เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1618 ถ้าทนลำบากได้ก็จะกลายเป็นยอดหนู
ฉีข่ายได้ยินคำพูดเฉินชางก็ตะลึงไปทันที
จากนั้นเขาพลันหลุดหัวเราะ “ในทางทฤษฎีแล้ว การสร้างตัวทดลองจำแนกอาการเดี่ยวเป็นไปได้ครับ!”
ฉีข่ายคือนักวิทยาศาสตร์ที่ได้มาตรฐานคนหนึ่ง หลังจากเฉินชางถามเรื่องอาการเดี่ยวของหนูพาร์กินสันพวกนั้นเมื่อหลายวันก่อน เขาก็เริ่มสืบค้นศึกษาข้อมูลต่างๆ
การสืบค้นครั้งนี้ทำให้ฉีข่ายตาลุกวาวจริงๆ!
เนื่องจากเขาค้นพบว่าหากวิจัยหนูพาร์กินสันชนิดที่จำแนกอาการเดี่ยวออกมาได้จริงๆ ประสิทธิภาพจะเหนือกว่าพวกหนูในปัจจุบันมาก!
โดยเฉพาะการสร้างตัวทดลองที่กำหนดควบคุมได้แบบนี้!
เนื่องจากตอนนี้ยังคงไม่ทราบกลไกการเกิดโรคพาร์กินสันอย่างแน่ชัด ทำได้เพียงย้อนอนุมานผ่านอาการของโรค!
แต่พอย้อนอนุมานไป ก็ยังไม่พ้นไปจากการปรากฏภาวะ LBD รวมถึงซับสแตนเทียไนกราขาดโดพามีนที่ต้องส่งผ่านไปยังสเตียทัม[1]
ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด!
แต่ถ้าหากมุ่งเน้นวิจัยจำแนกอาการเดี่ยวจากกลุ่มหนูได้ จะค้นพบอะไรเป็นพิเศษไหมนะ
ฉีข่ายคุยกับเพื่อนๆ จำนวนมากรวมถึงบรรดานักวิทยาศาสตร์ชั้นนำต่างประเทศพวกนั้นด้วย เขาได้ข้อสรุปที่เรียบง่ายคือ
นี่เป็นแนวโน้มและทิศทางอย่างหนึ่ง แต่ว่า…โดยพื้นฐานแล้วเป็นไปไม่ได้เลย ในทางทฤษฎีนั้นเป็นไปได้ แต่การสร้างตัวทดลองของพวกเรายังไม่มีความแม่นยำพอ!
ไม่ว่าจะฉีดสารเข้าไปในซับสแตนเทียไนกราหรือมัดสมองส่วนกลางของหนู
หรือให้สาร MTPT แก่สัตว์ทดลองผ่านทางสายยางอย่างแม่นยำ
สองวิธีเตรียมการนี้ล้วนเป็นไปไม่ได้เลยจะที่สร้างตัวทดลองพาร์กินสันอาการเดี่ยวขึ้นมาได้!
ฉีข่ายเอ่ยยิ้มๆ “ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ นี่คือความหวังอย่างหนึ่ง ถ้ามีหนูทดลองพาร์กินสันแบบจำแนกอาการเดี่ยวปรากฏขึ้นมา ผมเชื่อว่า…การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของพวกเราจะก้าวหน้าขึ้นมาก!”
หลังจากฉีข่ายคลุกคลีกับเฉินชางมาหลายวัน เขาประเมินเฉินชางไว้สูงมาก ค่าความรู้สึกดีก็เพิ่มขึ้นมา 30 แต้มแล้ว
นี่คือระดับที่ร่วมงานกันได้!
“แต่ว่า เรื่องนี้ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเลย!”
เฉินชางฟังจบ ดวงตาพลันส่องประกาย หากวิจัยหนูพาร์กินสันจำแนกอาการเดี่ยวสำเร็จแล้วช่วยยกระดับความก้าวหน้าได้ นี่คือข่าวดีแน่นอน!
เฉินชางเห็นฉีข่ายยิ้มพลางบอกว่าไม่สอดคล้องกับความจริงก็ไม่ได้โกรธ แต่ยิ้มน้อยๆ!
“เอาเถอะครับ ผู้อำนวยการฉี ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะมารบกวนใหม่!”
ฉีข่ายพลันหัวเราะแล้วกล่าวว่า “ครับ เดินทางปลอดภัยนะครับ จริงสิ ผมทำบัตรผ่านเข้าออกสำหรับรถของคุณให้แล้ว นี่ของคุณครับ”
พูดจบฉีข่ายก็ยื่นบัตรพนักงานให้เฉินชาง “เก็บดีๆ นะครับ บัตรนี่ออกให้ได้ไม่เยอะนะ”
เฉินชางรับมาดู เป็นบัตรพนักงานสีฟ้า มีแถบแม่เหล็กติดอยู่ ใช้ผ่านประตูใหญ่ของศูนย์ทดลองได้
เฉินชางพลันยิ้มออกมาด้วยความดีใจ “ขอบคุณครับผู้อำนวยการฉี คุณไว้ใจผมขนาดนี้ ระวังผมจะเอาหนูแสนล้ำค่าของคุณกลับบ้านนะ!”
ฉีข่ายหัวเราะขึ้นมาทันที “ศาสตราจารย์เฉิน พูดจากใจนะ คุณมีพรสวรรค์อันน่าทึ่งจริงๆ ผมไม่คิดเลยว่าแพทย์ปฏิบัติการทางคลินิกอย่างคุณจะมีทักษะและพรสวรรค์ในการสร้างตัวทดลองสูงขนาดนี้!
ผมอยากจะดึงตัวคุณมาเป็นผู้ช่วยผมด้วยซ้ำ!
ว่าไงล่ะครับ ลองพิจารณาดูเถอะ อันที่จริงทำงานกับหนูสบายใจกว่าทำงานกับมนุษย์เยอะเลย!”
เฉินชางยิ้ม
เป็นอย่างที่พูดจริงๆ
สภาพแวดล้อมและบรรยากาศการทำงานของทั้งเขตศูนย์ทดลองเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนมาก
แต่สิ่งที่เฉินชางชอบที่สุดคือพวกเป็ดไก่แกะวัวหมูกระต่ายแสนมีประโยชน์ที่เลี้ยงไว้ในเขต D
“ผู้อำนวยการฉี ถ้าคุณยกกระต่ายในเขต D ให้ผมสักตัว ผมจะลองพิจารณาอยู่เล่นกับคุณเพิ่มอีกวัน!”
“ไปๆๆ! รีบไปให้พ้นเถอะครับ!”
อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการฉียังคงสั่งให้ผู้ช่วยเอาไข่ไก่มาให้หลายกี่กิโลกรัม “เอากลับไปบำรุงนะครับ”
เฉินชางชะงักไปทันที “บ้าจริง ดูออกชัดขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
ผู้อำนวยการฉีตบไหล่เฉินชาง “ทุกคนเคยผ่านมาแล้วทั้งนั้น!”
เฉินชางพลันหน้าแดง จากนั้นก็ขับรถออกไป
เขตศูนย์ทดลองอยู่ที่เขตฟางซาน ไม่ไกลจากเมืองหลวงมาก ขับรถสะดวกกว่า
เฉินชางไม่คิดเลยว่าจะได้รับบัตรผ่านใบนี้มา
รถที่เฉินชางใช้ตอนนี้เป็นทะเบียนต่างเขต ปกติแล้วจะถูกสกัดไว้ตรงถนนวงแหวนที่สองประจำ ถ้าไม่มีบัตรผ่านพิเศษ บางครั้งที่ต้องขับรถผ่านเข้าออกถนนวงแหวนที่สองคงลำบากจริงๆ!
ทว่าตอนนี้สิ่งล้ำค่าที่สุดสำหรับรถปอร์เช่ พานาเมร่าคันนี้ของเฉินชางไม่ใช่ตัวรถและทะเบียนของมันแล้ว
แต่เป็นบัตรผ่าพิเศษเหล่านี้ที่ติดอยู่บนรถของเขา
ยกตัวอย่างเช่นบัตรเขตเมืองหลวง เขตจงหนานไห่…ฯลฯ โดยพื้นฐานแล้วรถของเฉินชางขับผ่านสถานที่มากมายได้อย่างไร้อุปสรรค!
อย่างไรก็ตาม ตามพื้นที่เหล่านี้มีรถปอร์เช่ พานาเมร่าไม่มากเลยจริงๆ แล้วยังเป็นทะเบียนหรู 66666 อีก คนธรรมดาที่ไหนจะขับรถโก้หรูแบบนี้
แรกเริ่มทุกคนคิดว่าเฉินชางค่อนข้างขี้อวด แต่ต่อมาก็พบว่า…ที่แท้ศาสตราจารย์เฉินไม่มีเงินเปลี่ยนรถ!
เทียบกับบัตรผ่านเหล่านี้แล้ว รถคันนี้ถือว่ากระจอกเหลือเกิน!
พอขับกลับมาถึงบ้าน เฉินชางตั้งหม้อต้มน้ำทำกับข้าวทันที
ไข่ไก่ที่เลี้ยงในศูนย์แบบนี้คงอร่อยมากใช่ไหม
จู่ๆ เฉินชางก็คิดอะไรได้
เขาแตะไข่
มีข้อมูลปรากฏขึ้นทันที
[ไข่ไก่ฟองหนึ่งที่อุดมด้วยสารอาหาร นี่คือไข่จากแม่ไก่ที่เลี้ยงโดยธัญพืชห้าชนิดมาตลอด!]
ฮ้า!
ใช้ได้นี่
เฉินชางพลันค้นพบว่าแท้จริงแล้วตนมองข้ามรายละเอียดในชีวิตไปหลายอย่าง
เมื่อฉินเยว่กลับมาถึง พอเห็นเฉินชางก็แสดงสีหน้าดีใจทันที
“คนเลว ในที่สุดนายก็รู้จักกลับบ้านแล้ว!”
หลายวันมานี้เฉินชางกลับค่อนข้างดึกทุกวัน ฉินเยว่ไม่ค่อยได้เจอเลย!
ตอนนี้มีอาหารกลิ่นหอมฉุยเตะจมูกจัดวางไว้เต็มโต๊ะ!
เฉินชางรีบเอ่ยว่า “ล้างมือแล้วมากินข้าวเถอะ!”
ฉินเยว่หรี่ตา ย่นจมูกน้อยๆ เอ่ยด้วยสีหน้าทะเล้น “กินเกินอะไร!
นายคิดว่าตัวเองหล่อมาจากไหนกัน ยังไม่คืนร่างเดิมอีก ยอมให้จับซะดีๆ!”
เฉินชางผงะไป “จับกุมอะไรกัน”
ฉินเยว่เชิดหน้าอย่างยโส เอ่ยด้วยใบหน้าแดงก่ำ “จับขึ้นเตียง! ไม่ใช่จับกุม!”
เฉินชางหัวเราะออกมาทันที “เธอนี่นะ ไปเรียนคำพูดเหลวไหลแบบนี้มาจากไหนอยู่เรื่อยเลย
กินข้าวก่อนเถอะ!”
ฉินเยว่เห็นแบบนี้ก็รีบเบะปาก “ไม่เอา ไม่เอา! ฉันไม่กินอันนี้!”
…
เหล่าฉีมีห้องพักส่วนตัวในศูนย์ทดลอง ทุกครั้งที่ไม่อยากกลับบ้านก็จะมาอยู่ที่นี่
บางครั้งก็จะพาลูกศิษย์มาจับเป็ดเชือดไก่ หรือไม่ก็เอาแกะมาทำบาร์บีคิว!
แน่นอนว่าโดยทั่วไปแล้วสัตว์ที่ผ่านการทดลองจะมีวิธีจัดการแบบพิเศษ
เอามากินไม่ได้!
สมัยที่เฉินชางเรียนอยู่ เขาไม่กล้ากินเนื้อกระต่ายในโรงอาหารมหาวิทยาลัยเลย กังวลอยู่เสมอว่าศูนย์ทดลองกับพ่อค้าในโรงอาหารจะฮั้วอะไรกันไว้!
เหล่าฉีเป็นคนบ้างาน มีงานวิจัยเกี่ยวกับทดลองสัตว์เยอะมาก
การสร้างตัวทดลองจำเป็นต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง
รุ่งเช้าวันต่อมา ผู้อำนวยการฉีมาที่ห้องทดลองแต่เช้าตรู่เหมือนเคย มาสังเกตการณ์หนูทดลองที่ดัดแปลงเมื่อวาน
พวกลูกศิษย์รู้จักนิสัยผู้อำนวยการฉีดี จึงตามมาแต่เช้าเช่นกัน
หลังจากฉีข่ายมาถึงก็พบว่าหนูทดลองของเมื่อวานตายไปบางส่วน พวกลูกศิษย์เก็บกวาดออกไปก่อนแล้ว
เฉินชางเคยเห็นตอนที่พวกเขาเก็บกวาด เห็นปากพวกเขาขยับขมุบขมิบกันเสมอ เฉินชางเคยถามพวกลูกศิษย์ข้อหนึ่ง “ตอนที่พวกคุณจัดการเก็บกวาดเมื่อกี้…สวดแผ่เมตตาเหรอครับ หรือสวดส่งสู่สุขคติ”
ลูกศิษย์คนนั้นผงะไปเล็กน้อย ส่ายหน้าให้ “ไม่ครับ ผมแค่พูดว่า ถ้าทนลำบากได้ก็จะกลายเป็นยอดหนู!”
[1] (striatum) ส่วนประกอบองค์ใหญ่ที่สุดของปมประสาทฐาน ทำหน้าที่รับสัญญาณมาจากเขตต่าง ๆ มากมายในสมอง แล้วส่งต่อสัญญาณไปสู่ส่วนประกอบอื่นๆ