เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1396 ศาสตราจารย์เฉินก่อเรื่องน่าตะลึง!
ตอนที่ 1396 ศาสตราจารย์เฉินก่อเรื่องน่าตะลึง!
ช่วงหลายปีมานี้ ชื่อโรคฮีทสโตรกก็ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเกิดเหตุขึ้นบ่อยเกินไป ในช่วงหลายปีมานี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอุณหภูมิในฤดูร้อนที่ร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ จึงมีคนจำนวนมากเกิดอาการในเวลานี้เอง หลังจากทุกคนได้ยินคำพูดของเฉินชาง ก็อดตั้งใจมองขึ้นมาไม่ได้
คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่รู้ว่าฮีทสโตรกคืออะไร อันที่จริงฮีทสโตรกก็คือโรคลมแดด แต่เป็นโรคลมแดดขั้นรุนแรง! สาเหตุของอาการก็เนื่องจากระบบควบคุมอุณหภูมิร่างกายมนุษย์เสียสมดุล อีกทั้งมีความร้อนสะสมในร่างกายมากเกินไป ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบประสาทส่วนกลางได้ สรุปง่ายๆ คือ เนื่องจากความร้อนสูงจะแผ่ออกไป ทำให้ระบบประสาทได้รับความเสียหาย สถานเบาคือตัวร้อน เหงื่อแตกพลั่ก วิงเวียนมึนงง หน้ามืดตาลาย แต่ว่า หากอาการหนักจะอันตรายมาก จะเป็นลมหมดสติ จากนั้นอวัยวะส่วนใหญ่ในร่างกาย อาทิตับ ไต สมอง หัวใจจะได้รับความเสียหาย จนกระทั่งเสี่ยงเสียชีวิต!
ดังนั้น เมื่อคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับอาการนี้ ซึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นได้ง่ายๆ ส่วนในเวลานี้ ผู้ป่วยคือเด็กน้อยวัยขวบสองขวบคนหนึ่ง เกณฑ์ความเสี่ยงยิ่งสูงขึ้นยิ่งกว่าเดิม!
“ไม่มีช่องทางติดต่อเหรอ”
“ไม่มี!” สวีอ้ายฉิงเอ่ยยืนยัน
เมิ่งซีขมวดคิ้วเอ่ยไปว่า “รถรุ่นโรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน นายคิดว่าเจ้าของรถประเภทนี้จะทิ้งช่องทางการติดต่อไว้หน้ารถเหรอ”
พอเธอพูดออกมา ทุกคนที่อยู่รอบข้างตะลึงงันไปทันที ในเวลานี้เอง ผู้ช่วยเอ่ยว่า “มิสเตอร์ รถมาแล้วครับ”
รีฟส์พยักหน้าเอ่ยสั่ง “ให้พวกเขารอก่อน!” พอพูดจบ รีฟส์ก็เดินเข้ามา มองเฉินชาง “ศาสตราจารย์เฉิน เกิดอะไรขึ้นครับ”
เฉินชางชี้ไปที่รถแล้วตอบว่า “มีเด็กอยู่ข้างใน ผมเห็นว่าเด็กมีอาการผิดปกติ รอสักครู่เถอะครับ”
ในเวลานี้เอง จู่ๆ เฉินชางก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนระบบแว่วขึ้นมา
[ติ้ง! กระตุ้นภารกิจกู้ชีพ ช่วยเหลือเด็กน้อยอาการโคม่าภายในรถ เมื่อทำภารกิจสำเร็จจะได้รับรางวัลพิเศษ!]
หลังจากเฉินชางได้ยินเสียงแจ้งเตือนระบบ เขาตัดสินใจได้ทันที! อันที่จริง เฉินชางตัดสินใจอยู่แล้วว่าจะช่วยเด็กคนนี้สักหน่อย ต่อให้ระบบไม่ให้รางวัลตนก็จะช่วยอยู่ดี ในฐานะหมอ พอเห็นชีวิตหนูน้อยคนนี้กำลังค่อยๆ ริบหรี่ลง เขาไม่มีทางนิ่งเฉยดูดายได้!
ระบบควบคุมอุณหภูมิของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ เมื่ออุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้น จะสูญเสียน้ำในร่างกายรวดเร็วกว่าผู้ใหญ่มาก! อีกทั้งระบบหายใจ ความทนร้อนต่างๆ ล้วนสู้ผู้ใหญ่ไม่ได้ ดังนั้นทันทีที่เกิดอาการฮีทสโตรกขึ้นภายในรถ จะก่อให้เสียชีวิตได้ง่ายๆ! จากผลการวิจัยใหม่ล่าสุดของอเมริกาพบว่า เมื่ออุณหภูมิสูงถึงสามสิบห้าองศา หากอยู่ภายใต้แสงแดดนานสิบห้านาทีขึ้นไป อุณหภูมิภายในรถที่ถูกล็อกไว้จะพุ่งสูงถึงหกสิบห้าองศา! ภายในสภาพแวดล้อมแบบนี้ ให้ผู้ใหญ่อยู่ครึ่งชั่วโมงก็อาจถึงชีวิตแล้ว! นับประสาอะไรกับเด็กน้อยวัยขวบสองขวบคนหนึ่งที่ระบบต่างๆ ยังพัฒนาไม่เต็มที่เลย
ในเวลานี้ เฉินชางทนไม่ไหวเอ่ยถามว่า “รถคันนี้เรียกว่าอะไร”
ทุกคนผงะไป! ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ เฉินชางถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมา!
“รถโรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน!” รีฟส์ตอบ
เฉินชางพยักหน้ารับ “ราคาเท่าไร”
ทุกคนตะลึงไปเล็กน้อย ศาสตราจารย์ชอบรถรุ่นนี้งั้นเหรอ
รีฟส์ตอบทันที “ประมาณ… ตีเป็นเงินหยวนก็ราวเจ็ดล้านกว่าหยวนครับ”
“ทุบกระจกเลย!” เฉินชางกัดฟันเอ่ย ตัดสินใจแล้ว
ทุกคนตะลึงไปทันที!
“ทุบกระจกเพื่อช่วยเด็กเหรอ”
“ใช่แล้ว! ทุบกระจก แต่ว่า… ทุบกระจกด้านหน้ารถจะดีที่สุด จะได้มุดเข้าไปช่วยเด็กออกมาได้!” เฉินชางเอ่ยทันที “วางใจเถอะครับ ผมจะรับผิดชอบเอง!” เฉินชางคิดว่าต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็เทียบกับชีวิตคนเป็นๆ ไม่ได้
“ทุบสิ มัวตะลึงอะไรกันอยู่”
ทุกคนได้สติกลับมา เริ่มมองหาอุปกรณ์จากรอบข้าง แต่รอบข้างสะอาดจนหาอิฐหรือหินสักก้อนไม่ได้เลย
รีฟส์ประทับใจกับความมีคุณธรรมระดับนี้ของเฉินชางจริงๆ เขาเอ่ยสั่งบอดี้การ์ดว่า “ทุบกระจกหน้ารถซะ!” บอดี้การ์ดผิวดำร่างใหญ่ทั้งสองคนปีนขึ้นไปบนกระโปรงหน้ารถทันทีโดยไม่ลังเลเลย พวกเขาเตะเข้าที่กระจกหน้ารถเต็มแรงจนเกิดเสียงดังปังๆๆ! แต่ว่า! จำเป็นต้องบอกเลยว่ารถหรูอย่างโรลส์-รอยซ์ คัลลิแนนที่ราคาเจ็ดแปดล้านคันนี้ทนทานมากจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้าการทุบกระจกรถของทางฝั่งเฉินชางดึงดูดความสนใจของคนรอบข้างได้ พอทุกคนเห็นคนดำสองคนทุบรถยนต์อยู่ก็ล้อมวงเข้ามา ถึงขั้นที่เริ่มมีคนถ่ายรูปแล้ว เฉินชางเห็นว่าขนาดบอดี้การ์ดร่างใหญ่กำยำก็ยังทำอะไรไม่ได้จึงหันไปเอ่ยถาม “มีถุงมือไหมครับ”
ทีมของเฉินชางและพวกรีฟส์ล้วนตะลึงไปเล็กน้อย ผู้ช่วยของรีฟส์ล้วงถุงมือขาวคู่หนึ่งออกมาจากกระเป๋าพลางถาม “ใช้ได้ไหมครับ”
เฉินชางพยักหน้ารับ “ได้ครับ!” เฉินชางก็หมดหนทางแล้วเช่นกัน ต้องสวมถุงมือเท่านั้นถึงจะทำให้เรี่ยวแรงของเขาเพิ่มขึ้นได้ หลังจากสวมถุงมือเสร็จ เฉินชางมองสวีจื่อหมิงเล็กน้อย “คุณไม่ใส่เสื้อแล้วใช่ไหมครับ” สวีจื่อหมิงผงะไปเล็กน้อย พยักหน้ารับ “ใช่ ไม่ใส่แล้ว” พูดจบก็ยื่นเสื้อสูทให้เฉินชาง
เห็นเพียงว่าเฉินชางออกแรงฉีกจากชายเสื้อออกมา! เกิดเสียงดังแควกแว่วขึ้นทันที! เสื้อสูทถูกเฉินชางฉีกออก ฉากที่น่าตกใจนี้ทำให้ทุกคนรอบข้างตาค้างไปแล้ว นี่เสื้อสูทไม่ใช่เหรอ?! คุณคิดว่าเป็นถุงน่องหรือไง ฉีกได้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ พวกเขาเกิดความรู้สึกตกตะลึงอย่างไม่มีอะไรเทียบได้เลยจริงๆ มีเพียงสวีจื่อหมิงเท่านั้นที่รู้สึกปวดใจมาก! เขามองเฉินชางฉีกเสื้อสูทเวอร์ซาเชที่ตนซื้อมาเพื่อใส่เข้าร่วมงานประชุมโดยเฉพาะด้วยสีหน้าสับสน รู้สึกปวดใจสุดขีด!
แต่ในเวลานี้ เฉินชางยันรถแล้วกระโดดขึ้นไป เขาใช้เสื้อสูทพันมือทั้งสองข้าง จากนั้นก็ออกแรงชกกระจกหน้ารถ!
ตึง!
ตึง!
ตึง!
ถึงแม้จะมีผ้าพันอยู่ แต่ก็เจ็บมากจริงๆ! นับว่าเฉินชางได้ค้นพบแล้วว่าถึงพละกำลังจะเพิ่มขึ้น แต่ความทนทานไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย หลังจากกระดูกหลังมือกระแทกเข้ากับกระจกรถเต็มแรง ก็ทำให้เฉินชางเกิดความรู้สึกเจ็บจนอดสูดปากแยกเขี้ยวไม่ได้ บอดี้การ์ดผิวดำที่สูงเกือบสองเมตรหนักสองร้อยกว่าปอนด์มองด้วยสีหน้าเปี่ยมความตกตะลึง!
มีแรงมากขนาดนี้เชียวเหรอ? แค่พวกเขามองเฉินชางก็รู้สึกเจ็บมือไปหมดแล้ว ไม่นานนัก กระจกหน้ารถก็เต็มไปด้วยรอยปริร้าว! แต่ยังคงไม่แตกอยู่ดี! แต่ทุกคนสังเกตเห็นว่าเฉินชางเลือดไหลแล้ว! ฉากนี้ทำให้สวีจื่อหมิงปวดใจขึ้นมา! ทีมของเฉินชางและพวกรีฟส์ที่อยู่รอบข้างล้วนตะลึง
ในใจเฉินชางเองก็เจ็บจนแทบจะร้องไห้แล้ว! บัดซบ มือคูนี้จะพิการไม่ได้นะ ถ้าพิการไปก็ผ่าตัดไม่ได้แล้วนะสิ! พอคิดได้แบบนี้ เฉินชางก็ร้องวากดังลั่น! สองหมัดชกตรงเข้าไปดังปังๆ!
ชั่วพริบตานั้น! กระจกแตกแล้ว! ฉากนี้เหมือนฉากในละครทีวีอย่างยิ่ง ทุกคนที่เห็นอาการนี้พลันส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา
“นี่ถ่ายละครกันอยู่เหรอ”
“ไร้สาระน่า เธอดิ ผู้ชายหล่อขนาดนี้ แถมยังมีคนดำอีกสองคน เห็นรถไหมละ โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนนราคาเจ็ดแปดล้านเชียวนะ คนธรรมดาจะเอามาขับได้ยังไง! รัวหมัดใส่ขนาดนี้ต้องเสียเงินหลายแสนเลยแหละ!”
มีเพียงคณะของเฉินชางที่มองผ้าเปื้อนเลือดเต็มพื้นด้วยความปวดใจอย่างยิ่ง!