เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1644 เปิดโรงพยาบาลเหรอ
เฉินชางรู้สึกว่าตนโชคดีมาก ได้เจอผู้หญิงแบบฉินเยว่ เจอพ่อตาแม่ยายแบบเหล่าฉินและจี๋หรูอวิ่น จี๋หรูอวิ่นให้ความห่วงใยเขาจนแทบจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวแล้ว ราวกับว่าโลกทั้งใบไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน ขอแค่ครอบครัวฉันอยู่ดีก็พอ ความรู้สึกนี้ทำให้เฉินชางสบายใจมาก กอบกู้โลกอะไร… ให้คนอื่นทำไปแล้วกัน…
ส่วนเหล่าฉินก็ใช้ประสบการณ์ชีวิตอันโชกโชนคอยเสนอความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตเฉินชาง สิ่งเหล่านี้คือสมบัติอันล้ำค่า! พอมองฉินเยว่ที่อยู่ในอ้อมแขน เฉินชางมีความสุขมาก! แต่ถึงอย่างนั้น… อยู่ๆ เขาก็ลังเลขึ้นมา วันนี้.. ควรจะใช้หินเพิ่มแนวโน้มดีไหม! ถึงอย่างไรความสามารถของตนก็ยังไม่สมบูรณ์พอ หรือควรจะ… รออีกหน่อย รอต่อไปแล้วกัน
ตอนนี้อยู่ๆ เฉินชางก็ผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา เหมือนตอนที่เล่นเกมชำระล้างคุณสมบัติลูกไปก่อนหน้านี้ หลังคลอดออกมาจะเติบโตอย่างสมบูรณ์แบบ มีพรสวรรค์อันน่าทึ่ง มีทักษะเหนือชั้น! หลังจากตัดสินใจได้ เฉินชางเก็บหินเสริมแนวโน้มไว้ ช่วงกลางดึกฉินเสี่ยวยวนกับจี๋หรูอวิ่นนอนกระสับกระส่ายหลับไม่ลง!
“ทำไมไม่มีเสียงเลยล่ะ”
“ไอ้หยา คุณนอนสักทีเถอะ!”
“นอนนิ่งอะไร หลานฉันมาเข้าฝันบอกฉันว่าอยากมาเกิดแล้ว ฉันจะไม่รับผิดชอบได้เหรอ”
“คุณว่าพวกเขาจะด้อยความรู้ในเรื่องนี้หรือเปล่า”
“เฮ้อ พวกเขาเป็นหมอนะ คุณคิดว่ายังไงล่ะ”
“เงียบๆ สิ! หยุดกรน… มีเสียงแล้ว!”
“นั่นเสียงแมวที่บ้านข้างๆ เลี้ยงต่างหาก!”
รุ่งเช้าหลังตื่นนอน เฉินชางพบว่าเหล่าฉินทำมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว ฉินเยว่หาว “พ่อคะตื่นเช้าจัง! แม่หนูล่ะคะ” เหล่าฉินยิ้มเจื่อน “เมื่อคืนแม่ของลูกนอนไม่หลับนะ เห็นพวกลูกกลับมาเลยดีใจเกินไปจนนอนไม่หลับ เพิ่งจะหลับไปช่วงใกล้สว่าง!”
ฉินเยว่ร้องอ้อคำหนึ่งไม่สงสัยอย่างอื่นอีก ช่วงเช้าเฉินชางกับฉินเยว่ไปที่โรงพยาบาลอันดับสองด้วยกันก่อนรอบหนึ่ง ช่วงนี้ทุกคนเริ่มยุ่งกับการย้ายไปยังอาคารใหม่ พอเห็นเฉินชางกับฉินเยว่มาทุกคนย่อมดีใจอย่างยิ่ง ที่แผนกไม่ยุ่งเท่าไร ฉางลี่น่าเห็นทั้งสองมาแล้วก็หัวเราะแบบแปลกๆ โผเข้ามาหาฉินเยว่! “เยวเยว มาๆ ให้ฉันลูบที ป่องขึ้นบ้างหรือยัง!”
ฉินเยว่มีสีหน้างุนงงทันที “ป่องบ้าอะไร” ฉางลี่น่าลูบหน้าท้อง “หลานชายคนโตของฉันยังไม่มาเหรอ” ฉินเยว่กลอกตาใส่ทีหนึ่ง ฉางลี่น่ายิ้มพลางเอ่ยกระเซ้า “พี่ชาง คุณมีน้ำยาไหมเนี่ย” เฉินชางก็ไม่ถือสากับคำหยอกล้อเอ่ยยิ้มๆ “ฉันกำลังคัดเลือก DNA ที่ยอดเยี่ยมอยู่น่ะ!”
หวังเซียนได้ยินก็รีบเดินกระวีกระวาดออกมาฟาดสะโพกเฉินชางทีหนึ่ง แถมยังบีบอีกทีด้วย! เฉินชางหน้าบึ้ง “ไอ้เวร เชื่อไหมว่าฉันส่งนายไปอยู่ห้องเวชระเบียนได้นะ!” ทุกคนหัวเราะฮ่าๆ ขึ้นมาทันที วันนี้เฉินชางได้เจอสือน่าแล้ว พูดกันตามตรงแทบจำไม่ได้เลย! เธอแต่งเนื้อแต่งตัวทำผมมาด้วย มีเมคอัพบนหน้า สวยมาก
ตอนนี้เฉินปิงเชิงยุ่งมาก ปัจจุบันเขาอยู่ทีมเดียวกับหวังทง มีผ่าตัดเยอะมาก พอเห็นเฉินชางมาดวงตาเขาเปล่งประกายเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ใครใช้ให้พวกเธอรังแกฉันกัน เห็นไหมว่าที่พึ่งของฉันกลับมาแล้ว!” สือน่าพลันแย้มยิ้มเอ่ยว่า “คุณถามฉินเยว่ดูสิว่าตอนอยู่บ้านใครต้องฟังใคร”
ทุกคนหัวเราะกันอีกครั้ง สือน่าสดใสขึ้นมาก วันนี้เฉินชางไม่ได้มาเพื่อระลึกความหลังเท่านั้น แต่ถือโอกาสมาเยี่ยมทุกคนด้วย แผนกฉุกเฉินยังคงยุ่งมาก ผ่านไปครู่เดียวทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงานแล้ว อย่าว่าแต่เฉินชางมาเยี่ยมเลย ต่อให้พ่อแม่แท้ๆ มาหาก็หยุดดูแลไม่ได้ ระหว่างที่เฉินชางคิดๆ อยู่ก็มาถึงห้องทำงานของเลขานุการถานลี่กั้วแล้ว
ฉินเสี่ยวยวนกำชับให้เฉินชางเข้ามาเยี่ยมและพูดคุยกับถานลี่กั้วสักหน่อย หลังจากเฉินชางกลับมา ย่อมขาดความช่วยเหลือของถานลี่กั้วไปไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ยังอยู่ระหว่างพิจารณาผู้อำนวยการคนใหม่ ถานลี่กั้วเป็นที่พึ่งให้เฉินชางได้เป็นอย่างที่คาดการณ์ไว้ การมาของเฉินชางสร้างความแปลกใจให้ถานลี่กั้วพอสมควร เขาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ชงชาให้ด้วยตัวเอง ทั้งสองพูดคุยคร่าวๆ แต่ก็ไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก
เวลา 11:00 น. เฉินชางขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลตงตาสาขาที่หนึ่ง ตอนนี้มีคนมารวมตัวกันในห้องประชุมเป็นจำนวนมาก ล้วนมาเพื่อฟังเฉินชางบรรยายวิดีโอผ่าตัดเมื่อวานนี้ เฉินชางบรรยายละเอียดมาก บรรยายอยู่ประมาณหนึ่งชั่วโมง ปริมาณข้อมูลมหาศาล ทุกคนฟังอย่างได้อรรถรส ดื่มด่ำไม่รู้จบ
เวลานี้เฉินชางเดินเข้าไปหากงไตเจิน นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานดูเหมือนผู้อำนวยการกงมีธุระจะคุยด้วย เขาถามออกไป “จริงสิ ผู้อำนวยการกง เมื่อคืนคุณมีอะไรจะคุยเหรอครับ”
กงไตเจินได้ยินคำถามของเฉินชางก็ลังเลเล็กน้อยอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นถามไปว่า “อาจารย์คะ คุณเคยคิดจะก่อตั้งแบรนด์เวชสำอางสักแห่งไหมคะ”
เฉินชางฟังจบก็ตะลึงงันทันที! คำถามข้อนี้เขาไม่เคยนึกถึงมาก่อนเลยจริงๆ ศัลยกรรมตกแต่งเป็นทักษะตั้งตัวของเฉินชาง สมัยอยู่ที่คลินิกศัลยกรรมจื้อชิน เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตในปัจจุบันของเฉินชางเลยทีเดียว แต่ภายหลังพอมายังเมืองหลวงเขาก็ผ่าตัดในด้านนั้นน้อยมาก กงไตเจินเห็นว่าเฉินชางลังเลดวงตาพลันเปล่งประกาย เธอคิดว่าแบบนี้แปลว่ายังมีโอกาส!
“อาจารย์ อันที่จริงฉันคิดว่าตลาดเสริมความงามในปัจจุบันยังคงน่าลงทุนมาก อีกอย่างการเสริมความงามก็เป็นการรักษาประเภทหนึ่งเช่นกัน”
เฉินชางพยักหน้ารับ เรื่องนี้เขาไม่ปฏิเสธ สังคมสมัยนี้มี ‘โรค’ หลายอย่างที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คน สิ่งเหล่านี้รักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ได้ เฉินชางมองกงไตเจินเงียบๆ กงไตเจินรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้นว่า “ดังนั้นที่ฉันคิดก็คือ… ฉันอยากจะสร้างแบรนด์เวชสำอางที่มีคุณสมบัติด้านการรักษาค่อนข้างสูง แต่ว่า… ในด้านเทคนิคฉันอ่อนหัดแน่นอน ดังนั้น… ฉันอยากจะเชิญอาจารย์มาร่วมลงทุน แน่นอนค่ะฉันทราบดีว่าตอนนี้อาจารย์ยุ่งเกินกว่าจะมาสนใจเรื่องพวกนี้ แต่ฉันหวังว่าอาจารย์จะมาเป็นที่ปรึกษาด้านเทคนิคให้พวกเราได้!”
[1] Scrubs เป็นชุดลำลองสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ประกอบด้วยเสื้อแขนสั้นและกางเกงขายาว ออกแบบมาเพื่อให้ความคล่องตัวสูง