เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 54 คลื่นลมแรงกล้า (รีไรต์)
บทที่ 54 คลื่นลมแรงกล้า (รีไรต์)
เธอรีบไปถามทหารสองนายที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าบ้าน
ไม่มีใครเห็นเจิ้งจื่อเซวียนออกไป!
เด็กน้อยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย…
ในเวลาเดียวกัน เว็บไซต์ทางการของบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ป ก็ท่วมท้นไปด้วยข้อมูลของผู้สมัครงาน จนลู่จินกู้ต้องรีบไปจัดการกับข้อความเหล่านี้ และได้แต่กำชับให้ซิงเหลียนนำคนไปตามหาเจิ้งจื่อเซวียนให้พบ
พาราไดซ์หนึ่งต้องการแรงงานจำนวนมาก แต่เนื่องจากวัสดุที่ใช้แตกต่างจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง คนส่วนใหญ่แม้ว่าจะได้รับเลือก ก็ยังต้องใช้เวลาในการฝึกอบรมระยะหนึ่ง
ดังนั้น กลุ่มผู้รอดชีวิตกลุ่มแรกที่เข้าร่วม จึงได้รับข่าวดีอย่างต่อเนื่อง
พวกเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับล่างกลุ่มแรกของพาราไดซ์หนึ่ง ซึ่งจะใช้วิธีการหนึ่งต่อหลายคน เพื่อช่วยให้พนักงานใหม่ในอนาคตปรับตัวเข้ากับงานได้อย่างรวดเร็ว
งานรับสมัครดำเนินไปเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยมีจดหมายสมัครงานฉบับใหม่ส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ลู่จินกู้พบว่าผู้สมัครงานส่วนใหญ่เป็นชนชั้นล่าง
พวกเขาเป็นแค่คนธรรมดา นอกจากจะไปทำงานหนักให้สหพันธ์แล้ว ก็ทำได้เพียงเข้าร่วมกับชนชั้นสูงบางคน คอยทำงานหาเลี้ยงชีพอยู่ภายใต้การคุ้มครอง
บริษัทพาราไดซ์กรุ๊ปได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มอบทางเลือกที่สามให้พวกเขา
พวกเขายังคงเป็นอิสระ และอาจได้รับสิทธิพิเศษในการเป็นผู้อยู่อาศัยในดินแดนมหัศจรรย์แห่งนั้น…
นับตั้งแต่มีการพัฒนาพลังจิต นี่เป็นครั้งแรกที่คนธรรมดาอย่างพวกเขาอาจได้รับสิ่งดี ๆ ก่อนชนชั้นสูงเสียอีก ไม่ว่ายังไง พวกเขาก็เป็นแค่คนธรรมดา หาความน่าจะเป็นที่ไหนก็คงไม่ต่างกัน ลองดูสักตั้งจะเป็นไรไป
ลู่จินกู้ไม่รู้เลยว่าในบรรดาผู้สมัครงานเหล่านี้ แปดสิบเปอร์เซ็นต์กรอกใบสมัครด้วยความคิดที่ว่า ลองดูก็ไม่เสียหายอะไร
เธอตอบกลับข้อความของผู้สมัครทุกคนด้วยความจริงใจอย่างที่สุด
ผู้ที่ได้รับการตอบรับ แน่นอนว่าเธอแสดงความยินดีและนัดหมายวันเวลาที่จะมาถึง
ส่วนผู้ที่ยังไม่ผ่าน เธอก็ตอบกลับด้วยจดหมายปฏิเสธอย่างสุภาพ
ในตอนแรก มีทั้งความสุขและความเศร้าอยู่ในวงแคบ ๆ จนกระทั่งผู้สมัครรายหนึ่งที่ถูกปฏิเสธ ได้โพสต์จดหมายปฏิเสธสองฉบับลงบน สตาร์เน็ต พร้อมกับข้อความ
ผู้ใช้ : เจ้าหน้าที่คัดเลือกของบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ป เป็น AI อัจฉริยะหรือคนจริง ๆ กันแน่? ฉันกับเพื่อนสาวไปสมัครงานมา ผลก็เป็นไปตามคาด คือพวกเราถูกปฏิเสธ แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
ประเด็นคือตอนที่ฉันกับเพื่อนสาวปลอบใจกัน ฉันก็พบว่าจดหมายปฏิเสธที่พวกเราได้รับนั้นเนื้อหาต่างกัน
ทุกคนลองดูรูปที่ฉันวงไว้ได้นะ จดหมายสองฉบับนี้มีโครงสร้างคล้ายกัน แต่เนื้อหาต่างกันโดยสิ้นเชิง แถมยังใช้คำสวยงามมาก บอกตรง ๆ เลยว่ามีบางคำบางประโยคที่ฉันต้องเปิดพจนานุกรมโบราณดูความหมายถึงจะเข้าใจ…
ตอนแรกคอมเมนต์ส่วนใหญ่เป็น [ฮ่าๆๆๆ เห็นใจเจ้าของโพสต์] ทุกคนปลอบใจแบบขอไปที
แต่พอนานเข้า ผู้สมัครงานคนอื่น ๆ ก็เริ่มโพสต์จดหมายที่ตัวเองได้รับเหมือนกัน ทุกคนก็ต้องประหลาดใจ เพราะแต่ละฉบับไม่เหมือนกันเลย
ยิ่งไปกว่านั้น อย่างที่เจ้าของโพสต์บอก ในจดหมายมีคำศัพท์บางคำที่พวกเขาเข้าใจยากมาก
มีคนหนึ่งที่บอกว่าตัวเองเรียนเอกโบราณคดีวิทยา เข้ามามาบอกว่า คำศัพท์พวกนี้ส่วนใหญ่มาจากยุคอารยธรรมโลก เป็นสำนวนของประเทศหนึ่งที่ชื่อว่าจีน แถมยังมีโคลงกลอนปะปนอยู่นิดหน่อย
ขอเสี่ยงตายพูดตรงนี้เลยว่า ต่อให้เป็นอาจารย์ในคณะของพวกเขาก็ยังใช้สำนวนและโคลงกลอนพวกนี้ได้ไม่เก่งเท่าคนคัดเลือกคนนี้เลย
ดังนั้น ความลึกซึ้งของบริษัทพาราไดซ์กรุ๊ป จึงเห็นได้จากตรงนี้ เก่งมากจริง ๆ
คอมเมนต์ใต้โพสต์นี้เป็นเสียงหัวเราะ ทุกคนต่างอวยพรให้เขาปกปิดตัวตนของตัวเองให้ดี
สรุปคือพาราไดซ์หนึ่งที่ความสนใจเริ่มลดลงก็กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งเพราะเรื่องนี้
ในตอนนั้น สื่อใหญ่ ๆ บนสตาร์เน็ตก็ต่างรายงานข่าวเกี่ยวกับ เขตพาราไดซ์หนึ่ง พาดหัวข่าวแต่ละอันชวนให้กดเข้าไปอ่านมาก
[เขตพาราไดซ์ อาหารรสเลิศชวนให้ขบคิด แท้จริงแล้วเราสูญเสียอะไรไป?]
[เขตพาราไดซ์ คืนแห่งวิญญาณเต้นระทึก]
[ปาฏิหาริย์มาเยือน ยุคสมัยใหม่ของสถาปนิกงั้นเหรอ?]
…
เหล่านักข่าวต่างเลือกนำเสนอมุมมองที่แตกต่างกันออกไป
และด้วยเหตุนี้เอง เหล่าผู้ชมจึงสามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
แต่ละคนต่างก็ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ในประเด็นที่ต่างกันออกไป ส่วนตระกูลลู่ สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือสถาปนิก
สถาปนิก ถือเป็นรากฐานของตระกูลลู่ ในบรรดาชนชั้นกลางค่อนล่าง สถาปนิกของตระกูลลู่นั้น ถือว่ายอดเยี่ยมและมีชื่อเสียงที่สุด
การปรากฏตัวของลู่เหนี่ยนเจิ้น ทำให้ตระกูลลู่มองเห็นเส้นทางสู่การไต่เต้าสู่ชนชั้นสูงได้
ด้วยเหตุนี้เอง ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ตระกูลลู่จึงให้ความสำคัญกับสถาปนิกทุกคนเป็นอย่างมาก
การกดดัน การดึงดูด การติดสินบน…
ถ้าไม่ได้ผลก็ยังสามารถทำลายได้ แม้ว่าตระกูลลู่จะยังไม่ได้เป็นตระกูลชั้นสูง แต่พวกเขาก็ชำนาญในวิธีการเหล่านี้เป็นอย่างดี
ลู่จัวกำลังอ่านรายงานทั้งหมดของเขตพาราไดซ์หนึ่ง หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็ปิดอุปกรณ์สื่อสาร แล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณคิดยังไง?”
ตงเซิงเลขาของรองประธานบริษัทก่อสร้างตระกูลลู่ ตอบอย่างนอบน้อม “ผมคิดว่าเราควรไปสำรวจพื้นที่จริงก่อน ถ้าหัวหน้าคนนั้น อาจินมีพรสวรรค์จริง ๆ เราอาจจะลองดึงเขามาก่อน”
“จะดึงเธอมาได้ยังไง? ดูเหมือนเธอจะเป็นคนของกู้ตั๋ว”
“คุณหลุยไม่ได้หายตัวไปนานแล้วเหรอครับ?”
คำตอบที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกัน กลับทำให้ลู่จัวยิ้มออกมา เขาพูดราวกับกำลังพูดกับตัวเอง
“ใช่ เธออาศัยอยู่กับตระกูลลู่มาหลายปี พวกเราไม่เคยปฏิบัติต่อเธออย่างไม่ดีเลย ใครจะรู้ว่าเธอจะหนีไปโดยไม่บอกกล่าว เนรคุณจริง ๆ”
ดวงตาของตงเซิงเป็นประกายแห่งความเข้าใจ เขาพูดต่อ “ยังไงก็เป็นคุณหนูวัยใสนี่น่า บางทีอาจจะมีใจให้คนอื่นก็ได้ แต่คุณชายหงคงจะเสียใจแย่”
“ลูกผู้ชายแท้ ๆ จะกลัวอะไรกับการไม่มีเมีย?” ลู่จัวโบกมือ “ไปบอกตระกูลของเธอสักหน่อย ในเมื่อดูถูกตระกูลลู่ เรื่องแต่งงานก็ล้มเลิกไปซะ เห็นแก่ที่สองตระกูลรู้จักกันมานาน ตระกูลลู่จะไม่เอาเรื่อง”
“ครับ คุณท่านช่างใจกว้างจริง ๆ” ตงเซิงประจบประแจง ลู่จัวแสดงสีหน้ายินดี
เขาวางเรื่องเล็กน้อยนี้ลงอย่างเบามือ แล้วพูดถึงเขตพาราไดซ์หนึ่งว่า “แต่ก็ไม่จำเป็นต้องให้หงต้าไปโดยตรง ส่งคนไปสำรวจสถานการณ์ก่อนก็พอ”
ตงเซิงกลับพูดว่า “นายท่าน นั่นอาจไม่เหมาะสมนัก ท่านดูรายงานนี้สิครับ…”
เขาเปิดรายงานฉบับหนึ่ง พร้อมกับขยายภาพที่แนบมาแล้วชี้ไปที่คนกลุ่มหนึ่งในฉากหลัง “คนเหล่านี้ น่าจะเป็นคนของดาวศูนย์กลางนั่นครับ”
ลู่จัวหรี่ตามองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วขมวดคิ้ว “แกแน่ใจเหรอ?”
“แน่ใจครับ แม้จะไม่ใช่คนรับใช้ที่สำคัญที่สุด แต่ก็เป็นคนที่พอจะพูดคุยได้ ถ้าพวกเราส่งคนไปลวก ๆ จะดูเป็นการดูถูกเกินไปไหมครับ?”
“ที่แกพูดก็มีเหตุผล…” ลู่จัวพยักหน้าช้าๆ “พาราไดซ์หนึ่งอาจเป็นแค่จุดขาย แต่คนพวกนี้สามารถเชื่อมโยงกับตระกูลเหล่านั้นได้”
หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจ
“ให้หงต้าไปสักหน่อยแล้วกัน การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนจากตระกูลเหล่านั้นถือเป็นจุดสำคัญ”
“นายท่านฉลาดปราดเปรื่องมากครับ”
ทั้งที่ตงเซิงเป็นคนเตือน แต่เขากลับไม่ถือเป็นความดีความชอบ ยังคงประจบสอพลออย่างหนัก ทำให้ลู่จัวรู้สึกสบายใจมากขึ้น
ส่วนแผนการของตระกูลลู่ ลู่จินกู้ไม่รู้เรื่องเลย เพราะในเครือข่ายสตาร์เน็ต ดันมีข่าวลือไม่ดีเกี่ยวกับพาราไดซ์หนึ่ง หลายเรื่องปรากฏขึ้นพร้อมกัน จังหวะเวลาช่างแม่นยำเหลือเกิน ทำให้คนที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วหลายคนเริ่มรู้สึกลังเลในตอนนี้
ไม่ใช่แค่นั้น พวกเขายังไปโพสต์ข้อความบนสตาร์เน็ตบอกว่า [กลัว รู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิต] ซึ่งทำให้คนที่ไม่แน่ใจในเขตพาราไดซ์หนึ่ง เริ่มลังเลใจขึ้นมาอีกครั้ง
ดังนั้นลู่จินกู้จึงต้องวุ่นวายอีกแล้ว…