เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1690 ความสิ้นหวังของไททานีส
แต่ไททานีสคิดว่า เล่มของตนจะได้รับความนิยมมากกว่า!
ถึงอย่างไรจะมีนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์สักกี่คนที่หล่อเหมือนคุณ
หล่อแบบนี้จะทำให้ทุกคนไม่มีอารมณ์ร่วม!
ถึงขั้นเกิดความอิจฉาว่าทำไมคุณถึงมีผมเยอะกว่า!
พวกเราที่ทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เห็นวารสารแบบนี้คงคิดว่าเป็นวารสารบันเทิงรายสัปดาห์!
ถึงอย่างไรการที่คุณเอาหนุ่มหล่อมาขึ้นปก ไม่ว่าอย่างไรก็รู้สึกแปลก ยิ่งดูยิ่งรู้สึกขี้เหร่!
ไททานีสมองรูปของตนเองในวารสาร ‘ฟิสิโอโลจิคอลรีวิวส์’ แล้วรู้สึกว่าเล่มของตนเหมาะกับการเป็นวารสารการแพทย์มากกว่า!
เพราะฉะนั้นในสายตาของนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เฉินชางขี้เหร่และน่ารังเกียจมาก!
ชั้นต่ำมาก!
แต่ในฐานะที่ไททานีสเป็นศาสตราจารย์มืออาชีพ เป็นนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์อาวุโส เขาจะไม่มองข้ามตัวตนภายในของใครเพียงเพราะความอัปลักษณ์ของเขา!
ไททานีสจึงฝืนความคลื่นไส้ในใจเรื่อง ‘ความอัปลักษณ์’ แล้วคลิกเมาส์เปิดอ่าน!
นี่คือทัศนคติที่นักวิจัยทางวิทยาศาสตร์พึงมี!
วารสาร ‘เนเจอร์’ กล้าเอาคนที่ขี้เหร่ขนาดนี้มาขึ้นปก จะต้องเป็นเพราะภายในมีดีอย่างแน่นอน
ไททานีสคิดถึงตรงนี้ก็เปิดบทความ!
ตอนที่เขาเห็นคำว่า ‘แอลฟาซินนิวคลินแบบพับ’ ก็อึ้งงันไป!
แอลฟาซินนิวคลินแบบพับคืออะไร
ไททานีสรีบเปิดบทความอ่านอย่างละเอียด!
ไททานีสได้อ่านแล้วตะลึงไปทันที
นอกจากนี้ ยิ่งอ่านถึงตอนหลัง เขายิ่งหายใจหอบ เพราะเขาค้นพบว่า…ดูเหมือนว่างานวิจัยของเฉินชางจะแยกออกจากการวิจัยที่มุ่งเน้นไปที่ภาวะ LBD ของเขาโดยสิ้นเชิง!
การวิจัยใดๆ ก็ล้วนจำเป็นต้องเลือกเพื่ออนาคต
บางทีก็เหมือนการเดินบนทางแยก
แน่นอนว่าใช่ว่าไททานีสไม่เคยลอง ตรงกันข้าม เขาลองมาไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแล้ว!
ถึงขั้นที่ทำการวิจัยและทดลองมาแล้วหลายครั้ง!
แต่สุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์!
บางครั้งวิทยาศาสตร์ก็เป็นแบบนี้แหละ ไม่ใช่คนนำทางวิทยาศาสตร์ แต่วิทยาศาสตร์นำทางคน!
ยิ่งดูไปเรื่อยๆ ในใจไททานีสก็ยิ่งลนลาน ถึงขั้นที่…ความกลัวกำลังแพร่กระจายลึกลงไปในใจของเขา!
ใช่แล้ว!
ความกลัวนี้มาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ!
ไททานีสไม่ได้โง่!
เขากับเฉินชางเป็นคู่แข่งกัน
นอกจากนี้ งานวิจัยเกี่ยวกับโรคภูมิต้านทานในโรคพาร์กินสันของเฉินชาง เรียกได้ว่าตรงกันข้ามกับของเขา!
เฉินชางวิจัยออกมาได้อย่างไร
ไททานีสคิดถึงตรงนี้ก็ถึงขั้นรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา!
เขาอยู่ในแวดวงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เขารู้ดีว่าเส้นทางนี้ยากลำบากเพียงใด
เฉินชางคิดได้อย่างไรว่าจะเดินหน้าต่อบนเส้นทางนี้
ตอนนี้เอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นระรัว
จากนั้นชายคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาพร้อมพูดอย่างร้อนรน “ไททานีส! คุณเห็นหรือยัง!”
ชายคนนั้นเห็นไททานีสหันหน้าไปทางหน้าจอคอมพิวเตอร์เหมือนร่างที่สูญเสียวิญญาณและหมดเป้าหมายของชีวิต!
ไททานีสไม่ได้โง่
ถ้าเขาดื้อรั้นและหยิ่งผยองจริงๆ เขาจะไม่มีทางได้รับรางวัลอัลบานีสาขาชีวการแพทย์ตั้งแต่อายุเพียงเท่านี้อย่างแน่นอน!
ยิ่งไม่มีทางที่จะไปขอความช่วยเหลือจากเฉินชางตอนที่เจอความยากลำบาก
เขาเป็นคนที่มีความคิด
ความเห็นแก่ตัว ความโลภอะไรก็ไม่สำคัญทั้งนั้น
หลังจากเห็นผลการวิจัยของเฉินชางแล้ว ไม่ว่าการโต้เถียงภายนอกจะเป็นอย่างไร…
เขา!
ไททานีสผู้ริเริ่มทฤษฎีนี้และเป็นผู้เสนอสมมุติฐาน ยอมแพ้แล้ว
ชายที่เดินเข้ามาเห็นท่าทางของไททานีสก็อดถอนหายใจไม่ได้
นั่งเป็นเพื่อนเขาอย่างหมดอาลัยตายอยาก ไม่พูดอะไรสักคำ
เขารู้ว่า สิ่งที่เพื่อนคนนี้อยากได้ยินตอนนี้ไม่ใช่การกล่าวโทษหรือสิ่งอื่นใด แต่เป็นความเงียบ
ความจริงอันโหดร้ายเหนือความคาดหมายของทุกคน
ทิศทางการวิจัยในหลายปีที่ผ่านมา หายวับไปกับตา
ความพยายามสำคัญมาก
แต่…ทิศทางของการพยายามก็สำคัญเช่นกัน
ครู่ใหญ่ ไททานีสก็พูดอะไรไม่ออก
ตั้งแต่บทความเผยแพร่ออกมาจนถึงคืนวันถัดไป เขาจึงค่อยๆ ลุกขึ้น
ไม่ว่าเพื่อนที่อยู่ข้างๆ จะเรียกเขาอย่างไร เขาก็ทำเหมือนไม่ได้ยิน
ตอนนี้ความรู้สึกในใจเขาซับซ้อนมาก
เพราะ…เขาไม่รู้ว่าควรเผชิญหน้ากับเรื่องราวหลังจากนี้อย่างไร!
เผชิญหน้ากับนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ติดตามเขาอย่างไร
ศูนย์ปฏิบัติการของเขาเพิ่งเปิด…
เขาเพิ่งได้ร่วมงานกับฮอฟฟ์แมน-ลา โรช…
……
ทุกสิ่งทุกอย่างสลายไปในวันนี้!
ยังจะพูดถึงรางวัลโนเบลอะไรอีก
เพื่อนอยู่กับเขาในห้องทำงานหนึ่งวันเต็ม
ตอนนี้เอง จู่ๆ เขาได้ยินเสียงเก้าอี้ เงยหน้าขึ้นมองจึงเห็นไททานีสลุกขึ้น
เขาเตรียมจะลุกขึ้น แต่กลับได้ยินไททานีสพูดว่า “จอห์น คุณยังจำตอนที่เราอยู่ในห้องทดลองด้วยกันหนึ่งสัปดาห์เต็มได้ไหม”
จอห์นอึ้งไปเล็กน้อย พลันเผยรอยยิ้ม “ตอนนั้นเราเพิ่งจบปริญญาเอก อยู่ในห้องทดลองด้วยกันหนึ่งสัปดาห์เต็ม กินแฮมเบอร์เกอร์กับโค้กทั้งสัปดาห์ หลังจากการทดลอง น้ำหนักผมเพิ่มขึ้นสามปอนด์! แต่… เราก็มีการค้นพบครั้งสำคัญเช่นกัน จากนั้นเราก็ขายสิทธิบัตรและได้รับเงินก้อนแรกจำนวนหนึ่งล้านจากบริษัท TP ในขณะเดียวกัน เราก็เข้าตาสถาบันวิจัยใหญ่ๆ ด้วย”
ไททานีสพยักหน้า “ผ่านมายี่สิบห้าปีแล้ว!”
จอห์นพยักหน้า “ใช่”
จู่ๆ ไททานีสก็เผยรอยยิ้ม “คุณอยากเริ่มใหม่กับผมไหม”
จอห์นอึ้งไปทันที
เขาหันไปมองไททานีสที่ร้องไห้เหมือนเด็กและยิ้มเหมือนเด็กในเวลาเดียวกัน
ก็จริง!
พวกเขายังจะทำอย่างไรได้
ล้มเหลวก็ต้องยอมแพ้หรือ
ไม่!
แน่นอนว่าจะไม่ยอมแพ้
แม้จะล้มเหลวแต่ก็ยังมีโอกาสเริ่มใหม่
ขอเพียงแค่มาถูกทาง จะเริ่มใหม่อีกครั้งเมื่อไรก็ไม่สาย!
จอห์นมองไททานีสแล้วเดินเข้าไปหา กอดและตบไหล่เขา “เอาเถอะ ใช่ว่าจะไม่เคยแพ้!”
ครู่หนึ่งหลังจากนั้น ไททานีสเช็ดน้ำตาและเผยรอยยิ้ม “ไปกันเถอะ!”
จอห์นก่นด่าพร้อมรอยยิ้ม “ไอ้นี่ ต้องให้ผมคอยช่วยตามล้างตามเช็ดตลอด!”
ไททานีสยิ้มอย่างเบิกบาน “ไอ้บ้านี่ ลืมไปแล้วเหรอว่าคุณคบกับลิซ่าได้อย่างไร”
สิ่งที่รอพวกเขาอยู่คือเรื่องวุ่นวายและซับซ้อนมากมาย
เก็บของออกจากศูนย์ปฏิบัติการ
เลิกจ้างบุคลากร
จัดการเรื่องต่างๆ กับบริษัทและกลุ่มนักลงทุน
เอาเป็นว่าซับซ้อนและละเอียดอ่อนมาก
แต่ไททานีสกลับไม่กลัว
ตอนนี้สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่ความล้มเหลว
แต่กลัวการแพ้อย่างไม่ชัดเจน
เขาอยากรู้มากว่า เฉินชางค้นพบเส้นทางนี้ได้อย่างไร
เรื่องนี้กวนใจเขาอยู่นานมากแล้ว!
คิดไม่ตกเสียที!
ถ้ามีโอกาสเจอเฉินชาง เขาอยากถามเรื่องนี้ให้เข้าใจ
เพิ่งเก็บของเสร็จ จอห์นก็ยื่นการ์ดเชิญสองใบที่ยับไม่เหลือสภาพให้ไททานีส “คุณลองดูว่านี่คืออะไร”
ไททานีสรับมาดู “การ์ดเชิญ? การประชุมแลกเปลี่ยนทางวิชาการนิวยอร์กงั้นเหรอ”
เขาจำได้แม่นว่าเขาเพิ่งทิ้งไปเมื่อวาน!