เนโครแมนเซอร์แห่งสถานีโซล (Necromancer of Seoul Station) - บทที่ 101 – ทุ่งราบของจูเลียล - บทที่ 102
- Home
- เนโครแมนเซอร์แห่งสถานีโซล (Necromancer of Seoul Station)
- บทที่ 101 – ทุ่งราบของจูเลียล - บทที่ 102
“ก…เกิดอะไรขึ้นครับ?”
“ไว้คุยกันทีหลัง”
วูจินผละจากซุงกูมุ่งหน้าไปทางจูเลียล
“นายเรอะ? นายใช่ไหมที่เป็นคนเที่ยวไปทำดันเจี้ยนเบรก?”
หัวใจวูจินเย็นเฉียบ เมื่อเขากลับจากส่งเงาตามพวกผู้ก่อการร้าย เมโลดี้ก็มารายงานสถานการณ์ในเกาหลี เดกูเกิดดันเจี้ยนเบรกขึ้นกะทันหัน
ขณะเขากำลังเตรียมตัวกลับเกาหลีก็ได้ยินเรื่องดันเจี้ยนในโซลระเบิดเป็นวงกว้าง เมื่อสถานีข่าวทุกช่องรายงานเรื่องนี้ วูจินตัดสินใจกลับโดยใช้จรวดมิสไซล์
ด้วยการสนับสนุนเต็มที่ของนายพลเดวิด วูจินได้รับอนุญาตให้ใช้ ICBM ที่ถอดหัวรบออกแล้ว เขาใช้พลังของโดลเซเอาเครื่องบินรบหลายๆลำมารวมกันแล้วติดกับ ICBM เขาทำแท็กซี่จรวดขึ้นมา
วูจินไม่จำเป็นต้องใช้ของอย่างร่มชูชีพ เกราะผีจะปกป้องเขาเอง
นี่คือเหตุผลที่วูจินสามารถมาถึงโซลภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากดันเจี้ยนสถานีซาดางระเบิด
กฎของการเกิดดันเจี้ยนเบรกแต่เดิมเปลี่ยนไป และจูเลียล หนึ่งในแม่ทัพของทราห์เน็ตอยู่ต่อหน้าวูจิน
ในความจำของเขา เจ้านี่ไม่ได้แข็งแกร่งอะไร พวกเขาสู้กันบ่อยๆแต่มันไม่ถือเป็นภัยคุกคามเท่าไหร่
[ข้าไม่เชื่อ…]
จูเลียลตัวสั่น
ไอ้รัชโมด
รัชโมดได้โอกาสใช้เวทย์อัญเชิญ มันจึงสร้างตัวตนของมันบนโลกโดยการใช้เวทย์อัญเชิญ แต่มันไปไม่นานก็กลับ ไม่มีโอกาสแม้แต่ได้ออกไปเห็นท้องฟ้า
จูเลียลเฝ้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่รัชโมดไม่ยอมพูดอะไร นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเพราะผู้ไม่ตาย…
[เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?]
“นี่บ้านฉัน”
[…]
มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง?
จูเลียลเฝ้าสังเกตที่แห่งนี้มานาน มันมองมนุษย์บนโลกสู้ ประเมินพลังทำลายล้างของอาวุธสมัยใหม่ มันยังเข้าใจว่าเราส์บนโลกมีพลังในขั้นไหน
มันตัดสินใจเปลี่ยนที่นี่เป็นฐานทัพของมันช้าๆ แต่แล้วจู่ๆผู้ไม่ตายก็มาปรากฏตรงหน้ามัน
“นายทำให้เกิดดันเจี้ยนเบรกได้ยังไง?”
[เห่าอะไรของเจ้า?]
“ถูกหมาถามว่าเห่าอะไรนี่รู้สึกแปลกๆแฮะ”
จูเลียลตัวสั่นสะท้าน มันเป็นจ่าฝูงของเผ่าหมาป่าเทาอันเกรียงไกรแต่ถูกทำเหมือนหมาตัวหนึ่ง สำหรับมันนี่เป็นคำดูถูกที่สุด
แถมผู้ไม่ตายยังเคยด่ามันมาหลายครั้ง เป็นจ้าวที่นิสัยเลวร้ายที่สุด
“นายเป็นคนทำให้เกิดดันเจี้ยนเบรกหรือเปล่า?”
[…]
“ไม่ใช่สินะ”
[โอ้ เจ้าถูกเปลี่ยนมาเริ่มใหม่นี่]
“…”
มันพูดเหมือนรัชโมด
[คึ ฮ่าๆๆ เจ้าเป็นมนุษย์จากโลกจริงๆ]
จูเลียลหัวเราะอย่างอารมณ์ดี แสงเริ่มมารวมกันที่เขาของมัน ผู้ไม่ตายถูกเปลี่ยนกลับมาที่จุดเริ่มต้นจึงยังได้พลังคืนมาไม่เต็มที่ เป็นโอกาสดีที่จะได้ล้างแค้น
[พลังของทราห์เน็ตเข้าข้างข้า ฮ่าๆๆ]
“ไร้สาระ”
วูจินขมวดคิ้วมองจูเลียลรวบรวมเวทย์สายฟ้า
“เปลี่ยนมาเริ่มใหม่ ไอ้คำบ้านี่”
คำนี้ทำให้วูจินหงุดหงิด อาชีพของเขากลายเป็นขั้นพัฒนาแล้ว แต่เลเวลของเขาลดลง เขาได้พลังคืนกลับมาอย่างเร็วแต่การที่แม่ทัพของทราห์เน็ตสังเกตเห็นได้ทำให้เขารู้สึกไม่ดี
“ฉันว่านายเข้าใจผิดไปมากนะ”
วูจินดึงอาวุธอาชีพวอริเออร์ออกมา เปลี่ยนมันเป็นรูปแบบขวาน วูจินวิ่งไปทางจูเลียล เขาใช้ ‘พุ่งตัว’ ไปที่เบื้องหน้าจูเลียลในพริบตาเดียว
“ถ้านักเรียนม.ปลายกลายเป็นนักเรียนม.ต้น นักเรียนม.ต้นคนนั้นจะแพ้เด็กประถมเหรอ?”
วูจินเหวี่ยงขวาน เขาเล็งหัวของจูเลียล
จูเลียลยื่นเขาออกมาปะทะตรงๆกับวูจิน
[ข้ารู้อยู่แล้วว่าสักวันความยโสโอหังของเจ้าจะทำให้ตัวเจ้าเองลำบาก]
จูเลียลหัวเราะ สมัยอยู่ที่อัลเฟนผู้ไม่ตายเป็นผู้อวดดีที่สุดแต่ไม่รู้ตัวว่านี่เป็นจุดอ่อน คราวนี้จูเลียลจะจัดการให้สิ้นซาก
หมาป่าตัวโตเท่ารถบรรทุกออกวิ่ง การที่มนุษย์คนหนึ่งสู้กับหมาป่าดูบ้าบิ่นมาก แต่การต่อสู้เป็นไปอย่างสูสีอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อการต่อสู้ยืดเยื้อไป จูเลียลรู้สึกมันเริ่มกลายเป็นฝ่ายถูกกดดัน มันรู้สึกสิ้นหวัง
‘ผู้ไม่ตายสู้เก่งแบบนี้เลยเหรอ?’
มันรู้สึกถูกดูถูกเพราะผู้ไม่ตายไม่ใช้เวทย์มนตร์ใดๆ มาคิดดูก็เห็นว่าผู้ไม่ตายไม่ใช้กองทัพที่ถือเป็นกำลังรบหลัก
‘อย่างนี้นี่เอง ไอ้ทุเรศนี่เสียกองทัพผีดิบไปแล้ว!’
ทำไมมันจู่ๆหายไปจากอัลเฟน? หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?
ดินแดนของผู้ไม่ตายคืออลันดาล
มันเป็นที่ๆกองทัพผู้ไม่ตายอาศัยอยู่ หลังจากผู้ไม่ตายหายตัวไป อาณาจักรก็ไม่มีราชาและไม่มีอัศวินใดครอบครอง ตอนนั้นกองทัพผู้ไม่ตายก็ไม่ใช่กองทัพอีกต่อไป มอนสเตอร์ผีดิบแค่ร่อนเร่ไปมาในอลันดาล
ผู้ไม่ตายสูญเสียลูกน้องของตัวเองไป… ไม่เหมาะกับชื่อราชาแห่งความตายอีกต่อไป…
จูเลียลคำรามสั่ง พวกหมาป่าเทาออกวิ่ง
พวกหมาป่าเทาแยกเขี้ยวคำราม วูจินยิ้มเยาะ พวกมอนสเตอร์รอบๆเบนมายังที่นี้ วูจินจงใจถอย
จูเลียลคิดว่าคังวูจินพยายามจะหนีเพราะกำลังเสียเปรียบ มันคำรามดังกว่าเดิม พวกมอนสเตอร์รวมทั้งหมาป่าเทาถูกเรียกมา
พวกมันรวมตัวกันตรงที่วูจินรอยแตกที่วูจินร่วงลงมา วูจินหันไปมองให้แน่ใจว่าชั้นล่างของตึกกิลด์แฮมเมอร์ปิดสนิท
ขณะจูเลียลรวบรวมลูกน้องของมัน ซุงกูได้รับข้อความโทรจิตจากวูจิน จากนั้นปาร์คซังโอและเราส์ของกิลด์แฮมเมอร์ก็ล่าถอยไป
[คึๆ รู้สึกยังไงบ้างที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ?]
จูเลียลไม่เคยนึกเลยว่าจะมีโอกาสได้โจมตีผู้ไม่ตายด้วยจำนวนที่มากกว่าแต่มันก็เกิดขึ้นจริงๆ มันจะสู้จนเหนื่อยแล้วสุดท้ายก็ตายไป
จูเลียลไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่สิ มันจะใช้เขี้ยวฉีกกระชากคอของผู้ไม่ตายในจังหวะสุดท้าย
ผู้ไม่ตายรู้สึกแบบที่มันรู้สึกตอนนี้เสมอเลยหรือ?
“ทำไมหมาถึงเห่าจัง?”
[หมา…ข้าคือเผ่าหมาป่าเทาอันเกรียงไกร…]
“หมาป่าก็คือหมาอยู่ดีไม่ใช่หรือไง?”
[…ฆ่ามัน]
พวกมอนสเตอร์ทำตามประสงค์รุนแรงของจูเลียล ค้างคาวหน้าคน หมาป่าเทาและมอนสเตอร์อื่นๆที่ออกมาจากดันเจี้ยนมุ่งตรงมาที่วูจิน วูจินหัวเราะ
“ขอบใจที่ช่วยรวมพวกมันมาให้”
เมืองซับซ้อนเกินไป เป็นที่ๆเลวร้ายที่สุดต่อการตามล่าเหยื่อ มอนสเตอร์แค่ตัวเดียวหนีลงท่อประปาไปก็ต้องเสียเวลาอีกหลายวันกว่าจะจับมันได้ วูจินจึงอดปลื้มไม่ได้ที่เห็นมอนสเตอร์มารวมกันเพื่อเขา
“ออกมา”
เงาดำรวมตัวกัน อัศวินมรณะทั้งหมดถูกเรียกออกมาในทีเดียว
“จัดการพวกมันให้หมด”
[บัญชาจากท่านจ้าว!]
คิบะกับอัศวินตนอื่นเรียกม้าปีศาจออกมาจากนั้นร่ายวงเวทย์อัญเชิญ มิติแหวกออกเป็นรอยแยกสีดำแล้วทหารโครงกระดูกในบัญชาการก็กระโดดออกมา
“เคะๆๆๆ”
ทหารโครงกระดูกส่งเสียงน่าขนลุกแล้วพุ่งใส่พวกมอนสเตอร์ที่โจมตีเข้ามา พริบตาเดียวกองทัพผีดิบก็ล้อมรอบพวกมอนสเตอร์ จูเลียลผงะ
[จ…เจ้าซ่อนพวกนี้เอาไว้!]
“เห็นเขาว่าหมามันแสนรู้ไม่ใช่เหรอ ทำไมนายโง่จัง?”
[…]
วูจินเดินทอดน่องไปทางจูเลียลโดยใช้เส้นทางเลือดที่อัศวินมรณะถางไว้ น่าอายนัก น่าอายจนพูดไม่ออก จูเลียลอยากฉีกผู้ไม่ตายเจ้าเล่ห์ออกเป็นชิ้นๆ
“เลิกร้องเอ๋งๆได้แล้ว มาสู้ฉันนี่”
วูจินเปลี่ยนอาวุธเป็นค้อน จูเลียลปล่อยสายฟ้าทันที
สายฟ้าแผ่ไปรอบบริเวณ แต่เกราะผีป้องกันมันได้หมด จูเลียลหายไปจากสายตาของวูจิน ไม่นานเมื่อเขากลับมาเห็นได้ชัด วูจินเตรียมพร้อมรับการจู่โจม
“อ้าว?”
วูจินนึกว่าจูเลียลจะโจมตีต่อ แต่มันหนีไป
[ฝากไว้ก่อนเถอะผู้ไม่ตาย!]
มันปล่อยประโยคที่พูดบ่อยจนน่าเบื่อ จากนั้นวิ่งหนีกลับเข้าไปในสถานีใต้ดิน ไม่รู้ร่างใหญ่ขนาดนั้น
เข้าไปได้อย่างไร
“ชิ”
วูจินนึกถึงนิสัยของจูเลียล มันสู้กับเขามานับครั้งไม่ถ้วน มันชอบเห่าเหมือนหมาจริงๆ พวกเขาสู้กันบ่อยแต่จำนวนครั้งที่วูจินได้ฆ่าจูเลียลกลับนับด้วยนิ้วได้ ไอ้เวรนั่นพอจะแพ้เมื่อไหร่มันจะหนีหางจุกตูด
“สะสางที่นี่ให้เรียบร้อย”
[รับบัญชา]
อัศวินมรณะรับคำสั่งใหม่ ศพมอนสเตอร์กองสูงขึ้นเรื่อยๆ วูจินอยากไล่ตามจูเลียลไปทันทีแต่เขาต้องจัดการพวกมอนสเตอร์ก่อนที่พวกมันจะหนีไปให้ต้องลำบากตามอีก
“ลูกพี่! ผมช่วย”
เมื่อจูเลียลหนีไป ซุงกูกับเราส์คนอื่นก็วิ่งออกมาจากตึก
เฮลิคอปเตอร์ห้าลำติดปืนกลมาถึง และไม่นานก็เห็นรถถังวิ่งมาตามถนน
ทหารมาถึง พวกเขาเรียงเป็นวงกว้าง รถถังยิงเข้ามาตรงที่มีมอนสเตอร์รวมกันเป็นฝูงใหญ่
ทหารกับเราส์ร่วมมือกัน การสะสางมอนสเตอร์จบไปในเวลาอันสั้น
“เราชนะแล้ว!”
ความดีใจในชัยชนะคงอยู่ไม่นาน
“ฮือๆ แม่จ๋า”
“อาจิน! ไม่มีอาจินแล้วฉันจะทำยังไง”
พลเมืองที่เสียครอบครัวมิตรสหายไปส่งเสียงคร่ำครวญ มองเผินๆมอนสเตอร์ส่วนใหญ่ถูกจัดการไปแล้ว แต่ก็ยังมีมอนสเตอร์ที่ไม่ฟังคำสั่งของจูเลียลเหลืออยู่ พวกมันยังสร้างปัญหา ยังต้องใช้เวลาอีกถึงจะฆ่าพวกมันหมดจริงๆ
มีศพมอนสเตอร์มากมาย แต่ศพมนุษย์ก็เช่นกัน
นี่เป็นหายนะที่เกิดขึ้นจากการเกิดดันเจี้ยนเบรกกะทันหัน
คนที่มาหลบภัยในตึกกิลด์แฮมเมอร์เริ่มส่งเสียงประท้วง
“ขอฉันออกไป”
“อย่าเพิ่งครับ มันอันตราย กลับเข้าไปก่อน”
“ลูกสาวฉันอยู่ตรงนั้น! คุณจะไม่ให้ฉันไปเอาศพลูกกลับมาเลยเหรอ?”
พวกมอนสเตอร์ยังถูกกำจัดไม่หมด ทำไมคนพวกนี้ถึงสร้างปัญหาล่ะ? พนักงานกิลด์แฮมเมอร์เหงื่อตกขณะพยายามปลอบพลเมืองที่กำลังโกรธ
ตอนใกล้ตายพวกเขาหนีเพราะชีวิตตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อแน่ใจแล้วว่าตัวเองปลอดภัย ความเศร้าก็ระบาดไปในกลุ่มคนเหมือนพายุ
แต่เมื่อวูจินปรากฎตัว กลุ่มคนหยุดส่งเสียงร้อง เมื่อวูจินก้าวเข้ามาใกล้ พวกเขาถอยให้ทันที
เมื่อมินชานเห็นวูจิน เขาแทรกผ่านฝูงชนเข้ามาหา
“ท่านประธาน!”
“ยังไม่ตายสินะ”
“…”
“ครอบครัวฉันล่ะ?”
“คุณแม่กับน้องสาวของท่านปลอดภัย”
วูจินเป็นกังวลเมื่อได้ยินว่าดันเจี้ยนสถานีซาดางระเบิด แต่ดูเหมือนครอบครัวเขาจะโชคดีหนีทัน วูจินตบบ่ามินชาน
“ดี งั้นฝากที่นี่ด้วยล่ะ”
“อะไร? ท่านไม่ไปหาครอบครัวเหรอ?”
วูจินยักไหล่
“นายบอกเองว่าพวกแม่ปลอดภัย”
“ก็ใช่ แต่…”
“งั้นก็ดีแล้ว ไว้ตามไปจัดการไอ้เวรนั่นเสร็จแล้วฉันจะกลับมา”
“ครับ”
วูจินจากที่หลบภัยไปอย่างรวดเร็ว มินชานมองร่างวูจินที่ผละไปอย่างงงๆ ทำไมเขาแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้ดีขนาดนี้?
‘ไม่ใช่’
ไม่เหมือนกัน
ครอบครัวของวูจินตกอยู่ในอันตราย และเขาดูสงบนิ่งเกินไป…
มินชานสะบัดศีรษะเหมือนจะทำให้ความคิดหลุดไป เขากลับเข้าไปในกลุ่มคนเพื่อหาครอบครัววูจินและสมาชิกกิลด์อลันดาล
***
วูจินส่งอัศวินมรณะกับทหารโครงกระดูกกลับห้องรออัญเชิญ จากนั้นเขาคนเดียวเข้าไปในดันเจี้ยนที่จูเลียลหนีเข้าไป
ความลับของดันเจี้ยนคือมันสามารถใช้เป็นประตูเปิดไปมิติอื่นได้
ทำไมดันเจี้ยนถึงระเบิดก่อนเวลา 30 วัน?
การระเบิดเชื่อมต่อกับสมดุลของมิติ
ถ้าสามารถไปมาระหว่างมิติได้อย่างอิสระ ดันเจี้ยนเบรกก็เกิดได้ทุกเมื่อ ประชากรจะตายเป็นล้านคน
วูจินเดินลงบันไดสถานีใต้ดินไป
เขาตัดสินใจไล่ตามก่อนค่อยถาม
เมื่อเข้าไปในดันเจี้ยน วูจินได้ยินเสียงประกาศที่ต่างไปจากเคย
<ท่านได้เข้าสู่ดงป่าของจูเลียล>
<ที่นี่มีสถานะไม่ถูกระบุ ไม่สามารถเลือกโหมด ‘Battle -ต่อสู้’ และ ‘Intelligence – เรียนรู้’>
<ท่านสามารถเลือกระหว่าง ‘Visit – เยี่ยมเยือน’, ‘Infiltration – แทรกซึม’ และ ‘Clear – พิชิต’>
“เฮ้อ…”
วูจินขมวดคิ้ว ดันเจี้ยนนี้เป็นอาณาเขตมิติของจูเลียล เขาเคยได้ยินประกาศนี้ครั้งหนึ่งตอนรัชโมด
ตอนนั้นไม่มีข้ออื่นให้เขาเลือกนอกจากโหมดเคลียร์…
“ช่วยไม่ได้แฮะ”
ในสถานการณ์แบบนี้ ข้อนั้นน่าจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด
วูจินเปิดร้านแลกเปลี่ยนค่าความสำเร็จมองหาไอเทมที่เหมาะกับสถานการณ์นี้ ร้านมีหนังสือทักษะ และยังขายหนังสือประเภทอื่นๆด้วย
[การดูแลอาณาเขตมิติ]
“อันนี้น่าจะได้…”
มันเป็นคู่มือการจัดการอาณาเขตมิติ ราคา 2,000 แต้มไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือมันถูกล็อกเอาไว้ไม่ให้เขาอ่าน
<ยอมให้เกรดที่ถูกต้องเข้าไปอ่านได้เท่านั้น>
วูจินเปิดเมนูสถานะเพื่อตรวจเมนูเกรดของตัวเอง เขาไม่สนใจมันนักเพราะมันเหมือนเดิม ว่างเปล่าไม่มีตัวเลขหรือสัญลักษณ์อะไรเลย
“ช่างเถอะ”
ตอนนี้ทำอะไรกับมันไม่ได้ ถึงเขากังวลไปก็ไม่ได้คำตอบอะไร
ถ้าเขามีคู่มือก็ดี แต่ถึงไม่มีก็ไม่ทำให้เขาหยุดไปต่อ
วูจินเลือกข้อ ‘พิชิต’
<คุณเลือกโหมดพิชิต>
<ถ้าเคลียร์โหมดนี้ได้ คุณจะได้รับค่าความสำเร็จ>
“หืม ไม่ค่อยเหมือนกันแฮะ”
วูจินรู้ว่าจะมีอะไรต่อไปเพราะเคยเข้าดันเจี้ยนของรัชโมดมาก่อนแล้ว เขาคิดว่าโหมดพิชิตเหมือนการบุกเข้าไปปล้นบ้านคนอื่น นึกไม่ถึงว่ามีรางวัลอย่างดีให้ด้วย…
“นี่เป็นฝีมือทราห์เน็ตเหรอ?”
กฎที่ควบคุมเจ้านั่นมีส่วนที่ไม่รู้มากกว่าส่วนที่ถูกรู้
อย่างหนึ่งที่วูจินรู้แน่คือเขาที่เคยเหมือนคนลอยคว้างกลางทะเลตอนนี้ได้มาเจอเข็มทิศแล้ว
ดวงตาวูจินเป็นประกาย
เมื่อผ่านอุโมงค์สีแดงที่เพิ่งเกิดวูจินก็ไปโผล่ตรงทุ่งราบโล่งแห่งหนึ่ง
ลมเย็นพัดผ่าน หมาป่าเทาเดินไปมา ลำแสงสีม่วงขนาดใหญ่จากที่ไกลๆดึงดูดสายตาของวูจิน
จูเลียลอยู่ที่นั่น เขารู้สึกอย่างนั้น
“ฮื่อ”
หมาป่าเทาเห็นวูจินแล้วก็ตีวงล้อมเข้ามาทางเขา พื้นที่นี้ไม่มีอะไรเลยเป็นเพียงที่ราบธรรมดา หมาป่าคุ้นชินกับการต่อสู้เป็นฝูง ดังนั้นนี่จึงเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะที่สุดสำหรับพวกมันฆ่าผู้บุกรุก
โชคร้าย ผู้บุกรุกที่ว่าก็ชอบสู้ในที่ราบโล่งเหมือนกัน
“เปิดทางให้ฉัน”
ตามคำเรียกของวูจิน ควันสีดำรอบตัวเขาบีบตัวเป็นเหล่าอัศวินมรณะ พวกมันเรียกม้าปีศาจแล้วพุ่งใส่ฝูงหมาป่า
อัศวินมรณะสามารถเรียกทหารโครงกระดูกออกมาเอง หน้าที่ของวูจินมีเพียงเปลี่ยนทหารโครงกระดูกที่แตกหักออก หรือเพิ่มจำนวนทหารโครงกระดูกเข้าไปเมื่ออัศวินมรณะเพิ่มเลเวล
“ไปกันเถอะ”
วูจินเรียกชิงชิงมาขี่ บิบิถูกเรียกออกมา เธอไปนั่งบนหัวของชิงชิง โดลเซในร่างหัวใจโกเลมลอยวนรอบๆหัววูจิน
กองทัพผู้ไม่ตายข้ามผ่านทุ่งราบไป
***
ลำแสงสีม่วงสูงขึ้นไปในท้องฟ้า ชั้นบรรยากาศข้างบนเป็นสีดำสนิทจนไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าท้องฟ้าหรือไม่ ลำแสงสูงขึ้นไปจนมองไม่เห็นยอด
แสงมาจากถ้ำใต้ดินแห่งหนึ่ง
วูจินเหยียดยิ้มเมื่อยืนตรงหน้าปากถ้ำ
“หนีมาที่นี่เหรอ?”
ปากถ้ำใหญ่แค่พอให้จูเลียลเข้าไปได้ แคบเกินไปสำหรับให้กองทัพผู้ไม่ตายเข้าไปทั้งหมด วูจินลงจากหลังม้าปีศาจของเขาและอัศวินมรณะตามเขามา
ถ้ำไม่ลึกนัก ไม่นานพวกเขาก็โผล่มาตรงที่กว้างขนาดเท่าสนามฟุตบอล ที่พิเศษคือที่นี่เพดานเปิดกว้างและมีพลอยสีม่วงขนาดใหญ่ส่องแสงสีม่วงขึ้นฟ้า
จูเลียลพักตรงหน้าพลอยนั้น
“นึกว่านายจะหนีอีก ยอมแพ้แล้วเหรอ?”
[ข้ายอมแพ้]
“นึกไม่ถึงเลยแฮะ”
[ข้าไม่มีเหตุผลต้องสู้ในการต่อสู้ที่ยากลำบาก]
ผลลัพธ์ไม่ดีแน่ จูเลียลถอนหายใจ
[ข้าพลาดที่รีบร้อนสร้างประตูมาสู่โลก]
ดวงตาของวูจินเป็นประกายวาบเมื่อได้ยินคำว่าประตู เขานึกขึ้นได้ว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์วางแผนจะครอบครองอาณาเขตมิติสักแห่งและส่งทีมสำรวจไปที่อัลเฟนเมื่อได้ประตูมา
“ต่อไปฉันจะแวะไปเล่นกับพวกนายบ่อยๆ”
[พูดเหลวไหลอะไรของเจ้า?]
“…”
[เจ้าไม่รู้อะไรเลยจริงๆ]
จูเลียลส่ายหน้าเมื่อเห็นวูจินเอียงคออย่างสงสัย
[เมื่อเจ้าพิชิตดันเจี้ยนได้แล้ว ประตูจะหายไป ข้าไม่ต้องเจอหน้าเจ้าอีก]
เมื่อประตูที่มันใช้เปิดมาสู่โลกหายไปจากอาณาเขตมิติของมัน มันก็ไม่มีธุระต้องมาที่โลกนอกจากมันอยากจะเปิดประตูใหม่ มันไม่มีทางได้เห็นใบหน้าน่ากลัวของผู้ไม่ตายอีกต่อไป
ควรจะถือว่ามันโชคดีหรือไม่ที่คังวูจินเลือกโหมดพิชิต?
ต่อให้มันตาย จูเลียลก็เกิดใหม่ได้
[กล่าวลากันตรงนี้เถอะ]
“นายจะยอมอยู่เฉยๆให้ฉันฆ่าเหรอ?”
[นั่นเป็นไปไม่ได้]
จูเลียลลุกขึ้น ตอนอยู่ข้างนอกมันตัวใหญ่กว่านี้หรือว่าวูจินดูผิดไปนะ?
[เจ้าทำพลาดไปอย่างหนึ่ง]
พืชพรรณที่งอกระเกะระกะรอบๆทุ่งราบปล่อยพลังงานสีเขียวออกมาและถูกดูดเข้าไปในร่างของจูเลียล
หลังจากได้รับพรจากทุ่งราบ ตัวของจูเลียลกลายเป็นเล็กลงและเล็กลงเรื่อยๆ
ที่จริงไม่ใช่ว่ามันตัวเล็กลง มันถูกบีบ
ไอน้ำเริ่มลอยออกมาจากร่างของจูเลียล
“ฮ่า”
พ่นลมหายใจรุนแรงเสร็จ จูเลียลลุกขึ้นยืนสองขา
“มนุษย์หมาป่าเรอะ?”
“ข้ายืมรูปร่างภายนอกของพวกมันมาเท่านั้น ฮื่อ”
วูจินเอียงคอ
“หมาบ้า?”
“ฮื่อ ข้าอยากฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆนัก”
“นายไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก”
“ฮื่อ จริงสิ ถ้าเจ้าตายแม้แต่ครั้งเดียวก็เป็นการสิ้นสุดสำหรับเจ้า”
“เลิกเห่าเป็นหมาได้แล้ว”
หมา หมา ไอ้เวรนี่ทำกับมันเหมือนเป็นหมาตัวหนึ่งไม่เลิก
ดวงตาของจูเลียลเปลี่ยนเป็นแสงสีแดง
“ข้าจะฆ่าเจ้า”
จูเลียลหัวเราะเสียงเย็น มันเห็นแมวที่อยู่กับวูจินวิ่งมา
สัตว์เลี้ยงของมันหรือ?
แมวมีดวงตาน่ารักจับใจ แต่จูเลียลไม่ชอบมันเพราะเจ้าของคือผู้ไม่ตาย
“เมี้ยว”
จูเลียลเตะแมวไปทางอื่น
จูเลียลถีบพื้น พริบตาเดียวมันพุ่งมาทางวูจิน อุ้งเท้าหน้าของมันเปลี่ยนเป็นมือ เล็บคมหนาเหมือนดาบ
กึง!
ขวานของคิบะกันกรงเล็บของจูเลียลไว้
“แมลงน่ารำคาญ”
กึง กึง!
คิบะกันกรงเล็บของจูเลียลติดต่อกันแต่แล้วก็ถูกจูเลียลถีบจนสไลด์ไปด้านหลังด้วยพละกำลังที่เหนือกว่ามาก
คิบะคำรามเสียงต่ำ ดูเหมือนมันรู้สึกเสียศักดิ์ศรีที่ประลองกำลังแพ้
จูเลียลไม่สนใจพวกอสูรรับใช้ มุ่งเป้าแต่ที่วูจิน
ร่างกายที่เล็กลงหมายถึงมันได้ความเร็วรุนแรง และกำลังของมันก็ไม่ได้ลดลง ดีเยี่ยม
[เจ้าผ่านไปไม่ได้!]
ค้อนของแรมสันกันการโจมตีของจูเลียล
ค้อนดูดซับแรงปะทะแล้วสะท้อนคืนจูเลียล
ไม่ว่าพลังจะรุนแรงขนาดไหน ถ้าไม่ถูกเป้าก็ไม่มีประโยชน์
จูเลียลหลบการโจมตีทั้งหมดอย่างคล่องแคล่ว มันเล็งเล็บคมยาวไปที่หัวกะโหลกของแรมสัน
แรมสันก้มหัวหลบอย่างรวดเร็ว แต่หมวกเกราะก็ถูกปาดไปครึ่งหนึ่ง
[บังอาจ!]
แรมสันเข้ากอดจูเลียลด้วยความโกรธ อัศวินมรณะอีกด้านฟันดาบใหญ่ลงมาที่คอจูเลียล
ไม่น่าเชื่อว่านี่เป็นหนังสัตว์ ดาบเด้งออกจากคอจูเลียลเสียงดังกึง มันบิดตัวหนี วิ่งไปทางวูจินโดยทิ้งอัศวินมรณะไว้ข้างหลัง
‘ฆ่ามัน’
มันไม่มีเวลาพัวพันกับอสูรของผู้ไม่ตาย
นี่คือวิธีสู้กับเนโครแมนเซอร์
อสูรไม่ว่าจะถูกฆ่าไปกี่ครั้งก็ถูกเรียกมาใหม่ได้ แต่ถ้าเนโครแมนเซอร์ตาย พวกอสูรก็จะกลายเป็นกลุ่มมอนสเตอร์ไร้ระบบระเบียบ
[เจ้าห้ามผ่าน!]
เนโครแมนเซอร์กับอสูรของมันก็เข้าใจเรื่องนี้ดี พวกอสูรจึงปกป้องอยู่รอบๆผู้ไม่ตาย จูเลียลใช้ความเคลื่อนไหวน้อยที่สุดเพื่อไปตรงหน้าศัตรู
‘ข้าเหลือเวลาอีกไม่มาก’
พรจากทุ่งราบมีผลแค่ช่วงสั้นๆ
น่าเสียดาย แต่มันก็มอบพลังมหาศาลแก่จูเลียลเป็นการชดเชย
ผู้ไม่ตายเหยียบเข้ามาในอาณาเขตของจูเลียลเอง โอกาสจะได้ฆ่ามันมีไม่บ่อยนัก
‘ถ้าเพียงแต่ข้าได้สู้กับมันตรงๆ’
ถ้าสลัดพวกอสูรน่ารำคาญพวกนี้หลุดได้ มันจะสามารถฆ่าผู้ไม่ตายในการโจมตีครั้งเดียว ขอแค่ต้องไปให้ถึงตรงนั้น จูเลียลคิดทบทวนเรื่องนี้หลายต่อหลายครั้งมานานปี วิธีต่อสู้กับเนโครแมนเซอร์
มันแพ้เพราะเสียเปรียบเรื่องจำนวนทุกครั้ง มันต้องการพลังที่เหนือกว่าเหล่าอสูรของเนโครแมนเซอร์มาก
การสนับสนุนจากอาณาเขตและพรจากทุ่งราบมอบพลังนั้นให้มัน
“ตาย!”
จูเลียลมาถึงตรงหน้าวูจินแล้วสะบัดกรงเล็บ
ถ้ามีเวลา มันอยากฆ่าอสูรรับใช้ให้หมดแล้วค่อยๆฆ่าผู้ไม่ตายช้าๆ แต่พรจากทุ่งราบที่บีบร่างมันมีเวลาจำกัดและเวลาก็ใกล้หมดเต็มทีแล้ว
อย่างมากก็อีก 10 วินาที
แต่วินาทีเดียวก็เพียงพอสำหรับฆ่าไอ้เวรนี่
แก๊ง!
วูจินยกไม้เท้าเหล็กกันกรงเล็บของจูเลียล วูจินกระโดดถอยหลังเหมือนเสียเปรียบด้านกำลัง แต่ยังเร็วพอจะป้องกันการโจมตี…
8 วินาที
กึง!
ก่อนกรงเล็บของจูเลียลจะได้ผ่าหัวของผู้ไม่ตายที่ยืนชะงักอยู่ อัศวินมรณะตนหนึ่งก็เข้ามารับไว้แทน
ทั้งอาวุธและกรงเล็บฝังเข้าไปในตัวอัศวินมรณะ มันถูกผ่าครึ่ง ชุดเกราะของมันร่วงลงเป็นกอง
6 วินาที
ยังพอมีเวลา สีหน้าวุ่นวายใจของผู้ไม่ตายบอกทุกอย่าง จูเลียลฆ่ามันได้
ไม้เท้าของมันเปลี่ยนเป็นดาบใหญ่ ป้องกันได้อีกครั้ง แต่จูเลียลใช้แรงที่เหนือกว่ามากปัดดาบใหญ่ลอยขึ้นกลางอากาศ วูจินต้องปล่อยไปเพื่อไม่ให้มือฉีกเปล่าๆ
3 วินาที
มันชนะ
กรงเล็บจูเลียลเสียบทะลุหัวใจของคังวูจินที่ไร้อาวุธ
ฆ่ามันได้แล้ว
ผู้ไม่ตาย…
“ข้าทำได้แล้ว”
สิ่งที่แม่ทัพในแท่นสูงกว่าทำไม่ได้ แต่มันที่ครองเพียงแท่นสองแท่นทำได้
ช่วงที่คังวูจินล้มลง…เขาอดหัวเราะไม่ได้
“โง่”
“เป็นไปได้ยังไง…”
“ต่อให้แสนรู้แค่ไหนแต่หมาก็คือหมา”
“…”
ภาพรอบตัวจูเลียลหมุนติ้ว
ตัวมันกำลังนอนหงายมองวูจินที่อยู่เหนือมัน
“เป็นไปได้ยังไง…”
“ปีศาจน้อยของฉันนิสัยเสียไปหน่อย”
“…”
จูเลียลมองไปทางแมว
แมวเปลี่ยนร่างกลายเป็นปีศาจตัวน้อย
อา ตอนนี้มันจำได้แล้ว นั่นคือแม่มดมายา
“ภาพลวงตา…”
“นายเต้นเก่งดีนะ”
“…”
จูเลียลมองรอบตัว เหล่าอัศวินมรณะยังยืนอยู่ที่เดิม มองลงมาที่มันด้วยสีหน้าว่างเปล่า
จูเลียลตื่นเต้นไปเอง กระโดดโลดเต้นไปเองคนเดียว…
มันไม่ต้องมองรอยแผลเจ็บหนึบที่คอก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มันล้มทั้งหอกแทงใส่ตัวมัน มันรู้สึกถึงแรงบีบรัดที่อก
“โอกาสหน้าเจอกันใหม่”
“คึๆ ข้าไม่มีเหตุผลให้ต้องเจอเจ้าอีก”
มันยังต้องใช้เวลาอีกนานในความมืดและว่างเปล่าของความตาย แต่สุดท้ายมันจะคืนชีพขึ้นมาใหม่
จูเลียลจะไม่เปิดประตูมาที่โลกอีกแล้ว
“ใครจะรู้”
วูจินดันหอกลึกเข้าไปอีก ตัดลมหายใจของจูเลียลทันที แสงสีเทาล้อมรอบศพของมันแล้วสลายไปในสายลม
“เฮ้อ เกือบไป”
“ฮิๆ เราทำได้ดีใช่ไหม?”
“เธอทำได้ดี”
“เจ้านั่นหลงกลเดิมๆทุกทีเลยเมี้ยว”
วูจินยิ้มแล้วลูบหัวบิบิ
ความเร็วของจูเลียลที่ได้รับพรจากทุ่งราบเป็นภัยคุกคาม ถ้ามันไม่ตกอยู่ใต้มนตร์ลวงตาและตั้งใจจู่โจมเขาจริงๆ วูจินต้องแย่แน่
อาชีพที่สองของวูจินคือวอริเออร์ แต่เขาเอาแต้มโบนัสทั้งหมดไปเพิ่มค่าบงการกับเวทย์ ถึงแม้ว่าเขาจะกินหินเพิ่มค่าสถานะให้ตัวเอง ร่างกายเขาก็แค่แข็งแกร่งกว่าเราส์คนอื่น ค่าสถานะด้านกายภาพของเขาไม่สูงพอจะสู้กับแม่ทัพของทราห์เน็ต
วูจินแตะพลอยม่วงที่กำลังสร้างลำแสงกลางรังของจูเลียล
เมื่อเขาหยิบพลอยขึ้นมา ลำแสงก็ลดเข้ามาในพลอยในมือของวูจิน
<ท่านได้รับชิ้นส่วนมิติ>
วูจินยิ้ม
เขามีชิ้นส่วนสำหรับเอาอาณาเขตมิติครบ 3 อันแล้ว