เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1676: รังไม่อยู่ นกจะทำอะไรได้
ณ ศูนย์วิจัยโครงการศึกษาวิจัยตัวยาใหม่สำหรับอัลไซเมอร์ หยางหลานมองอาณาเขตที่กว้างขวางแห่งนี้ เอ่ยอย่างสะท้อนใจ
“ใช้ได้เลย ถ้าพวกเรามีฐานวิจัยแบบนี้ยังต้องกังวลว่าจะวิจัยอะไรไม่ได้อีกเหรอ”
ฉีข่ายยิ้มพยักหน้าอย่างค่อนข้างตื่นเต้น
“ใช่แล้วศาสตราจารย์เฉินคุณต้องพยายามเข้านะครับ เจรจากับศาสตราจารย์จางให้ได้
ถ้าเป็นไปตามนี้พวกเราก็จะใช้อุปกรณ์ของศูนย์วิจัยใหญ่แบบนี้ได้เหมือนกัน!”
ถึงแม้เฉินชางจะไม่ได้พูดอะไรแต่ในใจก็คิดแบบเดียวกับพวกเขาทั้งสอง
เฉินชาง หยางหลาน และฉีข่าย ทั้งสามเดินเข้าไปด้านในด้วยกัน
แต่พอมาถึงหน้าประตูกลับพบว่าชื่อที่อยู่บนป้ายหินด้านนอกถูกถอดออกไปครึ่งหนึ่งแล้ว!
เหลือแค่คำว่า ‘อัลไซเมอร์’ ที่ยังไม่ถูกถอดออกไป
สิ่งนี้ทำให้เฉินชางค่อนข้างตะลึง มองคนงานเหล่านั้นที่ทำงานล่วงเวลาอยู่ เฉินชางเดินเข้าไปหาด้วยความงุนงง
“พี่ครับทำไม… ต้องถอดทิ้งละครับ”
ชายคนหนึ่งตอบยิ้มๆ “จะเปลี่ยนชื่อนะ ต่อไปต้องเรียกว่าฐานวิจัยเภสัชกรรมหลอดเลือดหัวใจแล้ว”
เฉินชางผงะไป “ที่นี่ไม่ใช่โครงการสำหรับโรคอัลไซเมอร์เหรอครับ”
ชายมีอายุอีกคนหนึ่งหัวเราะขึ้นมา “น้องชายที่นี่คือศูนย์วิจัยหมุนเวียน เหมือนค่ายทหารเกณฑ์หน้าเก่าไปหน้าใหม่มา!”
“ที่นี่เปลี่ยนชื่อทุกสามปีห้าปีเป็นปกติมาก!”
“ที่นี่ไม่ใช่สถานที่จำเพาะตายตัว ถ้ามีโครงการก็จะดำเนินงานที่นี่ โดยทั่วไปพอจบโครงการก็อาจจะเปลี่ยนคน”
พอได้ยินคำพูดของชายมีอายุหยางหลานใจเต้นแรงขึ้นมา ดูเหมือนเรื่องนี้จะเป็นความจริง!
หลังจากเอ่ยขอบคุณกลุ่มคนงานแล้วทั้งสามเดินเข้าไปด้านในต่อ
เดินๆ ไปหยางหลานก็เอ่ยขึ้นมา “ศาสตราจารย์เฉิน… เหมือนจะเป็นเรื่องจริงนะ!”
เฉินชางถามด้วยความสงสัย “เรื่องจริงอะไรเหรอครับ”
หยางหลานถอนหายใจเอ่ยตอบว่า “เพื่อนฉันบอกว่าศาสตราจารย์จางเตรียมจะไปต่างประเทศ”
เฉินชางชะงักไป “ไปต่างประเทศเหรอครับ ทำไมอยู่ดีๆ จะไปต่างประเทศละ”
ฉีหลานที่เงียบมาตลอดอดพูดไม่ได้
“ศาสตราจารย์เฉินคุณยังไม่รู้จักสถาบันวิทยาศาสตร์จีนดี สถาบันวิทยาศาสตร์ในจีนมีสถานปฏิบัติงานและสถานวิจัยอยู่มากมายหลายแห่ง
สถาบันวิจัยมีบุคลากรในสังกัดและมีผลประโยชน์ แต่หลายแห่งก็เป็นแค่โครงการชั่วคราว”
“โครงการเหล่านี้ก็เหมือนนักวิจัยหลังจบปริญญาเอก ตอนที่มีโครงการจะเปิดรับสมัครคนจากภายนอก แต่หลังสิ้นสุดโครงการตามพื้นฐานแล้วจะสลายตัวไป”
ฉีข่ายและหยางหลานเป็นบุคลากรจากสถาบันวิจัยในสังกัดของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งจีน ค่อนข้างรู้เรื่องราวในสถาบันวิทยาศาสตร์จีนดี
หยางหลานเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ดังนั้นบางครั้งคุณจะได้ยินข่าวเจ้าหน้าที่ของสถาบันวิทยาศาสตร์จีนจำนวนมากลาออกเป็นเรื่องปกติ”
ฉีข่ายได้ยินก็มองหยางหลานแวบหนึ่งจากนั้นเอ่ยกับเฉินชางว่า
“นั่นก็แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น!”
“เหตุผลหลักไม่ได้มีแค่นั้นไม่ใช่เหรอ”
“การเมืองเป็นหลัก วิจัยเป็นรอง ระงับทุนวิจัย… ผู้เชี่ยวชาญเห็นแก่คนใกล้ชิด! อยู่ไปก็ไม่มีอะไรทำ!”
“โธ่!” พูดมาถึงตรงนี้ฉีข่ายก็หยุดตรงสนามไม่ยอมเดินต่อ
“ข้างนอกพูดกันว่าที่นี่ดี ถ้าที่นี่ดีจริงใครจะออกละ”
“พูดกันตามตรงถ้าคุณเลือกที่นี่ ลองกวาดตามองสิแม้แต่พนักงานทำความสะอาดก็อาจจะพูดภาษาอังกฤษได้คล่องปร๋อ!”
“คนไหนบ้างที่ไม่ได้จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ประเทศจะไม่รับคนเหล่านี้เป็นบุคลากรในสังกัดไหวหรือ”
“แต่ละคนล้วนอยู่ในวัยสามสิบสี่สิบกันทั้งนั้นถ้าอยู่ได้ใครจะอยากไปละ!
ครอบครัวอยู่ที่นี่กันหมด สถานที่ที่ใช้ชีวิตอยู่มานานขนาดนี้ใครจะอยากจากไปกันละ!”
หยางหลานถอนหายใจสถานการณ์ในสถาบันวิทยาศาสตร์จีนยากจะ… อธิบายได้จริงๆ
“เข้าไปก่อนเถอะศาสตราจารย์จางรอนะ”
ทั้งสามเพิ่งจะเดินมาถึงชั้นล่างก็เห็นชายคนหนึ่งที่สวมโค้ทบุขนเป็ด ใส่รองเท้าผ้าใบ วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา
“ศาสตราจารย์เฉิน ศาสตราจารย์หยาง ผู้อำนวยการฉี! ยินดีต้อนรับสู่… ศูนย์วิจัยของพวกเราครับ ไปไปกินข้าวกันก่อน!”
เดิมทีจางมูคิดจะเอ่ยชื่อโครงการของตนแต่พอคิดดูดีๆ… ดูเหมือนอีกไม่กี่วันชื่อนี้ก็จะถูกเปลี่ยนแล้ว!
เฉินชางมองชายวัยกลางคนตรงหน้าที่แต่งตัวธรรมดา รูปร่างสันทัด
“สวัสดีครับศาสตราจารย์จาง!”
เฉินชางเป็นฝ่ายเข้าไปจับมือก่อน จางมูพยักหน้ารับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไปกันไปที่โรงอาหารของพวกเรากับข้าวไม่เลวเลย!”
มีคนเดินผ่านไปประปราย ต่างโบกมือทักทายจางมู
“สวัสดีครับศาสตราจารย์จาง!”
“ศาสตราจารย์จาง”
จางมูไม่ถือตัวเลย โบกมือพลางพยักหน้าให้ทุกคน โรงอาหารเสิร์ฟอาหารชุดมีจานเนื้อสองอย่าง จานผักสองอย่าง น้ำแกงหนึ่งถ้วย
รสชาติดีทีเดียว โภชนาการครบถ้วน เฉินชางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อาหารของศูนย์อร่อยดีนะครับ”
จางมูได้ยินก็ยิ้มอย่างภูมิใจ “ครับ โรงอาหารมีงบอุดหนุน เฉพาะค่าอาหารเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ห้าสิบหยวน”
เฉินชางตะลึงไปทันที!
ถึงแม้อาหารจะอร่อยแต่ว่า… ยังดูด้อยจากอัตราห้าสิบหยวนไปมากเลยไม่ใช่เหรอ
หลังกินข้าวเสร็จจางมูพาทุกคนมาที่ห้องทำงานของตน ชงชากาหนึ่งมาให้ทุกคน
“คือว่า… ผมก็ไม่ใช่สายชาไม่สันทัดเลย ทุกคนเลือกดื่มได้ตามสบายนะครับ”
จางมูหัวเราะ เฉินชางสังเกตเห็นว่าจางมูคนนี้เป็นมิตร เข้าถึงง่ายมาก ดูธรรมดาทั่วไป
ถ้าเดินอยู่บนท้องถนนมีโอกาสสูงที่จะเห็นเป็นคนเดินถนนทั่วๆ ไป
แต่คนแบบนี้กลับเป็นบุคลากรสำคัญระดับประเทศ!
จางมูมองคนทั้งสามจากนั้นก็เอ่ยขอโทษเฉินชางด้วยรอยยิ้ม “ศาสตราจารย์เฉินขอโทษจริงๆ นะครับ!”
“ผมทราบเป้าหมายที่คุณมาในวันนี้แต่ว่า… ผมอาจต้องทำผิดต่อเจตนาดีของพวกคุณ ผม… ทำไม่ได้ครับ!”
พอได้ยินประโยคนี้เฉินชางสบตากับฉีข่ายและหยางหลานเล็กน้อย
ถึงแม้จะเตรียมตัวกับเรื่องแบบนี้ไว้แต่แรกแต่พอพูดออกมาจริงๆ ก็ยังค่อนข้างรับได้ยากอยู่ดี
เฉินชางถามไปตามตรง “ศาสตราจารย์จางมีปัญหาอะไรพวกเราหารือกันได้คุณว่าถูกไหมครับ”
จางมูพยักหน้า “ใช่ครับแต่ว่านี่ไม่ใช่ปัญหาของผมคนเดียว”
พูดมาถึงตรงนี้จางมูหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมา วางลงบนโต๊ะเอกสารหนาเป็นตั้ง!
จางมูตบเล็กน้อย ค่อนข้างสะท้อนใจ เขาถามแบบยิ้มๆ “คุณรู้ไหมครับว่านี่คืออะไร”
“นี่คือใบลาออกและคำร้องขอโยกย้ายจำนวนสองร้อยแปดสิบสองฉบับ!”
พูดมาถึงตรงนี้จางมูอดหัวเราะหยันตัวเองไม่ได้
“ทีมเรามีทั้งหมดสี่ร้อยสามสิบคน ตอนนี้ออกไปทีเดียวครึ่งหนึ่ง ทีมแตกแล้วยังจะทำวิจัยอะไรได้อีก!”
พอได้ยินประโยคนี้พวกเฉินชางทั้งสามตกใจทันที!
“ทำไมออกกันเยอะขนาดนี้ล่ะ”
ฉีข่ายลุกพรวดขึ้นมา!
ว่ากันตามจริงเขาคิดแล้วว่ามีคนออกไปเยอะแต่ไม่คิดเลยว่า… จะออกไปเกือบครึ่ง!
จางมูคลึงถ้วยชาในมือ สีหน้าค่อนข้างหดหู่เช่นกัน
“รังไม่อยู่ นกจะทำอะไรได้”
“โครงการนี้ของเราเดิมทีมีสมาชิกหนึ่งร้อยเก้าสิบคน ต่อมารับเพิ่มอีกสองร้อยกว่าคน”
“แต่ว่าทำวิจัยมาห้าปีแต่ไม่ได้ผลสรุปเลย ผู้นำภายในเปลี่ยนแปลงไปหลายรุ่น เงินก็ไม่รู้ว่าไปไหนแล้ว ถึงยังไงก็ใช้ไปเยอะมาก”
“พอเบื้องบนลงมาตรวจสอบ ผลลัพธ์ไม่ได้ตามเป้าหมาย ผู้อำนวยการฉีก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน หลังจากประชุมหารือกันรอบหนึ่งก็ตัดสินใจชะลอโครงการนี้ไว้ก่อน”
“แต่ช่วงนี้ศูนย์ปฏิบัติการไททานีสในต่างประเทศกำลังรับสมัครคนอยู่ คนส่วนใหญ่อยากไปลองดูทั้งนั้น”