เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1636 การปรับเปลี่ยนของเฉินชาง!
ฉินเสียงทำตามแผนการของเฉินชาง!
บอกตามตรง ตอนแรกเขาอยากรู้ว่าเฉินชางมีวิธีอะไรในการจัดการสถานการณ์ตรงหน้า
ผิวหนังส่วนใบหน้าของคนไข้กลายเป็นด่างขาวเนื่องจากแผลไฟไหม้รุนแรง
ยิ่งไปกว่านั้นจะกำจัดสะเก็ดแผลจากระยะช็อกแล้วปลูกถ่ายผิวหนังอย่างไร
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัญหาที่ซับซ้อน!
เฉินชางเดินออกมาจากห้องผู้ป่วย โรงพยาบาลจองโรงแรมไว้เพื่อต้อนรับเฉินชาง
เฉินชางจะปฏิเสธก็เสียมารยาท จึงรับไว้เสีย
ทั้งหมดเป็นระบบ หลังจากนี้ยังต้องร่วมมือกันอีก คนเขาเคารพตัวเอง ถ้าตัวเองก็ให้หน้าอีกฝ่ายได้สักหน่อย แบบนี้จึงจะมีโอกาสได้ไปมาหาสู่กัน!
บางคนหยิ่งผยอง มักจะเอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง โดยเฉพาะจำพวกนักการเมืองที่จุติมาจากฟ้า
หลังคนเหล่านี้มาถึง ถ้าสานสัมพันธ์กับคนที่เบื้องล่างไม่ได้ ก็จะดูแปลกแยกชัดเจน ยากที่จะประสบความสำเร็จ
ซึ่งก็คือสิ่งที่เรียกว่าใช้ไม่ได้จริง!
นี่ยังเป็นขอบข่ายของรัฐบาล อย่างไรเสียคนเขาเป็นนักการเมือง ต่อให้ด้านล่างทำได้ไม่ดี เมื่อขึ้นไปข้างบนปัญหาก็อาจไม่ใหญ่โต
แต่เฉินชางก็คือมืออาชีพ!
ทำงานรักษาพยาบาลจะมีเรื่องราวสารพัดอย่างในชีวิตประจำวัน
ใครก็ไม่อาจดูแลได้รอบด้าน ต้องขอความช่วยเหลือจากกันและกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
และที่สำคัญที่สุดคือ เฉินชางคิดว่ามณฑลตงหยางเป็นฐานของตัวเองเสมอมา!
เรียงชื่อโรงพยาบาลในตงหยาง!
ตั้งแต่ โรงพยาบาลตงต้าอันดับหนึ่ง โรงพยาบาลอันดับสอง โรงพยาบาลประชาชนแห่งมณฑล โรงพยาบาลเทศบาล โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนแห่งมณฑล โรงพยาบาลอันดับสองของมณฑล โรงพยาบาลหลอดเลือด โรงพยาบาลใหญ่ตงหยาง…เฉินชางนับโรงพยาบาลเหล่านี้คล่องเหมือนกับเป็นสมบัติของตัวเอง
โรงพยาบาลเหล่านี้ดูร่วมมือกันไม่ได้ก็จริง!
แต่เหล่านี้ล้วนเป็นแกนสำคัญในการรักษาพยาบาลของมณฑลตงหยาง
เรื่องที่เฉินชางจะทำนับจากนี้ไม่ใช่อะไรที่โรงพยาบาลแห่งเดียวจะทำได้
เห็นว่าอีกแค่ราวหนึ่งเดือนตัวเองก็จะกลับมาแล้ว
ตึกฉุกเฉินสร้างเสร็จแล้ว
นี่คืออาณาเขตของตัวเอง
เฉินชางต้องสร้างฐานเพื่องานและชีวิตของตัวเองหลังจากนี้
ดังนั้นเฉินชางต้องกลับมาอันหยางสักรอบ
และที่เฉินชางไม่ปฏิเสธแต่ตอบรับคำเชิญของจ้าวหย่าซืออย่างหนักแน่น ก็เพราะหวังจะยืมโอกาสนี้ทำเรื่องบางอย่าง
วันคืนที่ได้อยู่ในเมืองหลวงนี้ เฉินชางได้ประโยชน์อย่างมาก!
ตอนดึก เฉินชางนอนบนเตียง ไล่เรียงหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ พลันรู้สึกว่า บางเรื่องถ้าทำตั้งแต่เริ่ม ตัวเองอาจทำได้ดียิ่งกว่า!
นี่ก็คือผลสรุปจากประสบการณ์!
แบบเดียวกับการทำวิจัย และทำโปรเจกต์
พาร์กินสันในตอนนี้กับหัวใจไม่หยุดเต้นในตอนนั้น ทั้งสองอย่างมีแนวคิดและความคืบหน้าที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ความสามารถของตัวเองคนเดียวมีจำกัดจริงๆ
ทำอะไรได้ไม่มาก
แทนที่จะดึงดันทำอะไรด้วยตัวคนเดียว ไม่สู้วางแผนแบบภาพรวม
ตอนนั้นเฉินชางลงแรงไปกับการผ่าตัดโดยหัวใจไม่หยุดเต้นทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังไปมากมายขนาดไหน
บอกตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะหัวหน้าสวีจื่อหมิงปฏิบัติกับตัวเองแบบตรงไปตรงมา ทั้งการวิ่งไปวิ่งมาของพวกหวังทง ไหนเลยเขาจะพัฒนารวดเร็วขนาดนี้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหัวใจไม่หยุดเต้นในตอนนี้ที่วิจัยถึงส่วนสำคัญแล้ว
ส่วนการวิจัยฟื้นฟูทางเดินอาหารของศัลยกรรมทางเดินอาหาร เฉินชางอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของทุกคนจึงพัฒนาขึ้นมาได้
มิหนำซ้ำ ในขั้นตอนการพัฒนาแนวคิด ก็คือการวิ่งไปวิ่งมาในโรงพยาบาล
ไม่มีความช่วยเหลือจากทุกคน อย่าว่าแต่อย่างอื่นเลย แม้แต่ ‘คู่มือและเทคนิคการใช้กล้องส่อง’ นี้ก็ไม่แน่ว่าจะสร้างออกมาได้ยอดเยี่ยมตามเวลาที่กำหนด
ไม่มีหนังสือเล่มนี้!
นับประสาอะไรกับแนวคิดฟื้นฟูทางเดินอาหารในการศัลยกรรมทางเดินอาหารของเฉินชาง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความน่าตื่นตะลึงในงานประชุมศัลยกรรมทางเดินอาหารระดับโลกจนได้กลายเป็นประธานสมาคม!
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ยังต้องอาศัยความเก่งกาจของตัวเฉินชางเองด้วย
แต่ว่า!
นี่ก็หนีไม่พ้นการช่วยเหลือจากทุกคน
จนมาถึงพาร์กินสันก็เป็นเช่นนี้!
ระดับความยากในการแก้ไขพาร์กินสันค่อนข้างสูงกว่า
แต่เช่นเดียวกัน ทีมทำให้มันสมบูรณ์มากขึ้น
จากการวิจัยไปจนถึงการรักษา จากการทดลองกับสิ่งชีวิตไปจนถึงการแก้ไขโรค ไปจนถึงการวิจัยสรีรวิทยา…
เดี๋ยวก่อน!
ไม่มีสิ่งเหล่านี้ ตอนนี้แถบความคืบหน้าของเฉินชางจะใกล้ถึงเจ็ดสิบได้อย่างไร
ดังนั้น!
ช่วงเวลาที่อยู่เมืองหลวง สิ่งที่เฉินชางได้เรียนรู้มาอาจไม่ได้สำคัญที่สุด แต่ความคิด วิสัยทัศน์ และโครงสร้างของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง!
ไม้หนึ่งต้นยากเอามาทำเรือ ไม้หนึ่งต้นยากเป็นป่าไม้!
เฉินชางเข้าใจจุดนี้ เทคนิคการรักษาของตัวเองอาจยกระดับขึ้นผ่านระบบ
แต่เป็นคนบนโลก พบเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย ของอย่างแนวคิด วิสัยทัศน์ โครงสร้าง ระบบไม่อาจมอบให้ตัวเองได้
นั่นจำเป็นต้องให้เฉินชางทำด้วยตัวเอง!
ตอนนี้เรื่องที่เฉินชางเสียใจที่สุดไม่ใช่อะไร แต่ตอนที่ตัวเองแก่ตัวไป ย้อนกลับมามองดู พบว่าชีวิตนี้ของตัวเอง กลับมีแค่ตัวเองที่ประสบความสำเร็จ ไม่เพียงนำพามาซึ่งโลกการแพทย์ที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ยังต้องสร้างกำแพงปกปกป้องสุขภาพ หรือไม่ก็…เพาะเลี้ยงอนาคตที่ยอดเยี่ยม
และเมื่อกลับมา ก็จะเป็นสถานที่ที่เฉินชางจะโบยบิน!
อันหยาง
สถานที่ที่ความฝันจะโบยบิน
…
ฟ้ายังไม่มืด เฉินชางกับจ้าวซิวผิง และเฉียนเลี่ยงพูดคุยกันในห้องประชุม
แต่ทุกคนกำลังประจบประแจงเฉินชางอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนเฉินชางกลับถ่อมตนอย่างยิ่ง
ต่างฝ่ายต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน
ทันใดนั้น เฉียนเลี่ยงก็ยิ้มบอก “ผู้อำนวยการจ้าว คืนนี้พวกเราพาศาสตราจารย์เฉินไปคงไม่เหมาะเท่าไรมั้งครับ!”
จ้าวซิวผิงงุงงงทันที “หืม? ไม่เหมาะสมหรือ”
เฉียนเหลี่ยงพยักหน้ายิ้มบอก “ใช่ คุณก็ลองคิดดู ศาสตราจารย์เฉินพาภรรยากลับมา ผู้อำนวยการฉินรอต้อนรับลูกเขยอยู่นะ คุณว่าพวกเราชิงตัวไปแล้วจะไม่เหมาะสมหรือเปล่าครับ”
จ้าวซิวผิงตบหน้าผาก “ดูหัวฉันสิ ศาสตราจารย์เฉิน…นี่น่าขายหน้าจริงๆ …”
เฉียนเลี่ยงมองจ้าวซิวผิงถือโอกาสพูดเสียเลย “เอาอย่างนี้ วันนี้น่ะ พวกเราอุตส่าห์ได้โอกาสแบบนี้
ศาสตราจารย์เฉินใกล้จะเรียนจบกลับมาอันหยางแล้ว
นี่เป็นข่าวดี!
สำหรับเมืองอันหยางของพวกเรา หรือกระทั่งสำหรับประชาชนมณฑลตงหยางแล้ว นี่เป็นข่าวดี!
ความจริงสำหรับระบบสุขภาพของพวกเราก็นับเป็นเรื่องใหญ่เช่นกัน!
ผมคิดว่า แทนที่จะเลือกวัน ไม่สู้ถือโอกาสวันนี้ ไหนๆ พรุ่งนี้ศาสตราจารย์เฉินก็ผ่าตัดตอนบ่าย วันนี้ไม่มีเรื่องอะไร ไม่สู้ให้เพื่อนร่วมงานในตงหยางอย่างพวกเราเชิญพวกคุณกินเลี้ยงที่โรงแรมสักรอบ!
แบบนี้ หลังจากนี้พวกเราก็มีข้ออ้างเกาะขาแล้ว! เขาว่ากันว่ากินข้าวคนอื่นพูดยาก ศาสตราจารย์เฉินกินข้าวที่พวกเราเลี้ยงแล้ว หลังจากนี้เขาแก้ไขโรคอะไรก็จะนึกถึงพวกเรา! และนำพาโรงพยาบาลของพวกเราเจริญก้าวหน้า!
พวกคุณว่าจริงไหม!”
พูดจบเฉียนเลี่ยงก็ส่งสายตาให้เฉินชาง จากนั้นก็มองบรรดาหัวหน้าและผู้นำโรงพยาบาลที่อยู่ในที่นี่
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็หน้าผ่องใสขึ้นมาทันที!
มีเหตุผล!
มีเหตุผลจริงๆ
แต่ไหนแต่ไรจ้าวซิวผิงเป็นคนอนุรักษ์นิยม แต่ก็คิดว่าควรจะจัดงานสังสรรค์สักหน่อย!
ทำไมน่ะหรือ
เพราะวันนี้ก็คือโอกาส เฉินชางสำคัญสำหรับอันหยางมาก
นี่คือบุคคลสำคัญในสาขาการรักษาพยาบาลของอันหยาง!
ถ้ายืมตัวตนของเฉินชางในการรวมตัวทุกคน นี่จะช่วยเสริมบารมีให้จ้าวซิวผิงได้