เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1675: จับพลัดจับผลู... คว้าโชคได้สินะ
หลังกลับถึงโรงพยาบาลหญิงชราถูกส่งเข้าไอซียูเพื่อติดตามอาการทันที
เฉียวเฉิงอันพิจารณารายละเอียดในทุกด้านอย่างระมัดระวัง ตรวจสอบอาการของหญิงชรา
ไม่ใช่เพราะครอบครัวของหญิงชรามีอิทธิพลยิ่งใหญ่ แต่เป็นเพราะเฉินชางคือผู้มีพระคุณของเฉียวเฉิงอัน
ถ้าไม่มีเฉินชางครอบครัวตนคงแตกแยกไปนานแล้ว!
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงอาการป่วยของภรรยาเลย ดังนั้นพอเฉียวเฉิงอันเผชิญสถานการณ์แบบนี้จึงเสนอตัวใช้กำลังทั้งหมดที่ตนมีเพื่อช่วยลดภัยแฝงให้เฉินชาง
การผ่าตัดนอกสถานที่แบบนี้มีปัญหามากมาย ต่อให้ประสบความสำเร็จก็ยังหาข้อจับผิดได้
นับประสาอะไรกับข้อผิดพลาด เบื้องหลังของหมอที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งมักมีกลุ่มคนที่คอยจัดการปัญหาที่จะตามมาเสมอ
อาจจะเรียกว่า… ตามเก็บกวาดก็ได้ อูถงฝู่เดินออกมาจากห้องไอซียู มองเฉียวเฉิงอันถามด้วยความกังวล “ไม่เป็นไรใช่ไหม”
เฉียวเฉิงอันพยักหน้า “ไม่เป็นไรครับ มีติดเชื้อนิดหน่อยถ้าใช้ยาปฏิชีวนะรักษาก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่”
“ประสิทธิภาพการทำงานของปอดและหัวใจผู้ป่วยแย่มาก ถ้ารอจนส่งตัวมาถึงโรงพยาบาลจริงๆ แน่นอนว่าคง… ไม่รอดแล้ว!”
พอได้ยินคำพูดของเฉียวเฉิงอัน ญาติผู้ป่วยและกลุ่มหมอที่อยู่รอบข้างล้วนค่อนข้างดีใจ
“โชคดีที่พวกคุณได้เจอศาสตราจารย์เฉิน ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะไม่กล้าทำเรื่องแบบนี้ในลิฟต์”
“ผู้อาวุโสโชคดีมากครับ!”
ญาติผู้ป่วยได้ยินคำรำพันของกลุ่มหมอก็นึกถึงหน้าเฉินชางขึ้นมา ความซาบซึ้งเอ่อล้นออกมาจากก้นบึ้งหัวใจ
เวลานี้เฉินชางเดินออกมาพอดี ญาติผู้ป่วยสี่ห้าคนรีบวิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
“ศาสตราจารย์เฉินขอบคุณมากครับ!”
“ถ้าไม่ได้คุณวันนี้แม่ฉันคง… เฮ้อ ขอบคุณมากนะคะ”
ผู้ป่วยที่เดินผ่านไปมาในโถงทางเดินเห็นฉากนี้เขาดูเหมือนจะไววางใจขึ้นไม่น้อยเลย
เฉินชางเอ่ยยิ้มๆ “ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว ดูแลแม่คุณให้ดีนะครับ”
พูดจบเฉินชางก็กลับไปที่ห้องสำนักงาน ระหว่างที่เดินอยู่เฉินชางรู้สึกดีมากจริงๆ เกี่ยวข้องกับสภาพอารมณ์ด้วย
แน่นอนว่า… บางทีอาจเป็นเพราะสวมชั้นในใส่สบายตัวหนึ่งอยู่ เทียบกันแล้วทำให้คนอารมณ์ดีได้มากกว่าใส่กางเกงสบายๆ ตัวหนึ่ง
หลังจากเติงหมิงกลับมาถึงห้องทำงานก็รีบตรวจสอบข้อมูล หาอยู่นานก็ไม่พบ ‘การผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของการเชื่อมต่อของหลอดเลือดดำจากปอดสู่หัวใจโดยไม่ทำบายพาส’ ที่เฉินชางกล่าวถึงเลย!
หรือความรู้ตนจะตื้นเขินไป
เขาติดต่อหาอาจารย์ที่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พอต่อสายติดหลังจากเติงหมิงเล่าเรื่องวันนี้ให้อาจารย์ฟัง ไม่คิดเลยว่าจะทำให้อาจารย์ตะลึงงันไป!
ผ่านไปสักพักใหญ่เขาถึงเอ่ยเนิบๆ ว่า “เติงหมิงนายมีโอกาสดีมากจริงๆ!”
“นายรู้จักไซม่อนใช่ไหม”
เติงหมิงพยักหน้ารับ “ครับ ศัลยแพทย์ดาวรุ่งของคลีฟแลนด์คลินิก ลูกศิษย์ของผู้อำนวยการไรอันส์”
อาจารย์เอ่ยเนิบๆ ว่า “ไรอันส์กับไซม่อนก็ยื่นคำร้องขอไปศึกษางานที่จีนมานานแล้ว ตั้งชื่อภาษาจีนเตรียมไว้ครึ่งปีแล้ว ชื่อหมาไรอันส์อะไรนี่แหละ แต่ว่า… ยังไม่เคยมีโอกาสเลย”
“นายได้ติดตามศาสตราจารย์เฉินเป็นโอกาสหายากจริงๆ พยายามให้มากเข้าล่ะ!”
หลังวางสายเติงหมิงถึงได้ตระหนักว่าตน… บังเอิญคว้าโชคได้สินะ
หลังจากนั้นมาเติงหมิงปรับตัวเข้ากับงานในแผนกได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะให้ตามผลแล็บหรือซักประวัติไปตรวจสอบร่างกาย
เติงหมิงล้วนเสนอตัวเป็นรายแรกสุดอย่างกระตือรือร้น
เรื่องนี้ทำให้โหวเลี่ยงค่อนข้างแปลกใจ นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่สองวันก่อนยังเย่อหยิ่งสุดขีดตอนนี้เปลี่ยนนิสัยไปกะทันหันเหรอ
ว่ากันตามจริงช่วงที่เติงหมิงเพิ่งเข้ามาไม่ค่อยเป็นที่ต้อนรับเลย อันที่จริงไม่ว่าระบบไหนๆ ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น ล้วนไม่เปิดใจต้อนรับคนนอก
โดยเฉพาะเติงหมิงที่ค่อนข้างถือตัว แต่ตอนนี้พอเห็นเติงหมิงที่ทำตัวว่าง่ายรู้ความแบบนี้โหวเลี่ยงค่อนข้างรับมือไม่ถูก
ตอนนี้ในที่สุดเฉินชางก็ได้รับสายจากหยางหลาน
“ศาสตราจารย์เฉินคุณพอจะมีเวลาว่างไหมผมหาหุ้นส่วนได้แล้ว!”
เฉินชางได้ยินก็มีสีหน้าดีใจทันที! “โอ้ ใครเหรอครับ”
หยางหลานรีบเอ่ยว่า “หัวหน้าโครงการโรคอัลไซเมอร์ สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งจีน ศาสตราจารย์จางมู!”
“เพื่อนฉันบอกว่าโครงการที่ศาสตราจารย์จางดูแลในปัจจุบันใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว ตอนนี้เราติดต่อเขาได้พอดี”
“ตอนนี้ศาสตราจารย์จางเป็นรายใหญ่ในด้านการวิจัยเภสัชวิทยาของประเทศเรา ประเด็นสำคัญที่สุดคือเขามีทีมงานพร้อมใช้ ฉันคิดว่าพวกเราลองพยายามดูได้”
“ถึงยังไงโรคอัลไซเมอร์กับโรคพาร์กินสันก็มีจุดที่คล้ายคลึงกันมาก เขามีประสบการณ์วิจัยและพัฒนายาโรคอัลไซเมอร์มาก่อน พอมาจับโรคพาร์กินสันต้องก้าวหน้าเร็วมากแน่นอน!”
เฉินชางฟังหยางหลานพูดจบในใจหวั่นไหวขึ้นมาจริงๆ
“โอเคครับคุณระบุเวลามาเลยพวกเราจะไปด้วยกัน”
หยางหลานพยักหน้ารับ “ดีเลยศาสตราจารย์เฉินไปด้วยตัวเองฉันเชื่อว่ามีอัตราความสำเร็จสูงมากแน ฉันจะติดต่อไปหาศาสตราจารย์จางเดี๋ยวนี้เลย!”
“ถ้าได้ศาสตราจารย์จางมาร่วมด้วยพวกเราจะก้าวหน้าเร็วขึ้นกว่าเดิม!”
หยางหลานค่อนข้างตื่นเต้นแล้วเฉินชางจะไม่เป็นแบบเดียวกันได้เหรอ
หลังจากวางสายแล้วเฉินชางเปิดคอมพิวเตอร์เสิร์ชข้อมูลจางมูเล็กน้อย
ต่างสายงานยังคงนับว่าอยู่คนละแวดวงแม้จะเกี่ยวข้องกับสายการแพทย์เหมือนกัน
อีกทั้งเฉินชางและจางมูล้วนเป็นบุคคลมีชื่อเสียงแต่ก็ไม่รู้จักกันเลย!
อย่างไรก็ตามเฉินชางทำงานด้านคลินิกส่วนศาสตราจารย์จางมูทำงานวิจัยอยู่คนละวงโคจรยังคงแตกต่างกันมาก
การตรวจสอบหลังจากนั้นทำให้เฉินชางค่อนข้างตื่นเต้นมากจริงๆ
จางมู: ปัจจุบันเป็นนักวิจัยอยู่ที่สถาบันวิจัยเภสัชวิทยาและพิษวิทยาแห่งเมืองหลวง มีส่วนร่วมในการวิจัยระบบประสาท วิจัยระบบภูมิคุ้มกันในมนุษย์ รวมถึงวิจัยตัวยาใหม่ๆ
ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญประจำโครงการสำคัญระดับชาติ ‘โครงการสร้างสรรค์ตัวยาสำคัญชนิดใหม่’
เป็นรองประธานฝ่ายเภสัชวิทยาในคณะกรรมการบริหารสหพันธ์เภสัชกรรมนานาชาติ สมาคมเภสัชกรรมจีน…
พอเห็นตำแหน่งยาวเป็นพรวนนี้เฉินชางกระเหี้ยนกระหือรือขึ้นมา!
ช่วงที่ผ่านมานับว่าเฉินชางได้ฝึกฝนสายตาที่เฉียบคมขึ้นแล้วเช่นกัน
ว่าอย่างไรดีละ ตำแหน่งทางวิชาการและทางสังคมเหล่านี้มีคุณค่าสูงมาก
บางคนถึงมีชื่อเสียงยอดเยี่ยมก็ไม่มีประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่น สหพันธ์วิทยาการโอสถนานาชาติกับสหพันธ์เภสัชกรรมนานาชาติ ต่างกันไม่กี่คำแต่คนละเรื่อง
หนึ่งเป็นของเลียนแบบเกรดเอ ส่วนอีกองค์กรคือสมาคมชั้นยอดระดับสากล!
ไม่ต่างจากมหาลัยห้องแถว[1] สักเท่าไร ยังมีองค์กรประเภทนี้อยู่ในประเทศและแถบสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ[2]… อะไรพวกนั้นอยู่มากมายนับไม่ถ้วนจริงๆ
มองแวบแรกเหมือนจะสูงส่งแต่พอตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว… ไม่พูดดีกว่า!
ถ้าได้บอสใหญ่รายนี้มาร่วมเฉินชางรู้สึกว่าการวิจัยต้องก้าวหน้าเร็วขึ้นแน่นอน
ตอนนี้การวิจัยโรคพาร์กินสันมาถึงช่วงสำคัญแล้ว ที่ยังขาดก็คือผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรมแบบนี้
ถ้าได้ผู้เชี่ยวชาญด้านอณูชีววิทยามาอีกคนก็ครบองค์แล้ว
หยางหลานโทรกลับมาหาเฉินชางในช่วงบ่ายวันนั้นแต่ว่า… น้ำเสียงค่อนข้างห่อเหี่ยว
“ศาสตราจารย์เฉินฉันติดต่อศาสตราจารย์จางไว้แล้ว”
“แต่ว่า… สถานการณ์อาจจะเปลี่ยนไปพอสมควร”
เฉินชางผงะไปทันทีรีบเอ่ยถาม “ทำไมเหรอครับ”
หยางหลานถอนหายใจ “ฉันคงพูดให้กระจ่างในชั่วขณะไม่ได้ ข่าวอาจจะไม่แม่นก็ได้ ฉันก็ฟังมาจากเพื่อนอีกที เอาไว้เจอกันตอนเย็นแล้วค่อยคุยเถอะ”
“ศาสตราจารย์จางนัดพวกเราไปคุยที่ศูนย์วิจัยตอนหนึ่งทุ่ม”
เฉินชางตอบรับ “ได้ครับคุณแชร์พิกัดมาให้ผมด้วย”
หลังวางสายเฉินชางค่อนข้างสับสน อย่างไรก็ตามไปเจอก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ
[1] มหาลัยห้องแถว คือ สถาบันศึกษาที่ไม่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานหลักสูตรการศึกษา ใบรับรองคุณวุฒิที่ได้จะไม่มีผลตามกฎหมาย
[2] ประเทศและแถบสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ เป็นความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไต้หวันที่มีความซับซ้อนและเป็นมีข้อพิพาทเรื่องสถานะทางการเมือง เนื่องจากจีนนับรวมไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศแต่ไต้หวันแยกตัวเป็นเอกเทศจากจีน