เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 501 ตอนพิเศษ บันทึกของเสี่ยวอวิ๋นอวิ๋น
บทที่ 501 ตอนพิเศษ บันทึกของเสี่ยวอวิ๋นอวิ๋น
วันแรกที่พบกับลู่ลู่
ฉันเป็นสัตว์อสูรแยกนภา ฉันรู้มาตั้งแต่เด็กว่าเผ่าพันธุ์ของพวกเรามีพลังที่แข็งแกร่ง มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด และยังมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม
ดังนั้นจึงมีคนมากมายที่ชอบเลี้ยงพวกเราไว้เป็นสัตว์ศึก
แต่ฉันฉลาดกว่าเผ่าพันธุ์ของฉันมาก ดังนั้นตั้งแต่แรกเริ่ม ฉันจึงตัดสินใจว่าจะไม่เป็นสัตว์ศึกของใครทั้งนั้น
ฮึ! ฉันทั้งสวยทั้งฉลาด จำเป็นต้องมีอิสระด้วย
แต่ไม่เคยคิดเลยว่าดาวที่ฉันอาศัยอยู่จะเกิดมลพิษจากหมอกพิษ พ่อแม่และเผ่าพันธุ์ของฉัน… ทุกคนต่างตายอย่างทรมานจากมลพิษ ฉันเป็นคนที่อดทนได้นานที่สุด
ฉันไม่อยากตาย ฉันอยากมีชีวิตอยู่
บางทีอาจเป็นเพราะความมุ่งมั่นนี้ ฉันจึงยังมีชีวิตรอด แต่ฉันก็รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปบางอย่าง
เมื่อก่อนการคิดเป็นเรื่องง่ายสำหรับฉัน แต่ตอนนี้ทุกครั้งที่ต้องใช้สมอง ฉันรู้สึกว่ามันยากลำบากมาก
ในอดีตฉันไม่เคยมีความคิดที่จะ ‘ฆ่าพวกมัน’ บ่อย ๆ แต่ตอนนี้เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิต ฉันอยากจะฉีกพวกมันเป็นชิ้น ๆ
ไม่ นี่ไม่ใช่ชีวิตที่ฉันต้องการ
แต่มลพิษมีอยู่ทุกหนแห่ง ฉันเคยคิดว่าตัวเองคงต้องตกต่ำลงไปแบบนี้เรื่อย ๆ
จนกระทั่ง…ลู่ลู่ปรากฏตัวขึ้น
จริง ๆ แล้วฉันเคยเห็นเธอมาก่อน หรือพูดอีกอย่างก็คือ เคยเห็นอีกคนที่เป็นเธอ
เธอก็อาศัยอยู่บนดาวดวงนี้ แต่เธอน่าสงสาร ไม่มีเผ่าพันธุ์ อยู่เพียงลำพัง ดูเหมือนจะตายได้ทุกเมื่อ
ฉันไม่สนใจมนุษย์ ดังนั้นฉันจึงแค่มองเธอจากระยะไกล ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าเธอ
แต่ครั้งนี้เมื่อฉันเห็นเธอ พวกเราทั้งคู่ต่างเปลี่ยนไปแล้ว
ฉันเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง แต่เธอกลับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
บรรยากาศหดหู่ที่เคยล้อมรอบตัวเธอหายไปแล้ว และสถานที่ที่เธออาศัยอยู่ก็เปลี่ยนไปด้วย
สิ่งสีเขียวเหล่านั้น ดูเหมือนจะเป็น…พืช? ในความทรงจำของเผ่าพันธุ์
ตอนที่ดาวดวงนี้ยังมีพืชอยู่ พวกเราสัตว์อสูรแยกนภาแท้จริงแล้วอาศัยอยู่บนต้นไม้
ดังนั้นเมื่อเห็นพืชเหล่านี้ ฉันควรจะรู้สึกดีใจ แต่ไม่รู้ทำไม ฉันกลับรู้สึกหวาดกลัวและรังเกียจที่นั่น อยากหนีให้ห่าง และอยากทำลายที่นั่นให้ราบคาบ
แต่ฉันรู้ว่าตัวเองถูกมลพิษเข้าครอบงำ ดังนั้น…ถ้าสัญชาตญาณบอกให้ฉันหนีห่าง บางทีฉันอาจจะควรเข้าใกล้มากกว่า
ฉันไม่อยากตกต่ำลงไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ช่วงนี้เวลาที่สามารถคิดอะไรได้ก็น้อยลงเรื่อย ๆ บางทีสักวันฉันอาจจะกลายเป็น…หุ่นเชิด
ไม่ ฉัน สัตว์อสูรแยกนภาที่ทั้งสง่างามและแข็งแกร่ง จะไม่มีวันเป็นสัตว์เลี้ยงในสงครามของมนุษย์ และจะไม่มีวันเป็นหุ่นเชิดของมลพิษอย่างเด็ดขาด
ดังนั้นฉันจึงฉวยโอกาสในยามค่ำคืนบุกเข้าไปในที่พักของลู่ลู่ จากนั้น…
ฉันก็ได้เกิดใหม่อีกครั้ง
นี่คือวันแรกที่ฉันได้รู้จักกับลู่ลู่
วันที่สิบหลังจากพบกับลู่ลู่
เขตพาราไดซ์ ฉันได้ยินลู่ลู่เรียกสถานที่แห่งนี้แบบนั้น ชีวิตที่นี่ช่างแสนสบายจริง ๆ
อากาศหอมหวาน น้ำก็หอมหวาน กลิ่นดอกไม้ก็หอมหวาน
แม้แต่กลิ่นที่ติดตัวลู่ลู่ก็ยังหอมหวาน
ฉันยังได้ชื่อใหม่ด้วย เป็นชื่อที่ลู่ลู่ตั้งให้ ชื่อว่า เสี่ยวอวิ๋นอวิ๋น
แม้จะไม่ได้ดูยิ่งใหญ่อะไร แต่ทุกครั้งที่ได้ยินลู่ลู่เรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ฉันรู้สึกมีความสุข
สิ่งเดียวที่ทำให้หงุดหงิดก็คือ ทำไมที่นี่ถึงต้องมีสัตว์อสูรสายฟ้าตัวโง่ ๆ ด้วย
ฮึ่ม ดูไอ้โง่ตัวใหญ่นั่นสิ กินจุจะตาย ชอบส่ายหางไปมา แถมยังเลียหน้าลู่ลู่จนเลอะไปหมด
อยากจะจับโยนออกไปให้พ้น ๆ จริง ๆ
แต่ฉันทำไม่ได้ ลู่ลู่ชอบมันมากเลย!
ฉันต้องเป็นตัวที่ลู่ลู่ชอบที่สุดให้ได้!
มาประกาศสงครามกันเถอะ ไอ้โง่ตัวใหญ่!
วันที่ยี่สิบห้าที่ได้พบกับลู่ลู่
ขอบรรพบุรุษของสัตว์อสูรแยกนภาจงเป็นพยาน ฉันไม่ได้ตั้งใจอ้วนขนาดนี้จริง ๆ
ช่วงนี้ฉันทรมานมาก ดูสิว่าฉันจับเนื้อตัวเองได้เท่าไหร่ ฮือ ๆ ๆ ไม่มีสัตว์อสูรแยกนภาตัวไหนจะอ้วนได้เท่าฉันแล้ว
แต่อาหารที่ลู่ลู่ทำอร่อยมากจริง ๆ ฉันคิดว่า… กินมื้อนี้เสร็จค่อยเริ่มลดน้ำหนักดีกว่า
วันที่ยี่สิบเจ็ดที่ได้พบกับลู่ลู่
แผนลดน้ำหนักของฉันล้มเหลวแล้ว ไม่คิดว่าลู่ลู่จะชอบฉันที่อ้วน ๆ แบบนี้
ตั้งแต่ฉันอ้วนขึ้น เธอกอดฉันนานขึ้นทุกวัน
สัตว์อสูรแยกนภาก็ควรจะอ้วน ๆ แบบนี้แหละ ถูกต้องแล้ว เป็นแบบนี้นี่แหละ!
วันที่ห้าสิบห้าที่ได้พบกับลู่ลู่
ลู่ลู่ยุ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
เธอไม่มีเวลามากพอที่จะมาเล่นกับฉันเหมือนเมื่อก่อน ในฐานะที่เป็นสัตว์อสูรแยกนภาที่ฉลาดและเข้าอกเข้าใจ ฉันย่อมต้องช่วยแบ่งเบาภาระของลู่ลู่
ดังนั้นฉันจึงพาไอ้โง่ตัวใหญ่นั่นออกไปเล่น เพื่อไม่ให้มันมาวุ่นวายกับลู่ลู่ทั้งวัน
ฉันช่างเป็นสัตว์เลี้ยงที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ เลียอุ้งเท้า!
วันที่เจ็ดสิบหลังจากพบลู่ลู่
ลู่ลู่ได้ออกจากดาวดวงนี้ไปแล้ว เธอยุ่งมากขึ้น แทบจะไม่ได้กลับมาเลย
แต่ที่นี่ยังมีคนอาศัยอยู่บ้าง ฉันได้ยินพวกเขาเรียกลู่ลู่ว่า ‘ผู้มีพระคุณ’
ในเมื่อทุกคนล้วนเป็นผู้ที่ลู่ลู่ช่วยเอาไว้ ฉันก็จำใจยอมรับพวกคุณเป็นพวกเดียวกันก็แล้วกัน
แต่ฝีมือของคนพวกนี้… จะพัฒนาขึ้นเมื่อไหร่กันนะ?
คิดถึงลู่ลู่จัง
วันที่หนึ่งร้อยสิบเก้าหลังจากพบลู่ลู่
วันนี้ลู่ลู่กลับมา และอยู่กับพวกเราทั้งวัน
ฉันคิดว่านี่เป็นวันที่มีความสุขที่สุด ดังนั้นฉันเลยคิดว่าจะลดการตีไอ้โง่ตัวใหญ่ลงสักครั้ง
ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่วันแล้วตั้งแต่ได้พบกับลู่ลู่
ลู่ลู่กลับไปมีหมาข้างนอกแล้ว!
พวกตัวร้ายสองตัวนั่นมาจากไหนกัน ทำไมถึงได้อยู่ในอ้อมกอดของลู่ลู่?
ไอ้โง่ตัวใหญ่ยังคงตื่นเต้นอยู่ตรงนั้น ไม่รู้หรือไงว่าตำแหน่งของพวกเราจะถูกแทนที่แล้ว?
ไม่ได้ ต้องไล่พวกมันออกไป!
ในที่สุดลู่ลู่ก็พาพวกมันไป ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอรักฉันที่สุด
ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่วันต่อกี่วันแล้วตั้งแต่ได้พบกับลู่ลู่
ลู่ลู่กลับมาแล้ว พร้อมกับผู้ชายที่ตกลงมาบนดาวดวงนี้ จนทำให้พวกเราตกใจในตอนแรก
ฉันรีบกระโดดเข้าไปในอ้อมกอดของลู่ลู่ก่อนไอ้โง่ตัวใหญ่ แล้วส่งเสียงร้องเมี้ยว ๆ ที่เธอชอบที่สุด
ลู่ลู่แสดงความเป็นห่วงฉันมาก บอกว่าฉันผอมลง จะให้อาหารบำรุงฉันให้ดี
ใช่แล้ว ฉันผอมลงจริง ๆ ดูสิ พุงน้อย ๆ น่ารักของฉันหายไปแล้ว
ลู่ลู่บอกว่าเธอจะไม่ไปไหนแล้ว เธอรักษาคำพูด และอยู่ที่นี่จริง ๆ
ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ได้อยู่ด้วย ทุกอย่างก็จะสมบูรณ์แบบกว่านี้
ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงได้อยู่กับลู่ลู่ตลอดเวลา แถมยังชอบกอดลู่ลู่อีก
และฉันยังกังวลมากว่าเขาจะมีเจตนาไม่ดีต่อลู่ลู่ ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงได้มองลู่ลู่เหมือนเป็นอาหารตลอดเวลา
ครั้งหนึ่งฉันเห็นเขากำลังงับคอของลู่ลู่ ตกใจจนขนลุกชันไปหมด
ฉันต้องปกป้องลู่ลู่
แต่… ผู้ชายคนนั้นแข็งแกร่งเกินไป!
เขาเห็นฉันแล้ว ใช้พลังจิตกดฉันจนขยับไม่ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะลู่ลู่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ฉันจะไม่ปล่อยเขาไปแน่
แต่ฉันก็ตัดสินใจจะจดจำเขาไว้เป็นอันดับหนึ่งใน ‘สิ่งมีชีวิตที่เสี่ยวอวิ๋นอวิ๋นเกลียดที่สุด’ แม้แต่ไอ้โง่ตัวใหญ่ก็ต้องเลื่อนลงไป
แต่ดูเหมือนลู่ลู่จะไม่รู้เลยว่าเขาเป็นคนเลว ถึงกับยิ้มหวานให้เขาบ่อย ๆ
สมแล้วที่ลู่ลู่ยังต้องให้ฉันคอยปกป้อง
ฉันตัดสินใจจะติดตามลู่ลู่ทั้งวันทั้งคืน จะไม่ให้เขามีโอกาสทำร้ายลู่ลู่เด็ดขาด
ไม่นึกว่าแผนการนี้จะล้มเหลวตั้งแต่คืนแรก
ฉันได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของลู่ลู่อย่างชัดเจน ตอนที่กำลังจะกระโดดเข้าไปในหน้าต่างเพื่อต่อสู้
ไอ้! ผู้! ชาย! คน! นั้น! จับ! ฉัน! โยน! ออก! มา!
ฉันสาบานว่าฉันคิดจะตายไปพร้อมกับเขาจริง ๆ แต่พลังจิตของเขากดฉันจนขยับไม่ได้ ตลอดทั้งคืน!
วันรุ่งขึ้นเมื่อฉันเห็นลู่ลู่ยังปลอดภัยดี ฉันแทบจะร้องไห้ออกมา
แน่นอน ฉันอดกลั้นเอาไว้ได้
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ตอนกลางคืนฉันก็ไม่สามารถเข้าใกล้บ้านที่ลู่ลู่อาศัยอยู่ได้อีก ผู้ชายคนนั้นมักจะใช้พลังจิตห่อหุ้มที่นั่นเอาไว้
ดังนั้นจนถึงตอนนี้ ฉันก็ยังไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกับลู่ลู่กันแน่!
น่าโมโห!