เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1635 นี่คือใบหน้าของผม!
หลังฉินเสียงออกไปเห็นกงไต้เจิน เขาก็ค่อนข้างตื่นเต้นระคนยินดี!
รอบข้างเวลานี้บรรดาหัวหน้าและผู้อำนวยการกำลังแลกเปลี่ยนบทสนทนากับกงไต้เจิน
เทียบกับเฉินชาง อย่างไรเสียกงไต้เจินก็เป็นหัวหน้ามานานปี จึงเก่งในด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลมากกว่า
ฉินเสียงยิ้มตรงเข้าไป เป็นฝ่ายยื่นมือไปจับ!
“หัวหน้ากง ขอโทษจริงๆ ครับที่ไม่ได้มาทักทาย!”
ผลคือหลังกงไต้เจินกับฉินเสียงทักทายกัน ประโยคแรกของเธอคือ “อาจารย์เฉินล่ะ”
ฉินเสียงพูดไม่ออกทันที!
“อาจารย์เฉิน อาจารย์เฉินคนไหนครับ”
กงไต้เจินยิ้มบอกอย่างกระดากอาย “เฉินชาง ศาสตราจารย์เฉินน่ะค่ะ!”
ได้ยินคำอธิบายของกงไต้เจิน ทุกคนอึ้งไปในทันที!
เมื่อตะกี้สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์กงพูดว่าอะไรนะ
เรียกเฉินชางว่า…อาจารย์
ฉัน…ไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม
ทุกคนพากันมองกงไต้เจินด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ยากจะเชื่อ!
แต่เรื่องที่ทำให้ทุกคนตกใจยิ่งกว่าอยู่หลังจากนั้น!
จากนั้นกงไต้เจินก็บอกตามตรง “ศาสตราจารย์เฉินมีอิทธิพลกับฉันมากค่ะ แนวคิดศัลยกรรมตกแต่งของเขามีอิทธิพลกับฉันมาตลอด มีประโยชน์กับฉันมาก ถ้าไม่ใช่เขา ฉันก็ยังห่างไกลจากการเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ก้าวใหญ่ๆ เลยค่ะ!”
กงไต้เจินพูดไม่ผิดแม้แต่น้อย
เธอเคยร่วมมือกับเฉินชางมาบ้าง
แต่แทนที่จะพูดว่าร่วมมือ ไม่สู้พูดว่าเฉินชางชี้แนะกงไต้เจิน!
ถึงแม้เฉินชางไม่เคยเป็นฝ่ายพูดเรื่องพวกนี้ก่อน แต่ในใจของกงไต้เจินก็เรียกเฉินชางว่าอาจารย์เฉินตลอด!
คิดได้ดังนั้น กงไต้เจินก็ยิ้มอย่างกระดากอาย “ความจริง ฉันยังไม่ได้เซ็นเอกสารกราบไหว้อาจารย์อย่างเป็นทางการเลย ฉันเป็นคนขอเองค่ะ”
พูดจบก็บอกฉินเสียง “หัวหน้าฉิน รบกวนคุณนำทางทีนะคะ”
ฉินเสียงรีบพยักหน้า “โอ้ๆ! ได้เลย…สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์กง เชิญทางนี้”
ฉินเสียงพูดไปพลางเดินไปพลาง ส่วนในใจกำลังปั่นป่วน!
เฉินชางเอ๊ย เฉินชาง!
นี่เพิ่งจะไปเมืองหลวงหนึ่งปี นายถึงกับประสบความสำเร็จขนาดนี้!
ให้สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ยอมกราบไหว้ตัวเองเป็นอาจารย์ นี่ต้องมีความสามารถแบบไหนกัน
ระหว่างที่พูด คนทั้งกลุ่มก็มาถึงห้องผู้ป่วย
กงไต้เจินมองเฉินชาง ยิ้มเอ่ย “อาจารย์เฉิน”
เฉินชางพยักหน้า “คุณมาได้ยังไงเหรอครับ”
กงไต้เจินยิ้มกระอักกระอ่วน “ฉันอยู่ที่อันหยางพอดีน่ะค่ะ ได้ยินซุนกว่างอวี่บอกว่าฉินเยว่กับคุณกลับมาอันหยาง บอกว่าทางฝั่งโรงพยาบางต้งต้ามีคนไข้
ฉันคิดว่าไหนๆ ตัวเองก็อยู่อันหยาง เลยมาดูว่าช่วยเหลือได้ไหมน่ะค่ะ!”
เฉินชางพลันนึกขึ้นได้ แอนนี่ ลูกศิษย์ของกงไต้เจินก็เปิดคลินิกศัลยกรรมอยู่ที่อันหยางไม่ใช่หรือ
เธออาจมาให้กำลังใจนักเรียน ช่วยโปรโมทเล็กน้อย!
เฉินชางก็ไม่ถือสาเรื่องนี้ เขายังดีใจมากที่กงไต้เจินเสนอตัวมา
เขายิ้มบอก “ครับ ผมต้องการผู้ช่วยพอดี!”
กงไต้เจินไม่ได้มองคนไข้ก็ถามตรงๆ “ศาสตราจารย์เฉิน คุณวางแผนจะจัดการยังไงหรือคะ”
เฉินชางขมวดคิ้วเล็กน้อย “ต้องผ่าตัดกำจัดสะเก็ดปลูกถ่ายผิวหนังในระยะช็อก เมื่อครู่นี้ผมดูดัชนีต่างๆ ของคนไข้แล้ว
ในการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เซลล์เม็ดเลือดขาว นิวโทรฟิล เซลล์เม็ดเลือดแดง ฮีโมโกลบิน เกล็ดเลือด ดัชนีห้ารายการนี่ต่ำอย่างชัดเจน! ในนั้นยังมีอีกมาก…”
เฉินชางพูดละเอียดยิบ วิเคราะห์ดัชนีของคนไข้ออกมาเสียเห็นภาพ!
แพทย์ผู้รับผิดชอบกับฉินเสียงที่ฟังอยู่ด้านข้างตาโตอ้าปากค้าง!
เขา…
ศาสตราจารย์เฉินชางเพิ่งดูประวัติคนไข้ไม่กี่นาทีเองนะ
ถึงกับจำได้หมดแล้วเหรอ
คิดได้ดังนั้นทั้งสองคนก็กลืนน้ำลาย…
สะท้านใจเหลือแสน สุดยอด นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!
ศาสตราจารย์เฉินชางร้ายกาจเกินไปแล้ว!
หลังพูดจบ เฉินชางก็พูดตรงๆ “ถ้าผ่าตัดกำจัดสะเก็ดแผลปลูกถ่ายผิวหนังในระยะช็อกไม่ได้ คนไข้จะมีอัตราการเสียชีวิตในระยะติดเชื้อถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์! ยาปฏิชีวนะก็ช่วยไม่ได้!
ผมคิดว่าพวกเราไม่ควรฝากชีวิตของคนไข้ไว้ที่สามสิบเปอร์เซ็นต์นี้!”
ได้ยินคำพูดของเฉินชาง กงไต้เจินก็ครุ่นคิดแล้วพยักหน้า
“ฉันเห็นด้วยกับคุณ!”
เวลานี้ฉินเสียงยังพูดอะไรได้อีก
ศาสตราจารย์เฉินชางก็พูดแบบนี้แล้ว
สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์กงไต้เจินยังเป็นผู้ติดตามตัวเล็กๆ ของคนเขา ย่อมเชื่อฟังแผนการของเฉินชาง
ส่วนเขามองแพทย์ผู้รับผิดชอบ
แพทย์ผู้รับผิดชอบมีสีหน้าเคว้งคว้างยิ่งกว่า!
คุณอย่ามองผมสิ
ทุกคนที่นี่ก็เป็นคนล่องหนเหมือนกัน
ฉินเสียงพยักหน้า “เอาล่ะครับ ศาสตราจารย์เฉินคิดจะจัดการยังไง”
เฉินชางลุกขึ้น เลิกผ้าห่มของคนไข้ออก แล้วพูดกับทุกคนตรงๆ “ผมเห็นว่ามีผิวหนังยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของร่างกายคนไข้ที่ยังใช้ได้อยู่ ผมมีแผน”
พูดจบเฉินชางก็ทำท่าทางบนตัวของคนไข้ทันที
“พวกคุณดู ผิวหนังตรงต้นขา กรีดผิวหนังที่สมบูรณ์ส่วนนี้ออกได้ จากนั้นก็จัดการแผลตกสะเก็ดตรงนี้ แล้วเย็บประกอบกัน!
ยังมีตรงนี้ ผิวหนังบนหลังมีความสมบูรณ์สูงมาก เก็บมาหกสิบเปอร์เซ็นต์เพื่อใช้ตรงหน้าอกได้ ตัวผิวหนังมีอัตราการอยู่รอดสูง ทำให้โพรงอกติดเชื้อยาก…
แต่ ตรงนี้…จำเป็นต้องปลูกถ่ายผิวหนังของผู้บริจาค”
…
ระหว่างที่พูด เฉินชางก็ใช้เวลาสิบนาทีกว่าเพื่อบรรยายการผ่าตัดนี้จนจบ!
ฉินเสียงกับแพทย์ผู้รับผิดชอบตาโตอ้าปากค้าง พูดไม่ออกอยู่ครึ่งค่อนวัน
ทั้งสองหายใจถี่รัว!
ตอนนี้พวกเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเฉินชางจึงเป็นอาจารย์ของสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์กงไต้เจินได้!
เพราะ…เขาไม่ใช่คน!
ตั้งแต่มาโรงพยาบาลจนอ่านประวัติคนไข้ ดูคนไข้ ไปจนถึงการวางแผนการผ่าตัด เรียกได้ว่าไม่ถึงสิบนาที!
ต่อให้ไม่ยอมก้มหัวให้กำแพง ก็ต้องก้มหัวให้ศาสตราจารย์เฉิน!
รูม่านตาของกงไต้เจินหดเล็กลง สีหน้าตกตะลึง!
เธอนึกไม่ถึงเลย ตอนแรกคิดว่าศาสตราจารย์เฉินก็แค่เก่งกาจในสาขาศัลยกรรมตกแต่ง
แต่นึกไม่ถึงว่าเขาก็มีความเข้าใจในความรู้และการผ่าตัดศัลยกรรมแผลไฟไหม้เช่นเดียวกัน!
เฉินชางพูดต่อ “ตอนนี้พวกเราได้แต่ต้องผ่าตัดกำจัดสะเก็ดแผลปลูกถ่ายผิวหนังห้าสิบเปอร์เซ็นต์ แล้วค่อยทำที่เหลือตอนระยะฟื้นฟู!
จุดประสงค์ของการผ่าตัดในวันนี้ง่ายมาก ผ่านระยะช็อกกับระยะติดเชื้อไปให้ได้ ลดความยากในการดูแลในระยะหลังจากนี้”
ทุกคนพากันพยักหน้า!
แต่เมื่อเป็นแบบนี้ ความยากในการผ่าตัดกำจัดสะเก็ดแผลก็จะเท่าทวี
กงไต้เจินกังวลเล็กน้อย
แต่เห็นสีหน้าของเฉินชาง เธอลังเลที่จะพูด!
การระคายเคืองจากทั้งการผ่าตัดและยาชาอาจกระตุ้นและเพิ่มแนวโน้มของการช็อก!
ความจริง การผ่าตัดก็เป็นแบบนี้ มีผ่าตัดก็ต้องมีการบาดเจ็บ ก็ต้องมีการระคายเคือง!
ศาสตราจารย์เฉิน…จะทำได้ไหม
มองท่าทางใจเย็นของเฉินชาง ทุกคนจะตึงเครียดก็ไม่ใช่ จะผ่อนคลายก็ไม่เชิง!
เครียดล่ะมั้ง…แต่เห็นศาสตราจารย์เฉินดุจเมฆลอยลมพัด ตัวเองก็ดูต่ำต้อยอย่างชัดเจน!
แต่ถ้าไม่เครียด…นี่เป็นไปไม่ได้เลย!
นี่เป็นการผ่าตัดที่กวนใจฉินเสียงและศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญมากมายภายในประเทศ!
เฮ้อ!
ลำบากแท้!
เฉินชางพูดกับฉินเสียง “หัวหน้าฉิน เตรียมการผ่าตัดโดยเร็วที่สุดเถอะครับ!”
ฉินเสียงพยักหน้าอย่างมึนเบลอ “ได้ครับ”
“ศาสตราจารย์เฉิน การผ่าตัดครั้งนี้ต้องใช้หนังศีรษะของจ้าวหย่าซือเด็กสาวคนนั้นไหมครับ”
เฉินชางคิด “ต้องใช้ครับ”
เฉินชางจะมอบใบหน้าให้พ่อของเธอ!
ซึ่งหนังศีรษะเหมาะสมมาก
ความจริง เด็กสาวที่น่ารักแบบนี้ ก็คือความภาคภูมิใจและหน้าตาของผู้เป็นบิดาในชีวิตนับจากนี้!