เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1305 ตำรวจเชิญตัว
ประโยคนี้ของอวี๋หย่งกังดึงดูดความสนใจของทุกคน!
ทุกคนมองไปตามสายตา พบว่าคนหนุ่มคนนั้นหน้าคุ้นตาจริงๆ
ไม่ว่ารูปร่างส่วนสูงหรือว่าเสื้อผ้าก็คุ้นตามากจริงๆ
“นั่นน่าจะเป็นเฉินชางนั่นแหละ!” สวีอ้ายชิงตอบอย่างทึ่มทื่อ เธอคุ้นเคยกับเสื้อยืดแบรนด์ Meters/bonwe กับกางเกงยูนิโคลของเฉินชางดี ยังมีรองเท้าที่มีราคาถูกที่สุดคู่นั้น
นี่ไม่ใช่เฉินชางแล้วจะเป็นใคร
พูดถึงตรงนี้ทุกคนก็อึ้งตะลึงแล้ว!
ทำไมเฉินชางมาอยู่ที่นี่ได้
นี่คือมหาศาลาประชาชนนะ
คนที่อยู่ด้านข้างเฉินชางก็คือหัวหน้าเสี้ยวของกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ยังมีผู้นำคนนั้น
นึกถึงตรงนี้ ทุกคนก็มองหน้าสบตากัน
“ทำไมเฉินชางมาอยู่ที่นี่ได้”
ทุกคนส่ายหน้ามองเหล่าหม่า
ถึงอย่างไรเหล่าหม่าก็เป็นคนที่สนิทกับเฉินชางมากที่สุด
และในเวลานี้
ในใจของเหล่าหม่าซับซ้อนยิ่งกว่า
ราวกับถูกมีดเฉือน
เดิมทีนึกว่าอุตส่าห์อวดสำเร็จได้สักที นึกไม่ถึง นึกไม่ถึงจริงๆ ว่ายังพ่ายแพ้เฉินชาง
ครั้งนี้เหล่าหม่ายอมแพ้แล้วจริงๆ
สวม Meters/bonwe กับยูนิโคลก็เข้ามหาศาลาประชาชนได้เหรอ
แถมยังพูดคุยยิ้มแย้มกับคนใหญ่คนโตได้อีก
นี่มันระดับไหนกัน
เหล่าหม่าหดหู่ไปชั่วขณะ
เวลานี้ เขาเห็นเฉินชางทยอยจับมือกับผู้นำกระทรวงสาธารณสุข
หลายคนอิจฉาในใจ
เฉินชางทำเรื่องที่สะท้านสวรรค์ขนาดไหนกันแน่ ถึงมีมาตรฐานได้สูงขนาดนี้
หลังจากเฉินชางอำลาทุกคนก็เดินเข้ามาหาหม่าเยว่ฮุย
เขาพูดยิ้มๆ “หัวหน้าสวี หัวหน้าหม่า ทุกคนสวัสดีครับ!”
ทุกคนพากันยิ้มพยักหน้า “เสี่ยวเฉิน คุณก็มาด้วยเหรอ”
เฉินชางพยักหน้าอย่างแน่นอน “ใช่ครับ ตอนที่กินข้าวไม่สะดวกหยิบโทรศัพท์ เพราะอย่างนั้นเลยไม่ได้บอกทุกคนครับ”
หลังพูดจบ เฉินชางก็ขยิบตาให้หม่าเยว่ฮุย เหล่าหม่าโกรธจนหัวหน้าหนี
เขา หม่าเยว่ฮุย ไม่เคยยอมแพ้!
…
หลังเฉินชางกลับมาถึงในแผนก ก็ตัดสินใจฝึกฝนทุกคนจำแนกหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาดของเฉิน
ทำการสอน
อย่างไรเสียตอนนี้ถึงแม้เทคนิคนี้ยังไม่แพร่หลายเป็นวงกว้าง แต่เดาว่าใช้เวลาไม่นานทุกคนก็จะได้รู้แล้ว
สมาคมหลอดเลือดหัวใจ AATS 2020 จะต้องประกาศแน่นอน เมื่อเป็นแบบนี้ ไม่สู้อาศัยโอกาสนี้ฝึกสอนทุกคนก่อน
เหล้าในตอนเที่ยงไม่มีผลกระทบอะไร น่าจะเหมือนกับดื่มฮั่วเซียงเจิ้งชี่สองขวดละมั้ง
ควรผ่าตัดก็ผ่าตัด ควรทำงานก็ทำงาน
หลังเสร็จสิ้นการผ่าตัด ตอนที่เฉินชางเรียกทุกคนกำลังจะทำการฝึกสอนนั้นเอง
จู่ๆ เสียงโทรศัพย์ก็ดังขึ้น
“ศาสตราจารย์เฉินคะ สำนักงานความมั่นคงสาธารณะมาหาคุณค่ะ” สายมาจากแผนกพยาบาล หยางเจี๋ยดูดังวลเล็กน้อย
อย่างไรเสียหลังคนกลุ่มนี้มาก็ดูดุดันคร่ำเคร่ง แถมยังปรึกษาเรื่องบางอย่าง ฝ่ายตรงข้ามยังเก็บเป็นความลับ!
หลังเฉินชางได้ยินก็งุนงงทันที
ผมไม่ได้ก่ออาชญากรรมนะ
ตอนที่เฉินชางลังเล เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นมา
“ศาสตราจารย์เฉิน ผมคือเจียวหลิง มาจากสำนักงานความมั่นคงสาธารณะเขตเฉาหยาง ทางผมมีคดีอยากให้คุณช่วย ไม่ทราบตอนนี้คุณมีเวลาไหมครับ”
หลังได้ยินคำแนะนำและเจตนาของฝ่ายตรงข้าม เฉินชางจึงค่อยถอนหายใจโล่งอก
เจียวหลิงเป็นผู้กำกับของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะเขตเฉาหยาง ครั้งก่อนหลังเฉินชางกลับเมืองหลวงได้ช่วยวินิจฉัยคนไข้คนนี้ที่ศูนย์ฉุกเฉิน จึงเคยติดต่อกันหนึ่งครั้ง
หลังเฉินชางได้ยินก็ถาม “เรื่องด่วนเหรอครับ”
เจียวหลิงอืมหนึ่งคำก่อนตอบเสียงเข้ม “เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน”
หลังฟังจบเฉินชางก็พูดทันที “ตกลงครับ รอสักครู่ ผมอยู่ในห้องผ่าตัด จะกลับไปทันที”
หลังวางสาย เฉินชางมองสิบสองคนที่นั่งอยู่ในห้องก็อดพูดไม่ได้
“วันนี้ผมให้ภารกิจพวกคุณหนึ่งอย่าง กลับไปแล้วให้อ่านรูปแบบการจำแนกหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาดหนึ่งรอบ
ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ผมจะไปสอนรูปแบบการจำแนกหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด”
หลังทุกคนได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “รูปแบบการจำแนกหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาดเหรอ”
เห็นชัดว่าเรื่องที่เฉินชางใช้รูปแบบการจำแนกหลอดเลือดใหญ่ฉีกขาดยั่วคนทั้งงานจัดแสดงที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังไม่แพร่กระจายมาจนถึงที่นี่
บรรดาเด็กและคนชราที่ไม่รู้ว่าตัวเองเกิดมาบนกองเงินกองทองกลุ่มนี้ตอนนี้ ไม่รู้ถึงความตื่นตระหนกและเศร้าเสียใจของแอนโธนี ประธานสมาคมหลอดเลือดแดงหัวใจระดับโลกแม้แต่น้อย
ยิ่งไม่รู้ความร้อนใจของแคมป์เบลเลยสักนิด
ถ้าคนพวกนั้นเวลานี้รู้ข้อมูลที่เฉินชางกำลังจะสอนละก็ จะต้องมาที่นี่อย่างไม่หวั่นหมื่นลี้แน่นอน
เฉินชางก็ไม่ได้สนใจทุกคน เขาลุกไปจากห้องผ่าตัด
หลังกลับมาถึงห้องทำงาน เฉินชางก็เห็นตำรวจสี่ห้านายยืนอยู่ในโถงใหญ่ของแผนกฉุกเฉิน เดินไปมาอย่างร้อนใจ ดูวิตกกังวลอย่างชัดเจน
หลังเห็นเฉินชาง พวกเขาก็รีบร้อนเข้ามาหา
“ผู้กำกับเจียว สวัสดีครับ” เฉินชางเข้าไปตบเจียวหลิงเบาๆ
เจียวหลิงหันมาเห็นเฉินชางก็รีบบอก “ไปครับ ศาสตราจารย์เฉิน ไปที่สำนักงานความมั่นคงสาธารณะเขตเฉาหยางกับพวกเรา”
เฉินชางอดถามไม่ได้ “เกิดเรื่องอะไรหรือครับ”
เจียวหลิวขมวดคิ้ว สูดหายใจลึก “เรื่องค่อนข้างซับซ้อน ขึ้นรถก่อนค่อยว่ากันครับ”
เฉินชางงุนงงเล็กน้อย ตามเจียวหลิงเดินออกไปข้างนอก
เวลานี้มีรถตำรวจสองคันจอดอยู่ที่ทางเข้า
เฉินชางกับเจียวหลิงขึ้นรถคันด้านหน้า
เจียวหลิงอดพูดไม่ได้ “ช่วงนี้เขตเฉาหยางเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นพร้อมกัน ช่วงที่ผมตรวจสอบ เหมือนมันจะคล้ายกับคดีฆาตกรรมสองครั้งก่อนที่ทีมตำรวจอาชญากรรมกำลังสืบสวนอยู่ แต่ตอนนี ตรวจสอบไปถึงครึ่งหนึ่งก็เจอทางตัน
เพราะหลักฐานทั้งหมดในปัจจุบันเหมือนพิสูจน์ว่ามันจัดเป็นการตายโดยธรรมชาติ!
ตอนนี้ตำรวจสงสัยว่าคดีทั้งสามคดีมีวิธีฆาตกรรมแบบเดียวกัน เพราะผลการประเมินของผลชันสูตรล้วนเป็นการป่วยตาย นี่ก็บังเอิญเกินไปมั้งครับ”
หลังเฉินชางได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ตอนนี้คุณสงสัยว่ามีผู้เชี่ยวชาญในคดีใช่ไหมครับ”
เจียวหลิวขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับพยักหน้า “อืม ถูกต้อง”
“ทางผมหาผู้เชี่ยวชาญหลายคนแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ข้อมูลที่แม่นยำ ตอนนี้คดีไม่คืบหน้าแม้แต่น้อย เหมือนเบาะแสทั้งหมดชี้ไปที่การป่วยตาย!”
พูดถึงตรงนี้ เจียวหลิงนึกถึงครอบครัวของผู้ตายก็อดกำหมัดแน่นไม่ได้ “ผมจะต้องหาฆาตกรที่แท้จริงให้เจอ
จึงหวังว่าศาสตราจารย์เฉินจะช่วยเหลือได้ครับ!”
เฉินชางอดพูดไม่ได้ “ผู้กำกับเจียว ผมพูดได้แค่ว่าจะพยายามสุดความสามารถ ถึงยังไงผมก็ไม่ค่อยได้ศึกษาเรื่องการชันสูตรมากนัก ได้แต่ช่วยคุณตัดสินสาเหตุการเสียชีวิตของผู้เสียหา ายในมุมมองของแพทย์เท่านั้นนะครับ”
ระหว่างที่พูด คนทั้งกลุ่มก็เดินไปหาทีมตำรวจอาชญากรรมของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะ
เวลานี้ ทีมของตำรวจอาชญากรรมก็กำลังหารือเรื่องคดี
เจียวหลิงพาเฉินชางไปยืนอยู่ด้านข้าง มองภาพที่อยู่บนจอฉายภาพ
บนเวทีมีชายอายุห้าสิบกว่ายืนอยู่คนหนึ่ง เขากำลังวิเคราะห์สภาพของหนึ่งในผู้เสียหาย
“ผู้ตาย เพศชาย อายุ 51 ปี เป็นหัวหน้าทีมตกแต่งภายใน เขาคลื่นไส้อาเจียนเป็นเลือดโดยไม่รู้สาเหตุแน่ชัด ครอบครัวสงสัยว่าอาหารเป็นพิษ…วันนี้พบว่าผู้เสียหายสลบไปในตอนเช้าจึงส่งโรง งพยาบาล…โรงพยาบาลวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองจากตับ การช่วยเหลือฉุกเฉินไร้ผล ทำให้เสียชีวิต!
ประวัติการตรวจร่างกายของผู้เสียหาย ไม่มีประวัติเจ็บไข้ โรคสมองจากตับที่ไม่รู้สาเหตุแน่ชัดนี้จึงทำให้ครอบครัวแจ้งความครับ”