เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1650: เจ้าชายเหรอไม่ใช่หรอก! คุณมันหนูทดลอง!
พอเขาเอ่ยประโยคนี้ออกมา!
ทุกคนในห้องผ่าตัดตะลึงงันไปทันที หยางหมิงมองเฉินชางอดกุมขมับถอนหายใจไม่ได้
หงจี้ก็มองเฉินชางด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ ก้มหน้ามองเท้าตัวเอง!
ตนสะกิดเบาไปงันหรือ หรือว่า… หรือเป็นเพราะ… ลูกเตะก่อนหน้านี้ของตนทำให้เฉินชางเข้าใจผิด
มีเพียงเซวียเจิงเริ่นที่รู้จักเฉินชางดีที่สุด พอได้ยินเฉินชางเอ่ยประโยคนี้ เขาก็รู้ดีว่าเรื่องที่ควรเกิด… ย่อมเกิดขึ้นในไม่ช้าก็เร็ว
เฉินชางสุดท้ายก็ยังคงเป็นเฉินชาง หงจี้ค่อนข้างนึกเสียใจขึ้นมา ถ้ารู้แต่แรกคงไม่เรียกนายมา
ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องมองเฉินชางด้วยสีหน้าที่แตกต่างกัน ในใจมีความคิดต่างๆ นานา
แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคำเดียวกัน ‘อวดเก่ง!’
เวลานี้ด้านนอกห้องผ่าตัด หลังเลี่ยวรุนฟางได้ยินก็ดีใจ นำมาก่อนสีหน้าบ่งบอกว่า ‘สมเป็นนาย ฉันไม่ได้มองนายผิดไปเลย’
แต่จู่ๆ หัวใจก็เต้นกระหน่ำขึ้นมา!
เจ้าเด็กคนนี้… สมเป็นนายเลย!
สถานการณ์แบบนี้ยังกล้าเสนอความเห็นอีก เทียบกับเลี่ยวรุนฟางแล้ว
สีหน้าของผู้อำนวยการโรงพยาบาลมิตรภาพจีนญี่ปุ่นและเหล่าผู้นำดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินัก อายุน้อยเกินไปสินะ!
คนหนุ่มมีความสามารถก็จริงแต่ยังไม่สุขุมมากพอ ชอบอวดเก่งชอบโชว์ออฟ
แต่ว่านายชอบโชว์ออฟก็ช่วยดูสถานการณ์หน่อยสิไอน้อง
นายทำแบบนี้พวกเรากระวนกระวายจะแย่แล้ว
ใช่แล้วหลังจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลมิตรภาพจีนญี่ปุ่นได้ยินคำพูดเฉินชาง เขามีความคิดเพียงอย่างเดียวคือ ถอดจอซะ!
คุณช่วยพูดตามที่เตรียมกันไว้จะได้ไหม แค่บอก ‘ขอโทษครับพยายามเต็มที่แล้ว’
แค่พูดว่า ‘ผมทำไม่ได้’ มันยากขนาดนั้นเลยจริงๆ นะเหรอ ก็จริงนั่นแหละ!
สำหรับเฉินชางแล้วพูดยากขนาดนั้นเลยจริงๆ ปฏิกิริยาตอบสนองของหงจี้ก็ไม่ต่างไปจากคนอื่นเลย
แต่เขาตอบสนองว่องไวมาก สงบอารมณ์ในทันทีเอ่ยถามว่า “คุณคิดว่ายังไงบ้าง”
เวลานี้เฉินชางกล่าวอย่างเอาจริงเอาจังขึ้นมา “คืออย่างนี้ครับ!
ความเห็นของผมคือในเมื่อเส้นประสาทและเส้นเลือดของผู้ป่วยเกี่ยวพันกันค่อนข้างร้ายแรง
ถ้าอย่างนั้นพวกเราลองเปลี่ยนความคิดไปพิจารณาปัญหานี้ดูไหมครับ!
อันที่จริงใยประสาทรับอุณหภูมิและความเจ็บปวด รวมถึงใยประสาทรับสัมผัสบางส่วนของเส้นประสาทใบหน้าทั้งสามแขนง[1] ทอดผ่านสไปนัลไตรเจมินัลนิวเคลียส[2]
โดยที่ปลายนิวเคลียสของสไปนัลไตรเจมินัลนิวเคลียสจะไปสิ้นสุดที่ก้านสมองท้าย
พอเป็นแบบนี้ช่วงที่ผ่านส่วนสไปนัลไตรเจมินัลนิวเคลียสไปถึงปลายก้านสมองท้าย จะอยู่ในบริเวณชั้นตื้นของหลังส่วนข้าง
ทิศทางการเรียงตัวของเส้นประสาทรับความเจ็บปวดแขนงที่ 1 2 3 ในทางเดินไขสันหลัง จะเริ่มจากร่องด้านท้องข้างไปยังร่องด้านหลังข้าง
ถ้าหากช่วงเวลานี้พวกเราดำเนินการผ่าตัดสไปนัลไตรเจมินัลนิวเคลียสส่วนก้านสมองท้าย
จะบรรเทาอาการปวดในแขนงแรกของผู้ป่วยอย่างสมบูรณ์ได้ หรือคลายความเจ็บปวดทั้งสามแขนงของผู้ที่ปวดทั้งสองด้านได้!”
เดิมทีทุกคนในห้องไม่สนใจเลยว่าเฉินชางจะมีความคิดเห็นอย่างไร ถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีทางยอมทำ!
ถูกต้องถึงตีให้ตายก็ไม่ไปยืนหน้าเตียงผ่าตัด ถึงไปก็จะแกล้งทำไม่เป็นแต่ว่า!
หลังจากทุกคนได้ฟังคำชี้แจงและรายละเอียดจากเฉินชางล้วนตะลึงงันไปทันที เนื่องจาก… มันใช้ได้เลย!
สมองของเจ้าหนุ่มเฉินชางคนนี้โตมาแบบไหนกัน มีความคิดบรรเจิดขนาดนี้ได้อย่างไร
พอลองคิดอย่างละเอียดกลับเป็นอย่างที่เฉินชางว่ามา ถ้าหากอ้อมเลี่ยงสมองน้อยไปผ่าตัดในก้านสมองท้าย
ตัดผ่าตัดสไปนัลไตรเจมินัลนิวเคลียสส่วนก้านสมองท้ายออก นอกจากจะไม่สร้างความเสียหายต่อประสาทรับรู้ของใบหน้าแล้ว ยังช่วยระงับผลความเจ็บปวดได้จริง!
ทุกคนเริ่มพูดคุยหารือกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีเหตุผล!
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามีความเป็นไปได้สูง!
ชั่วขณะนั้นสายตาของทุกคนต่างเร่าร้อนขึ้นมา มองเฉินชางด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นมาก
“ไม่เลวใช้ได้เลย!”
“ใช่ฉันคิดว่าแผนการนี้ยอดเยี่ยมมาก”
“นี่อาจจะเป็นวิธีเดียวในตอนนี้ ศาสตราจารย์เฉิน… เก่งจริงๆ!”
ถึงได้รับคำชมจากคนรอบข้าง เฉินชางก็ไม่หลงระเริง เนื่องจากเขาทราบดีว่าคำพูดของผู้เชี่ยวชาญกลุ่มนี้ไม่มีอำนาจตัดสิน
สุดท้ายแล้วการผ่าตัดเคสนี้ยังคงจัดการได้ยากมากอยู่ดี
ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่การผ่าตัดผ่านข้างกกหูแต่ต้องอ้อมสมองน้อยเข้าไปถึงแถบก้านสมองส่วนท้าย
กระบวนการนี้ยากลำบากกว่าที่จินตนาการมาก อีกเรื่องที่สำคัญที่สุดคือการดำเนินการในแถบก้านสมองส่วนท้ายอันตรายมาก
ดังนั้นจะดำเนินการในภาวะสลบอย่างสมบูรณ์ไม่ได้ ต้องทำแบบเดียวกับการผ่าตัดโรคพาร์กินสัน
เลือกวางยาชาเฉพาะส่วนเพื่อคอยสังเกตระหว่างผ่าตัดว่าอาการปวดบนหน้าผู้ป่วยหายไปหรือยังแต่ว่า!
หากการผ่าตัดเคสนี้ผิดพลาดไปจะเกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่าง
ถึงเฉินชางจะเห็นผู้เชี่ยวชาญกลุ่มนี้พากันชมว่าดี แต่พอถึงเวลาผ่าตัดเปิดกะโหลกขึ้นมาจริงๆ จะต้องหนีเร็วกว่าใครแน่นอน!
ถึงอย่างไรตำแหน่งนี้ก็ล้วนเป็นเส้นประสาทและเนื้อเยื่อสำคัญทั้งสิ้น
ก้านสมองส่วนท้ายไม่ใช่แค่เส้นประสาทแขนงหนึ่งที่อยากตัดก็ตัดได้ มีเส้นประสาทเกี่ยวข้องมากมาย
คุณตัดทิ้งได้แค่เส้นประสาทไขสันหลังเส้นใดเส้นหนึ่งเท่านั้น แค่คิดดูก็รู้แล้วว่าระดับความยากสูงมากขนาดไหน!
หากเผลอไปสร้างความเสียหายฝังลึกเข้า ทำให้กลุ่มนิวเคลียสหรือใยประสาทรับสัมผัสเสียหาย จนก่อให้เกิดภาวะกลืนลำบาก[3] และภาวะฮอร์เนอร์ซินโดรม[4]
หากตัดในตำแหน่งที่สูงขึ้นไปอีกนิดจะสร้างความเสียหายต่อเรสติฟอร์มบอดี้[5] ก่อให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อเสียสหการ[6] ซึ่งก็คือเดินเหินไม่มั่นคงหรือสะดุดตัวเองล้ม…
ถ้าขยับไปด้านหน้าจะสร้างความเสียหายต่อกลุ่มใยประสาทไขสันหลังทาลามัส[7] และเส้นประสาทสมองคู่ที่สิบเอ็ด[8]
ก่อให้เกิดอาการไหล่ห่อประสาทรับความร้อนและเย็นของร่างกายส่วนล่างบกพร่อง…
สรุปคือตำแหน่งนี้ไม่ว่าคุณจะรุกหรือถอยก็ยากทั้งคู่ ทำได้เพียงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเพราะไม่เหลือทางถอยแล้ว
หลังจากหงจี้ฟังจบเขาไม่ได้เอ่ยเห็นพ้องคล้อยตามเหมือนคนอื่นๆ กลับขบคิดดูอย่างจริงจัง
เขาก็คิดว่าสมเหตุสมผลมากเช่นกัน!
แต่หลังจากวิเคราะห์อย่างละเอียดก็เอ่ยว่า “เตรียมปิดกะโหลก!”
เซวียเจิงเริ่นพยักหน้ารับ หากทำตามที่เฉินชางพูดมา ย่อมดำเนินการผ่าตัดในบริเวณนี้ไม่ได้อีก
จำเป็นต้องเปิดช่องที่โพรงกะโหลกส่วนท้าย อาจถึงขั้นที่ต้องผ่าเปิดตรงกระดูกท้ายทอยด้วย
ดังนั้นช่องนี้ที่เปิดไว้ใช้ไม่ได้อีกต่อไป เนื่องจากช่องทางนี้ใช้จัดการปัญหาไม่ได้ อีกทั้งไม่ตอบโจทย์กับความคิดที่เฉินชางเสนอมาจึงต้องปิดเท่านั้น
อีกอย่างหากว่ากันตามจริงแล้ว อำนาจตัดสินใจในการผ่าตัดไม่ใช่เรื่องที่พวกหงจี้จะตัดสินใจได้จริงๆ
หากยึดหลักตามที่โรงพยาบาลทั่วไปปฏิบัติกันตอนนี้จำเป็นต้องสื่อสารกับญาติผู้ป่วย!
อย่างไรก็ตามครอบครัวนี้ค่อนข้างพิเศษ หมอจำเป็นต้องติดต่อกับภรรยาหรือไมก็มารดาของวิลเลียม
และมารดาของเจ้าชายวิลเลียมก็คือสมเด็จพระราชินีนาถแห่งอังกฤษ
ดังนั้นจะเกิดการผ่าตัดอย่างเป็นรูปธรรมขึ้นหรือไม่ก็ยังไม่แน่ชัดจริงๆ ทางฝั่งหงจี้ได้นำทีมทุกคนเตรียมปิดกะโหลกแล้ว!
แต่ว่าคำพูดของเฉินชางกลับเป็นเหตุให้ทุกคนในห้องทำงานหารือกันอย่างดุเดือด!
พระชายาของเจ้าชายวิลเลียมตาเป็นประกายเอ่ยอย่างค่อนข้างตื่นเต้นว่า
“ศาสตราจารย์เฉินชางบอกว่าเขามีวิธีรักษาวิลเลียม นี่เป็นความจริงเหรอ”
เลี่ยวรุนฟางเจอสถานการณ์นี้ก็ไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรดี ได้แต่พยักหน้ารับ “มีความเป็นไปได้ในเชิงทฤษฎีเพคะ”
เวลานี้เลอเผิงผู้อำนวยการโรงพยาบาลมิตรภาพจีนญี่ปุ่นที่อยู่ข้างๆ ได้แต่หวังให้ทางราชวงศ์อังกฤษพึงระวังให้มากหน่อย
อย่าได้ปล่อยให้เจ้าชายผู้สูงศักดิ์กลายเป็นหนูทดลองของเฉินชางเลย!
อย่าปล่อยให้เกิดการผ่าตัดนี้ขึ้นจะเป็นการดีที่สุด คุณกลับไปจัดการที่ประเทศอังกฤษเถอะ เขาตระหนักมากจริงๆ
น่าเสียดายความตระหนกของเขาไม่ก่อให้เกิดผลใดๆ เวลานี้พระชายาเจ้าชายวิลเลียมเอ่ยกับเจ้าหน้าที่ข้างกายว่า
“ติดต่อไปหาสมเด็จพระราชินีเดี๋ยวนี้ แจ้งข่าวดีนี้ให้พระองค์ทราบ ฉันเชื่อว่าหลังจากพระองค์ทราบข่าวจะต้องดีใจมากแน่นอน!”
ถูกต้องเจ้าชายวิลเลียมมีฐานะเป็นราชโอรสองค์สุดท้องที่ได้รับความโปรดปรานจากสมเด็จพระราชินีนาถที่สุด
สมเด็จพระราชินีนาถกังวลใจในอาการป่วยของเขาอย่างสุดซึ้ง
[1] แบ่งออกเป็น 3 แขนง ได้แก่ Ophthalmic nerve (V1) Maxillary nerve (V2) และ Mandibular nerve (V3)
[2] เป็นส่วนที่ยืนยาวจากศูนย์นิวเคลียสหลักลงไปถึงส่วนไขสันหลังข้อต้นๆ จึงถูกตั้งชื่อว่า Spinal trigeminal nucleus
[3] (Dysphagia) คือ อาการไอสำลักหรือมีความรู้สึกเจ็บเมื่อต้องกลืนอาหารหรือน้ำ ซึ่งอาหารและน้ำสามารถหลุดเข้าไปในหลอดลม ทำให้ปอดเกิดการติดเชื้อและการอักเสบขึ้น เป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน
[4] (Horner’s syndrome) เป็นอาการผิดปกติทางใบหน้าและดวงตา ส่งผลให้รูม่านตาทั้งสองข้างขยายไม่เท่ากัน หนังตาตกข้างเดียว หรือส่งผลให้มองเห็นสีผิดเพี้ยนไป กลุ่มอาการฮอร์เนอร์มักมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของเส้นประสาทที่บริเวณดวงตาและใบหน้า ซึ่งอาจเป็นภาวะแทรกซ้อนจากโรคบางชนิด
[5] (restiform body) เป็นส่วนหนึ่งของ Inferior cerebellar peduncle เป็นช่องทางติดต่อระหว่างสมองน้อยและก้านสมองส่วนท้าย โดยกลุ่มเส้นใยประสาทในส่วนนี้จะมาจากไขสันหลังและก้านสมอง
[6] (Ataxia) คือ ภาวะที่การทรงตัวหรือการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อบกพร่อง อาจเกิดจากความเสียหายที่สมอง เส้นประสาท หรือกล้ามเนื้อ
[7] spinothalamic tract เป็นวิถีประสาทเกี่ยวกับการรับรู้ความรู้สึกที่ส่งข้อมูลจากผิวหนังไปยังทาลามัสในสมอง และจาก ventral posterolateral nucleus (VPL) ในทาลามัส
[8] (Accessory nerve) คือเส้นประสาทที่ทอดตัวเข้าไปในกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะ คอ และหัวไหล่