งใกล้ดอกไม้ ตัดเถาวัลย์ขนาดใหญ่ออกทีละเส้น
ตลอดกระบวนการนี้ หญิงสาวในดอกไม้ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลย ซึ่งเป็นการพิสูจน์อีกด้านว่าการลงโทษของระบบพาราไดซ์หนักหนาเพียงใด
ลู่จินกู้นำเสื้อคลุมตัวใหญ่มาคลุมร่างหญิงสาวในดอกไม้ที่มีใบหน้าเหมือนคุณนายเซี่ยไว้อย่างมิดชิด กู้ตั๋วกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กู้หลี่รีบพูดขึ้นก่อน “พ่อจะไปกับแม่ของลูกเอง ส่วนลูก…มีหน้าที่ของตัวเอง อย่าวอกแวก”
“แต่ว่า…”
“หรือลูกจะปล่อยให้ลู่จินกู้ต้องต่อสู้กับตระกูลแบล็กคนเดียว?” กู้หลี่เน้นเสียงหนัก
กู้ตั๋วหยุดพูดทันที