เนโครแมนเซอร์แห่งสถานีโซล (Necromancer of Seoul Station) - บทที่ 103 – อาณาเขตมิติ - บทที่ 104
- Home
- เนโครแมนเซอร์แห่งสถานีโซล (Necromancer of Seoul Station)
- บทที่ 103 – อาณาเขตมิติ - บทที่ 104
วูจินหยิบชิ้นส่วนมิติออกมาจากคลัง
เขาได้จากพย็องยัง 1 ชิ้น จากเมโลดี้ 1 ชิ้น และตอนนี้ได้อีกชิ้น รวม 3 ชิ้น
วิ้ง
พลอยขนาดเท่ากำปั้นลอยขึ้นไปพลางส่งเสียงสะท้อนใส่กัน
มันหมุนแล้วรวมกันเป็นชิ้นเดียว จากนั้นค่อยๆลดระดับลงมา วูจินคว้าเอาไว้แล้วแสงสว่างจ้าก็หายไป
แสงสีม่วงสั่นเหมือนเป็นวงน้ำภายในตัวพลอย แสงนั้นแกว่งเหมือนจะหลุดออกมาจากตัวพลอยให้ได้ มองแล้วนึกถึงแสงที่ถูกกักในขวดแก้ว
“อืม”
วูจินอ่านรายละเอียดของพลอย
<หลักฐานมิติ>
ท่านสามารถครอบครองส่วนหนึ่งของมิติที่ฉีกขาด
“ท่าทางจะไม่ใช่ที่นี่”
ถ้าวูจินอยากได้ส่วนขาดของมิติมาเป็นอาณาเขตมิติของเขา เขาต้องหาดันเจี้ยนที่ใช่ ถ้าดันเจี้ยนเข้ากับเขาได้มันจะตอบสนองกับเขาเอง ดันเจี้ยนนี้ไม่มีการสนองตอบ อาจเป็นเพราะมันเคยเป็นของจูเลียลมาก่อน
วูจินเก็บหลักฐานมิติเข้าไปในคลัง จากนั้นกวาดตามองรอบๆ เขาอยากรู้ว่าทุ่งราบของจูเลียลมีของรางวัลเหมือนห้องทดลองของรัชโมดหรือเปล่า
“บิบิ มาหากัน”
“ได้เลย”
บิบิวิ่งเหยาะๆพลางมองหารอบๆทุ่งหญ้า วูจินก็ใช้เวทย์ค้นหาของเขาดูตรงรังของจูเลียลอย่างตั้งใจ
ตรงมุมถ้ำมีร่องรอยดินถูกขุด สีของดินต่างไปเหมือนมันกลบฝังอะไรบางอย่าง วูจินรู้สึกถึงมานามหาศาลแผ่ออกมาจากข้างใต้
วูจินลงมือขุดและเจอกองกระดูกถูกฝังเอาไว้
“หืม อะไรของมัน…”
กระดูกของมอนสเตอร์หลายตัวอยู่ในนี้ ดูเหมือนทั้งหมดจะมาจากส่วนเดียวของร่าง
กระดูกมีขนาดใหญ่ประมาณกระบอง วูจินรู้ว่านี่เป็นของขบเคี้ยวของจูเลียล
เขาเลือกหยิบกระดูกชิ้นใหญ่ที่ส่งมานาออกมามากที่สุด
<กระดูกซี่โครงที่ 3 ของมังกรแดง>
<กระดูกซี่โครงที่ 3 ของมังกรน้ำเงิน>
<กระดูกซี่โครงที่ 3 ของกอริลล่าสามสี>
วูจินเก็บไอเทมพวกนี้แล้วเดินไปหาบิบิ
“เราหาได้เท่านี้ล่ะ…”
“…”
วูจินมองของที่บิบิหาได้แล้วส่ายหน้า
“ไม่มีของที่ใช้ได้เลย”
วูจินมองปราดเดียว เขาเห็นแต่ซากมอนสเตอร์ พูดง่ายๆคือมันเป็นของกินเหลือ มีไอเทมจิปาถะบ้างแต่ไม่มีอะไรน่าสนใจ
“อันนั้นขนหมาหรือเปล่านะ?”
“ใช่ ออกกันก่อนเถอะ”
“เข้าใจแล้ว เจ้านาย ขอเราใช้ร่างนี้ได้ไหม?”
“เอ่อ…”
วูจินมองบิบิ
เธอเป็นปีศาจ แต่รูปร่างภายนอกไม่ต่างจากเด็ก 10 ขวบ
“อยู่กับร่างแมวไปก่อนจนกว่าจะได้ร่างจริงคืนมา”
“ฮิๆ ก็ได้”
บิบิเปลี่ยนเป็นร่างแมวแล้วหายเข้าไปในห้องรออัญเชิญ อัศวินมรณะก็กลับไปเช่นกัน วูจินหยิบหินรีเทิร์นสโตนที่อยู่ข้างมิติชิ้นส่วนแล้วออกจากดันเจี้ยนไป
“ลูกพี่!”
ซุงกูรอวูจินอยู่หน้าดันเจี้ยน
“ดันเจี้ยนเบรกติดต่อกันเลยครับ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อผมกลัวว่าโซลจะเป็นอะไรไป”
“เบรกที่ไหนบ้าง?”
“เกิดตลอดสาย 4 ครับ เพิ่งได้ยินจากวิทยุว่าตอนนี้เกิดดันเจี้ยนเบรกที่สถานียงซัน”
“ดูแลรอบๆให้เรียบร้อย”
“ครับ ลูกพี่ระวังตัวด้วยนะครับ”
ถนนเสียหายและมีรถเสียจอดเกะกะ วูจินคงใช้รถไปไหนไม่ได้ เขาเรียกชิงชิงออกมา
ม้าปีศาจกระโดดหลบหลีกรถไปตามถนน
มอนสเตอร์ออกอาละวาดในทุกที่ เราส์กับทหารไม่เพียงพอจัดการกับพวกมัน พลเมืองถูกมอนสเตอร์ไล่ล่ากลายเป็นภาพชินตา
“ไปฆ่าพวกมันซะ”
[รับบัญชา]
วูจินควบม้าปีศาจไปตามถนน เขาสั่งอัศวินมรณะทุกครั้งที่เห็นมอนสเตอร์
“ดันเจี้ยนช็อกเพิ่งผ่านไปแค่ 5 ปี แล้วทำไมถึงยังเป็นแบบนี้อีก?”
เหตุการณ์ดันเจี้ยนระเบิดเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 5 ปีที่แล้วเท่านั้น ประชากรครึ่งหนึ่งของเมืองโซลถูกฆ่า
พวกเขาโฆษณาความสำเร็จของธุรกิจดันเจี้ยนและโซลเป็นที่ๆปลอดภัย แทนที่จะเตรียมพร้อมกับการเกิดดันเจี้ยนเบรกในอนาคต…
ครั้งแรกถือเป็นอุบัติเหตุ แต่พอครั้งที่สองมันคือความผิดพลาดของทุกฝ่าย
อย่างน้อยก็ไม่ควรสร้างเขตพักอาศัยใกล้กับดันเจี้ยน
“ชิ ไปฆ่าพวกมันด้านโน้น ถ้าคนโจมตีพวกนายก็กลับห้องอัญเชิญไป”
[ตามแต่ท่านจ้าวบัญชา!]
อัศวินมรณะกระจายกำลังไปล่าพวกมอนสเตอร์ รูปร่างพวกมันไม่ต่างจากมอนสเตอร์พวกอันเดดนัก ดังนั้นเราส์อาจเข้าใจผิดโจมตีใส่ได้ เพราะอย่างนี้พวกมันจึงถูกสั่งให้กลับห้องอัญเชิญทันทีถ้าถูกโจมตี
สถานียงซันอยู่ในสภาพโกลาหลอย่างแท้จริงเมื่อวูจินมาถึง มอนสเตอร์หลายขนาดเรียงเต็มท้องถนนเหมือนมันหลุดออกมาจากหลายทางเข้าสถานี
“ถ้าฉันมีเจนิสก็ดีสิ…”
ในบรรดากองทัพผู้ไม่ตาย เจนิสแข็งแกร่งที่สุดในด้านพลังทำลาย วูจินอดเสียดายไม่ได้เมื่อเจอกับสถานการณ์แบบนี้ โชคยังดีที่เลเวลเขาขึ้นเร็ว วันที่เขาจะได้เจอกับเจนิสอยู่อีกไม่ไกล
“โดลเซ ไป”
วิ้ง
ดันเจี้ยนเพิ่งระเบิดได้ไม่นาน บริเวณนี้จึงเต็มไปด้วยพวกมอนสเตอร์
ยานพาหนะที่อยู่ใกล้ๆรวมตัวกันกลายเป็นโกเลมโลหะร่างใหญ่ มันไม่มีแรงยิงเหมือนจรวดหรือปืนกล แต่ร่างโลหะของมันเองก็เพียงพอจะทุบมอนสเตอร์แหลก
ถ้าวูจินเข้าไปสู้ด้วย การล่ามอนสเตอร์ก็จะเร็วขึ้น แต่มันจะไม่จบไม่สิ้น เราไม่วิดน้ำรั่วออกแต่จะหารูรั่วแล้วปิดมันแทน
“ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นใคร แต่ถ้าจับมันได้…”
ถ้าจับตัวการได้เขาจะรู้สาเหตุและวิธีทำให้เกิดดันเจี้ยนเบรก
วูจินขี่ชิงชิงไปทางเหนือ
“เวร”
มอนสเตอร์กำลังหลั่งไหลออกมาจากดันเจี้ยนที่ระเบิดพอดี วูจินเรียกหอกกระดูกสร้างเป็นกำแพงใกล้ทางเข้าสถานีกักพวกมอนสเตอร์ไว้
เจอกับมอนสเตอร์ที่อาละวาดกำแพงกระดูกคงกักพวกมันไว้ได้ไม่นาน แต่มันช่วยยื้อเวลาให้คนอพยพหนี
“ที่นั่นจะเป็นที่ต่อไปเหรอ?”
วูจินมองไปที่สถานีโซล
เขาต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมดันเจี้ยนที่ถูกพิชิตไปแล้วถึงระเบิดอีก วูจินเรียกอัศวินมรณะที่กลับห้องอัญเชิญไปแล้วหลังเสร็จงานออกมาใหม่ เขาส่งพวกมันไปหามอนสเตอร์ที่กำลังจะหลุดออกมาจากคุกกระดูก
วูจินเดาว่าการระเบิดครั้งต่อไปจะเป็นที่ไหน ดังนั้นเขาจึงมุ่งหน้ามาที่สถานีโซล
‘ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น’
นี่ต้องไม่ใช่เหตุปกติ ที่อื่นไม่เป็นไรแต่ที่โซล เกาหลีกำลังวุ่นวาย และการระเบิดก็เกิดขึ้นเป็นทอดๆแทนที่จะเกิดขึ้นพร้อมกัน
‘ใครบางคนจงใจสร้างดันเจี้ยนเบรกขึ้นมา’
นับจาก 5 ปีหลังเกิดดันเจี้ยนระเบิดครั้งแรก นี่เป็นครั้งแรกที่ดันเจี้ยนที่ถูกพิชิตไปแล้วระเบิด
ตลอดเวลาที่ว่านี้ มีอะไรที่ไม่เหมือนเดิม?
‘รัชโมด แล้วก็จูเลียล’
แม่ทัพของทราห์เน็ต
พวกมันเริ่มเผยตัว
แม้จะเป็นแค่แม่ทัพแท่น 1 แท่น 2 การที่พวกมันโผล่มาที่โลกเป็นเรื่องสำคัญ ไม่นานแท่น 3 ก็จะโผล่มา และระดับมานาบนโลกก็จะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเดิมอีกมาก แม่ทัพที่ครอบครองแท่นสูงกว่ากำลังมา
‘มีคนควบคุมเรื่องนี้’
เพื่อป้องกันเรื่องนี้ไม่ให้คืบหน้า วูจินต้องรู้แบบแผนที่ทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้ การไม่รู้ทำให้เขาหงุดหงิด
ถ้าสาเหตุมาจากมิติอื่น การระเบิดจะไม่เกิดติดต่อกันไปตามถนนสายหนึ่ง นอกจากว่าแม่ทัพตนไหนจะมีงานอดิเรกชอบดูแผนที่รถไฟใต้ดิน วูจินจึงเชื่อว่าคนกดสวิทช์ดันเจี้ยนเบรกอยู่ที่โลก
มีคนกำลังเดินไปตามทางรถไฟใต้ดิน
วูจินรออยู่นาน แต่ไม่มีทางออกสถานีโซลทางไหนระเบิด เขาส่งพลังไปที่ประสาทสัมผัสมากกว่าเดิม
‘หรือมันต้องใช้เวลา?’
ถ้าดูจากรูปแบบของการระเบิด เป้าหมายต่อไปคือสถานีโซล แต่มันยังไม่เกิด หรือวิธีการทำให้เกิดดันเจี้ยนระเบิดต้องใช้เวลามาก?
วูจินรออีก 30 นาที แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
‘ฉันแน่ใจ’
สิ่งเดียวที่เปลี่ยนคือวูจินมาถึงสถานีโซลก่อนเวลา
ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าดันเจี้ยนเบรกเกิดโดยฝีมือใครบางคน และคนร้ายเห็นวูจินจึงหยุด ถ้าคนร้ายรู้ตัวว่าวูจินรอเขาอยู่ที่นี่ต้องอ้อมไปยังดันเจี้ยนอื่น
วูจินขยายประสาทรับรู้ออกไป อัศวินมรณะกับเราส์ที่จัดการกับมอนสเตอร์ระลอกก่อนหน้าเดินมาหาวูจิน
“คุณคังวูจิน”
“…?”
“ผมเป็นรองประธานกิลด์ KH ลีมุงจินครับ ได้ยินเรื่องของคุณมามาก”
“ผมเป็นประธานกิลด์เจาส์ โอเทกยูครับ เป็นเกียรติที่ได้เจอคนที่ผมเคยเห็นแต่ในทีวี”
“ผมชื่อคิมชุลจิน อยู่กิลด์เส้นทางครับ ยินดีที่ได้รู้จัก…”
การต่อสู้เพิ่งจบไป มอนสเตอร์หลังจากถูกขังไว้ก็หนีไปไหนไม่ได้ อัศวินมรณะกับเราส์กวาดล้างมอนสเตอร์จนหมด แต่…
หลังจากเก็บกวาดพวกมอนสเตอร์ เราส์เห็นวูจินและเข้ามาทักทาย
หลายคนมองวูจินอย่างอิจฉา บางคนมองเขาเหมือนมองดารา สายตาเต็มไปด้วยความทึ่งและสงสัย
พวกเขารู้จักวูจิน แต่วูจินไม่รู้จักใครเลย เขาไม่ใช่ดาราที่ต้องใส่ใจเรื่องความรู้สึกของแฟนๆ…
“เราไปจับมอนสเตอร์ต่อดีไหม?”
“เราส์คนอื่นน่าจะย้ายไปทางอื่นแล้ว”
ทีมเราส์ของหน่วยป้องกันเมืองหลวงกับเราส์จากหลายๆกิลด์ถูกพาเข้ามาในแถบที่เกิดดันเจี้ยนระเบิด สถานีซาดางเป็นที่แรกที่ระเบิดจึงมีผู้เสียหายมากที่สุด
ที่อื่นๆพอจะคาดการณ์ได้ว่าสถานีไหนจะระเบิด ดังนั้นพลเมืองด้านเหนือแม่น้ำฮันจึงถูกอพยพออกไป
ทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตายน้อยมาก และเราส์ถูกเรียกเข้ามาร่วมล่ามอนสเตอร์ ทุกอย่างจึงแก้ไขได้รวดเร็ว
“ขอถ่ายรูปคู่ได้ไหมครับ?”
“ถ้าอยากเอาไปใช้เป็นรูปถ่ายงานศพของนายก็ได้”
“…”
เราส์ทุกคนหุบปากเมื่อได้ยินคำพูดห้วนๆของวูจิน วูจินมองไปรอบๆแล้วขมวดคิ้ว
มีนักเวทย์หญิงอายุราว 20 ปี ถือไม้เท้าอันเล็กประดับคริสตัลเม็ดหนึ่ง
วูจินมองเธอ เมื่อสบตากัน เธอเบิกตากว้างเหมือนตกใจ เธอทำเหมือนอยู่ต่อหน้ากล้อง มองคนรอบๆเพื่อยืนยันว่าวูจินกำลังมองเธออยู่
วูจินขมวดคิ้ว เดินไปทางผู้หญิงคนนั้น
“ท..ทำไม?”
ผู้หญิงคนนั้นตกใจถอยไปข้างหลัง
“อยู่เฉยๆดีกว่านะ”
“…”
ผู้หญิงรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เหมือนเธอถูกดวงตาของวูจินดูดเข้าไป ดวงตาของวูจินเหมือนกดดันสัตว์ป่า ขนาดตอนเผชิญหน้ากับโอเกอร์เธอยังไม่ยืนแข็งที่อแบบนี้
วูจินเดินไปถึงตัวผู้หญิงแล้วต่อยหน้า
เธอนึกไม่ถึงว่าจะถูกต่อยจึงล้มหงายหลัง คนรอบๆช็อกไป พวกเขารู้ว่าวูจินป่าเถื่อนแต่ไม่นึกว่าจะขนาดนี้…
ทุกคนมองหน้ากันเหมือนจะถามว่าควรห้ามไหม ขณะกำลังลังเลอยู่นั้น ภาพประหลาดก็ปรากฎต่อหน้า
ร่างของผู้หญิงสั่นพร่า
วูจินใช้ปลายไม้เท้าเสยผมของผู้หญิงขึ้น ขอบหมวกฮูดถูกปลายไม้เท้าเกี่ยวไปข้างหลัง
เมื่อฮูดถูกดึงออกก็เผยให้เห็นผ้าคลุมใส ไม่มีผู้หญิงอีกต่อไปแต่มีลีซังโฮที่ปลายจมูกแดงก่ำมาแทนที่
“แกรู้ได้ยังไง?”
ลีซังโฮถาม เขาจ่ายไปไม่น้อยสำหรับผ้าคลุมมายานี้
“ฉันมีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อยู่”
วูจินหัวเราะพลางเรียกไม้เท้าเหล็กออกมา
“หึ นายต่อยฉัน แค่เพราะฉันปลอมตัวเนี่ยนะ ยอมเลย นิสัยนายนี่เน่าจริงๆ”
ลีซังโฮยักไหล่แล้วมองไปรอบๆ วูจินยิ้ม ไม่ใช่สิ เขาหัวเราะพลางเหวี่ยงไม้เท้า
ปึก!
ลีซังโฮตกใจกระโดดหลบ ไม้เท้าของวูจินตาม สุดท้ายก็ตีโดนสีข้างของลีซังโฮ
“เหี้ย!”
ไอ้คนไร้มารยาทนี่ เขาอยากฆ่ามันจริงๆไม่เกี่ยวว่าเป็นลูกน้องของเลลโลหรือไม่
“ทำอะไร! ทำไมตีฉัน?”
“เพราะนายทำผิดมหันต์ นายต้องตาย”
วูจินเปลี่ยนไม้เท้าเป็นรูปแบบหอก ลีซังโฮกลืนน้ำลายเมื่อเห็นสายตาจริงจังของวูจิน
‘มันเอาจริง’
ลีซังโฮมองรอบๆ เราส์ถอยไปยืนห่างๆเพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น สายตาพวกเขาจ้องมาที่คนทั้งสอง
“ห่า ฉันทำผิดอะไร? นายกำลังจะเป็นฆาตกรนะ”
วูจินยิ้มเยาะ
เถียงกับคนใกล้ตายไปก็ไม่มีประโยชน์
ลีซังโฮป้องกันหอกที่วูจินแทงมาทางเข้า วูจินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ลีซังโฮใช่คนที่มีปฏิกิริยาตอบโต้เร็วแบบนี้เลยหรือ?
‘เวร ไอ้ป่าเถื่อนนี่’
ลีซังโฮตกใจเมื่อเห็นวูจินไม่สนสายตาคนอื่นเลย แต่เขามั่นใจในตัวเอง เขามีพลังที่ได้รับมอบมาจากการเป็นลูกน้องของเลลโล
ลีซังโฮมองไปรอบๆด้วยตาแดงก่ำ
“ต่อให้ฉันทำผิดก็ต้องขึ้นศาลไม่ใช่เหรอ? นายเป็นใครวะมาฆ่าฉัน!”
วูจินเพียงแต่ยิ้มดูลีซังโฮโวยวาย
วูจินรู้สึกได้ถึงวิญญาณชั่วร้ายสกปรกของลีซังโฮกำลังสั่น
วูจินก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
ลีซังโฮถอยหนึ่งก้าว
ไอ้บ้านี่มันกะเอาเขาตายจริงๆ
‘มันเห็นอะไรน่าสงสัยเหรอ?’
มันมีเหตุผลอะไร?
วูจินรู้หรือว่าเขาเป็นตัวการทำให้เกิดดันเจี้ยนระเบิด?
เขาเปลี่ยนรูปร่างภายนอกของตัวเองด้วยผ้าคลุมมายาทุกครั้งที่ย้ายไปที่อื่น
ลีซังโฮคิดกังวลไปมากมาย แต่คังวูจินไม่สนใจ
ปึก!
“อั่ก!”
ใบหอกทะลุผ่านกระดูกซี่โครงแทงลึกในปอดเขา ลีซังโฮมองคังวูจินด้วยตาแดงก่ำ เขาเร็วกว่าก่อนได้พลังจากเลลโล แต่ไม่ว่าความเร็วจะเพิ่มแค่ไหนก็หลบการโจมตีของวูจินไม่ได้
‘แม่ง ไอ้ป่าเถื่อนนี่’
เหมือนความมั่นใจที่เปี่ยมล้นของเขาหล่นหายไปหมด
ไอ้เวรนี่มันแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่แล้ว?
มันใช่คนจริงๆเหรอ?
เป็นคำถามที่ดี ไม่มีใครบนโลกเคยเห็นว่าผ้าคลุมมายาทำงานอย่างไร แล้วคังวูจินรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นคนเที่ยวทำให้เกิดดันเจี้ยนระเบิด?
“นายรู้ได้ยังไง?”
“…”
รู้ได้ยังไง? เขาไปหาข้อมูลที่ตะวันออกกลางและกลับมา วูจินบิดหอกทำให้แผลกว้างขึ้นอีก เลือดเริ่มทะลักออกมา
“อั่ก”
ความคิดของลีซังโฮกระจัดกระจายจนไม่คิดจะใช้พลังจิตเคลื่อนย้ายสิ่งของของตัวเอง ยิ่งกว่านั้นเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะโจมตีวูจินได้
“ห่า โลกไม่ยุติธรรมเลยว่ะ หึ ถึงนายจะเก่งแค่ไหนแต่ก็หยุดไม่ได้หรอก ต่อให้ไม่ใช่ฉัน คนอื่นก็จะทำให้เกิดดันเจี้ยนเบรกอีก”
“อะไรนะ?”
“คึๆ โลกจะถูกทำลายแล้ว นายหยุดไม่ได้หรอก ท่านพวกนั้นคือพระเจ้า พระเจ้ากำลังลงมาที่โลกนี้!”
“…”
วูจินขมวดคิ้ว
“คึๆๆ”
ลีซังโฮหัวเราะแล้วไอเป็นเลือด สุดท้ายทุกคนจะตาย เขาแค่ตายเร็วกว่าหน่อย เขาโชคดีแล้วที่ได้เห็นสีหน้าร้อนใจของวูจิน
“นายทำให้เกิดเบรกได้ยังไง?”
“แค่ก”
ลีซังโฮกระอักเลือดจากนั้นก็ตาเหลือกไป วูจินเอาวิญญาณที่เก็บไว้ในเกราะผีออกมารักษาลีซังโฮ ลีซังโฮลืมตาขึ้นกว้างเมื่อจู่ๆร่างกายก็มีพลังเต็มเปี่ยม สติที่เลือนรางหวนคืนกลับมาใหม่
วูจินถอนหอกออก เลือดพุ่งกระฉูดพร้อมเสียงโหยหวนของลีซังโฮ แต่เขาส่งวิญญาณไปรักษาลีซังโฮอีกอย่างรวดเร็ว
วูจินคว้าท้ายทอยของลีซังโฮ
“อั่ก นายช่วยฉันไว้ทำไม?”
วูจินลากลีซังโฮเข้าไปที่ดันเจี้ยนใกล้ที่สุดโดยไม่สนใจลีซังโฮที่ดิ้นรนต่อต้าน
เราส์ที่ยืนมองอยู่เข้ามาหาพวกเขา
“ผม…ผมไม่แน่ใจว่ามันเรื่องอะไร แต่ต้องการให้ช่วยไหม?”
“ไม่ต้อง”
วูจินฆ่าลีซังโฮได้อยู่แล้ว ไอ้นี่ทำผิดจนสมควรตาย แต่เขาไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนเห็นตอนเขาสอบสวนลีซังโฮ เมื่อวูจินเข้าดันเจี้ยนไป เขาโยนลีซังโฮอย่างหยาบคาย
“นายคิดจะทำอะไรวะ?”
“นายเป็นคนทำให้เกิดดันเจี้ยนเบรกเหรอ?”
“…นายรู้ว่าฉันเป็นคนทำถึงคิดจะฆ่าไม่ใช่เหรอ?”
“ฉันไม่รู้”
“งั้นทำไมถึงจะฆ่ากูล่ะโว้ย!”
“นายเป็นคนจะฆ่าฉันก่อน ฉันไม่ตายและตอนนี้ก็กำลังจะเอาคืน”
“…”
“นายเป็นคนจ้างมือสังหารจากตะวันออกกลาง”
“…”
ลีซังโฮเงียบ เขาเลือกนายหน้าที่เป็นที่รู้จักเรื่องความละเอียดรอบคอบในการทำธุรกิจ ดูเหมือนนายหน้าคนนั้นจะเก็บหลักฐานไว้และคังวูจินรู้ทุกอย่าง แล้วแบบนี้จะใช้โทรศัพท์ใช้แล้วทิ้งติดต่อเขาทำไมวะ…
“ยังไงฉันก็ฆ่านายอยู่แล้ว แต่ฉันอยากรีดทุกอย่างที่นายรู้เรื่องดันเจี้ยนเบรกออกมาให้หมด”
ลีซังโฮหัวเราะ มันต้องการสิ่งนี้?
“คิดเหรอว่าฉันจะบอก?”
วูจินยิ้มเหี้ยม
“ทนได้ก็ลองดู”
วูจินยกไม้เท้าเหล็กขึ้น
***
บิบิดูตลกเมื่อสวมชุดคลุมสีดำตัวใหญ่หลวมโพรก แขนเสื้อยาวเกินไปและปลายชุดคลุมก็ลากไปตามพื้น แต่เธอยิ้มกว้างเหมือนดีใจมาก
“เฮะๆ ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นเสื้อนี่ที่โลก”
“ชอบเหรอ?”
“แน่นอน เสื้อเรานี่นา”
บิบิเคยใส่ชุดคลุมนี้เสมอเหมือนเป็นเครื่องแบบประจำตัว
ผ้าคลุมมายาที่ลีซังโฮหามาอย่างยากลำบากถูกวูจินเอาไปให้บิบิ
“ฉันรู้ข้อมูลทุกอย่างแล้ว ปลุกมัน”
“ฮิๆ ได้ค่ะ”
ลีซังโฮนอนครางตาเหลือกบนพื้น บิบิใช้พลังกับเขา
“เฮือก!”
ลีซังโฮถูกปลุกขึ้นมา เขาทำท่าเหมือนไปเจอผีมา เขาถอยห่างจากวูจิน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกลัว
มันเป็นแค่ฝัน แต่เขาฝันว่าวูจินซ้อมเขาเป็นเวลา 1 ปี ความกลัวที่เขาเผชิญมา…
“ฆ่าฉันเถอะ”
วูจินถือขวานเดินมา ลีซังโอนอนหงาย
“ปละ…ปล่อยฉันไปเถอะ บอก ฉันจะบอกทุกอย่าง”
“ฉันรู้หมดแล้ว”
“อะไรนะ?”
วูจินกดขวานลงบนคอของลีซังโฮ หัวถูกตัดขาดจากร่าง มันกลิ้งไปโดยมีแสงสีเทาล้อมรอบ
วูจินเดาะลิ้นเมื่อเห็นศพหายไปเหมือนถูกเผา
“แสดงว่าตอนนี้พวกมันเอาคนจากโลกไปอยู่ฝั่งมันได้แล้วสิ”
ลีซังโฮกลายเป็นลูกน้องของเลลโล?
วูจินรู้ด้วยว่าเขาทำให้เกิดดันเจี้ยนเบรกอย่างไร
เมื่อกลายเป็นลูกน้องของเลลโล มอนสเตอร์ก็ไม่โจมตี ลีซังโฮใช้หินรีเทิร์นสโตนทำลายบาเรีย ก็เหมือนปลดกลอนประตูปล่อยมอนสเตอร์ออกมา
“แต่อย่างนี้เราก็สบายใจได้นิดหนึ่งแล้วล่ะ”
“มันจะเกิดขึ้นอีก”
มอนสเตอร์จะแตะต้องหินรีเทิร์นสโตนได้เมื่อเวลาผ่านไป 30 วันเท่านั้น ที่ลีซังโฮถือหินรีเทิร์นสโตนได้เพราะเหตุผลง่ายๆว่าเขาคือคนจากโลก
เขาตายและหายไป ตอนนี้เขาไปอยู่ฝั่งทราห์เน็ต เขาจะคืนชีพขึ้นมาใหม่แต่ไม่ใช่คนของโลกอีกต่อไป เป็นเพียงลูกน้องของเลลโล หนึ่งในแม่ทัพ 72 ตนของทราห์เน็ต
ในมุมมองของโลก เขาเป็นเพียงคนนอก
จากนี้ไป วูจินต้องฆ่าทุกคนที่ถูกล่อลวงไปอยู่ฝ่ายทราห์เน็ต
“ออกกันเถอะ”
“ได้ค่ะ”
บิบิม้วนแขนเสื้อขึ้น แล้วดึงปลายเสื้อคลุมขึ้นมามัดรอบเอว เธอเหมือนถูกพันด้วยผ้าห่ม แต่บิบิมีท่าทางร่าเริงที่สุดเท่าที่วูจินเคยเห็นในช่วงที่ผ่านมานี้
วูจินลงไปชั้นล่างเพื่อเอาหินรีเทิร์นสโตน เขาจัดการมอนสเตอร์ทุกตัวแต่ไม่เจอหินรีเทิร์นสโตน
“นี่เป็นดันเจี้ยนระดับสูงเหรอ?”
แบบนี้ก็ยุ่งยากหน่อย แต่วูจินในตอนนี้ไม่มีดันเจี้ยนไหนที่เขาเคลียร์ไม่ได้ เขาขึ้นไปที่ทางออกที่มีบาเรียกางอยู่ อุโมงค์สีแดงก่อตัวอยู่แล้ว
วูจินผ่านอุโมงค์เข้าไป
หลังจากผ่านเสียงอื้ออึงและหายจากความมึนงง วูจินเห็นสภาพของดันเจี้ยนระดับสูง มันเป็นที่รกร้างมีต้นอ้องอกเป็นบางแห่ง
เขาไม่เห็นมอนสเตอร์สักตัว
“หืม”
มีภูเขาจำนวนหนึ่งสูงเสียดฟ้าเหมือนใบมีด ท่ามกลางนั้นมีภูเขาที่มียอดสูงที่สุดกำลังเปล่งแสงสีเขียวขึ้นฟ้า ดูเหมือนหินรีเทิร์นสโตนจะอยู่ที่นั่น
มันอยู่ไกลเกินกว่าจะเดินไป วูจินเรียกชิงชิงออกมา
วูจินควบม้าผ่านทุ่งร้างที่มีต้นไม้รูปร่างแคระแกร็นขึ้นตรงนั้นตรงนี้
“มอนสเตอร์ทั่วไปของที่นี่คืออะไรนะ?”
เขาเข้ามาโดยไม่ได้ดูข้อมูลดันเจี้ยนจึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลย
ความสงสัยของวูจินได้รับคำตอบในเวลาไม่นาน
พวกมอนสเตอร์โผล่มาจากท้องฟ้า พร้อมกับเสียงร้องเสียดหู
วูจินกำลังสงสัยว่าทำไมในทุ่งไม่มีมอนสเตอร์เลย ดูเหมือนรังของพวกมันจะอยู่ในภูเขาแหลมเหมือนมีดนั่นเอง
มอนสเตอร์ในท้องฟ้าบินมาทางเขา พวกมันอยู่ห่างไปมากแต่ก็ยังใหญ่กว่าเหยี่ยว มันคือไวเวิร์น
“ที่นี่คือรังของบิรองงั้นสิ?”
ที่นี่คงเป็นดันเจี้ยน 6 ดาว เป็นโอกาสเก็บค่าประสบการณ์อย่างดี
วูจินขี่ชิงชิง เรียกอาวุธของเขาออกมาแล้วเปลี่ยนเป็นธนู
เขาดึงสายธนู ลูกศรเวทย์ก่อตัวขึ้นเตรียมยิง
***
วูจินมาถึงยอดเขา
ดันเจี้ยนนี้ยังไม่รีเซ็ท ไม่มีบอสไม่ว่าจะเป็นบอสไวเวิร์นหรือมอนสเตอร์ประเภทอื่น น่าเสียดายแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ ถึงอย่างนั้นเลเวลของวูจินก็เพิ่มมา 1 เลเวล และเขาก็พบว่าที่นี่เป็นดันเจี้ยนที่ดีทีเดียวจึงตั้งใจจะมาที่นี่อีกหลายๆครั้ง
บนยอดเขามีปราสาทร้างแห่งหนึ่ง
“เจ้านาย ที่นี่ไม่น่ากลัวไปหน่อยเหรอ? เหมือนผีจะโผล่มาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้เลย อึ๋ย”
บิบิตัวสั่น มองไปรอบๆด้วยดวงตากลมโต
วูจินยิ้ม
ไม่น่าใช่บทสนทนาระหว่างปีศาจน้อยกับเนโครแมนเซอร์เลย
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคืนนี้เขาได้ฝันถึงผีแน่
“ไปหาอาร์ติแฟคแถวนั้น เผื่อจะมี”
“ได้จ้า โดลเซจิง ไปกัน”
บิบิกับโดลเซค้นไปทั่วปราสาท วูจินออกเดินไปทางแสงสีเขียว
เขาเดินผ่านสวนว่างเปล่า สิ่งก่อสร้างที่เหมือนจะเป็นคอกม้า จากนั้นก้าวเข้าไปในตัวปราสาท
ประตูพังไปแล้ว ในตัวปราสาทมีใยแมงมุมเต็มไปหมด
รูปเหมือนของใครไม่รู้ถูกเผาจนเหลือแต่กรอบส่วนบน กลางห้องโถงใหญ่มียกพื้นเล็กๆกับเศษซากของบัลลังก์
“เชี่ย ใครมันมาสร้างปราสาทถึงบนยอดเขาวะ?”
ดันเจี้ยนสร้างจากสถานที่ที่มีอยู่จริง มันเป็นส่วนเสี้ยวที่ถูกฉีกออกมาของมิติ ปราสาทนี้มีเจ้าของก่อนที่จะถูกทราห์เน็ตบุก
วูจินหยิบหินรีเทิร์นสโตนที่อยู่บนบัลลังก์
ตอนนั้นเอง หินในมือเขาสั่นแล้วส่องแสงออกมา หลักฐานมิติโผล่ออกมาโดยที่วูจินไม่ได้ทำอะไร มันลอยขึ้นกลางอากาศแล้วไล่ตามหินรีเทิร์นสโตนเหมือนกำลังเล่นไล่จับ จากนั้นหลักฐานมิติก็เริ่มลอยวนรอบหินเหมือนพระจันทร์หมุนรอบโลก
<ความเข้ากันได้ 72% ท่านต้องการประกาศรังไวเวิร์นเป็นเขตแดนของท่านหรือไม่?>
วูจินลูบคางพลางอ่านข้อมูลที่โผล่มาตรงหน้า
หมายความว่าเขามาเจอกับดันเจี้ยนที่เหมาะกับแล้วเหรอ?
วูจินลูบคางอย่างลังเล