เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1643 ความอบอุ่น
เฉินชางและฉินเยว่ไม่ได้ไปบ้านใหม่ แต่มาที่ตึกพักอาศัยสำหรับบุคลากรของโรงพยาบาลอันดับสอง หรือก็คือบ้านพ่อตานั่นเอง ที่นี่มีสามห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น เป็นอาคารที่พักประจำหน่วยงาน วัสดุที่ใช้สร้างในสมัยนั้นฉินเสี่ยวยวนเป็นคนสั่งมาเอง ยังคงมีความน่าเชื่อถือมาก เหล่าฉินเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล แผนผังและชั้นที่เลือกล้วนยอดเยี่ยมมาก เป็นห้องชุดขนาด 145 ตร.ม. ขนาดสามห้องนอนพร้อมด้วยห้องครัวและห้องนั่งเล่น แต่ห้องนอนใหญ่มาก ฉนวนกันเสียงก็น่าจะ… ยอดเยี่ยม พอฉินเยว่กลับมาอยู่บ้าน นิสัยจอมเผด็จการน้อยก็แผลงฤทธิ์ออกมา!
เธอนั่งอยู่บนโซฟาคุยสัพเพเหระกับจี๋หรูอวิ่น เหล่าฉินมีฐานะเป็นเบ๊ประจำบ้าน เขาล้างองุ่นแล้วนำไปให้สองแม่ลูก กินไปคุยไป การกลับมาอยู่บ้านของฉินเยว่และเฉินชางทำให้คนในบ้านมีความสุขมาก
“เฉินชางทำงานหนักจริงๆ!” จี๋หรูอวิ่นมองฉินเยว่ด้วยความกังวล เอ่ยอย่างเป็นห่วง “เยวเยว ลูกต้องหาเวลาคุยกับเฉินชางบ้างนะว่าอย่าทำงานหนักขนาดนั้น ยังไม่ทันสามสิบเลย เสพสุขกับชีวิตให้ดีเถอะ!”
ฉินเสี่ยวยวนเอ่ยแย้งทันที “ผู้ชายต้องก่อร่างสร้างตัว เป็นสิ่งที่ลูกผู้ชายพึงกระทำ ผมคิดว่าดีมากแล้ว เยวเยว ลูกอย่ากลายเป็นภาระของเฉินชางล่ะ ต้องเป็นภรรยาที่ดี…”
“คุณเงียบไปเลย!” จี๋หรูอวิ่นเอ่ยขัดทันที เหล่าฉินรีบหุบปากแล้วมองเวลา “ผมจะไปอุ่นน้ำแกงไก่สักหน่อย” เขาตระหนักถึงสถานะภายในครอบครัวของตนดี พอเห็นเหล่าฉินเดินออกไป จี๋หรูอวิ่นขยับเข้าหาฉินเยว่พลางกระซิบกระซาบ “เยวเยว ลูกฟังแม่นะ คุยกับเขาดีๆ เรียนหมอก็ลำบากขนาดนั้นแล้ว พวกลูกยังอายุน้อย อย่าทำงานหนักขนาดนี้เลย! เฉินชางยอดเยี่ยมขนาดนี้แถมยังขยันขนาดนี้ แม่เห็นแล้วปวดใจเหลือเกิน!”
เหล่าฉินเป็นคนปากเสีย ถึงอุ่นน้ำแกงไก่อยู่ก็ยังเอ่ยแทรกเข้ามา “แบบนี้เรียกว่ามีอุดมการณ์และความฝักใฝ่ต่างหาก ผู้หญิงขี้ใจอ่อนอย่างพวกคุณน่ะไม่เข้าใจหรอก! เฉินชางกำลังสร้างคุณูปการแก่ประเทศชาติและประชาชนนะ…”
จี๋หรูอวิ่นถลึงตาใส่ทีหนึ่ง เหล่าฉินเงียบปากทันที ได้แต่ยืนอยู่ริมต่างอย่างจนปัญญาเฝ้ารอการกลับมาของเฉินชาง เสมือนหญิงสาวที่เฝ้ารอสามี จี๋หรูอวิ่นมองฉินเยว่ “พวกลูกสองคนนะ ต้องใช้ชีวิตวัยหนุ่มสาวของตัวเองให้ดี เสพสุขกับชีวิต รักษาสมดุลการทำงานกับการพักผ่อนด้วย! แม่ไม่ได้จะบอกว่าการมีอุดมการณ์เป็นเรื่องไม่ดี ยังไงก็ตาม… ต้องมีอายุยืนยาวถึงจะมีโอกาสสร้างคุณูปการเพิ่มมากขึ้น ลูกว่าใช่หรือเปล่าล่ะ”
หลังพูดจบ จี๋หรูอวิ่นลดเสียงลง “จริงสิ เยวเยว ลูกนะ…” ระหว่างพูด จี๋หรูอวิ่นลูบหน้าท้องฉินเยว่ไปด้วย ฉินเยว่หน้าแดงทันที ดันมือของเธอออกไป “แม่! ใจร้อนไปไหนคะ! ของดีก็ต้องรอนานหน่อย!”
จี๋หรูอวิ่นได้ยินก็ยิ้มพลางเอ่ยว่า “จ้ะๆ แม่แค่เตือนเท่านั้น ลูกจะจริงจังทำไม” ฉินเยว่หัวเราะคิกคักเอ่ยไปว่า “ไม่แน่หนูอาจจะตั้งท้องเด็กแบบนาจาก็ได้!” จี๋หรูอวิ่นกลอกตาใส่ “แบบนั้นคลอดออกมาก็ตั้งชื่อว่าเทอราโตมาเถอะ!”
ผ่านไปสักพักเฉินชางกลับมาถึงแล้ว หลังจากเปิดประตูเข้ามา จี๋หรูอวิ่นก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “กลับมาแล้วเหรอ วันนี้เหนื่อยแย่เลยใช่ไหม!” เฉินชางยิ้มให้ “ไม่เหนื่อยหรอกครับแม่”
ฉินเยว่ยยกอาหารออกมาให้เฉินชาง “ไปล้างมือแล้วมากินข้าวก่อนเถอะ พ่อฉันเห็นว่านายทำงานหนักเลยตุ๋นน้ำแกงไก่ไว้ให้นาย” เหล่าฉินถูกชมแบบนี้ก็ค่อนข้างเขินอาย “เอ้อ แม่เยวเยวตุ๋นไว้น่ะ ฉันแค่ไปอุ่นให้”
เฉินชางพยักหน้ารับ มองกับข้าวร้อนฉุยบนโต๊ะ จิตใจที่เหนื่อยล้าผ่อนคลายลง อาจเป็นเพราะที่นี่คือบ้าน หลังกินข้าวเสร็จฉินเยว่กับจี๋หรูอวิ่นเก็บถ้วยชามไปล้าง เหล่าฉินชงชามาหนึ่งกา “ใกล้จะได้กลับมาแล้วสินะ”
“ครับ ปลายเดือนธันวาคม ประมาณช่วงปีใหม่” เฉินชางพยักหน้าเอ่ยตอบ
“วางแผนหรือยังว่ากลับมาแล้วจะทำอะไร”
พอเฉินชางได้ยินคำถามนี้ เขาไม่ได้รีบร้อนตอบ แต่เขาคิดเกี่ยวกับปัญหานี้ไว้นานมากแล้ว กลับมาครั้งนี้ตนจะทำอะไรนะ? ตรวจโรคหรือ? ที่นี่มีโรคซับซ้อนรักษายากน้อยกว่าที่เมืองหลวงแน่นอน! ทำวิจัยหรือ? เงื่อนไขก็สู้ทางนั้นไม่ได้อยู่ดี ถ้าอย่างนั้นกลับมาแล้วจะมีประโยชน์อะไรล่ะ? หลายวันมานี้เฉินชางคิดว่าตนได้คำตอบแล้ว!
“ผมอยากปักหลักให้มั่นคง ทำวิจัยบางอย่าง บ่มเพาะบุคลากรบางส่วน และทำธุรกิจบางอย่างครับ ช่วงที่ผ่านมาก้าวหน้าขึ้นเร็วเกินไป เส้นทางไม่ค่อยมั่นคง ผมอยากหาข้อสรุปของตัวเองให้ดี ไม่แน่ว่าอาจจะปรากฏผลสำเร็จบางอย่าง ยิ่งไปกว่านั้นคือจะบ่มเพาะบุคลากรด้านงานคลินิกที่ยอดเยี่ยมส่วนหนึ่งขึ้นมา”
ฉินเสี่ยวยวนได้ยินเฉินชางว่ามาแบบนี้ก็ยิ้มนิดๆ พึงพอใจมาก พูดกันตามตรงฉินเสี่ยวยวนก็เคยพบอัจฉริยะเช่นกัน แต่เขายังไม่เคยเจอคนอย่างเฉินชางมาก่อน เขาก็ทราบเช่นกันว่าตนไม่ใช่คนที่จะสั่งสอนเฉินชางได้ แต่บางครั้งเขาคิดว่าตนควรช่วยชี้ทางที่ถูกต้องให้เท่าที่เห็น
ตอนนี้เฉินชางยอดเยี่ยมจริงๆ รู้แล้วว่าต้องใส่ใจการสร้างรากฐาน บางครั้งเรื่องที่ฉินเสี่ยวยวนกังวลที่สุดก็คือ หลังจากเฉินชางกลับมาจะมีใจใฝ่สูงทะเยอทะยาน ฮึกเหิมอยากเป็นใหญ่เป็นโต ถ้าเฉินชางต้องการแบบนั้นจริงๆ ตัวเขามีโอกาส มีศักยภาพ และมีคุณสมบัติครบถ้วนแน่นอน! ถึงขั้นที่กระทรวงสาธารณสุขและเหล่าผู้นำในมณฑลตงหยางอยากจะเห็นฉากนี้เป็นที่สุด เนื่องจากขอเพียงเฉินชางลงมือทำงานก็จะกลายเป็นผลงานทางการเมือง พวกเขาแค่ให้การสนับสนุนก็พอแล้ว
แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับมนุษย์ไม่ใช่คำดูถูกเหยียดหยาม แต่เป็นคำเยินยอต่างหาก! ยิ่งสูงเท่าไรตกลงมาก็ยิ่งเจ็บเท่านั้น ฉินเสี่ยวยวนไม่ได้มองเฉินชางเป็นคนนอก ถึงได้คิดเผื่อในระยะยาวให้เขา หวังว่าเฉินชางไม่ใช่ดอกไม้ที่ผลิบานเพียงชั่วครู่ แต่เป็นดาวฤกษ์ดวงหนึ่งของวงการแพทย์!
ฉินเสี่ยวยวนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อืม ฉันก็คิดแบบนี้เหมือนกัน ช่วงเวลาหนึ่งปีที่นายอยู่ในเมืองหลวงก้าวหน้าเร็วเกินไป ไม่ว่าจะด้านศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมหัวใจ หรือศัลยกรรมประสาท ล้วนสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมไว้ แต่ว่า… ฉันคิดว่านายจะต้องเปลี่ยนผลงานพวกนี้ให้กลายเป็นผลความสำเร็จ! ดังนั้นฉันขอเสนอให้นายสงบใจเอาไว้ เปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้เป็นอัตลักษณ์ของนาย ไม่ใช่กลายเป็นใบประกาศเกียรติคุณ นายเข้าใจความหมายของฉันใช่ไหม”
เฉินชางฟังแล้วพยักหน้ารับทันที คำพูดของฉินเสี่ยวยวนรื่นหูมากแต่มีเหตุผลเหลือเกิน! ขั้นตอนต่อจากนี้ก็คือเปลี่ยนความรู้ของตนให้เป็นพลัง สร้างทีมชั้นนำของประเทศจีนขึ้นมา เมื่อถึงเวลานั้น ทีมชั้นนำของพวกเราก็จะกลายเป็นกำแพงเหล็กที่คอยปกป้องสุขภาพของคนในประเทศชาติเรา!
“ผมเข้าใจแล้วครับพ่อ ขอบคุณครับ!” เฉินชางพยักหน้ายกแก้วชาคารวะ หลังจากเหล่าฉินดื่มเสร็จเขามองเฉินชางพลางเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ยังมีอีกเรื่อง… รีบมีหลานสักทีเถอะ” เฉินชางพูดไม่ออกแล้ว…