เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1682 พบกันอีกครั้งเฉินชางก็ยังชนะ!
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ!
ความจริงเวลาหนึ่งสัปดาห์ไม่ได้นานเลย
ทว่าเรื่องนี้กลับกำลังขยายไปเรื่อยๆ
และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ!
มีผู้คนเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ
เฉินชางก็เห็นข่าวนี้ในอินเตอร์เน็ตเช่นกัน
พูดตามตรง หลังจากเห็น เขาเองก็ทรมานมาก
ถึงขั้นรู้สึกเข้าอกเข้าใจ
ทำให้เขาอยากรวบรวมความกล้า แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์บอกพี่ชายท่านนั้นว่าอย่ายอมแพ้ ทุกอย่างจะดีขึ้น!
ทว่าคิดดูดีๆ คำพูดแบบนี้ เขาฟังมามากพอแล้ว
ยังไม่ต้องพูดถึงอนาคต หรือความฝันอะไรทั้งสิ้น ถ้าเก่งจริงก็เอาผลงานออกมาให้เห็น!
ถ้าทิ้งคำมั่นสัญญาพวกนั้น ทุกอย่างก็ไร้ความหมาย!
เฉินชางจึงไม่ได้ตอบกลับในทันที!
แต่อดทนไว้!
วันที่สาม
เฉินชางไม่ได้ไปทำงาน แต่ใช้ช่องทางของตัวเองติดต่อกับหัวหน้าบรรณาธิการวารสาร ‘เนเจอร์’ และพูดอย่างไม่อ้อมค้อม “สวัสดีครับคุณโยเทล ผมเฉินชางนะครับ ผมอยากตีพิมพ์บทความ!”
โยเทลอึ้งกับคำพูดที่ตรงไปตรงมาของเฉินชาง!
เขาใช้เวลาเพียงสามวินาทีในการนึกว่าเฉินชางคือใคร จากนั้นก็ได้ตัดสินใจ!
“ฉบับล่าสุดจะเผยแพร่มะรืนนี้ ผมจัดการให้วันนี้ได้ครับ ศาสตราจารย์เฉินมีความต้องการอย่างไรบ้าง”
เฉินชางพยักหน้าพร้อมพูดว่า “ผมต้องการขึ้นหน้าปก!”
ครั้งนี้โยเทลได้ยินคำพูดของเฉินชางแล้วไม่ได้ตอบตกลงในทันที แต่พูดว่า “ขออ่านบทความก่อนนะครับ คุณส่งมาให้ผมหน่อย”
เฉินชางพยักหน้า “ได้ครับ เดี๋ยวผมส่งเข้าอีเมลตอนนี้เลย คุณโยเทลเร่งให้หน่อยนะครับ เวลาของผมมีจำกัด รบกวนด้วยนะครับ!”
โยเทลพยักหน้า “ครับ!”
จากนั้นโยเทลวางสายอย่างเฉียบขาดและรีบเปิดอ่านอีเมล
แต่ชั่วขณะที่โยเทลเปิดบทความ เขาก็หรี่ตา!
นี่…
ทันใดนั้น โยเทลสีหน้าเปลี่ยนไป รู้สึกหนังหัวชาวาบ!
มือที่จับนาฬิกาอยู่ถึงขั้นสั่นเล็กน้อย!
ชั่วขณะนี้ โยเทลอึ้งไป
นี่ไม่ใช่บทความธรรมดาๆ
นี่อาจจะพลิกประวัติศาสตร์สองร้อยปีของโรคพาร์กินสันได้!
ใช่แล้ว!
การเผยแพร่บทความฉบับนี้ของเฉินชาง อาจจะเป็นตัวแทนของนวัตกรรมที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์โรคพาร์กินสัน!
และเป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดครั้งหนึ่ง!
โยเทลยิ่งอ่านยิ่งหลงใหล เหมือนต้องมนตร์ ถึงขั้นไม่ได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าห้อง
แอลฟาซินนิวคลินแบบพับอันมหัศจรรย์!
ปฏิกิริยาแพ้ภูมิตัวเองสุดประหลาด!
การวิจัยโรคพาร์กินสันของเฉินชางมาถึงขั้นนี้แล้วหรือ
ใครจะรู้ว่าเขาค้นพบได้อย่างไร!
โยเทลเห็นกราฟแต่ละรูปแล้วรู้สึกพึงพอใจมากทีเดียว
หลังจากโยเทลอ่านจบก็ตามเลขาเข้ามา “เรียกประชุมหัวหน้าบรรณาธิการ! เดี๋ยวนี้!”
พูดจบก็ลุกขึ้นไปพิมพ์บทความของเฉินชางออกมา!
ในที่ประชุม หัวหน้าบรรณาธิการทุกคนต่างประหลาดใจเล็กน้อย ทำไมต้องประชุมเช้าขนาดนี้
ทว่าคำพูดหลังจากนี้ของโยเทลทำให้ทุกคนต่างสงสัย!
“ทุกคนลองดูบทความในมือ นี่คือบทความที่จะขึ้นหน้าปกของวารสารฉบับต่อไป!”
ทุกคนได้ยินแบบนี้ก็วิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดขึ้นมาทันที
“หัวหน้าบรรณาธิการ ฉบับต่อไปเป็นฉบับประจำปี อีกอย่าง…ได้กำหนดหน้าปกไปแล้ว เราหารือกันมานานมากกว่าจะตัดสินใจได้!”
โยเทลไม่สนใจ “นี่คือเหตุผลที่ผมเรียกพวกคุณมาในวันนี้!”
รองหัวหน้าบรรณาธิการอีกคนพลันพูดว่า “คุณโยเทล ผมคิดว่าคุณควรรอบคอบหน่อย อีกอย่างผลการวิจัยของไททานีสได้รับรางวัลอัลบานีสาขาชีวการแพทย์ในปีนี้ ผลการวิจัยนี้สำคัญมาก!”
ใช่แล้ว!
เมื่อครึ่งปีก่อนได้เตรียมจะให้บทความนี้ของไททานีสขึ้นปกนิตยสารประจำปีฉบับพิเศษ!
ไททานีสที่ได้รับรางวัลอัลบานีสาขาชีวการแพทย์ สมควรได้รับเกียรตินี้
แน่นอนว่าเฉินชางไม่รู้ข่าวนี้
เขาเลือกวารสาร ‘เนเจอร์’ เพราะวารสารฉบับนี้มีอิทธิพลมาก
ดัชนีผลกระทบการอ้างอิงไม่ได้สูงที่สุด
แต่ดัชนีผลกระทบการอ้างอิงไม่ได้มีความหมายอะไร
บ่งบอกเพียงว่าความเฉพาะทางและการอ้างอิงในอุตสาหกรรมนั้นค่อนข้างสูง
ก็เพราะแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นวารสาร ‘คลินิกมะเร็งวิทยา’ ที่ดัชนีผลกระทบการอ้างอิงสูงถึงหนึ่งร้อยห้าสิบเก้าคะแนน หรือวารสาร ‘การแพทย์นิวอิงแลนด์’ ที่ดัชนีผลกระทบการอ้างอิงสูงถึงหกสิบคะแนน พวกนี้ความเฉพาะทางสูงเกินไป จึงค่อนข้างเฉพาะกลุ่มและคนอ่านไม่เยอะ!
ทว่าวารสาร ‘เนเจอร์และวารสาร ‘ไซแอนซ์’ กลับแตกต่าง
ในฐานะนิตยสารชั้นนำของวงการ ไม่เพียงแต่สร้างดัชนีผลกระทบการอ้างอิงได้สูงเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้อ่านเยอะมาก ได้รับความนิยมเป็นวงกว้างมากกว่าวารสาร ‘เดอะแลนซิต’ หลายเท่าตัว!
พูดง่ายๆ ก็คือ วารสาร ‘เนเจอร์’ และวารสาร ‘ไซแอนซ์’ เป็นวารสารที่ไม่เฉพาะเจาะจง
ก็เพราะแบบนี้ เฉินชางจึงอยากเผยแพร่บทความในวารสารนี้
เพียงแต่…เฉินชางเองยังคิดไม่ถึงว่า เขากลับชนกับศาสตราจารย์ไททานีสคนนั้น?!
ถ้าเฉินชางรู้ คงขำตัวเอง
……
……
ในห้องทำงาน รองหัวหน้าบรรณาธิการมองหัวหน้าบรรณาธิการโยเทลอย่างขึ้งโกรธเล็กน้อย
“โยเทล คุณ…ไม่มีจิตสำนึกในการรักษาสัญญาเหรอ!”
โยเทลไม่สนใจ เขาพูดกับทุกคนว่า “ผมคิดว่า พวกคุณอ่านบทความนี้แล้วจะรู้ว่าทำไมผมถึงทำแบบนี้!”
ทุกคนได้ยินคำพูดนี้แล้วอึ้งไปทันที
พวกเขาก้มหน้าลงมองแวบหนึ่ง
เพียงแวบเดียวก็เข้าใจแล้ว!
‘ความจริงโรคพาร์กินสันเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง – ผู้มาเยือนลึกลับ: แอลฟาซินนิวคลินแบบพับ!’
นี่…
ทฤษฎีนี้ดูเหมือนจะแตกต่างจากทฤษฎีของไททานีส
เป็นทฤษฎีเกี่ยวกับโรคพาร์กินสันเหมือนกัน
แต่กลับเป็นทฤษฎีที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ทุกคนเห็นแล้วต่างขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตอนนี้เอง รองหัวหน้าบรรณาธิการเก็บความขุ่นเคืองเมื่อครู่นี้ลงและเริ่มอ่านอย่างตั้งใจ
ทันใดนั้น ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบ
ครู่ใหญ่!
ก็ยังไม่มีใครพูดอะไร!
แต่กลับมีเสียงสูดหายใจเข้าด้วยความตกใจดังขึ้นเป็นระลอกๆ
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ หัวหน้าบรรณาธิการเหล่านี้อ่านบทความแล้วตะลึงขึ้นเรื่อยๆ!
บทความนี้ล้มล้างการวิจัยโรคพาร์กินสันทั้งหมด!
คิดถึงตรงนี้ทุกคนก็เริ่มหายใจกระชั้นขึ้น
พูดอะไรไม่ออก
ทุกคนล้วนเงียบไม่พูดจา
ไม่มีคำถามเหมือนเมื่อครู่นี้แล้ว
เพราะไม่ต้องคำนึงถึงปัญหานี้แล้ว
หากเป็นเหมือนที่บทความกล่าวไว้ นี่อาจจะเป็นการล้มล้างการวิจัยโรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ โรคฮันติงตันครั้งประวัติศาสตร์!
ตอนนี้เอง หัวหน้าบรรณาธิการโยเทลมองทุกพร้อมถามว่า “ผมเห็นด้วยที่จะให้บทความนี้เป็นปกฉบับพิเศษประจำปีของเรา ใครเห็นด้วย ใครไม่เห็นด้วยบ้าง”
ทุกคนได้ยินแบบนี้ต่างยกมือขึ้นทันที!
“เห็นด้วย!”
“เห็นด้วย!”
“เห็นด้วย!”
……
โยเทลเห็นทุกคนยกมือขึ้นก็เผยรอยยิ้ม “ดีครับ งั้นตกลงตามนี้ แจ้งแผนกที่เกี่ยวข้อง กำหนดโครงร่างสุดท้ายให้เสร็จโดยเร็วที่สุด!”