เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1651: ไม่ได้... มั่นใจขนาดนั้น!
แม้แต่พระราชวงศ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความเข้มแข็งของสหราชอาณาจักรก็ยังหนีความทรมานของโรคปวดเส้นประสาทใบหน้าไม่พ้น
นอกจากนี้เจ้าชายวิลเลียมคนนี้ยังเกือบฆ่าตัวตายเพราะโรคปวดเส้นประสาทใบหน้า!
เพราะฉะนั้นหลายปีมานี้เจ้าชายวิลเลียมทรมานกับอาการป่วยจนน้อยมากที่จะเข้าร่วมการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ
แต่รากฐานที่มั่นคงไมอาจถูกทำลาย ทรัพย์สินที่สมาชิกราชวงศ์อังกฤษมีไม่น้อยเลย
ถึงวันหนึ่งสิ้นอำนาจ ต้นทุนที่มีก็ทำให้ชีวิตของพวกเขาไร้กังวล
วิลเลียมที่เป็นลูกชายคนเล็กของสมเด็จพระราชินีนาถ ตอนที่เขาบรรลุนิติภาวะก็ได้รับบรรดาศักดิ์มากมายแล้ว
มองเห็นถึงความลำเอียงของสมเด็จพระราชินีนาถที่มีต่อพระองค์ได้
แต่ตอนที่วิลเลียมอายุยี่สิบห้า ยี่สิบหกปี โรคปวดเส้นประสาทใบหน้าที่รุนแรงทำให้ชายหนุ่มมากบรรดาศักดิ์คนนี้เจอโจทย์ยาก
ห้าปีหลังจากนั้นผ่านการรักษาและการผ่าตัดมาหลายครั้งก็มีช่วงเวลาที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายก็กำเริบและแย่ลง
อาการของเขากำเริบอยู่บ่อยๆ เจอสิ่งกระตุ้นก็จะปวดยิ่งกว่าเดิม ตอนที่อาการรุนแรงถึงขั้นปวดต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง!
จนวิลเลียมเคยมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นปมในใจสมเด็จพระราชินีนาถมาโดยตลอด!
หลังจากพระชายาของวิลเลียมเล่าเรื่องของเฉินชางให้สมเด็จพระราชินีนาถฟัง สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธก็ดีใจขึ้นมาทันที!
พระนางอยากคุยรายละเอียดกับเฉินชางเดี๋ยวนั้นเลย
จากนั้นพระนางจึงติดต่อสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ของราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ลอนดอน
เชิญชวนให้พวกเขาเข้าร่วมการประชุมทางวิดีโอในวันพรุ่งนี้เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการผ่าตัดในครั้งนี้
ผ่าตัดต่อไม่ได้แล้วหงจี้กับเฉินชางเดินออกจากห้องผ่าตัดพร้อมกัน
วิลเลียมถูกส่งตัวไปที่ห้องผู้ป่วย คิดว่าไม่นานก็คงฟื้น
ส่วนเฉินชางถูกหงจี้พาไปที่ห้องทำงาน เลี่ยวรุนฟางแนะนำเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศและพระชายาของวิลเลียมให้รู้จักกับเฉินชางอย่างกระตือรือร้น
ความจริง… เฉินชางไม่ได้ตื่นเต้นนัก ตอนนี้เฉินชางไม่ใช่ชายหนุ่มที่เพิ่งออกจากเมืองอันหยางและไม่เคยเจอโลกกว้างคนนั้นแล้ว
เขาในตอนนี้พูดได้ว่าจะไม่ให้ความสำคัญกับเจ้าชายน้อยคนนี้ก็ได้ ทว่าเพราะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางการทูตจึงต้องไว้หน้ากัน!
เฉินชางจึงพยายามอย่างสุดความสามารถ และรอคอยรางวัลจากภารกิจในวันนี้เป็นอย่างยิ่ง
ตอนนี้เลี่ยวรุนฟางภาคภูมิใจมากเพราะหมอประเทศจีนของเราเก่งมาก
คนอื่นรักษาเจ้าชายวิลเลียมของพวกคุณไม่หาย มาประเทศจีนของเรากลับรักษาได้!
พูดออกไปก็รู้สึกเป็นเกียรติ!
แม้แต่ท่านผู้นำยังมองเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ จากนั้นหันมองเฉินชางแล้วพยักหน้า!
เจ้าหมอนี่ทำให้ตนและประเทศชาติได้หน้า คิดว่าวันนี้ที่ลอนดอนคงจะคึกคักมาก ชาวอังกฤษกลุ่มนี้ต้องการพูดคุยกันอย่างจริงจัง
ท่านผู้นำคิดได้แบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมเฉินชาง ทว่าคืนนี้เพราะยาสลบเจ้าชายยังไม่ฟื้นจึงคุยรายละเอียดไม่ได้
มีเจ้าหน้าที่ไปดูแลพระชายาของวิลเลียมและเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ
ตอนที่เฉินชางกำลังจะจากไป ผู้นำก็เรียกตัวเฉินชางไว้
“ทำไมรีบกลับขนาดนี้ ซ่อนสมบัติอะไรไว้ที่บ้านเหรอครับ”
คำพูดของผู้นำกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเฉินชางทันที ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่รอบข้างอึ้งไป
ผู้นำคุยเล่นกับเฉินชางงั้นหรือ เฉินชางหันมายิ้มอย่างอึดอัด “เปล่าครับๆ ผมผิดไปแล้ว”
ผู้นำเดินเข้ามา เลี่ยวรุนฟางตามมาติดๆ ไม่มีคนนอกก็คุยกันได้สะดวกขึ้น
“ศาสตราจารย์เฉิน แนวคิดที่คุณเสนอมาวันนี้ ความเป็นไปได้สูงไหมครับ” ผู้นำยิ้มถาม
เฉินชางพยักหน้า “ครับ สูงมากครับ”
“คุณเคยทำไหม”
เฉินชางหน้าแดงของว่างเสมือนนับไม่ถ้วน “ไม่เคยครับ”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนอึ้งไป พอได้ยินคำพูดของเฉินชางแม้แต่ผู้นำยังเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงถามว่า
“ไม่เคยทำ… แล้วคุณมั่นใจแค่ไหน”
เฉินชางยิ้มอย่างอึดอัด นึกถึงอัตราความสำเร็จหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ในห้องว่างเสมือนแล้ว ตัดสินใจตอบระวังหน่อย
“ครับ… อาจจะไม่ได้สูงมาก ประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็นต์มั้งครับ!”
ตอนที่ได้ยินว่าเฉินชางไม่ได้มั่นใจขนาดนั้นผู้นำก็กังวลเล็กน้อย ทุกคนรอบข้างต่างเตรียมใจ!
ทว่า! ตอนที่เฉินชางบอกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยสีหน้าปกติ ทุกคนก็พูดอะไรไม่ออก
นี่… ต่ำเหรอ นี่เป็นครั้งแรกที่หงจี้มีปฏิสัมพันธ์กับเฉินชาง แต่พอเขาเห็นสีหน้าจริงจังของเฉินชางก็อยากถามอย่างจริงจังว่าคุณแน่ใจนะว่าไม่ได้มาเกรียน
ใช่แล้ว! แม้แต่ผู้นำยังขำกับคำพูดของเฉินชาง ชี้เฉินชางและด่าพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าหมอนี่…”
เฉินชางยิ้มเก้อเขิน
“รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ อยากทำ ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ
มิตรภาพจีน-อังกฤษ ยังไม่ถึงขั้นต้องให้เจ้าชายน้อยคนหนึ่งมาควบคุม
แต่… ถ้าคุณทำได้จะถือเป็นคุณงามความดีของคุณ!
รีบกลับไปเถอะ ที่นี่ไม่มีข้าวให้กินหรอกนะ”
จู่ๆ เฉินชางก็พบว่าที่แท้พวกผู้นำในโทรทัศน์ก็ไม่ใช่หุ่นยนต์ แต่เป็นคนแก่ที่มีเลือดมีเนื้อเหมือนคนทั่วไป
คำพูดของผู้นำทำให้ทุกคนอดขำไม่ได้ เฉินชางหัวเราะไม่ได้ร้องไหไม่ออก
หลังจากบอกลาทุกคนก็รีบกลับ เลี่ยวรุนฟางมองแผ่นหลังของเฉินชางอย่างชื่นชม
น้อยมากที่ผู้นำจะล้อเล่นแบบนี้กับใคร เลี่ยวรุนฟางมีปฏิสัมพันธ์กับผู้นำมานาน ย่อมรู้ว่าแม้ตอนผู้นำอยู่กับลูกของตัวเองยังน้อยมากที่จะทำแบบนี้
อย่าว่าแต่เลี่ยวรุนฟางเลย พวกหงจี้มองแผ่นหลังที่เดินจากไปของเฉินชางก็สะเทือนใจและอิจฉาเช่นกัน
วันถัดมาเฉินชางมาถึงโรงพยาบาลแต่เช้า หงจี้พาเฉินชางไปพบวิลเลียม
วิลเลียมเห็นเฉินชางเดินเข้ามาก็ตาเป็นประกายทันที “สวัสดีครับ ศาสตราจารย์เฉิน!”
เฉินชางยังไม่ทันได้พูดอะไร วิลเลียมก็รีบพูดว่า
“ผมได้ยินว่าคุณมีโอกาสรักษาโรคปวดเส้นประสาทใบหน้าของผม ช่วยผมด้วยนะครับ!”
สายตาของวิลเลียมก็เหมือนคนไข้ส่วนใหญ่ หลังจากผ่านการรักษาที่ล้มเหลวมามาก วิลเลียมเองก็สิ้นหวังแล้ว
พอได้ยินว่ายังมีโอกาสเขาก็เหมือนคนจมน้ำคว้าขอนไม้ท่อนสุดท้ายไว้ได้ จะยอมปล่อยได้อย่างไร
เฉินชางพยักหน้า “เป็นหน้าที่ของกระหม่อมอยู่แล้วพะยะค่ะ แต่การผ่าตัดมีความเสี่ยง พระองค์น่าจะรู้อยู่แล้ว”
วิลเลียมยิ้มขื่นพร้อมส่ายหน้า ความโศกเศร้าและจนปัญญาแวบเข้ามาในสายตา
ท่าทางดูเศร้าแต่ไม่ทิ้งความสูงส่ง ทำให้เฉินชางอึ้งไป ความสูงส่งของขุนนางฝังลึกเข้าไปในกระดูกจริงๆ
ให้ตายเถอะแม้แต่ตอนเศร้ายังดูสง่าขนาดนี้ วิลเลียมพูดพร้อมยิ้มขื่น
“การมีชีวิตอยู่ทำให้ผมรู้สึกทรมานมาก ความเจ็บปวดแบบนี้… ทำให้ผมเหมือนตายทั้งเป็น
ขอเพียงแค่บรรเทาความเจ็บปวดได้ ผมก็ยินดีที่จะเสี่ยง”
เฉินชางเห็นแบบนี้ก็อยากไปหยิบหนังสือยินยอมการรักษาและหนังสือแจ้งการผ่าตัดมาก
น่าเสียดาย… แบบนี้ดูไม่ค่อยเป็นไปได้นัก
ต้องให้เจ้าชายไปหารือกับสมเด็จพระราชินีนาถในช่วงเช้าวันนี้ก่อนจึงจะตัดสินใจได้
เกิดในครอบครัวใหญ่มากอำนาจก็ยุ่งยากเหมือนกันนะ