เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1617 ผมว่าผมทำได้ คุณเชื่อไหม
ก่อนหน้านี้ฉีข่ายไม่เคยพิจารณาคำพูดของเฉินชางอย่างจริงจังมาก่อนเลย!
ถ้าเป็นคำถามจากคนนอกวงการคนอื่น คงทำให้เขารู้สึกว่าอ่อนต่อโลกและน่าขบขัน
เนื่องจากอาการโดยรวมที่ปรากฏขึ้นนี้ก็คือภาวะของโรคไม่ใช่หรือ
แต่ว่า!
วันนี้กลับต่างออกไป!
เฉินชางคือใครกันล่ะ นี่คือดาวรุ่งคนหนึ่งของวงการศัลยกรรมประสาท แถมยังเป็นเสาหลักในอนาคตของการแพทย์จีนในวันข้างหน้าด้วย!
ไม่อย่างนั้นเสี้ยวรุ่นฟางจะยอมทุ่มทุนขนาดนี้เหรอ
อะไรคือ
พอฉีข่ายได้ฟังคำพูดของเฉินชาง เขาก็เริ่มย้อนคิดและใคร่ครวญดู!
อาการสั่นขณะพัก กล้ามเนื้อเกร็งตัว เคลื่อนไหวเชื่องช้า…สร้างตัวทดลองอาการแยกกันได้ไหมงั้นเหรอ!
ความสำคัญในการแยกอาการอยู่ตรงไหน
พอคิดมาถึงตรงนี้ ฉีข่ายมองเฉินชางพลางถามด้วยความฉงน “ศาสตราจารย์เฉิน คุณคิดว่าการสร้างตัวทดลองแยกตามอาการสำคัญมากเหรอครับ”
เฉินชางพยักหน้ารับ!
เขาคือผู้มีประสบการณ์ทดลองผ่าตัดรักษาพาร์กินสันในร่างกายมนุษย์มานับพันนับหมื่นครั้งแล้ว
เขาจำได้ชัดเจนดี จุดที่ควบคุมให้เกิดรอยโรคของโรคพาร์กินสันขึ้นไม่ได้มีเพียงตำแหน่งเดียวแน่นอน
นี่คือเหตุผลที่จำเป็นต้องเลือกสร้างรอยโรคขึ้นในบริเวณที่แตกต่างกัน
เช่นเดียวกับการเลือกเป้าหมายของโรคพาร์กินสัน
กลุ่มนิวเคลียสข้างทาลามัสส่งผลต่ออาการสั่นและการเกร็งตัว แต่ไม่แน่ใจว่าส่งผลต่อการเคลื่อนไหวเชื่องช้าหรือไม่
ซีกในของโกลบัสพาลลิดัสส่งผลต่ออาการเกร็งและเคลื่อนไหวเชื่องช้า รองลงมาคืออาการสั่น!
แต่ถึงจะเป็นกลุ่มนิวเคลียสในทาลามัสเหมือนกัน แต่จุดเฉพาะของรอยโรคที่เฉินชางต้องผ่าตัดกลับต่างกัน!
เมื่อได้ยินคำถามของฉีข่าย เฉินชางพยักหน้ารับ “ครับ ทุกอาการแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!
ตอนที่ผมผ่าตัดคนไข้ อาการของโรคพาร์กินสันที่ปรากฏขึ้นกับผู้อำนวยการโจวหงกวงคือสองมือสั่นเมื่อหยุดพัก ผมเลือกผ่าตัดกลุ่มนิวเคลียสส่วนกลางทาลามัส การผ่าตัดเห็นผลชัดเจน!
ดังนั้น ผมจึงคาดการณ์ว่าจะสร้างหนูทดลองแบบจำกัดอาการได้ไหม”
พอได้ฟังคำพูดของเฉินชาง ฉีข่ายกระจ่างขึ้นมาทันที “ความคิดของศาสตราจารย์เฉินสร้างสรรค์มากเลยครับ!”
“ไปเถอะครับ ห้องทำงานของผมอยู่ข้างหน้า เข้าไปดูด้วยกัน!”
เฉินชางพยักหน้า ค่อนข้างตื่นเต้นและคาดหวัง
…
หลังจากฉีข่ายเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วก็เอ่ยกับเฉินชางว่า “อันที่จริงกระบวนการสร้างตัวทดลองของพวกเราก็มีพื้นฐานจากความรู้ทางการแพทย์เหมือนกันครับ!
หลักๆ แล้วอิงตามคุณลักษณะทางพยาธิวิทยา การสูญเสียเซลล์ประสาทโดพามีนในซับสแตนเทียไนกรา รวมถึงภาวะLBD[1]ที่เกิดจากก้อนโปรตีน[2]ในไซโทพลาซึม[3]
ด้วยผลจากองค์ประกอบเหล่านี้ ทำให้เกิดโรคพาร์กินสันขึ้น อันที่จริงก็เป็นผลลัพธ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการขาดสมดุลระหว่างแอซิติลโคลีน[4]และโดพามีน โดยที่แอซิติลโคลีนเพิ่มขึ้น ส่วนโดพามีนลดน้อยลง”
เฉินชางพยักหน้ารับ
สภาวะทางพยาธิวิทยานี้ เฉินชางเข้าใจดี
แผนการรักษาหลักในปัจจุบันก็คือจ่ายยาโดพามีนให้ หรือไม่ก็ควบคุมยับยั้งการหลั่งของแอซิติลโคลีน สร้างสมดุลขึ้นมาใหม่
แต่ว่า…
ผลกระทบเป็นที่น่ากังวล!
ฉีข่ายดำเนินการพลางแนะนำอย่างละเอียด
“อันที่จริง อุปกรณ์นี้จะวัดค่าโดพามีนเป็นหลัก
ช่วงที่เซลล์ประสาทโดพามีนกำเนิดขึ้น ปริมาณและรูปร่างจะเป็นปกติ พอเข้าช่วงวัยรุ่นความจำเพาะจะค่อยๆ เริ่มลดน้อยลง เมื่อลดต่ำลงถึง 50% จะปรากฏปฏิกิริยาตอบสนองต่างๆ รวมถึงสามารถตรวจวัดค่านี้ผ่านการทดสอบทางวิธีการทางประสาชีวเคมีและประสาทสรีรวิทยา คุณเห็นไหมครับ…แบบนี้ไง!
ตัวทดลองนี้ แสดงลักษณะเฉพาะของภาวะ LBD อย่างชัดเจน
ใช่แล้ว ด้วยสิงนี้ทำให้พวกเราสามารถตรวจสอบอัตราส่งผ่าน[5]ได้
เทคนิคนี้คือเทคนิคเฉพาะของทางเรา พวกฝรั่งมังค่าหรือแม้แต่ฝั่งอเมริกาก็ยังไม่มีเทคนิคแบบนี้!”
…
ขณะที่แนะนำอุปกรณ์และผลลัพธ์ ฉีข่ายตื่นเต้นและภาคภูมิใจมาก!
นี่คือสิ่งที่เขาไล่ตามมาทั้งชีวิต
ช่วงสร้างตัวทดลอง ฉีข่ายจริงจังมาก
มีลูกศิษย์คอยช่วยเหลืออยู่ข้างตัวเขา
แต่ฉีข่ายก็ทำได้แบบสบายๆ ยิ่ง
หนูถูกรมยาสลบแล้ว นอนหมอบอยู่บนโต๊ะให้มนุษย์จัดการได้ตามใจ พอนึกถึงว่ามันนอนหลับไปงีบเดียว ตื่นเช้ามาตนก็จะกลายเป็นหนูพาร์กินสันแสนล้ำค่า มันคงจะดีใจน่าดู
ถึงอย่างไรค่าตัวก็เพิ่มขึ้นหลายร้อยเท่า!
น่าเสียดาย
เรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวมัน
ฉีข่ายเอ่ยว่า “วิธีการหลักของพวกเรายังคงเป็นการฉีดไฮดรอกซี…โดพามีน[6]เข้าไปยังซับสแตนเทียไนกราหรือไม่ก็มัดสมองส่วนกลาง[7]ของหนู
นี่คือวิธีเตรียมการแบบคลาสสิค!”
ขณะที่พูดก็เริ่มลงมือไปด้วย
หลังจากนั้น เขาเอ่ยต่อว่า “ยังมีอีกวิธีหนึ่ง เพิ่งได้รับความนิยมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรียกว่าการให้สาร MPTP[8] ผ่านสายยาง”
ตลอดบ่ายวันนั้น เฉินชางได้เห็นวิธีสร้างสัตว์ทดลองหลายวิธี!
ผู้อำนวยการฉีข่ายมีความรู้กว้างขวางมาก!
เขาบรรยายโครงสร้างของหนูและสภาวะทางพยาธิสรีรวิทยามากมายให้เฉินชางฟัง
เรียกว่าได้รับประโยชน์อย่างมหาศาล!
แต่ในขณะที่เฉินชางเตรียมเดินทางกลับ ทันใดนั้นเฉินชางดีใจเมื่อค้นพบว่า
แถบความคืบหน้าของตนเพิ่มขึ้นมา 1% แล้ว!
ถึงแม้จะเป็นแค่ 1%
แต่ก็มากพอให้เฉินชางตื่นเต้นได้
[แถบความคืบหน้าโรคพาร์กินสัน: 28%]
ได้รับผลประโยชน์ เฉินชางย่อมดีใจเป็นล้นพ้น!
วันต่อมา เฉินชางมาเยือนอีกครั้ง!
คืบหน้าไปอีก 1% เช่นเดิม!
หลังจากเทียวไปเทียวมาอยู่หลายวัน เฉินชางพอจะสร้างตัวทดลองอย่างง่ายๆ ด้วยตัวเองได้แล้ว!
ในที่สุดเฉินชางก็ได้ลงมีดกับหนู!
ตอนนี้ หนูจากไปอย่างสงบยิ่ง
แต่ว่า…
เสียงแจ้งเตือนใสกังวานแว่วตามขึ้นมาติดๆ
เฉินชางตื่นเต้นเมื่อพบว่าแถบความคืบหน้าของตนบรรลุถึง 30% แล้ว!
[ติ๊ง! ยินดีด้วย แถบความคืบหน้าโรคพาร์กินสันบรรลุถึง 30% ได้รับรางวัล: วิธีสร้างตัวทดลองด้วยการฉีดเข้าตรงจุด!]
ตามด้วยเสียงแจ้งเตือนอีกเป็นพรวน
เฉินชางตะลึงงันไปทันที!
สะ…สร้าง…สร้างตัวทดลองเหรอ!
แม่งเอ๊ย…
รางวัลที่ฉันอยากได้ไม่ใช่แบบนี้โว้ย
เฉินชางอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา
สิ่งที่ฉันต้องการคือคน
ไม่ใช่หนู!
แต่ว่า…
หลังจากเฉินชางศึกษาเทคนิคนี้เสร็จสิ้น เขาตะลึงไปทันที!
นี่คือวิธีการที่ใช้สร้างสัตว์ทดลองได้อย่างแม่นยำ
และเป็นวิธีที่ใช้รักษามนุษย์ได้ด้วย!
นี่คือวิธีการอย่างที่ผสมผสานเทคนิคด้านศัลยกรรมและอายุรกรรมไปพร้อมกัน
ในแง่ของการสร้างตัวทดลอง จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคร่วมพิกัดด้วย วิธีการคือฉีดสาร MPTP (1-methyl-4-phenyl-1,2,3,6-tetrahydropyridine) เข้าไปภายในกะโหลกศีรษะหนูอย่างตรงจุด
พอเฉินชางเข้าใจก็ตื่นเต้นขึ้นมา
บางที…นี่อาจไม่ใช่แค่วิธีสร้างตัวทดลอง แต่เอาไปใช้กับมนุษย์ได้ด้วยสินะ!
เฉินชางทำเหมือนที่ผ่านมา เมื่อสงสัยก็จะเอ่ยถามผู้อำนวยการฉี “ผู้อำนวยการฉีครับ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรากำหนดแนวทางวิจัยหนูทดลองพวกนี้ได้ ยกตัวอย่างเช่น ทำให้มีอาการสั่นตอนพักอย่างเดียว กล้ามเนื้อเกร็งอย่างเดียวหรือเสียการความคุมสมดุลเพียงอย่างเดียว”
ฉีข่ายอดยิ้มไม่ได้ “แบบนี้…ก็เยี่ยมไปเลยน่ะสิครับ
ถ้ามีเทคนิคที่ใช้งานได้จริงแบบนี้ปรากฏขึ้น การวิจัยโรคพาร์กินสันของพวกเราจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้นเลย!
ถึงขั้นที่วิจัยโรคพาร์กินสันได้เร็วขึ้นด้วย!
เรื่องนี้อาจจะกลายเป็นโครงการใหญ่ในหน้าประวัติศาสตร์ หลังจากคุณพูดขึ้นมาวันนั้น ผมกลับไปศึกษาดูแล้ว เรื่องนี้…ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่ว่า…ยากเหลือเกินครับ!”
เฉินชางยิ้มนิดๆ “ผู้อำนวยการฉี คุณดูหนูพวกนี้ของผมไว้นะครับ พวกมันอาจจะมีอาการสั่นขณะพักเหมือนกันหมดก็ได้ คุณเชื่อไหม”
[1] (Lewy bodies) โรคสมองเสื่อมที่มีสาเหตุมาจากการสร้างและสะสมของโปรตีนที่ผิดปกติภายในสมอง ผู้ป่วยในกลุ่มนี้จะมีอาการหลอนด้านการมองเห็นและเคลื่อนไหวช้า มีอัตราการค้นพบภาวะนี้เพียง 4% จากผู้ป่วยทั้งหมด
[2] (inclusion bodies) คือการสะสมตัวผิดปกติของโปรตีนในเซลล์ประสาท เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์เม็ดเลือดแดง เป็นสาเหตุหลักที่พบในโรคทางระบบประสาทหลายชนิด อาทิ ภาวะ LBD โรคพาร์กินสัน เป็นต้น
[3] (cytoplasm) มีลักษณะเป็นของเหลวคล้ายเจลลี่ซึ่งมีโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรตและเกลือแร่ต่างๆ เป็นองค์ประกอบ ไซโทพลาซึมเป็นศูนย์กลางการทำงานของเซลล์ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับเมตาบอลิซึม (metabolism) ทั้งกระบวนการสร้างและการสลายอินทรีย์สาร เป็นแหล่งที่เกิดปฏิกิริยาเคมีต่างๆที่จะช่วยให้เซลล์ดำรงชีวิตอยู่ได้
[4] (acetylcholine) เป็นสารสื่อประสาทภายในสมอง มีบทบาทสำคัญในกระตุ้นหรือยับยั้งระบบประสาทส่วนกลาง เช่น การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ การคิดวิเคราะห์ การรับความรู้สึกและกระบวนการจดจำ
[5] ความสามารถในการส่งผ่านข้อมูล
[6] เป็นสารประกอบอินทรีย์สังเคราะห์ที่เป็นพิษต่อระบบประสาท ในวงการวิทยาศาสตร์นิยมนำมาใช้ทำลายสารสื่อประสาทโดพามีน
[7] (Medial forebrain Bundle) เป็นวิถีประสาทที่มีใยประสาทเชื่อมโยงผ่านต่อมรับกลิ่น กลุ่มนิวเคลียสรูปอัลมอนด์และเนื้อเทา
[8] เป็นสารประกอบอินทรีย์ เป็นสารตั้งต้นของสารพิษต่อระบบประสาท MPP+ ซึ่งเป็นสาเหตุก่ออาการถาวรของโรคพาร์กินสัน โดยออฤทธิ์ทำลายสารสื่อประสาทโดพามีน