เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1306 ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!
หลังจากหมอนิติเวชวัยห้าสิบกว่าปีอธิบายรายละเอียดสถานการณ์ของชายคนนั้นจบ
หัวหน้าทีมตำรวจอาชญากรรมก็เริ่มวิเคราะห์คดี
สะสางหาสาเหตุการตายและลำดับความสัมพันธ์ส่วนบุคคลของผู้ตายทันที สร้างเป็นผังความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างชัดเจนขึ้นมา
แต่ว่า!
หลังจากเฉินชางฟังจบก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด
ในเมื่อผู้ตายสุขภาพแข็งแรงดีมาตลอด จะวินิจฉัยว่าหมดสติจากภาวะโรคตับได้หรือ
เรื่องแบบนี้จะเป็นไปได้อย่างไร
แล้วอะไรคือสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการตับวายเฉียบพลันล่ะ
ตอนนี้เฉินชางไม่ได้มองผังพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล สาเหตุการตาย และใครคือผู้ต้องสงสัยที่ฉายอยู่บนจอเลย…
ปัญหาข้อเดียวที่เขาขบคิดอยู่คือสาเหตุการหมดสติของผู้ตายคืออะไร
เขาคิดว่าขอเพียงหาสาเหตุนี้พบก็จะสืบสาวไปถึงสาเหตุการตายของผู้เสียชีวิตได้
บางครั้ง งานของหมอนิติเวชกับหมอทั่วไปก็ไม่ได้ต่างกันเลย
พวกเขาล้วนจำเป็นต้องหาสาเหตุโรคของผู้ป่วย หรือสาเหตุการตายของผู้เสียชีวิตเหมือนกัน
เพียงแต่สายงานหนึ่งทำเพื่อรักษา
แต่อีกสายงานหนึ่งทำเพื่อสืบหาความจริง
ไม่นานนัก หลังจากทางนี้อธิบายกันเสร็จเรียบร้อย สายตาของทุกคนก็หันมาทางเจียวหลิงและเฉินชาง
“หัวหน้าเจียว คนนี้คือใครกัน”
รองหัวหน้าเขตเทศบาลมองเฉินชาง เอ่ยถามอย่างค่อนข้างฉงน
เจียวหลิงเอ่ยแนะนำ “หัวหน้าเขต นี่คือศาสตราจารย์เฉินครับ เป็นหมอแผนกฉุกเฉินจากศูนย์ฉุกเฉิน เรื่องครั้งก่อนก็เป็นเขาที่ช่วยคลี่คลายให้ ดังนั้นผมเลยเชิญมาด้วย”
หลังจากชายวัยกลางคนได้ยินก็ขมวดคิ้วนิดๆ แต่ก็ยังพยักหน้ารับ
ที่ขมวดคิ้วเพราะกังวลว่าข้อมูลจะรั่วไหล แต่พอนึกถึงนิสัยของเจียวหลิงแล้ว เขาคิดว่าเจียวหลิงคงไม่ถึงขนาดจะทำพลาดกับเรื่องแบบนี้ได้
ชายคนนั้นเหลือบมองเฉินชางแวบหนึ่ง อดถามไม่ได้ “ดูจบแล้วศาสตราจารย์เฉินมีความเห็นอะไรบ้างไหม”
เฉินชางส่ายหน้า “ผมขอดูประวัติแอดมิทของผู้ป่วยได้ไหมครับ”
พอเขาเอ่ยประโยคนี้ออกมา ทีมบุคลากรรอบข้างพากันมองไปที่เฉินชาง รอคอยคำสั่งจากหัวหน้าเขต
หลังจากสวีฉู่ไท่ขมวดคิ้วใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “ให้เขาไป”
เฉินชางรับชาร์ตผู้ป่วยมาดู
มีความเป็นไปได้หลายกรณีที่เป็นเหตุให้เกิดการหมดสติโดยไม่ทราบสาเหตุ
มีทั้งภาวะจากโรคหัวใจ โรคทางปอด โรคทางตับ โรคทางไต โรคทางตับอ่อนหรือระบบโลหิต ฯลฯ
ถึงแม้จะดูยุ่งเหยิงวุ่นวาย แต่ถ้าลองคิดดูให้ละเอียดสักหน่อยจะต้องพบเส้นสนกลในมากมายแน่นอน
ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเฉินชางที่มีต่อผลทดลองทางแล็บคือสิ่งที่คนอื่นไม่อาจเข้าใจได้
ความสามารถในการวิเคราะห์ผลแล็บในระดับสมบูรณ์แบบประกอบกับการถ่ายทอดที่ได้รับมาจากศาสตราจารย์ฝาง สิ่งนี้ทำให้เฉินชางมีความคิดเห็นด้านดัชนีชี้วัดต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ในแบบเฉพาะตัว
หลังจากอ่านจบ เฉินชางมุ่นคิ้วนิดๆ
เขาเอ่ยถาม “ก่อนผู้ตายจะเสียชีวิตมีการดื่มสุราไหมครับ”
พอเขาเอ่ยถามไปแบบนี้ ทุกคนพากันพยักหน้ารับ ในส่วนนี้ไม่มีอะไรน่าแปลกใจ
ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ถูกพูดถึงในตอนแจกแจงคดีไปหมดแล้ว
ทันใดนั้น จู่ๆ เฉินชางก็เอ่ยถามว่า “ผมขอประวัติการรักษาของผู้ตายอีกสองรายด้วยครับ”
ในเมื่อสงสัยว่าจะเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องก็จำเป็นต้องสืบหาคำตอบเชื่อมโยงจากเคสอื่นด้วย
ครั้งนี้ สวีฉู่ไท่ใคร่ครวญอยู่สักพักหนึ่งถึงให้คนไปหยิบแฟ้มคดีของผู้เสียชีวิตอีกสองรายมา
สองคดีนี้ขาดตอนมาค่อนปีแล้ว จนตอนนี้ก็ยังไม่คลี่คลาย
ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องในครั้งนี้ คาดว่าทุกคนคงไม่นึกถึงสองคดีนั้นเลย
เฉินชางให้ทุกคนเคลียร์ของบนโต๊ะออก จากนั้นก็ดำเนินการวิเคราะห์บันทึกคดีและสรุปการเสียชีวิตของทั้งสามราย
ครั้งนี้ ทุกคนเงียบกันหมด
ถึงแม้ทุกคนจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญที่เจียวหลิงเชิญตัวมา
ตอนนี้คดีของพวกเขาก็ทำให้คืบหน้าต่อไปได้ยาก
หาจุดสำหรับลงมือไม่ได้เลย
ไม่แน่ว่าเฉินชางอาจจะสืบหาเบาะแสบางอย่างออกมาได้!
พอคิดแบบนี้ ทุกคนก็เริ่มคาดหวังขึ้นมา
โดยรวมแล้วผลแล็บพวกนี้ปกติมาก!
ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าหมดสติจากโรคทางตับที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
สามคดีคล้ายคลึงกันจนน่าตกใจ
โดยรวมแล้วอาการก่อนเสียชีวิตของผู้ตายคล้ายกัน ล้วนมีข้อสงสัยว่าจะมาจากอาหารเป็นพิษ
สาเหตุการตายล้วนเป็นการหมดสติจนนำไปสู่การเสียชีวิต
แถมยังตายที่โรงพยาบาลทุกราย
แต่จุดที่แตกต่างกันก็คือ รายหนึ่งเป็นภาวะทางตับ รายหนึ่งเป็นภาวะทางไต ส่วนอีกรายเป็นภาวะทางปอด!
ทั้งสามรายวูบหมดสติเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
แต่ว่า โรงพยาบาลที่ทั้งสามคนเข้ารักษาเป็นคนละแห่งกัน ดังนั้นเรื่องนี้น่าจะไม่เกี่ยวข้องกับทางโรงพยาบาล
ส่วนด้านอาชีพ…
สรุปแล้วเกี่ยวข้องกันอย่างไร
ตอนนี้สวีฉู่ไท่ก็ไม่ทราบแน่ชัดเช่นกันว่าสรุปแล้วสามคดีนี้เกี่ยวข้องกันโดยตรงหรือไม่
เสียเวลากันมาครึ่งปีแล้ว
ที่จับมาเชื่อมโยงกันได้ เป็นเพราะเขาคร่ำหวอดอยู่ในวงการตำรวจอาชญากรรมมาหลายปีจึงทำให้มีประสาทสัมผัสเฉียบไวจนตระหนักถึงจุดแตกต่างในคดีได้
แต่ว่า พวกเขาก็ไม่กล้ารับประกันเหมือนกันว่าสรุปแล้วเกี่ยวข้องกันหรือไม่
ตามความเห็นของหมอนิติเวชคิดว่าสามคดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน
ถึงอย่างไรรายหนึ่งก็หมดสติจากภาวะทางตับ รายหนึ่งเป็นภาวะทางไต ส่วนอีกรายเป็นภาวะทางปอด
หากว่าทั้งสามรายไม่มีความเกี่ยวข้องกันแล้วจับมารวมกัน เห็นได้ชัดว่าส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของทุกคนอย่างมหันต์
แต่ถ้ามีความเกี่ยวข้องกันล่ะ
ดังนั้น ตอนนี้จึงตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
พวกเขาก็เชิญผู้เชี่ยวชาญมาไม่น้อยเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้มอบคำตอบอะไรที่น่าพึงพอใจให้เลย
ว่ากันตามจริง พอมองจากใบหน้าอ่อนเยาว์ของเฉินชางแล้ว สวีฉู่ไท่ก็ไม่ได้ตั้งความหวังไว้มากนัก
ในตอนที่ทุกคนง่วงเหงาหาวนอนขึ้นมา จู่ๆ เฉินชางก็เอ่ยขึ้นว่า!
“จากคดีล่าสุด ผู้ตายดื่มเหล้าก่อนที่จะเสียชีวิต ปรากฏอาการอาหารเป็นพิษ แล้วพวกคุณเคยตรวจสอบเหล้าหรือยังครับ”
สวีฉู่ไท่มองไปทางรองหัวหน้าทีมตำรวจอาชญากรรม
อีกฝ่ายรีบตอบว่า “เคยตรวจแล้ว เหล้าอยู่ในบรรจุภัณฑ์ดั้งเดิม ทางครอบครัวแจ้งว่าซื้อเข้ามา เพิ่งแกะตอนกลับมาถึง ยังมีใบเสร็จอยู่เลย พวกเราเองก็เคยตรวจมาแล้ว”
หลังจากเฉินชางฟังจบก็พยักหน้าเล็กน้อย “เขาดื่มเหล้าที่นั่นเหรอครับ”
“ผู้ตายเป็นหัวหน้าทีมตกแต่งภายใน หลังทำงานเสร็จระหว่างที่รอเคลียร์บิลก็เข้าไปดื่มเหล้ารอในห้องที่กำลังดำเนินการตกแต่งอยู่”
พอเฉินชางฟังจบ ดวงตาพลันเปล่งประกายขึ้นมา
เขารีบหยิบชาร์ตผู้ป่วยของอีกสองรายมาดูทันที
ผ่านไปครู่หนึ่ง เฉินชางเอ่ยขึ้นว่า “มีความเป็นไปได้สูงว่าสามคนนี้จะเสียชีวิตด้วยวิธีการเดียวกันครับ”
พอเขาพูดแบบนี้ ทั้งห้องเงียบลงทันที
ทุกคนจ้องมองเฉินชาง
สวีฉู่ไท่ยิ่งตาลุกวาวกว่าใคร ประสบการณ์หลายปีในทีมตำรวจอาชญากรรมทำให้เขาระงับอารมณ์ไว้ได้ เขาจ้องมองเฉินชางแล้วพูดว่า “หมายความว่ายังไง”
เฉินชางเอ่ยต่อว่า “ผมไม่เข้าใจเรื่องการทำคดี
แต่ว่า ผมเข้าใจเรื่องการแพทย์
สาเหตุการตายของทั้งสามคนนี้อาจจะเป็นแบบเดียวกัน ทั้งหมดตายเพราะถูกพิษครับ!”
คำว่า ‘ถูกพิษ’ สองคำนี้ทำให้ตำรวจทั้งห้องประชุมใจเต้นแรงขึ้นมาทันที!
หากว่าเป็นแบบนี้จริงๆ อย่างนี้ก็อันตรายแล้ว
เป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเชียวนะ
“ศาสตราจารย์เฉิน พอจะอธิบายอย่างละเอียดหน่อยได้ไหม”
เฉินชางเอ่ยออกมาทันที “ยังเก็บตัวอย่างเลือดของผู้ตายเอาไว้หรือเปล่าครับ”
“ครับ มีอยู่!”
เฉินชางพยักหน้ารับ “รีบตรวจหาไตรคลอโรอีเทน[1]กับไดคลอโรโพรพานอล[2]ทีครับ”
สวีฉู่ไท่รีบจัดการทันที “รีบไปตรวจสอบมา!”
ของพวกนี้ไม่ได้อยู่ที่สำนักงานตำรวจ แต่อยู่ที่โรงพยาบาล
ตอนนั้นหลังจากรายงานเคสผู้ป่วยแล้ว มีการเก็บตัวอย่างเลือดสองหลอดเผื่อไว้สำหรับกรณีแบบนี้
ตอนนี้ถูกนำมาใช้ประโยชน์แล้วจริงๆ!
เจ้าหน้าที่รีบไปดำเนินการทันที ต่อสายไปหาทางโรงพยาบาล
หลังจากโรงพยาบาลทราบเรื่องก็เริ่มตรวจเลือดในทันที
ห้องประชุมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง!
ทุกคนล้วนกำลังรอคอยผลลัพธ์
[1] เป็นของเหลวไม่มีสีและมีกลิ่นหอม เป็นตัวทำละลายที่ดีเยี่ยมสำหรับวัสดุอินทรีย์หลายชนิด มีการใช้กันอย่างแพร่หลายในการทำความสะอาดชิ้นส่วนโลหะและแผงวงจร หากสูดดมหรือรับประทานเข้าไปจะกลายเป็นยากดระบบประสาทส่วนกลางและอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่คล้ายคลึงกับพิษจากเอทานอลรวมถึงอาการวิงเวียนศีรษะสับสน หากได้รับปริมาณที่มีความเข้มข้นสูงมากพอจะทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้
[2] เป็นสารตัวกลางในการผลิตอีพิคลอโรไฮดริน 1,3-DCP เชื่อว่าเป็นสารก่อมะเร็งและสารก่อกลายพันธุ์ หน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็งจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 2B