เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1397 ทางเลือกที่ดีที่สุด!
ตอนที่ 1397 ทางเลือกที่ดีที่สุด!
อันที่จริง เฉินชางมีอีกหลายวิธีสำหรับเปิดประตู! อย่างเช่นโทรหา 119 หรือโทรแจ้งตำรวจ ที่สนามบินก็มีสายตรวจสอดส่องอยู่มากเหมือนกัน แต่ตอนนี้ถ้าต้องเที่ยวไปเที่ยวมาจะเสียเวลามากขนาดไหนกัน ถ้าเรียกคนมาต้องรอนานแค่ไหน จัดเตรียมอุปกรณ์มาต้องใช้เวลาเท่าไร กว่าจะมาถึงต้องเสียเวลานานขนาดไหน ขั้นตอนการแจ้งเรื่องและยื่นพิจารณาต่างจำเป็นต้องเสียเวลาแค่ไหน รถหรูแบบนี้ คุณคิดว่าคนธรรมดาจะกล้าแตะหรือ มีหลายครั้งที่คุณคิดว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก แต่คุณคิดสิว่าถ้าจะเตรียมทุกอย่างให้พร้อมดำเนินการต้องใช้เวลานานขนาดไหนถึงจะมาทุบกระจกรถได้
มีหลายครั้งที่การกู้ชีพไม่ได้ขึ้นอยู่กับวิธีการ แต่อยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรถึงจะมีเวลาเพิ่มมากขึ้น ต่อให้รออีกไม่กี่นาทีเจ้าของรถอาจจะกลับมาแล้ว แต่เด็กไม่ไหวแล้ว จะทำอย่างไร เฉินชางมีความมั่นใจในพละกำลังของตนดี เสียเวลาแค่สองสามนาทีชกใส่กระจกอย่างต่อเนื่องจนแตกคือวิธีที่ประหยัดเวลาได้มากที่สุดหนทางหนึ่ง ต่อให้ตำรวจมาก็ไม่เป็นไร หลังจากอธิบายกันชัดเจนแล้วก็แก้ไขง่ายมาก
สิ่งสำคัญคือเวลา! หลายครั้งปัญหายุ่งยากที่สุดสำหรับการกู้ชีพฉุกเฉินก็คือการมีความขัดแย้งในการทำงานกับเจ้าหน้าที่ บางครั้งก็จำเป็นต้องมีหน่วยกู้ภัยหรือตำรวจอยู่จริงๆ หากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ใหญ่ แบบนั้นจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ แต่การกู้ชีพฉุกเฉินไม่ใช่แบบนั้น รอตำรวจมาแล้วจะทุบกระจกเปิดประตูได้หรือ บางครั้งกระบวนการอันยุ่งยากก็เป็นส่วนที่ทำให้เสียเวลาที่สุด
เฉินชางเคยเจอเคสที่ผู้ป่วยเสียชีวิตเพราะการนำส่งของตำรวจและหน่วยจราจรมามากมายแล้ว บอกได้เพียงว่าการเสียชีวิตกรณีนี้ไม่ผิดกฎหมาย ตอนนี้จำเป็นต้องแข่งกับเวลา! ใครจะไปรู้ว่าตอนนี้รถตากแดดมานานแค่ไหนแล้ว! แม้แต่ระบบเองก็แจ้งว่าเด็กอยู่ในอาการโคม่าแล้ว เฉินชางอยากจะทำแบบนี้อย่างนั้นหรือ แน่นอนว่าไม่อยาก ถึงขั้นที่ปวดใจมากเหลือเกินด้วย!
อย่างแรกคือปวดใจที่ต้องเสียเงิน รถรุ่นนี้ราคาตั้งเจ็ดแปดล้าน เปลืองเงินขนาดนี้ หากอีกฝ่ายต้องการให้ตนชดใช้ขึ้นมา แบบนี้จะต้องจ่ายมากขนาดไหน ต่อมาก็คือปวดใจกับมือ ความเจ็บปวดที่หลังมือแผ่ซ่านออกมาจากในกระดูก ตอนนี้เฉินชางรีบใช้งานน้ำยาฟื้นฟูทันที ดื่มน้ำยาฟื้นฟูเข้าไปสองขวด ต้องกล่าวเลยว่าพละกำลังฟื้นฟูกลับมาไม่น้อยเลย แต่ว่า… มือที่แตกไปแล้วก็ยังแตกเหมือนเดิม ตรงที่ควรเจ็บก็ยังเจ็บเหมือนเดิม! พวกเมิ่งซีเห็นเฉินชางแยกเขี้ยวกัดฟันก็รู้สึกสะเทือนใจอย่างแท้จริง
รีฟส์เองก็เช่นกัน! เวลานี้ เขาก็นับว่าได้เห็นนิสัยใจคอที่แท้จริงของเฉินชางอย่างชัดเจนแล้ว คนแบบนี้ คู่ควรได้รับความไว้วางใจแล้ว! พอเห็นถุงมือสีขาวที่เฉินชางสวมเปื้อนเลือดแล้ว รีฟส์อดถอนหายใจไม่ได้ หยิบเสื้อสูทที่เขาโยนทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมา ยื่นให้ผู้ช่วย “เก็บไว้ซะ” ผู้ช่วยผงะไปเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้ารับ
เวลานี้ในใจของบอดี้การ์ดผิวดำสองคนก็ตกตะลึงอย่างถึงที่สุดเช่นกัน! พวกเขายอมรับในพลังหมัดของเฉินชางจากใจจริง! มีรูปร่างที่ธรรมดาแต่กลับแฝงพละกำลังมหาศาลขนาดนี้ ชั่วขณะนั้น ทั้งสองคนอดทอดถอนใจออกมาไม่ได้ เอ่ยกับรีฟส์ว่า “มิสเตอร์ครับ พละกำลังของศาสตราจารย์เฉิน… เหนือกว่าพวกเราครับ!” พอได้ยินประโยคนี้ รีฟส์ตะลึงไปทันที อดส่ายหน้าไม่ได้ เฉินชางเป็นคนที่สุดยอดมากจริงๆ
ในเวลานี้เอง ทางตำรวจได้รับแจ้งเรื่องแล้ว ทยอยมุ่งหน้าเข้ามา แต่ตอนนี้เฉินชางบุกเข้าไปในรถแล้ว ขณะเดียวกันก็ถูกอากาศร้อนอบอ้าวนี้ทำเอาแทบหายใจไม่ออก! อบอ้าวเกินไปแล้ว! ถ้าไม่เกิดปัญหาขึ้นกับเด็กคนนี้ก็แปลกแล้ว! ระหว่างที่คิด เฉินชางรีบปลดกระดุม คลายเข็มขัดออก จากนั้นก็อุ้มเด็กน้อยออกมาอย่างระมัดระวัง
ตอนที่อุ้มเด็กน้อยออกมา เฉินชางทาบหลังมือลงบนหน้าผากเด็กน้อยเบาๆ รู้สึกได้ทันทีว่าค่อนข้างร้อนลวกมือ! ระดับนี้อย่างน้อยก็สี่สิบองศาใช่ไหม! พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางมีสีหน้าเคร่งเครียดทันที ดูเหมือนสถานการณ์จะค่อนข้างรุนแรง!
เวลานี้พวกเมิ่งซีเตรียมตัวสำหรับรองรับเด็กน้อยไว้เรียบร้อยแล้ว หลังจากเฉินชางออกมา ตำรวจสองนายรีบปรี่เข้ามา “เกิดอะไรขึ้น”
“สหาย หยุดอยู่กับที่ อย่าขยับ!” ถึงอย่างไรคุณก็ทุบกระจกรถหรูของคนอื่นเขา หลังจากนั้นก็อุ้มเด็กออกมา แบบนี้จะปล่อยไปได้หรือ กลางวันแสกๆ แท้ๆ เห็นตำรวจอย่างพวกเขาเป็นพวกไม่ได้เรื่องหรือไง
แรกเริ่มประชาชนรอบข้างคิดว่าเป็นผการถ่ายละคร แต่ต่อมาก็พบว่านี่ไม่ใช่การถ่ายทำอะไรทั้งนั้น อีกฝ่ายกำลังก่อเรื่องอยู่จริงๆ! แต่ทุกคนก็ไม่เข้าใจว่าทำเพราะอะไร คิดไปว่าเป็นเป็นการปล้นงั้นหรือ หลังจากเห็นเด็กก็คิดว่าเป็นการลักพาตัว! แต่ว่า… ไม่ว่าจะเป็นการปล้นหรือว่าลักพาตัวก็ตาม จำเป็นต้องทำอย่างเอิกเกริกขนาดนี้ด้วยหรือ
ตำรวจทั้งสองเห็นว่า “พรรคพวก” ของเฉินชางดูเหมือนจะมีเยอะมาก แถมยังมีคนดำร่างสูงใหญ่กำยำอีกสองคนก็ค่อนข้างหวั่นวิตกแล้ว
“คุณตำรวจครับ พวกเราเป็นหมอ!”
“ใช่แล้ว นี่คือบัตรประจำตัวของพวกเรา”
“นี่คือศาสตราจารย์เฉินของพวกเรา!” พวกสวีจื่อหมิงและเหอจื้อเชียนรีบล้วงเอกสารที่เกี่ยวข้องสำหรับยืนยันสถานะของตนออกมา เมื่อเห็นว่าคนมากมายขนาดนี้ล้วนเป็นหมอระดับผู้อำนวยการของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน นายตำรวจทั้งสองก็โล่งใจเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้นครับ”
เฉินชางรีบตอบว่า “ก่อนหน้านี้ผมเห็นว่าในรถมีเด็กคนหนึ่ง อาการค่อนข้างผิดปกติเหมือนจะเป็นลมแดด ไม่เหมือนนอนหลับ อีกอย่าง อากาศร้อนขนาดนี้ ภายในรถ ต้องมีอุณหภูมิสูงมากแน่นอน! เด็กอายุแค่ปีเดียวเกิดอาการฮีทสโตรกได้ง่ายมาก จะปล่อยเวลาให้ล่าช้าไม่ได้ ถ้าเกินยี่สิบถึงสามสิบนาทีขึ้นไปอาจจะช่วยชีวิตไว้ไม่ได้!”
พอตำรวจได้ยินคำพูดเฉินชางก็ต้องการสอบปากคำเฉินชาง แต่เวลานี้เฉินชางมีเวลาพอเสียที่ไหน จึงรีบเอ่ยกับเหอจื้อเชียนที่อยู่ข้างๆ “ผู้อำนวยการเหอ คุณไปให้การทีเถอะครับ!” หลังพูดจบก็อุ้มเด็กไปยังมุมที่ร่ม
เมิ่งซีรีบวิ่งตามกลับมา “ฉันมีน้ำแข็ง!” เฉินชางเห็นฉากนี้ก็ค่อนข้างแปลกใจกับการตอบสนองของอาจารย์เมิ่ง เขารีบเปิดน้ำเย็นแล้วเอ่ยกับสวีอ้ายฉิง
“พี่สวี ถอดเสื้อผ้าเด็กออก วางราบกับพื้น เมิ่งซีคุณมาพัดที มิสเตอร์รีฟส์ ให้รถเปิดแอร์ปรับอุณหภูมิไว้ที่สิบแปดองศาล่วงหน้าแล้วขับเข้ามาได้เลยครับ!” เฉินชางเริ่มจัดแจงงาน พูดจบเฉินชางก็ถอดถุงมือทิ้งทันที เวลานี้ทุกคนได้เห็นหลังมือของเฉินชางแล้ว! เนื้อแตกเลือดอาบ! พอเห็นอาการนี้ ทุกคนก็ตะลึงงันกันหมด แม้แต่ตำรวจพอเห็นฉากนี้ก็อดเลื่อมใสไม่ได้ “เจ้าหนุ่ม ทำไมนายไม่ไปตามพวกเราละ!”
เฉินชางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “จะไม่ทันการณ์ครับ อีกอย่าง… ถึงพวกคุณมาแต่ถ้าไม่โทรรายงานหัวหน้าของพวกคุณก่อน จะกล้าทุบรถกันหรือครับ” บรรดาตำรวจพูดไม่ออกไปชั่วขณะ พวกเขาล้วนเป็นคนธรรมดา รถคันนี้ราคาเจ็ดแปดล้าน หากอีกฝ่ายเรียกค่าเสียหาย คุณจะจ่ายไหวหรือ ชีวิตไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ!
เฉินชางถอดเชิ้ตแขนสั้นออก ราดน้ำแร่เย็นฉ่ำลงไป จากนั้นก็เริ่มเช็ดตัวให้เด็กน้อยวนไปวนมา จุดประสงค์ที่ต้องการคือลดอุณหภูมิลงในระดับหนึ่ง! จากนั้นก็ทุบไอศกรีมแท่งที่ซื้อมาวางไว้บนหน้าผากและท้ายทอยของเด็กน้อย ดำเนินการลดอุณหภูมิส่วนศีรษะ แม้แต่บริเวณของเส้นเลือดใหญ่อย่างรักแร้และขาหนีบก็เริ่มใช้น้ำแข็งคลายความร้อนเช่นกัน! สิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คือการลดอุณหภูมิ! หากไม่ลดอุณหภูมิลงตั้งแต่ตอนนี้แล้วส่งตัวไปยังโรงพยาบาลคือรนหาที่ตาย!