เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1698 ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด!
ช่วงสองสามวันมานี้ อู๋ถงฝู่รู้สึกไม่ค่อยสงบใจ
เหตุผลก็ธรรมดา นั่นเพราะเฉินชางกำลังจะจากไปแล้ว
เห็นอู๋ถงฝู่เป็นแบบนี้ เสี้ยวเจ๋อไห่อดปลอบไม่ได้ “พอแล้ว เหล่าอู๋ คุณโตตั้งเท่าไรแล้ว ยังจะคิดเรื่องกำไรขาดทุนอยู่อีก”
ตอนนี้เสี้ยวเจ๋อไห่กำลังพยายามหาเงินอยู่เงียบๆ
ไปตรวจคนไข้นอกสถานที่ทุกสามวันห้าวัน คนเบื้องบนไม่แปลกใจและไม่สอบสวน
อย่างไรเสีย เหตุผลที่ไม่สนับสนุนให้ไปตรวจคนไข้นอกสถานที่เป็นเพราะมาตรฐานไม่เท่ากัน แถมยังซักหาความรับผิดชอบยาก เกิดความขัดแย้งระหว่างหมอกับคนไข้ได้ง่าย
แต่เสี้ยวเจ๋อไห่เป็นยอดบุคลากรผู้อำนวยการของโรงพยาบาลรุ่ยจินเซี่ยงไฮ้ ประเทศชาติปรารถนาให้เขาผ่าตัดอีกสักหลายปีเชียวนะ!
คุณคิดดู ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำแบบนี้ เป็นมืออาชีพแบบนี้ ออกไปทำการผ่าตัดและเผยแพร่เทคนิคการผ่าตัดอันยอดเยี่ยม ยกระดับเทคนิคการวินิจฉัยรักษาของแพทย์ที่นั่น ทุกคนจึงมีความเข้าใจกับเรื่องแบบนี้ตรงกัน
ถึงขั้นช่วยบรรเทาสถานการณ์ที่ทรัพยากรการรักษากระจายไม่เท่ากันอีกแล้ว
เสี้ยวเจ๋อไห่ก็นับว่าเป็นคนชอบแสวงหา
แถมคนเขาก็ยังไม่ได้ทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงไม่สอบสวนปัญหาของเขา
อู๋ถงฝู่อดถามไม่ได้ “ผมไม่ได้กังวลว่าเฉินชางจะไป!”
เสี้ยวเจ๋อไห่งุนนงง ยิ้มถามขึ้นมา “ไม่กังวล? ยังไม่กังวลอยู่อีกเหรอ ดูคุณสิ เครียดจนมีสภาพไหนแล้ว!”
อู๋ถงฝู่พูดทันที “ผมไม่ได้เครียดเรื่องนี้”
“ผมกังวลว่าตอนเจ้าเฉินชางไป จะพาคนในศูนย์ฉุกเฉินของผมไปด้วยต่างหาก!”
สิ้นประโยคนี้ ในห้องเงียบลง
เสี้ยวเจ๋อไห่เงียบชั่วครู่ จากนั้นยิ้มบอก “คุณพูดเกินไปหน่อยไหม จะเป็นไปได้ยังไง!”
อู๋ถงฝู่อดพูดไม่ได้ “อย่าว่าไป นี่…เป็นไปได้สูงทีเดียว!”
อู๋ถงฝู่ย้อนนึกเรื่องเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ เขาอดพูดกับเสี้ยวเจ๋อไห่ไม่ได้ “คุณรู้จักโครงการที่โรงพยาบาลพวกเราทำเมื่อก่อนหน้านี้ได้ไหม โครงการกลุ่มอาการมาร์แฟนนั่นน่ะ!”
เสี้ยวเจ๋อไห่พยักหน้า “อ้อ รู้จักสิ!”
“สามรางวัลใหญ่ในปีนี้ถูกวางไว้แล้วว่ารางวัลหนึ่งเป็นของพวกคุณ!”
เสี้ยวเจ๋อไห่ถลึงตามองอู๋ถงฝู่ด้วยความอิจฉา “ผมไม่รู้จริงๆ ว่าคุณไปได้โชคดีแบบนี้มาจากไหน!”
อู๋ถงฝู่ถอนหายใจบอก “ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ ตอนนั้นน่ะ ความจริงผมไม่ได้ตั้งใจจะอนุมัติโครงการนั้นหรอก!”
“คุณไม่รู้เหตุการณ์เมื่อตอนนั้น”
“ตอนนั้นคุณไม่รู้ว่า หลังพวกเราผู้อำนวยการหารือกันว่าจะไม่อนุมัติ แผนกศัลยกรรมหัวใจกับแผนกศัลยกรรมทั่วไปของพวกเราก็วุ่นวายขึ้นมา!”
“ก็เจ้าสวีจื่อหมิงกับเหอจื้อเชียนนั่นแหละ พวกนั้นถึงกับโน้มน้าวหมอกับพยาบาลในแผนก บอกจะใช้โบนัสแผนกเกือบหนึ่งปีมาสมทบให้เฉินชางทำโครงการ คุณว่ามาสิ นี่น่ากลัวไหม!”
“ตอนนั้นเรียกได้ว่ากลุ่มคนลุกฮือเลยแหละ คนมากมายในแผนกพากันตอบรับ ผมก็สงสัยแล้ว คุณว่าใครไม่สนใจเรื่องเงินบ้างล่ะ คนร้อยกว่าคนของสองแผนกต่างเต็มใจควักเงินตัวเองมาสมทบโครงการนี้!”
พูดถึงตรงนี้อู๋ถงฝู่ก็ถอนหายใจ “คุณคิดดูสิ ตอนนั้นน่าตกใจขนาดไหน”
“แถม…เฉินชางในตอนนั้นเก่งมาก แต่ยังไม่ถึงขั้นนี้!”
“คุณรู้ไหมว่าในโรงพยาบาลของพวกเราตอนนี้ตั้งฉายาให้เฉินชางว่าอะไร”
เสี้ยวเจ๋อไห่ก็ตกใจในคำพูดของอู๋ถงฝู่แล้ว
เขาส่ายหน้าอย่างแข็งทื่อ “ไม่รู้…เรียกว่าอะไรเหรอ”
อู๋ถงฝู่ยิ้มอย่างจนใจ “เฉินชางในตอนนี้ถูกเรียกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาของนักเรียนสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์!”
ฟังคำพูดนี้ของอู๋ถงฝู่ เซี่ยวเจ๋อไห่ตกตะลึงทันที!
อาจารย์ที่ปรึกษา…ของนักเรียนสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์?
เขาเคยได้ยินชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาปริญญาโท อาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาปริญญาเอก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาของนักเรียนสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์!
หรือว่าสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ก็ฝึกฝนออกมาได้ด้วยหรือ
แต่เมื่อคิดดูดีๆ เสี้ยวเจ๋อไห่ก็หัวเราะไม่ออก
ในมือเฉินชาง ไม่แน่ว่าก็อาจฝึกฝนสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ออกมาได้จริงๆ
นึกถึงสวีจื่อหมิง เจ้าหมอนี่อยู่ในแผนกศัลยกรรมหัวใจไม่นับว่าโดดเด่นอะไร แต่ดันเป็นผู้สืบทอดเทคนิคหัวใจไม่หยุดเต้นของเฉินชาง รวมถึงยังได้รับรางวัลชีวการแพทย์ระดับโลก แล้วก็ได้ตำแหน่งสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ในปีนี้!
ดูโจวหงกวงสิ ชัดเจนมากว่าเขาขึ้นตำแหน่งไม่ได้ อย่างไรเสียข้างบนก็มีหลี่เจี้ยนเย่ขัดขวางอยู่ ตัวเขายังเป็นพาร์กินสันอีก
ตอนนี้เป็นไงล่ะ คนเขาดันโจวหงกวงขึ้นไปได้อย่างง่ายดาย แถมยังถือโอกาสรักษาพาร์กินสันอีกต่างหาก!
ว่ากันว่า…กงไต้เจินที่เป็นทิศทางของศัลยกรรมตกแต่งผิวหนังก็กราบไหว้เฉินชางเป็นอาจารย์แล้ว
เมื่อคิดแบบนี้ดูดีๆ เฉินชางก็…สมกับฉายาอาจารย์ที่ปรึกษาของนักเรียนสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์จริงๆ!
นึกถึงตรงนี้ เสี้ยวเจ๋อไห่พลันเข้าใจความกลัวในใจของอู๋ถงฝู่
บอกตามตรง ความกลัวที่ถูกเฉินชางควบคุมก็น่ากลัวอยู่หน่อยจริงๆ
อู๋ถงฝู่กังวลจนรอยย่นขึ้นหน้าหลายเส้น “เฮ้อ คุณว่าผมจะไม่กังวลได้ไหมล่ะ”
“ติดตามเฉินชาง ไม่ขาดรางวัลใหญ่แน่ ครั้งนี้ก็อู๋ฮุยนั่น! เขาเป็นกระดูกสันหลังของการผ่าตัดพาร์กินสันในตอนนี้ ตอนอยู่ในโรงพยาบาลเขาก็เป็นแค่รองหัวหน้าแพทย์ไร้ชื่อเสียง ตอนนี้ล่ะ คำเชิญเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติมีอยู่ทุกแห่งหน มารดามันเถอะ งานประชุมบางงานผมยังไม่เคยเข้าร่วมด้วยซ้ำ!”
“ยังมีเหอจื้อเชียน ถึงไม่พูดก็ชัดแล้วว่าจะได้เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์สมัยหน้า ได้ฉายาผู้สืบทอดเทคนิคฟื้นฟูทางเดินอาหารของเฉิน คงได้ขึ้นไปทันที! ใครจะกล้าขัดล่ะ แผนกศัลยกรรมทางเดินอาหารในโลกนี้เฉินชางไม่ใช่คำขาดเหรอ”
“ตอนนี้เฉินชางก็คือศิลานักปราชญ์ เจอใครเขาก็ดึงเอาพรสวรรค์และศักยภาพของคุณออกมาได้!”
เสี้ยวเจ๋อไห่ฟังจบก็ถอนหายใจ
มองอู๋ถงฝู่พลันรู้สึกเห็นใจขึ้นหลายส่วน
ผลคือ…
ประโยคถัดมาของอู๋ถงฝู่กลับทำเอาเสี้ยวเจ๋อไห่เกือบสำลักน้ำลาย
ตอนที่เสี้ยวเจ๋อไห่กำลังจะปลอบอู๋ถงฝู่ อู๋ถงฝู่ก็พูดขึ้นมาเบาๆ
“ความจริง…ไม่กลัวคุณหัวเราะเยาะนะ ถ้าไม่ใช่เพราะผมเป็นผู้อำนวยการ ก็อยากติดตามเฉินชางไปเหมือนกัน!”
คำพูดนี้ออกมา เสี้ยวเจ๋อไห่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกทันที เขาสำลักชาจนไอ
อู๋ถงฝู่ตาลุกวาว “เชี่ย คุณอย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นสิ”
“ผมถามคุณนะ ถ้าติดตามเฉินชางแล้วได้รางวัลโนเบล คุณจะไปไหม”
ประโยคนี้ทำเอาเสี้ยวเจ๋อไห่พูดไม่ออกแล้ว
เสี้ยวเจ๋อไห่อดพูดไม่ได้ “เวอร์ไปหน่อยมั้ง โนเบลเนี่ย…”
อู๋ถงฝู่โยนหนังสือพิมพ์ที่ด้านข้างลงบนโต๊ะ “เวอร์? คุณลองดูข่าวนี้ก่อน!”
เสี้ยวเจ๋อไห่รับหนังสือพิมพ์มาด้วยความสงสัย เมื่ออ่านดูเขาก็พลันตาค้าง!
“ผู้อำนวยการจางมู่ทีมพัฒนายาอัลไซเมอร์เดิม กับสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์อวี๋ชวงหย่งติดตามเฉินชางกลับไปก่อตั้งสถานวิจัยยาใหม่ที่มณฑลตงหยาง”
“ผู้ได้รับรางวัลอัลบานีสาขาชีววิทยา หัวหน้าวิชาการขอบข่ายพาร์กินสันไททานีสพาทีมเข้าร่วมสถานวิจัยยาใหม่ของเฉินชาง!”
“รัฐบาลประจำมณฑลตงหยางให้กำลังใจ…”
อ่านข้อมูลสะดุดตาหลายบรรทัดนี้ เสี้ยวเจ๋อไห่ตาค้างทันใด
“นี่มัน….”
“เกินจริงไปหน่อยแล้วมั้ง!”
อู๋ถงฝู่อดพูดไม่ได้ “คุณว่าผมกังวลไหมล่ะ ที่แท้เจ้าหน้าที่วิจัยเกือบห้าร้อยคนของสถาบันวิจัยยาอัลไซเมอร์ใหม่ของเมืองหลวงก็ลาออกไปติดตามเฉินชางกันหมด!”
“คุณว่า…ถึงตอนที่เฉินชางไป จะมีคนลาออกจากโรงพยาบาลพวกเราเท่าไร”
อู๋ถงฝู่ยิ่งคิดยิ่งซับซ้อน!
มองอู๋ถงฝู่ที่หดหู่ใจอย่างมาก
เสี้ยวเจ๋อไห่ก็พลันเข้าใจขึ้นมา
ไททานีสขนทรัพย์สินจากนิวยอร์กมาอันหยางแล้ว ยังจะพูดอะไรได้อีก
“เฮ้อ…เหล่าอู๋ ปลงๆ หน่อย จะโทษความแน่วแน่ของพวกพ้องเราไม่มั่นคงพอไม่ได้ ถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษที่ความโดดเด่นของเฉินชางสูงเกินไปจริงๆ!”
พูดถึงตรงนี้เสี้ยวเจ๋อไห่พลันตาลุกวาว แผนหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว!
“จริงสิ เหล่าอู๋ ผมมีวิธีหนึ่งนะ!”
อู๋ถงฝู่ได้ยินก็รีบถามด้วยสีหน้าจริงจัง “วิธีอะไร”
เสี้ยวเจ๋อไห่ยิ้มบอก “หลังเฉินชางไปอันหยาง คุณคิดว่าตอนนั้นเขาต้องการอะไรมากที่สุด”
อู๋ถงฝู่กลอกตา “ก็ต้องการคนยังไงละ!”
เสี้ยวเจ๋อไห่อดพูดไม่ได้ “ใช่แล้ว เขาขาดคน คุณก็ให้คนไปสิ นี่ไม่ใช่วิธีการที่ดีมากหรือ”
อู๋ถงฝู่กำลังจะกระทืบเท้าด่าคน แต่เขาพลันตาลุกวาวขึ้นมา
“คุณหมายความว่า…ผมเป็นฝ่ายให้เขาเอง?”
นึกถึงตรงนี้อู๋ถงฝู่ลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น พร้อมตบมือพูดว่าเยี่ยมยอด!
“เยี่ยมไปเลย!”
“วิธีการนี้ดีมาก!”
“เหล่าเสี้ยว คุณนี่เจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว คิดได้ลึกซึ้งจริงๆ!”
พูดถึงตรงนี้อู๋ถงฝู่ก็ลุกขึ้นทันที ไม่ดื่มชาแล้ว เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน แล้วหยิบปากกากับกระดาษออกมาจากลิ้นชัก
จากนั้นก็เขียนไปพึมพำไปด้วยว่า “ความคิดดี เป็นความคิดที่ดีจริงๆ อาคารฉุกเฉินของเฉินชางสูงเจ็ดแปดชั้น อาคารเล็กๆ แบบนี้ ศูนย์ฉุกเฉินของเมืองหลวงเรายังไม่มีปัญญาสร้างงั้นเรอะ”
ไม่นาน หลังจากอู๋ถงฝู่ขีดๆ เขียนๆ และปรึกษากับเสี้ยวเจ๋อไห่ไปด้วย แผนการที่น่าพอใจก็ถือกำเนิดขึ้น
จากนั้นอู๋ถงฝู่ปรับสีหน้า พูดกับเสี้ยวเจ๋อไห่ว่า “คุณไปเถอะ ผมมีเรื่องสำคัญต้องหารือกับเฉินชาง!”
เสี้ยวเจ๋อไห่ได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจ นี่มันใช้แล้วทิ้งชัดๆ
เสี้ยวเจ๋อไห่จึงพูดขึ้นว่า “นี่…เหล่าอู๋ ความจริงผมก็มีความคิดนี้เหมือนกัน!”
อู๋ถงฝู่ชี้เสี้ยวเจ๋อไห่แล้วหัวเราะขึ้นมาทันที
จิ้งจอกเฒ่าสองตัวอดหัวเราะไม่ได้ ต่างก็มีสีหน้าเจ้าเล่ห์เพทุบาย
…
ฝั่งเฉินชางกำลังจะรับวินิจฉัยคนไข้ เพิ่งจะมอบคำสั่งแพทย์ ก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา!
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณมาที่ห้องทำงานของผมหน่อย”
อู๋ถงฝู่พูดอย่างอบอุ่นใจดี
นี่ทำให้เฉินชางสงสัยเล็กน้อย
ต้องรู้ว่าช่วงนี้ผู้อำนวยการอู๋เห็นเขาแล้วจะแสดงท่าทีเจ็บแค้นเหมือนเขาไปแย่งภรรยาอีกฝ่ายมาอย่างไรอย่างนั้น
แล้ววันนี้เป็นอะไรไป
เขามอบหมายงานให้คนอื่นอย่างหวาดระแวง ก่อนลุกเดินไปตึกบริหาร
หลังเข้ามาในห้องทำงาน อู๋ถงฝู่เรียกเฉินชางให้นั่งลง
“เฉินชาง พริบตาเดียวก็ผ่านมาหนึ่งปีแล้ว ผมยังจำตอนที่คุณเพิ่งเข้ามาได้อยู่เลย!”
อู๋ถงฝู่ลงมือก่อน เขาวางไพ่ความรู้สึกอันสวยงาม
เฉินชางพยักหน้า “ขอบคุณผู้อำนวยการอู๋ที่ดูแลผมมาตลอดหนึ่งปีนี้ครับ!”
เฉินชางพูดความจริง อู๋ถงฝู่ดูแลเฉินชางมากจริงๆ
อู๋ถงฝู่พยักหน้ายิ้มน้อยๆ “เฮ้อ คุณก็ต้องกลับไปแล้ว บอกตามตรง ผมทำใจไม่ลง!”
“แต่ภารกิจที่ทางนู้นของคุณยิ่งใหญ่กว่า ตึกฉุกเฉินที่เพิ่งสร้างใกล้จะเริ่มดำเนินการได้แล้ว คุณก็คงมีแรงกดดันมาก”
“วันนี้เรียกคุณมา ผมมีเรื่องอยากบอกคุณสองสามเรื่อง ก็นับว่าเป็นประสบการณ์ของคนรุ่นก่อนแล้วกัน!”
เฉินชางตาเป็นประกาย “ขอบคุณครับผู้อำนวยการอู๋”
จากนั้นอู๋ถงฝู่ก็เล่าประสบการณ์ชีวิตมากมายจริงๆ รวมไปถึงการบริหารโรงพยาบาล วิธีติดต่อกับคนมีความสามารถ การปรับความเข้าใจกันระหว่างคนในแผนก…เป็นต้น!
เสี้ยวเจ๋อไห่ที่อยู่ด้านข้างก็เป็นผู้อำนวยการ พวกเขามีประสบการณ์เปี่ยมล้น
คนเหล่านี้ต่างมีประสบการณ์ที่ล้ำค่า เฉินชางก็รู้ดี
จากนั้นตอนราวๆ เที่ยง อู๋ถงฝู่พลันพูดขึ้น “เฮ้อ…ผมยังคงเป็นห่วงคุณอยู่”
“เอาแบบนี้แล้วกัน เฉินชาง หลังตึกฉุกเฉินสร้างเสร็จแล้ว คุณอย่าเพิ่งจัดเจ้าหน้าที่ของพวกคุณในรวดเดียวดีกว่า เพราะจะได้ปรับเสริมเติมแต่งได้ทุกเมื่อ ให้คนมีความสามารถในแผนกค่อยๆ ได้ไต่ระดับ อย่าให้เกิดช่องว่าง นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก”
“แล้วก็คงสถานะการรับสมัครคนไว้ จะทำให้พวกคุณรับผู้มีความสามารถใหม่ๆ เข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง!”
เฉินชางพยักหน้า ถูกต้อง การไต่ระดับของผู้มีความสามารถเป็นเรื่องสำคัญมาก
แต่ว่า…
ถ้าคนน้อยเกินไป จะดำเนินการไม่ได้เลยนะ
เฉินชางกำลังจะพูด แต่อู๋ถงฝู่พูดทันทีว่า
“แต่ผมมีวิธีหนึ่งที่จะคลี่คลายสถานการณ์ลำบากของคุณได้”
เฉินชางตาเป็นประกาย “วิธีอะไรครับ”
อู๋ถงฝู่พูดอย่างไม่รีบร้อน “โรงพยาบาลศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉินของเมืองหลวงร่วมมือกับการสร้างโรงพยาบาลประชาชนแห่งมณฑลตงหยางอันดับสองให้กลายเป็นโรงพยาบาลพี่น้องได้”
“เมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็ส่งคนไปฝึกฝนที่พวกคุณในระยะเวลาที่กำหนดได้ พวกคุณก็ส่งคนมาฝึกฝนที่พวกเราได้ด้วย”
“แถมคุณก็ยังค่อนข้างคุ้นชินกับโรงพยาบาลของพวกเรา ใช้คนมีความสามารถได้คล่องแคล่ว!”
“พวกคุณเพิ่งเริ่มต้น งั้นสองปีนี้ผมจะส่งคนไปช่วยคุณมากหน่อย อันดับแรกช่วยแก้ปัญหาของคุณได้ อันดับที่สองพวกเขาจะได้เรียนรู้จากคุณด้วย!”
“แน่นอนว่าคุณไม่ต้องจ่ายเงินเดือนให้ โรงพยาบาลพวกเราจะจ่ายเงินเดือนให้เอง คุณคิดว่ายังไง”
เฉินชางได้ยินดังนั้นก็ตาลุกวาวขึ้นมา!
แววตาที่มองอู๋ถงฝู่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น “ขอบคุณครับ ผู้อำนวยการอู๋!”
เสี้ยวเจ๋อไห่ของโรงพยาบาลรุ่ยจินที่อยู่ด้านข้างก็พยักหน้ายิ้มบอก “ศาสตราจารย์เฉิน ความจริงรุ่ยจินของพวกเราก็เก่งมาก พวกเราก็ร่วมมือกันได้นะ”
เฉินชางพยักหน้า “ขอบคุณครับทุกท่าน!”
อู๋ถงฝู่ยิ้มบอก “ศาสตราจารย์เฉิน คุณวางใจได้ ถ้าใช้งานได้ไม่ดีก็ไล่พวกเขาออกได้เลย!”
“ถูกต้อง!” เสี้ยวเจ๋อไห่พยักหน้า
เฉินชางนึกไม่ถึงจริงๆ ว่า ก่อนไปอู๋ถงฝู่จะให้ของขวัญตัวเองแบบนี้
บอกตามตรง เฉินชางรู้สึกเหมือนได้รับความโปรดปรานจากคนใหญ่คนโต
เทียบกับศูนย์ฉุกเฉินของเมืองหลวงกับโรงพยาบาลรุ่ยจินของเซี่ยงไฮ้ โรงพยาบาลอันดับสองนั้นเล็กเกินไปแล้ว
มีความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลระดับสูง เฉินชางแทบจะคาดการณ์ได้ว่าโรงพยาบาลจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว
เฉินชางอดถามไม่ได้ “การร่วมมือนี้…”
อู๋ถงฝู่พูดขึ้นมาทันที “รอตอนที่ตึกฉุกเฉินของพวกคุณเริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการ ก็แขวนป้ายทางการว่า ‘โรงพยาบาลร่วมมือกับโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินเมืองหลวง’ แล้วกัน”
“จริงด้วย พวกเรารุ่ยจินก็ต้องการเช่นนี้!” เสี้ยวเจ๋อไห่พยักหน้า
นี่เป็นข่าวดีจริงๆ!
หลังโรงพยาบาลของตัวเองร่วมมือกับโรงพยาบาลใหญ่เหล่านี้ จะเพิ่มความมั่นใจให้คนไข้ได้
แถมในเคสยากก็กำหนดเวลาติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลเหล่านี้ได้
ช่วยแก้ไขปัญหาได้ไม่น้อย
ดังนั้นเฉินชางจะไม่พอใจได้อย่างไร
หลังเฉินชางจากไป อู๋ถงฝู่กับเสี้ยวเจ๋อไห่ก็สบตากันก่อนยิ้มขึ้นมา
ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากจริงๆ!
ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด!
เมื่อเป็นแบบนี้ เฉินชางก็จะไม่พาคนไป
แถมยังได้ร่วมมือกับโรงพยาบาลอันดับสอง
ไม่ได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับเฉินชาง
เป็นแผนที่ดีจริงๆ!
ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว!
สองคนวางแผนร่วมกัน ตอนเที่ยงถึงตัดสินใจออกไป