เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1614 สัญญาจ้างงานฉบับใหม่!
ทุกอย่างนี้ทำให้กัวเป่าเย่งุนงง!
เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น!
ยิ่งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมหลังจากตนตื่นขึ้นมาโลกกลายเป็นแบบนี้ไปได้!
หรือตนยังอยู่ในความฝัน
พอคิดมาถึงตรงนี้ กัวเป่าเย่ค่อยข้างไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ทั้งหมดนี้เป็นความจริงงั้นเหรอ!
เขา…ไม่กอดตนแบบนี้มานานขนาดไหนแล้ว
ทุกวันที่ส่องกระจก เธอค่อนข้างรังเกียจตัวเอง
ความรู้สึกนี้แย่มากจริงๆ!
แต่ว่า พอรับรู้ถึงวงแขนเฉียวเฉิงอันที่กอดตนแน่น ถึงแม้กัวเป่าเย่จะค่อนข้างอาวรณ์อย่างยิ่ง แต่ว่า…มากอดกันในที่สาธารณะแบบนี้ เธอยังคงเขินจนหน้าแดงเล็กน้อย!
“คุณ…คุณปล่อยฉันก่อน...” กัวเป่าเย่เอ่ยเสียงเบา
เฉียวเฉิงอันส่ายหน้า “ไม่…ไม่ปล่อย! ผมไม่มีวันปล่อยคุณไป ขอโทษนะที่รัก ผมแย่เองที่มองข้ามความใส่ใจของคุณ!
ผมผิดไปแล้ว ผิดไปแล้วจริงๆ!”
เมื่อกัวเป่าเย่ได้ฟังคำพูดเหล่านี้ก็ไปสะกิดจุดอ่อนไหวที่สุดในใจขึ้นมาอย่างแท้จริง!
ถึงเธอจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ว่า…ช่วงเวลานี้ดีจริงๆ!
ทว่าในเวลานี้ จู่ๆ กัวเป่าเย่ก็นึกอะไรได้!
เธอรีบผละจากเฉียวเฉิงอัน มองเฉินชางด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและไม่สบายใจ
“หมอคะ…ฉัน…เป็นโรคร้ายอะไรที่รักษาไม่ได้เหรอ”
กัวเป่าเย่ไม่ได้โง่!
เธอย่อมทราบดีว่าเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางเป็นแบบนี้!
หรือว่า…
ตนเป็นโรคที่รักษาไม่ได้
ต้องเป็นแบบนี้แน่นอน!
พอนึกเชื่อมโยงไปถึงอาการและสภาพร่างกายของตนในปัจจุบัน กัวเป่าเย่ก็น้ำตารื้นขึ้นมาเล็กน้อย
น่าเสียดายเหลือเกิน!
กัวเป่าเย่จ้องมองเฉินชางอย่างเปี่ยมความเว้าวอน
เฉินชางเห็นก็หัวเราะขึ้นมาทันที
“คุณพี่ครับ คุณกังวลมากไปแล้ว ไม่ใช่โรคอันตรายอะไรหรอก”
“คุณแค่มีเนื้องอกในสมองชนิดไม่ร้ายแรงหนึ่งก้อนครับ ผ่าออกก็หายแล้ว ไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่อะไรด้วยซ้ำ!”
เฉียวเฉิงอันเข้ามารับไม้ต่ออย่างรวดเร็ว จ้องกัวเป่าเย่พลางเอ่ยว่า
“ที่รัก เป็นความผิดผมเอง ผมใส่ใจคุณไม่มากพอ
สองปีนี้ลำบากคุณแล้ว ต่อไปนี้ผมจะ…ดีกับคุณแน่นอน!”
กัวเป่าเย่ได้ฟังก็หน้าแดงขึ้นมา
“ฉันกลายเป็นคนแบบที่ตัวเองรังเกียจ ฉันเคยบอกว่า…ถึงฉันอายุห้าสิบก็จะยังสะสวยแข็งแรง ไม่ทำตัวจู้จี้จุกจิกกับคุณ ไม่เอ็ดตะโรใส่ลูก แต่ตอนนี้…บางครั้งฉันก็ควบคุมตัวเองไม่ได้เลย…”
เฉียวเฉิงอันรีบอธิบาย “ไม่ นี่ไม่ใช่ความผิดคุณ!
ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะโรค!
เนื้องอกต่อมใต้สมองของคุณ รวมถึงเรื่องที่คุณอ้วนมือเท้าบวมอยู่ตอนนี้ ทุกอย่างคืออาการของโรค รวมถึงสิวบนหน้าก็เกิดขึ้นเพราะเนื้องอกไปกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนของคุณ!
ที่รัก คุณวางใจเถอะ ศาสตราจารย์เฉินผ่าตัดสำเร็จได้แน่!
หลังจากคุณผ่าตัดเสร็จ ผมจะดูแลคุณให้ดี พอคุณออกจากโรงพยาบาลแล้ว ผมจะออกกำลังกายเป็นเพื่อนคุณ…”
…
ภายในห้องทำงาน ทั้งสองพูดคุยเปิดใจกันไปเช่นนี้
คนอื่นๆ ฟังแล้วค่อนข้างสะท้อนใจ!
อันที่จริง พอลองคิดดูดีๆ พวกเราเองก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ
พวกเรามีความอดทนและสุภาพอย่างถึงที่สุดกับคนอื่น แต่กลับแสดงนิสัยเสียและหงุดหงิดอย่างถึงที่สุดใส่คนใกล้ชิด
เมื่อลองมองย้อนกลับไปก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า ที่แท้…ตนไม่เคยใส่ใจสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดเลย
กัวเป่าเย่แอดมิทแล้ว!
เฉียวเฉิงอันนำอาหารเช้า กลางวัน เย็นมาส่งให้ทุกวัน
เขานั่งคุยเรื่องในชีวิตประจำวัน เรื่องลูกและเรื่องในอดีตกับเธอ
นี่จึงกลายเป็นช่วงเวลาที่กัวเป่าเย่มีความสุขที่สุดในระยะเวลาที่ผ่านมา
เฉียวเฉิงอันไม่ได้บอกกัวเป่าเย่ว่าเธอมีอาการประสาทหลอน
กัวเป่าเย่ก็ไม่ได้บอกเฉียวเฉิงอันว่าที่จริงแล้ว…วันนั้นเธอมาเพื่อขอโทษ
เมื่อเทียบโลกที่แสนเย็นชาแล้ว ในโรงพยาบาลมีเรื่องราวเกี่ยวกับความรักและความอบอุ่นในครอบครัวเกิดขึ้นทุกวัน!
อู๋ฮุยรับผิดชอบดูแลกัวเป่าเย่ด้วยตัวเอง
แต่เขากลับรู้สึกอิจฉามาก!
เพราะสุดท้ายแล้วก็ไม่ใช่ว่าคู่รักทุกคู่จะได้กลายเป็นครอบครัวอบอุ่น
สังคมในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ต่างคิดว่า คนรวยเท่านั้นที่มีครอบครัวอบอุ่นได้
ก็อย่างเช่นภรรยาของตน
ทุกบ้านล้วนมีปัญหาในครอบครัว
ตอนนี้อู๋ฮุยก็จนปัญญามากเช่นกัน ใกล้จะต้องขึ้นศาลแล้ว เขายังไม่มั่นใจเลยว่าท้ายที่สุดแล้วจะชิงสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตรมาได้หรือไม่!
อู๋ฮุยส่ายหน้า
ผู้ชายวัยสี่สิบที่สงบเสงี่ยมมาทั้งชีวิต
คาดหวังอย่างยิ่งว่าจะสร้างเรื่องน่าตะลึงได้!
เขาเอนหลังพิงผนัง มองพวกเฉียวเฉิงอันที่พลอดรักกันอยู่ในห้อง ความอิจฉาพลันปรากฏขึ้นในใจ!
ถึงอย่างไรโรคภัยที่คุกคามก็แค่ร่างกาย
แต่สุดท้ายสิ่งที่เคี่ยวกรำและทำร้ายคนอย่างลึกล้ำที่สุดก็คือจิตใจ!
ตอนนี้เอง เฉินชางเดินเข้ามาหา มองอู๋ฮุยพลางเอ่ยด้วยสีหน้าเบิกบาน
“คิดอะไรอยู่ครับ ถึงได้ใจลอยขนาดนี้!”
อู๋ฮุยเห็นเฉินชางมาก็รีบยืนให้ดี เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ฮ้า คิดเรื่อยเปื่อยน่ะครับ!
มีอะไรเหรอครับ ศาสตราจารย์เฉิน”
เฉินชางมีสีหน้าเบิกบาน กวักมือเรียกอู๋ฮุย “คุณตามผมมาสิครับ!”
อู๋ฮุยพยักหน้ารับ
ทั้งสองเดินตามกันเข้ามาในห้องสำนักงาน หลังจากเฉินชางนั่งลงไปก็หยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากลิ้นชักยื่นให้อู๋ฮุยพร้อมรอยยิ้ม
“ดูสิครับว่านี่คืออะไร!”
อู๋ฮุยมองเอกสาร ชะงักไปเล็กน้อย
เขาเปิดเอกสารด้วยความฉงน
หลังจากเขาได้อ่านเอกสารก็เบิกตากว้างทันที ลมหายใจค่อนข้างถี่กระชั้นขึ้นมา!
เขามองเอกสารด้วยสีหน้าตกตะลึง ทุกตัวอักษรบนกระดาษทำให้เขาลังเลอยู่นาน ค่อนข้างไม่อยากเชื่อว่านี่คือเรื่องจริง!
“ศาส…ศาสตราจารย์เฉิน นี่เป็นเรื่องจริงเหรอครับ”
เฉินชางยิ้มนิดๆ “แน่นอนครับ! คุณดูสิ มีตราโรงพยาบาลประทับไว้ด้านล่างแล้ว ขาดแค่ลายเซ็นของคุณเท่านั้น!”
อู๋ฮุยอดกลืนน้ำลายไม่ได้ ยากจะสงบความตื่นเต้นในใจได้!
เขาอ้าปาก แต่จู่ๆ ก็ค่อนข้างเปล่งเสียงได้ยากเย็นนัก
เฉินชางยิ้มให้ “เงื่อนไขไม่ถูกใจเหรอครับ เรื่องนี้…พวกเราต่อรองกันได้นะ”
“ถูกใจครับ! ไม่ ผมพอใจมากแล้ว”
ดวงตาอู๋ฮุยเปล่งประกาย มองสัญญาจ้างงานฉบับนี้ ค่อนข้างตื่นเต้น!
เงินอุดหนุนครัวเรือนห้าแสนหยวน บ้านพักสวัสดิการขนาดหนึ่งร้อยตารางเมตร (หลังทำงานครบสิบปีจะได้รับกรรมสิทธิ์โดยอัตโนมัติ) รายได้ต่อปีเริ่มต้นที่หกแสนหยวน+โบนัส!
ปรับรายได้ตามวิทยฐานะ รับประกันงบประมาณวิจัยสองแสนหยวนต่อปี…ช่วยดูแลปัญหาด้านการศึกษาของบุตรธิดา…
รายได้ระดับนี้ทำให้อู๋ฮุยเหลือจะเชื่อว่าทั้งหมดนี้เป็นความจริง!
นี่มันรายได้ของคนระดับนักวิชาการแล้ว!
อู๋ฮุยไม่รู้เลยว่าตนมีความสามารถดีเด่อะไรถึงได้รับสัญญาจ้างงานบุคลากรระดับนี้!
เขาดิ้นรนอยู่ในเมืองหลวงมาสิบปี จนถึงตอนนี้ยังซื้อบ้านในเมืองหลวงไม่ได้ ทะเบียนบ้านยังอยู่ในโรงพยาบาล
แต่เฉินชางคิดว่าแบบนี้คุ้มค่ามาก!
แลกหัวเรือใหญ่ของแผนกศัลยกรรมประสาทคนหนึ่ง ราคานี้ยังไม่คุ้มกันอีกหรือ
อีกอย่าง พรสวรรค์และศักยภาพของอู๋ฮุยกำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว!
ว่ากันอย่างง่ายๆ แล้ว เขาคนนี้คือเพชรในตม
เสียงแจ้งเตือนแว่วขึ้นในหู
เฉินชางตกใจเมื่อรับรู้ว่าอู๋ฮุยซาบซึ้งในตัวเขามากจนเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น!
[ค่าความซื่อสัตย์: 90]
ไม่ใช่ค่าความรู้สึกดีอีกต่อไป กลายเป็นค่าความซื่อสัตย์แทน
มีอู๋ฮุยอยู่ เฉินชางมั่นใจว่าจะสร้างทีมศัลยกรรมประสาทขึ้นมาได้
เฉินชางเอ่ยยิ้มๆ “พอใจไหมครับ!”
อู๋ฮุยตื่นเต้นจนมือไม้เก้กังไปหมด พยักหน้าอย่างตื่นเต้น “พอใจครับ! พอใจมาก!”
มีสัญญาจ้างระดับนี้อยู่ เรื่องสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรก็ไม่ใช่ปัญหาแล้ว!
เขามีหลักฐานยืนยันว่าเขาส่งเสียเลี้ยงดูลูกของตนได้!