เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1664 การค้นพบครั้งใหญ่!
ถูกต้อง!
ตลอดทางในดวงตาของหยางหลานกับฉีข่ายเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม!
ดูยังไงเธอก็ไม่เหมือนคนดีนะ
หลังกลับมา เฉินชางก็บอกทั้งสองคน “ไปกัน กลับห้องวิจัยก่อน ผมมีเรื่องจะคุยด้วยครับ!”
ฉีข่ายกับหยางหลานได้ยินดังนั้นพลันพยักหน้า ถึงไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรกันแน่ แต่…ยังคงเดินตามไป
ตอนนี้ระบบให้แผนเฉินชางมาหลายแผนแล้ว!
ทั้งหมดต้องทดลองดูก่อน
แต่ความสามารถของตัวเขาคนเดียวมีจำกัด จำต้องร่วมมือทำด้วยกันกับทั้งสองคน
โชคดีที่ทั้งสองเป็นรุ่นเก๋าที่เปี่ยมประสบการณ์ ล้วนทำการทดลองทั้งหมดได้ไวมาก!
ในคืนที่ไททานีสจากไปนั้นเอง
เฉินเริ่มแยกตามคำชี้แนะของระบบ
เขาพบว่าลิววีบอดีในฐานะผลิตผลภายใน ควรจะมีอยู่ในตัวบ่งชี้สารคัดหลั่ง!
แต่ตามวิธีการทดลองแบบพิเศษ เขากลับพบว่ามันไม่ได้สอดคล้องกันโดยสมบูรณ์!
เมื่อเป็นแบบนี้…
เฉินชางพลันพูดกับหยางหลานและฉีข่าย “ความจริง…ลิววีบอดีไม่ใช่สสาร!
มันน่าจะอยู่ในสารหลายชนิด พวกเราควรจะหาจุดร่วมในน้ำลาย ปัสสาวะ แล้วก็น้ำหล่อลื่นไขสันหลังครับ!”
ทันทีที่ประโยคนี้ออกมา ทั้งสองคนคิดว่าทำได้จึงเริ่มสกัดและตรวจสอบอย่างบ้าคลั่งต่อ
ตอนนี้เฉินชางรู้สึกขึ้นเรื่อยๆ ว่าเวลาห้าวันช่างสั้นเกินไปแล้ว!
แต่ในวันที่สี่!
ส่วนประกอบของลิววีบอดีถูกถอดรหัสสำเร็จ มันประกอบไปด้วยเส้นใยประสาท โปรตีนทิวบูลิน ก้อนกลมสีแดง[1]ที่เกิดจากโปรตีนยูบวิควิติน ทั้งยังมีสารพิเศษอีกชนิดหนึ่ง!
การค้นพบสารพิเศษชนิดนี้ทำให้เฉินชางตื่นเต้นขึ้นมาทันที!
เพราะเขาพบว่า นี่เป็นโปรตีนที่ละลายที่ปรากฏในเซลล์ประสาทก่อนจุดประสานประสาทรอบนิวเคลียสในระบบประสาทส่วนกลาง มันมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลไกของโรคพาร์กินสันกับการขัดขวางการทำงานที่เกี่ยวข้อง
การค้นพบที่ยิ่งใหญ่นี้ทำให้ทุกคนในห้องทำงานยินดีอย่างบ้าคลั่ง!
นี่แทบจะเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ!
หลังจากค้นพบสารพิเศษนี้
เฉินชางเริ่มทดลองตามการช่วยเหลือของระบบ
โปรตีนที่ซ่อนอยู่ในตัวบ่งชี้ทางชีวภาพปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆ!
ที่สำคัญที่สุดก็คือ นี่คือสัญญาณข้อมูลพิเศษที่ส่งผ่านระหว่างสารสื่อประสาท
ทุกคนพบว่า ที่แท้มันก็คือโปรตีนแอลฟาซินนิวคลิน!
การค้นพบแอลฟาซินนิวคลินนี้ทำให้การทดลองเข้าสู่ขั้นตอนใหม่
เพราะจากการตรวจสอบผ่านตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ ในน้ำหล่อเลี้ยงไขสันหลัง น้ำลาย และปัสสาวะล้วนค้นพบสารนี้!
แต่พวกเฉินชางค้นพบตอนที่ทำการวิจัย
การหลั่งน้ำลายของหนูที่เป็นพาร์กินสันจะค่อนข้างน้อย ซึ่งเหมือนจะเกี่ยวข้องกับผลกระทบของโปรตีนแอลฟาซินนิวคลินที่เสียหายกับการควบคุมต่อมน้ำลายของระบบประสาทอัตโนมัติ!
จากนั้น!
เฉินชางเริ่มวิจัยคนไข้ที่มีแค่โรคพาร์กินสัน พบว่าโปรตีนแอลฟาซินนิวคลินไม่ได้เกี่ยวข้องแบบแปรผันตรงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น!
ชั่วขณะนั้น เหมือนการวิจัยโปรตีนแอลฟาซินนิวคลินตกอยู่ในช่วงคอขวดอีกครั้ง!
วันนั้น ตอนที่เฉินชางพบว่าหนูให้ผลการวิจัยในการทดลองของพวกเขาไม่ได้แล้ว เขาก็ติดต่ออู๋ฮุยให้ส่งเลือดของคนไข้มา!
จากนั้นเฉินชางก็เชื่อมโยงกับประโยคนั้นของไททานีส!
บางทีพาร์กินสันไม่ใช่โรคของการเสื่อมถอย
หลังนึกถึงความเป็นไปได้นี้ เฉินชางพลันพบว่า
ไททานีสโกหกทั้งเพ
เห็นชัดว่าไททานีสตั้งใจทำให้เขาสับสน
เพราะหลังได้ผลการทดลอง เฉินชางพบว่า
พาร์กินสันเป็นโรคที่เกิดจากระบบประสาทเสื่อมถอย แต่ก็ไม่ใช่อาการโรคเสื่อมถอยเพียงอย่างเดียว เอกลักษณ์สำคัญของโรคนี้คือโปรตีนอัลฟาซินนิวคลินที่เสียหายสั่งสมในร่างกายของคนไข้พาร์กินสัน
ถ้าอย่างนั้น โปรตีนอัลฟาซินนิวคลินที่เสียหายทำให้เกิดอะไรขึ้นกันแน่
ความซับซ้อนและความจืดชืดใกล้จะทำให้เฉินชางพังทลาย!
ช่วงเวลานี้ เฉินชางแทบพักผ่อนน้อยมากเพราะไม่อยากเสียเวลาไปแม้แต่วินาทีเดียว
ทั้งหมดอาศัยยามาต้านทาน!
หลังหยางหลานกับฉีข่ายเห็นฉากนี้ก็อดนับถือไม่ได้
ความสำเร็จของเฉินชางไม่มีทางเป็นความบังเอิญ!
มีระดับความพยายามแบบนี้ บวกกับความสามารถและพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ประสบความสำเร็จ!
ตอนที่การทดลองของเฉินชางเจอทางตัน
เฉินชางพลันฉุกคิด เริ่มตรวจสอบหนังสือ ทำการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับโปรตีนแอลฟาซินนิวคลีน!
การศึกษานี้ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปจริงๆ
นั่นก็คือ โดยทั่วไปแล้ว โปรตีนแอลฟาซินนิวคลินเป็นสารปกติ
แต่ทำไมทีเซลล์ในร่างกายจึงเพิ่มขึ้นล่ะ
อะไรกระตุ้นมัน
นึกถึงตรงนี้ สมองของเฉินชางเริ่มแล่นอย่างบ้าคลั่ง
โปรตีนแอลฟาซินนิวคลิน!
พาร์กินสัน!
ทีเซลล์!
การตอบสนองของภูมิคุ้มกัน!
…
ข้อมูลต่างๆ ผสมผสานในหัวไม่หยุด
รอบแล้วรอบเล่า!
เฉินชางเริ่มคาดเดา ปกติโปรตีนแอลฟาซินนิวคลินไม่มีทางกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ไม่ใช่หรือ
อย่าบอกนะว่า…
ความจริงพาร์กินสันคือการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน
เมื่อเป็นแบบนี้ โปรตีนแอลฟาซินนิวคลินที่เกิดจากโปรตีนแอลฟาซินนิวคลิน ก็ราวกับการไม่ตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อแอนติเจนของตนเองอย่างนั้นหรือ
นึกถึงตรงนี้ เฉินชางพลันคิดว่านี่น่ากลัวมาก!
ถัดมาเขารีบตรวจสอบเอกสาร!
จากนั้นผ่านการตรวจสอบนี้ เขาฉีดโปรตีนแอลฟาซินนิวคลินที่สกัดมาจำนวนมากใส่หนู
แต่…
ไม่มีการตอบสนอง!
ปัจจัยการส่งสัญญาณนี้ไม่ได้กระตุ้นปฏิกิริยาของระบบประสาทของหนู
ทีเซลล์ก็ปกติ!
แถมยังไม่เกิดปฏิกิริยาของพาร์กินสัน!
มันเพราะอะไรกัน
ในเวลานี้ อีกไม่กี่ชั่วโมงระบบจะหมดเวลา
เฉินชางพลันพบสารที่พิเศษอีกชนิดหนึ่ง
มันคล้ายคลึงกับโปรตีนแอลฟาซินนิวคลิน
แต่ไม่ใช่โปรตีนแอลฟาซินนิวคลิน!
เฉินชางรีบให้หยางหลานมาช่วยศึกษา!
การวิจัยนี้
ทุกคนตะลึงแล้ว!
หยางหลานพูดด้วยความตื่นเต้นอยู่บ้าง “ศาสตราจารย์เฉิน…คุณอาจค้นพบปาฏิหาริย์แล้ว!”
เฉินชางงุนงงทันที “หมายความว่าไงหรือ”
ฉีข่ายเบิกตาโต เต็มไปด้วยความหวังและสงสัย!
หยางหลานเขียนสูตรเคมีออกมา
“นี่คือโปรตีนแอลฟาซินนิวคลินหลังจากเสียหายที่อาจกลายเป็นโปรตีนแอลฟาซินนิวคลินที่ม้วนพับผิดปกติค่ะ!
สิ่งนี่น่าจะเป็นสิ่งเดียวกับที่คุณบอกว่ามันกระตุ้นการตอบสนองภูมิคุ้มกันของเซลล์!”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็พลันตาลุกวาว!
เขาเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ก่อนพูดทันที
“ใช่! ในสถานการณ์ปกติ เซลล์ประสาทมีความสามารถในการกำจัดโปรตีนแอลฟาซินนิวคลินที่ผิดปกติพวกนี้!
แต่ตอนที่เซลล์ประสาทกำจัดโปรตีนแอลฟาซินนิวคลินที่ผิดปกติไม่ได้ การไม่ตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อแอนติเจนของตนเองจะเกิดขึ้น!
ดังนั้น โปรตีนแอลฟาซินนิวคลินของลิววีบอดีก็อาจเป็นโปรตีนแอลฟาซินนิวคลินที่เสียหาย!”
เวลานี้ เฉินชางพลันย้อนนึกถึงประโยคนั้นของไททานีส!
เขาพลันหัวเราะเบาๆ “ตอนนี้พวกคุณรู้หรือยังว่าศาสตราจารย์ไททานีสไม่ใช่คนเลว”
ฉีข่ายกับหยางหลานงุนงงทันที
เฉินชางพูดช้าๆ “ก็เหมือนกับที่ไททานีสว่า
พาร์กินสันเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองชนิดหนึ่ง!
และสิ่งที่กระตุ้นโรคนี้ ก็คือโปรตีนแอลฟาซินนิวคลินที่พับม้วนผิดปกติ!”
เฉินชางไม่ได้พูดประโยคหนึ่ง นั่นก็คือ…บางทีไททานีสอาจไม่รู้ว่าพาร์กินสันเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง!
ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่บอกข้อมูลนี้กับเขา
[1] ก้อนกลมสีแดง (eosinophilic inclusion body) คือก้อนโปรตีนผิดปกติที่ปรากฏอยู่ในเซลล์ประสาทหรือเซลล์อื่นๆ ซึ่งก่อให้เกิดโรคทางประสาท