เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1346 นี่มันผิดศีลธรรมเกินไปหรือเปล่า
ตอนกลางคืน เฉินชางไม่กล้ากลับบ้าน
เศรษฐีหม่าให้เฉินชางอยู่เวรดึกแทน เพราะริดสีดวงทวารหนักยังไม่หายดี กลัวว่าอยู่เวรดึกแล้วพรุ่งนี้จะเจ็บ
แม้เฉินชางจะไม่เข้าใจว่าความสัมพันธ์เชิงตรรกะของเรื่องนี้คืออะไร
อีกทั้งตอนแรกยังคิดจะปฏิเสธ แต่นึกถึงอาหารจากบ้านของเศรษฐีหม่าในช่วงเวลาหลังจากนี้ก็ตอบตกลงอย่างเด็ดเดี่ยว
จู่ๆ เฉินชางก็รู้สึกว่าตนกลายเป็นมหาเศรษฐีที่น่าเวทนาที่สุด
ตอนกลางวันถูกอาจารย์เมิ่งล้อเลียน
ตกกลางคืนยังต้องเข้าเวรแทนเศรษฐีหม่า
ช่างเถอะ ช่างเถอะ!
อย่างน้อยสำหรับเฉินชาง เวรดึกของแผนกฉุกเฉินก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร
ถ้ากลับบ้าน ค่าอาหารเย็นนี้จะพอไหม
เฉินชางหัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก
ตอนห้าทุ่ม วิวกลางคืนของเมืองหลวงสวยที่สุด
เฉินชางเพิ่งไปปรึกษาเคสกับแผนกประสาทวิทยาเสร็จ ยืนอยู่ในลิฟต์ชั้นสามสิบเอ็ด มองดูเมืองหลวงอันน่าหลงใหลนอกหน้าต่าง
เฉินชางรู้สึกว่า ถ้าได้ทำงานในตึกสูงแบบนี้ก็ไม่เลว
ถึงอย่างไรห้องทำงานวิวมุมมองสองร้อยเจ็ดสิบองศาก็จะทำให้คุณเพลิดเพลินได้อย่างเต็มที่!
หลังจากมาถึงแผนกฉุกเฉิน เฉินชางมองถนนนอกหน้าต่างแล้วอดถอนหายใจไม่ได้
ทว่าเฉินชางยังไม่ทันได้แต่งกลอนสักบท พยาบาลอ้วนอาหลิ่วก็วิ่งเข้าห้องทำงานมา
“ศาสตราจารย์เฉิน รถพยาบาลส่งหญิงหมดสติอายุสามสิบปีคนหนึ่งมา!”
หลังจากเฉินชางได้ยินแล้วก็รีบลุกขึ้น ตามอาหลิ่วออกจากห้องทำงานไป
ที่หน้าประตู พยาบาลและคนขับรถกำลังเคลื่อนย้ายคนไข้
เฉินชางเองก็เห็นหญิงที่หมดสติแล้ว
เธอสวมชุดนอน นอนหมดสติอยู่บนเตียง สีหน้าเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด ข้างหลังมีผู้ชายคนหนึ่ง แต่งตัวดูดีกว่า
เหมือนจะเป็นสามีภรรยากัน
ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่น ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างกังวล เห็นสถานการณ์แล้วเป็นห่วงมาก
เฉินชางรีบถามว่า “เกิดอะไรขึ้นครับ”
ชายหนุ่มยืนจิ๊ปากอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ “จู่ๆ ก็กลายเป็นแบบนี้เลย ผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
ตอนที่ชายหนุ่มพูด สายตาดูกระสับกระส่าย คำพูดติดๆ ขัดๆ อธิบายอยู่ตั้งนานก็ยังฟังไม่รู้เรื่อง
ทำให้เฉินชางรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ดูแปลกๆ
เฉินชางถามต่อว่า “คำถามนี้เกี่ยวข้องกับอาการของคนไข้ ผมหวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือ คนไข้กลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไร อะไรกระตุ้นให้เป็นแบบนี้ อย่างเช่นรับประทานอะไรเข้าไปหรือเปล่า”
เฉินชางพูดถึงตรงนี้ก็ย้ำว่า “ถ้าคุณปิดบังสถานการณ์ของคนไข้ อาจจะพลาดเวลาสำคัญในการรักษา ถึงตอนนั้นอาการจะรุนแรงขึ้น”
ความจริงตอนนี้เฉินชางสงสัยว่าหญิงสาวมีเลือดออกในสมอง หรือไม่ก็ภาวะสมองตาย
แต่จำเป็นต้องยืนยันก่อน
เฉินชางพลันพูดกับอาหลิ่วว่า “อาหลิ่ว ติดต่อแผนกรังสีวิทยา รีบดำเนินการ CT ศีรษะโดยเร็วที่สุด”
ตอนนี้เองชายหนุ่มก้มหน้าลง เรียบเรียงคำพูด กล่าวอย่างลำบากใจเล็กน้อย “ความจริง…คือ…คือว่า ตอนมีอะไรกัน…ผมเห็นว่าสีหน้าเธอดูแปลกๆ แต่ผมคิดว่าเธอแกล้งเจ็บ จึงไม่ได้สนใจ จากนั้นก็เปลี่ยนท่า ผมอยู่ข้างหลังเลยมองไม่เห็น…อยู่ในท่านั้นประมาณสิบนาที ผมเห็นว่าผิดปกติ เธอดูไม่ค่อยตอบสนอง ผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รีบโทรหา 120 หลังจากนั้น…ก็กลายเป็นแบบนี้เลย”
คราวนี้เฉินชางเข้าใจขึ้นมาทันที!
ปัญหาเกิดขึ้นฉับพลันตอนร่วมรัก
เรื่องแบบนี้เจออยู่บ่อยครั้ง
เฉินชางผู้มีประสบการณ์ทางคลินิกในแผนกฉุกเฉินมานานหลายปี พยักหน้าอย่างสงบและปลอบชายหนุ่มว่า “ไม่ต้องกังวลครับ! คนไข้เคยมีอาการความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวานเรื้อรังไหมครับ”
ชายหนุ่มส่ายหน้า พูดอย่างอึดอัด “ผมไม่รู้ครับ”
เฉินชางอึ้งไปทันที
เอาเถอะ!
ตอนนี้เอง อาหลิ่วพลันบอกเฉินชางว่า “ศาสตราจารย์เฉิน แผนกรังสีวิทยาพร้อมแล้ว ส่งตัวไปได้เลยค่ะ”
เฉินชางพยักหน้า “ได้ครับ!”
ตอนนี้เฉินชางกังวลมากว่าอาการของคนไข้จะรุนแรงขึ้น
ถึงอย่างไรก็สงสัยว่ามีภาวะสมองตายและเลือดออกในสมองแล้ว อย่าได้มีปัญหาตอน CT เลย
ตอนนี้เอง เฉินชางมองหญิงสาวหน้าตาบิดเบี้ยวแล้วกังวลเล็กน้อย
คนที่เข้าเวรดึกไม่เยอะ คนที่มา CT โดยพื้นฐานแล้วล้วนมาจากแผนกฉุกเฉินต่างๆ
เพราะฉะนั้น ไม่นานผล CT ก็ออกมา
หลังจากออกมา เฉินชางมองผล CT แล้วสีหน้าเปลี่ยนไป!
ภาวะเลือดออกในสมองกะทันหันถือเป็นสถานการณ์ที่อันตรายมาก!
จะต้องแอดมิทและเข้ารับการรักษาในทันที
ถ้าได้รับการผ่าตัดทันเวลา การฟื้นตัวจะดีกว่า
เฉินชางคิดถึงตรงนี้ก็รีบพาคนไข้กลับแผนกฉุกเฉิน ให้หมอที่เข้าเวรทำเรื่องแอดมิทฉุกเฉิน
จากนั้นเฉินชางรีบติดต่อแผนกศัลยกรรมประสาทให้ช่วยในการเคลื่อนย้ายและเริ่มการรักษาโดยเร็วที่สุด
อาหลิ่วเข็นคนไข้เข้าห้องฉุกเฉิน เชื่อมเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและออกซิเจนในเลือด
เฉินชางเองก็รีบประคบน้ำแข็งเพื่อลดความดันในกะโหลกศีรษะ…
ตอนนี้สถานการณ์ของคนไข้ไม่สู้ดีจริงๆ
เพิ่งเชื่อมจอภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น
เฉินชางเห็นแล้วตกใจจนเกือบกระอักเลือด!
ความดันโลหิต 200/130 mmHg!
นี่คือวิกฤตความดันโลหิตสูง!
ความดันโลหิตสูงขนาดนี้แล้ว ยังมีอารมณ์จะร่วมรัก
คุณไม่เวียนหัวเหรอ
เฉินชางจนปัญญาจริงๆ
ตอนนี้เอง เฉินชางรีบลุกขึ้น ฉีกหนังสือยินยอมการรักษาและแจ้งอาการวิกฤตเดินออกไป
ตอนนี้ชายที่อยู่ข้างนอกยังนั่งรออยู่
แต่ถอยไปที่หน้าประตูห้องโถง เหมือนกำลังมองหาอะไรบางอย่าง!
เฉินชางรีบเรียกชายหนุ่มไว้ “สวัสดีครับ มาเซ็นชื่อหน่อยครับ”
ชายหนุ่มอึ้ง หลังจากหันเหลียวซ้ายแลขวาก็เดินเข้ามา
เฉินชางอธิบายสั้นๆ ว่า “คืออย่างนี้ครับ คนไข้ความดันโลหิตสูงมาก ผล CT ศีรษะพบว่ามีเลือดออกจำนวนมาก สถานการณ์อันตรายมาก นี่คือหนังสือแจ้งอาการวิกฤตครับ ผมแนะนำให้รีบผ่าตัดโดยเร็วที่สุด การฟื้นตัวของคนไข้จะดีกว่า และจะไม่มีการตายของเนื้อเยื่อสมองมากเกินไป ซึ่ง…”
เฉินชางอธิบาย
ตอนนี้เอง คำพูดของชายหนุ่มทำเอาเฉินชางอึ้งงันอยู่กับที่และไม่มีวันลืมเลือน!
ชายหนุ่มมองข้างนอกแวบหนึ่ง จากนั้นพูดกับเฉินชางว่า “หมอครับ รออีกแป๊บนึงได้ไหมครับ”
เฉินชางส่ายหน้า “สถานการณ์ของคนไข้อันตรายมาก!”
ชายหนุ่มถอนหายใจ “รอหน่อยนะครับ สามีเธอกำลังจะมาถึงแล้ว”
หลังจากพูดจบ ชายหนุ่มพลันประสานหมัดพูดกับเฉินชาง “หมอครับ รบกวนด้วยนะครับ ผมต้องไปแล้ว ถ้าสามีเธอมาเจอผม…ต้องเอาผมตายแน่!”
ชายหนุ่มรีบวิ่งออกไป!
เฉินชางอึ้งงันอยู่กับที่!
WTF?
ดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้มาล้อเล่นอะไรกับผมเนี่ย
เฉินชางถือหนังสือแจ้งอาการวิกฤต ยืนสับสนอยู่ท่ามกลางสายลม!
นี่มันผิดศีลธรรมเกินไปหรือเปล่า
หมอเจอเรื่องแบบนี้ ควรจัดการอย่างไร
ประเด็นคือ…
เรื่องแบบนี้แผนกฉุกเฉินเยอะมากจริงๆ!
เพราะฉะนั้น หลังจากมาถึงโรงพยาบาล โดยทั่วไปหมอที่มีประสบการณ์มักจะต้องยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็นคู่สมรสกันหรือไม่