เธอเป็นผู้รับเหมาอันดับหนึ่งในกาแล็กซี่ - บทที่ 77 หลบหนี
บทที่ 77 หลบหนี
ความมืดตรงหน้าเปิดออกเป็นช่องเล็ก ๆ อย่างกะทันหัน
ดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความอำมหิตปรากฏขึ้นที่ด้านนอก
ที่แท้คลื่นพลังจิตเมื่อครู่นี้ได้ดึงดูดความสนใจของผู้คุ้มกัน
“เธอทำอะไรลงไป!”
สบตากันอย่างไม่ทันตั้งตัว หัวใจของลู่จินกู้ก็จมดิ่ง ยังไม่ทันคิดว่าควรทำอย่างไรดี ผู้คุ้มกันก็เปิดภาชนะออกแล้วใช้มือยื่นเข้ามา
อาจเป็นเพราะพลังจิตที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้เธอรับรู้อารมณ์ได้ไวขึ้น
ความเกลียดชังที่ถาโถมเข้ามาทำให้รู้สึกคลื่นไส้
ในชั่วพริบตานั้น เธอเข้าใจแล้วว่า แม้ชีวิตของเธออาจไม่ตกอยู่ในอันตรายในตอนนี้ แต่พวกนี้ก็ไม่กลัวว่าจะทำให้เธอเจ็บปวดทางร่างกาย
แน่นอนว่าเธอไม่อยากได้รับความทุกข์ทรมาน
เมื่อเห็นมือที่เหมือนเล็บเหยี่ยวของอีกฝ่ายกำลังจะบีบคอ แววตาเย็นชาก็วาบขึ้นในดวงตาของเธอ ตัวเธอเองยังไม่ทันรู้ตัว พลังจิตที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งในนรกก็แผ่ออกไปแล้ว
ดูเหมือนว่าพลังนี้จู่ ๆ ก็มีจิตสำนึกของตัวเอง มันพันรัดพลังจิตของอีกฝ่ายอย่างชำนาญ
จากนั้นก็ไหลย้อนกลับ บุกเข้าไปในสมองของอีกฝ่ายแทบจะไม่มีอุปสรรคใด ๆ เลย
“อย่า!”
เมื่อเข้าใจทันทีว่ากำลังจะทำอะไร เธอก็ร้องห้ามโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ตกใจเมื่อพบว่าพลังจิตไม่อยู่ในการควบคุม มีเพียงภาพเลือนรางส่งกลับมา
พลังที่มองไม่เห็นพลันพันกันยุ่งเหยิงแล้วก็หมุนวนอย่างรุนแรง
“อ๊วก…”
ฝ่ามือที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมเข้ามาก็ทำให้หมดแรงร่วงลงพื้นพร้อมกับลำตัว
ลู่จินกู้กำหมัดแน่น ไม่กล้านึกถึงภาพที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่
พลังจิตที่เพิ่งฆ่าคนเสร็จหมุนกลับมาราวกับคมมีดที่เฉียดผ่านร่างกาย
พันธนาการบนร่างกายคลายออก เธอไม่ทันได้เตรียมตัว เกือบล้มทับร่างไร้ชีวิตของผู้คุ้มกัน
…ทั้งที่เป็นพลังจิตของตัวเอง แต่ทำไมถึงรู้สึกเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นเช่นนี้?
เธอก้าวข้ามศพนั้นอย่างระมัดระวัง จึงพบว่าตัวเองอยู่ในห้องเก็บสัมภาระ
ภาชนะที่ขังเธอไว้ดูคุ้นตา
พอมองดูอีกสักพัก เธอก็จำได้ว่านี่คือกล่องควบคุมที่ถูกอำพรางไว้
ไม่แปลกที่ร่างกายของเธอขยับเขยื้อนได้ยาก
เธออดรู้สึกโล่งใจไม่ได้ที่พวกลักพาตัวไม่ได้สวมห่วงระงับพลังจิตให้เธอ ไม่อย่างนั้นอย่าว่าแต่จะหนีออกมาได้เลย แค่กระโดดข้ามมิติอีกสองครั้งเธอก็คงตายอย่างไม่รู้สาเหตุแล้ว
แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ปลอดภัยจริง ๆ เธอไม่ลืมว่ายังมีพวกลักพาตัวคนอื่นอีก
ในยามคับขันแบบนี้ เธอไม่อาจสนใจอะไรมากนัก มองดูกระเป๋าเดินทางหลายใบจนกระทั่งพบใบหนึ่งที่ไม่ได้หรูหราเกินไปและสามารถเปิดได้
ข้างในมีสิ่งที่เธอต้องการพอดีนั่นคือ กองเสื้อผ้าเก่า ๆ
จินกู้หยิบชุดหนึ่งออกมาสวมใส่แล้วปล่อยผมที่มัดไว้ลงมา ใช้มือสางเบา ๆ มือของเธอเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็เปลี่ยนทรงผมใหม่ จากนั้นก็สวมหมวกเอียง ๆ ไว้บนศีรษะ ทำให้บุคลิกของเธอดูแตกต่างไปจากเดิม
เธอมองดูศพที่อยู่บนพื้น กำลังลังเลว่าควรจัดการอย่างไรดี ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงประกาศจากยานอวกาศ
“สวัสดีผู้โดยสารทุกท่าน เที่ยวบินนี้กำลังจะถึงดวงเคราะห์หมายเลข 4180 แล้ว ขอให้ผู้โดยสารที่จะลงที่ดาวเคราะห์ 4180 เตรียมตัวให้พร้อม”
หลังจากประกาศซ้ำสามครั้ง เนื้อหาก็เปลี่ยนไป “เที่ยวบินนี้จะจอดที่ดาวเคราะห์ 4180 เป็นเวลา 30 นาที หลังจากออกเดินทางอีกครั้ง จะไม่มีจุดแวะพักอีกจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางที่ดาวเคราะห์หมายเลข 7279 ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อม”
และก็ประกาศซ้ำอีกสามครั้ง
มีเสียงกลไกทำงานดังมาจากผนังของห้องเก็บสัมภาระ ไม่นานหลังจากนั้น ผนังด้านหนึ่งก็เปิดออก ข้างในเป็นสายพานลำเลียงยาว
สัมภาระบางชิ้นถูกแขนกลจับขึ้นมาวางบนสายพานอย่างคล่องแคล่ว
ทันใดนั้น เธอก็เกิดความคิดขึ้นมา
ลู่จินกู้ออกแรงผลักกล่องควบคุมไปที่ช่องลำเลียง แล้วรีบปีนเข้าไปข้างใน จากนั้นก็กระแทกตัวเองเข้าหาทางเลื่อนอย่างแรง
กล่องเลื่อนเข้าไปในช่องทางเข้า ไหลไปตามสายพานลำเลียงออกไป ไม่นานก็มาถึงทางออกอีกด้านหนึ่ง
ที่นี่ก็มีแขนกลกำลังทำงานอยู่ กำลังวางกระเป๋าเดินทางทีละใบลงบนรถขนส่ง แล้วส่งไปยังจุดตรวจสอบความปลอดภัย
กระบวนการทำงานคล้ายกับสนามบินบนโลกอยู่บ้าง
แต่แทบจะไม่เห็นพนักงานเลย ซึ่งกลับเป็นผลดีกับเธอ
ในช่วงเวลาที่แขนกลวางกล่องควบคุมลงเพื่อไปหยิบกระเป๋าใบต่อไป เธอรีบมุดออกมาจากกล่องอย่างรวดเร็ว ปิดประตูกล่องตามหลัง แล้วก็หลบหนีไป
แต่เธอไม่ได้ออกไปจากลานจอดเพราะเที่ยวบินนี้แวะพักเพียงที่เดียว หากโจรที่จับตัวมาพบว่าเธอหายไป พวกเขาจะรู้ทันทีว่าเธอหนีไปที่ไหน
ดังนั้นที่นี่จึงไม่ปลอดภัย
เธอเปิดคอมพิวเตอร์แบบพกพา เริ่มดูตั๋วยานอวกาศที่สามารถซื้อได้ในสนามบินนี้
ทางที่ดีที่สุดแน่นอนคือกลับไป แต่น่าเสียดายที่เมื่อป้อนจุดหมายปลายทางดาวเคราะห์ 679 กลับแสดงผลว่าไม่มีเที่ยวบิน
ดาวเคราะห์ 555 และดาวเคราะห์ 7133 ยิ่งแสดงว่า ‘ไม่พบตำแหน่งของดาวดวงนี้’
เธอจึงต้องล้มเลิกวิธีที่ตรงที่สุด แล้วหันไปดูเที่ยวบินอื่น ๆ แทน
ในสายตาของลู่จินกู้ เธอคิดว่าเมื่อเข้าใกล้ใจกลางของสหพันธ์ ‘โจรอวกาศ’ คงไม่สามารถออกปฏิบัติการได้บ่อยนัก
ดาวเคราะห์ 555 เนื่องจากมีสถานะพิเศษ จึงไม่มีประชาชนทั่วไปอาศัยอยู่ ข่าวของโจรอวกาศหากจัดการให้ดีก็จะไม่สร้างความปั่นป่วนอะไร แต่ดาวดวงอื่น ๆ นั้นแตกต่างออกไป
แต่เธอไม่คุ้นเคยกับดาวดวงอื่น ๆ เลย มองดูแล้วก็ดูเหมือนไม่มีตัวเลือกที่ดี จึงต้องสุ่มเอา…
เพิ่งจะเตรียมซื้อตั๋วก็มีเสียงอึกทึกดังมาจากที่ไกล ๆ
ด้วยความระแวดระวัง เธอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นผู้ชายหลายคนที่ดูท่าทางดุดันกำลังชี้โน่นชี้นี่กับเจ้าหน้าที่สนามบิน
และบนรถเข็นข้าง ๆ พวกเขาก็คือกล่องกักกันที่ว่างเปล่า
ดวงตาของเธอหรี่ลง รีบก้มหน้าลงทันที
พวกนั้นพบเธอเร็วขนาดนี้เลยเหรอ!
ความรู้สึกร้อนรนผุดขึ้นมาในใจ สัญชาตญาณบอกเธอว่าไม่ควรอยู่ที่นี่อีกต่อไป ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถหนีไปได้
เธอละทิ้งเส้นทางการบินที่ต้องรออีกหลายชั่วโมงกว่าจะออกเดินทาง แล้วเลื่อนหน้าจอการซื้อตั๋วขึ้นไปด้านบนสุดทันที
ยานอวกาศที่กำลังจะออกเดินทางมีทั้งหมดห้าลำ เธอรีบมองดูอย่างรวดเร็วแล้วเลือกหนึ่งในนั้นโดยไม่ลังเล
ข้อมูลการซื้อตั๋วเพิ่งเปลี่ยนเป็น ‘สำเร็จ’ ไม่ถึงหนึ่งนาที ยานอวกาศทั้งห้าลำก็เปลี่ยนสถานะเป็น ‘กำลังจะตรวจตั๋ว หยุดการซื้อ’
ในขณะเดียวกัน การโต้เถียงอีกด้านหนึ่งก็เข้าสู่จุดเดือด ผู้ชายที่ดูดุร้ายเหล่านั้นเสียงดังขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอได้ยินคำว่า ‘ปิดล้อม’ และ ‘รับผิดชอบผลที่ตามมา’ อย่างเลือนราง
พวกเขาจะบังคับให้สนามบินปิดล้อมและตรวจสอบได้งั้นเหรอ?
เธอเงยหน้าขึ้นมองอย่างระมัดระวังแล้วพบว่าทางสนามบินดูลำบากใจ และกำลังลังเล
ไม่นาน หนึ่งในผู้รับผิดชอบสนามบินก็ได้คุยโทรศัพท์กับใครบางคน จากนั้นก็พยักหน้าให้กับผู้ชายกลุ่มนั้น
ด้วยความรู้สึกบางอย่าง เธอหันไปมองด้านนอกสนามบิน
นอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่คือบริเวณรอบนอกสนามบินที่วุ่นวาย แต่หากสังเกตอย่างตั้งใจก็จะเห็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
หุ่นยนต์บริการของสนามบินกำลังรวมตัวกันที่ทางเข้าออก
พวกเขากำลังจะปิดล้อมสนามบินจริง ๆ!
ดวงตาของเธอหรี่ลง ตอนนี้การออกจากสนามบินเป็นไปไม่ได้แล้ว ทางออกเดียวที่เหลือคือ…
เธอพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงอาการตื่นตระหนก ลุกขึ้นเดินตามผู้โดยสารคนอื่น ๆ ไปยังประตูขึ้นเครื่อง
หลังจากนั้นไม่กี่นาที ลู่จินกู้ก็ได้ขึ้นยานลำใหม่
แต่หัวใจของเธอยังคงเต้นรัวไม่หยุด ยานจะออกเดินทางในอีกห้านาที ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้กลับรู้สึกยาวนานราวกับหมื่นปีสำหรับเธอ ช่างทรมานเหลือเกิน
เสียงประกาศเริ่มแจ้งข้อควรระวังก่อนออกเดินทาง ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ได้แย่ลงไปกว่านี้ เธอก้มหน้าลงอธิษฐานเงียบ ๆ
‘ขอให้ออกเดินทางเร็ว ๆ เถอะ ขอให้ออกเดินทางอย่างราบรื่นด้วยเถิด’