เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1662: เฉินชาง ราชาแห่งการข้ามสาขา!
หยางหลานมองฉีข่ายด้วยความสงสัย คุณบอกไม่ใช่หรือว่าศาสตราจารย์เฉินเป็นมือสมัครเล่น ฉีข่ายก็จนใจมาก!
เฉินชางไม่ค่อยเชี่ยวชาญในขอบข่ายการวิจัยจริงๆ โดยเฉพาะในขอบข่ายที่มีความเฉพาะทางมากแบบนี้
สิ่งนี้อยากเข้าวงการต้องใช้เวลาเจ็ดแปดปี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความเชี่ยวชาญ
ไม่กี่วันก่อน… ศาสตราจารย์เฉินยังไม่เข้าใจอยู่ชัดๆ ฉีข่ายน้อยเนื้อต่ำใจมาก!
แต่ประโยคเมื่อครู่นี้ของเฉินชางกลับทำให้พวกเขาตาค้างแล้วจริงๆ
เพราะคำแนะนำเมื่อครู่นี้ของเฉินชางสะท้อนสถานการณ์หนึ่ง เฉินชางมีมาตรฐานสูงกว่าเขาอีกขั้น
นี่ทำให้พวกเขาสงสัยในชีวิตขึ้นมา! นี่มัน… จะเป็นแบบนี้ได้อย่างไร!
โดยเฉพาะฉีข่าย เขามองเฉินชางค่อนข้างหมดคำพูด คุณไม่ใช่แพทย์ศัลยกรรมหรือ
เฉินชางมองสองคนเบิกตามองตัวเองก็งุนงงอย่างเห็นได้ชัด หรือว่า… ระบบเจ๊งกะบ๊ง พูดจามั่วซั่ว ชี้แนะแบบผิดๆ หรือ
นึกถึงตรงนี้เฉินชางถึงกับกระอักกระอ่วน กระมิดกระเมี้ยน เขินอายขึ้นมา
“คือว่า… ผู้อำนวยการฉี หัวหน้าหยาง ผมแค่แนะนำ ถ้าทั้งสองคนรู้สึกว่าผมพูดไม่มีเหตุผล ก็คิดซะว่าผมพูดมั่วตามประสามือสมัครเล่น อย่าถือสาเลยครับ”
ฟังคำพูดนี้ของเฉินชางทั้งสองคนอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา อะไรคือมือสมัครเล่น อย่ามาเยาะเย้ยกันขนาดนี้ได้ไหม!
ปกติพวกเราสองคนอายุห้าสิบกว่ายังมองคุณไม่เข้าใจเลย!
ถ้าเหล่าหมาอยู่ที่นี่จะต้องคิดว่าเฉินชางอวดเบ่งอยู่เป็นแน่
แต่ฉีข่ายกับหยางหลานไม่คุ้นเคยกับเฉินชาง ไม่เข้าใจสไตล์ของชายหนุ่ม จึง… ไม่ชินกับกระบวนท่านี้ของเฉินชางเท่าไร!
หยางหลานอดพูดไม่ได้ “ไม่ๆๆ! ศาสตราจารย์เฉินชางถ่อมตัวเกินไปแล้ว!
ความคิดเมื่อกี้ของคุณมันยอดเยี่ยมมาก! สร้างสรรค์มากจริงๆ ค่ะ!
จริงๆ ค่ะคุณคิดได้ถี่ถ้วนมาก!”
หยางหลานหยิบปากกากับกระดาษขึ้นมาเริ่มอธิบาย เธอพูดอย่างตื่นเต้นอยู่บ้าง
“จริงสินะ พวกเราควรจะคิดได้นานแล้ว ใช้ตัวบ่งชี้สารคัดหลั่งทำการวิจัยเพื่อคัดกรองสสารพิเศษ”
หยางหลานเป็นสายปฏิบัติ บอกว่าจะทำก็ทำเลย! ไม่มัวล่าช้า!
เธอพูดกับฉีข่าย “ผู้อำนวยการฉี เตรียมเก็บน้ำหล่อสมองไขสันหลัง น้ำลาย แล้วก็ปัสสาวะด้วยค่ะ
ตรวจสอบตัวบ่งชี้โปรตีนชีวภาพที่มีศักยภาพ!”
ฉีข่ายพยักหน้าไม่ชักช้า ทั้งสองเป็นสายปฏิบัติทั้งคู่
และในเวลานี้การเคลื่อนไหวต่อมาของเฉินชางทำให้ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง!
เฉินชางเปิดเครื่องมืออย่างคล่องแคล่วแล้วเริ่มกรอกข้อมูลต่างๆ
จับคู่น้ำหล่อสมองไขสันหลังที่เก็บมาแล้วทำการทดลองตามลำดับ
ทุกขั้นตอนการทำงานของเฉินชางทำให้ทั้งสองคนมองจนตาค้าง
ไม่ใช่เพราะเฉินชางทำผิด แต่เป็นเพียงเพราะเฉินชางทำได้ตรงมาตรฐานเกินไปแล้ว
การแยกสารคัดหลั่งเป็นกิจกรรมทางเทคนิค ขั้นตอนที่สสารที่รู้จักแต่ละชนิดถูกค้นพบทำให้ทุกคนตื่นเต้นดีใจอยู่บ้าง
ว่ากันว่าอยู่ในภูเขาลืมวันเวลา ความจริงอยู่ในห้องแล็บก็ไม่ต่างกัน
ถ้าไม่ใช่เพราะท้องร้องดังขึ้นมา เฉินชางก็แทบจะไม่หยุดมือ แต่…
มองเวลานับถอยหลังของระบบ เฉินชางทำใจหยุดไม่ลงจริงๆ
เขาโทรหาฉินเยว่ บอกว่าหลายวันนี้ตัวเองจะอยู่ห้องทดลอง
ฉินเยว่ไม่ห่วงว่าจะโกหก แต่ยืนกรานจะขับรถมาดูเฉินชาง เห็นเงาร่างยุ่งตัวเป็นเกลียวของเฉินชาง ฉินเยว่ได้แต่ทิ้งชุดเปลี่ยนไว้ให้
ตอนนี้เฉินชางตระหนักถึงความแข็งแกร่งของรางวัล ‘สถานะชี้แนะและช่วยเหลือการวิจัย’ ขึ้นเรื่อยๆ!
คุณบอกว่าจะแยก? วิธีการแยกและสร้างด้วยตัวเองคุณแค่ต้องปฏิบัติตามก็ได้แล้ว
ปรากฏผลลัพธ์แล้วตัวเองวิเคราะห์ความถูกต้องและผิดพลาดของผลลัพธ์แล้วเสนอแผนการที่ดีขึ้น!
อย่างนี้นี่เอง! เดิมทีกำลังหลักคือหยางหลานกับฉีข่าย ตอนนี้พลันกลายเป็นเฉินชาง
เห็นเฉินชางพยายามขนาดนี้ ฉีข่ายกับหยางหลานจะถ่วงแข้งถ่วงขาได้อย่างไร ชั่วเวลานั้นเอง!
น้ำหล่อไขสันหลังของทั้งห้องทดลองถูกใช้มากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ก็กดดันมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนที่พวกเฉินชางวิจัยกันอย่างขะมักเขม้น! ก็มีสายโทรเข้ามาก
เห็นหน้าจอแสดงชื่ออูฮุย เฉินชางรับสายด้วยความสงสัย
“ศาสตราจารย์เฉินมีคนอยากพบคุณ อยากคุยเรื่องพาร์กินสันกับคุณนะครับ”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็ชะงักเล็กน้อย งานวิจัยตัวบ่งชี้พาร์กินสันของเขาในตอนนี้ถึงขั้นที่พิเศษแล้ว ตอนนี้มาหาตัวเองทำไม
“ใครเหรอครับ”
อูฮุยพูดด้วยความตื่นเต้น “เป็นผู้ได้รับรางวัลอัลบานีสาขาชีวการแพทย์ปี 2020 ครับ ไททานีส!”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็รู้สึกค่อนข้างคุ้นหู ช่วงนี้เขาอ่านบทความวิจัยกับวารสารพาร์กินสันไม่น้อย
ไททานีสมีมาตรฐานจริงนี่ปฏิเสธไม่ได้ เฉินชางลังเลชั่วครู่ก่อนบอกว่า
“ได้งั้นให้เขารออยู่ที่โรงพยาบาล ผมจะไปถึงในอีกหนึ่งชั่วโมงครับ!”
เฉินชางวางสายก็พูดกับหยางหลานและฉีข่าย
“ไททานีสอยากคุยกับผมเรื่องพาร์กินสัน ไปด้วยกันเถอะครับ”
อย่างที่คาดในวงการนักวิจัย หลังได้ยินชื่อของไททานีสทั้งสองต่างก็ตาลุกวาว
สองวันมานี้พวกเขาแทบจะทำงานไม่หยุดแต่ดูเหมือนยังหาทิศทางทะลวงไม่เจอ
บางทีหาความร่วมมืออาจจะเหมาะสมกว่า ซึ่งไททานีสได้ชื่อว่าเป็นคนที่มีโอกาสได้รางวัลโนเบลที่สุดในตอนนี้
ร่วมมือกับเขาไม่แน่ว่าจะทำให้พวกเขาเข้าใจพาร์กินสันได้มากขึ้น
ฉีข่ายยิ้มบอก “ศาสตราจารย์เฉินช่วงนี้หลังคุณมาทุกอย่างก็ดูราบรื่นขึ้นมากครับ!”
หยางหลานพยักหน้า “นี่ก็คือข้อดีของการมีชื่อเสียง!
การเสริมข้อได้เปรียบของทรัพยากรทำให้พวกเราดึงดูดนักวิจัยที่โดดเด่นได้มากยิ่งขึ้น
ถ้าไททานีสเข้าร่วมผมคิดว่ามันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการแก้ไขปัญหายากในตอนนี้ของเรา”
ฟังทุกคนพูดแบบนี้เฉินชางพยักหน้าบอก “งั้น… ไปดูด้วยกันเถอะ!”
บอกตามตรงเฉินชางก็ไม่ได้คาดหวังการพบหน้านี้มากนัก!
อย่างไรเสียตัวเองก็มีความช่วยเหลือจากสถานะช่วยเหลือการวิจัย ช่วยให้คืบหน้าได้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน แต่…
ไททานีสได้ผลลัพธ์ในการวิจัยพาร์กินสันจริง เฉินชางก็นึกถึงข้อมูลใหม่ขึ้นมา
สามคนนั่งรถขับไปโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินที่เมืองหลวงอย่างเร่งร้อน
ในห้องทำงานเวลานี้มีคนนั่งอยู่สี่ห้าคน อูถงฝู่มาอยู่เป็นเพื่อนด้วยตัวเอง ไททานีสยังดูน่าเกรงขามมาก!
ต้องพึงรู้ว่าโดยทั่วไปรางวัลอัลบานีสาขาชีวการแพทย์ถือว่าทดแทนรางวัลโนเบลได้ไม่ต่างจากลาสเกอร์อะวอร์ด
ความต่างเดียวก็คือแตกต่างของสาขาการวิจัย
ร่วมมือกับว่าที่ผู้ได้รับรางวัลโนเบล หากเฉินชางร่วมมือฉันมิตรกับไททานีสจัดการพาร์กินสันจนได้รับรางวัลโนเบลอย่างราบรื่นจะดีขนาดไหนกัน!
แน่นอนว่าที่อูถงฝู่กับอูฮุยคิดคือถ้าเฉินชางได้รางวัลโนเบลก่อนอายุสามสิบได้ นี่จะสร้างประวัติศาสตร์ได้เลยทีเดียว!
แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาและแพทยศาสตร์วัยสามสิบ!
เฉินชางต้องถูกบันทึกในประวัติศาสตร์แน่นอน! แล้วก็ถูกทุกคนในวงการวิจัยจดจำ!
บางครั้งรางวัลโนเบลมีความหมายขนาดไหนนะหรือ ก็แบบนั้นแหละ!
แต่นี่ก็เหมือนกับเกียรติยศ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทุกคนไขว่คว้ากันแทบบ้า แม้แต่เฉินชางในตอนนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น