เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1414 สถานการณ์ยังไม่สู้ดี
ตอนที่ 1414 สถานการณ์ยังไม่สู้ดี
มองสภาพของเฉินเสี่ยวลี่ เฉินชางก็ร้อนใจอยู่บ้าง พูดโดยทั่วไป ยาเบื่อหนูไดเฟนาไดโอนจะแสดงอาการภายในระยะเวลาสั้นๆ ถึงสามวัน แต่จากคำบรรยายของเสี่ยวโหรว เธอน่าจะกินยาเมื่อหลังเที่ยง แต่สองสามชั่วโมงก็กลายเป็นแบบนี้แล้ว ไอ้คนขายยานี้จริงใจเสียไม่มี! ถึงอย่างไรความเข้มข้นของไดเฟนาไดโอนก็มีแค่หนึ่งถึงสองเปอร์เซ็นต์ ตอนนี้เฉินชางก็ไม่แน่ใจว่าเฉินเสี่ยวลี่ดื่มไปเท่าไร
“ศาสตราจารย์เฉิน บนผิวหนังมีจ้ำเลือดค่ะ!” เฉินชางพลันหน้าเปลี่ยนสี ปกติในระยะต้น หากไม่ร้ายแรงก็มีเลือดกำเดาไหล เหงือกมีเลือดออก ใต้ผิวของคนไข้ตอนนี้ก็เริ่มมีเลือดออกแล้ว ถึงขั้นไอเป็นเลือด และอาเจียนเป็นเลือด! นี่มันอาการหนักแล้ว!
ที่แตกต่างจากยาพิษอื่นคือ ผู้ที่กินยาเบื่อหนูไดเฟนาไดโอน จะตายเพราะมีเลือดออกในสมองและในหัวใจ นี่เป็นเรื่องที่ทรมานจริงๆ… เพราะหลังไดเฟนาไดโอนเข้าสู่ร่างกาย หลักๆ มันจะลดการทำงานของวิตามิน K ผ่านตัวยับยั้งแบบแก่งแย่ง ป้องกันตับไม่ให้สังเคราะห์โปรทรอมบินและปัจจัยการแข็งตัวของเลือด ใช้ต่อต้านการแข็งตัวของเลือด… ดังนั้นจึงเกิดปรากฏการณ์ที่อวัยวะต่างๆ มีเลือดออก สารพิษสามารถทำลายผนังหลอดเลือดฝอย เกิดการอักเสบแบบไม่ติดเชื้อ เพิ่มการซึมผ่านและความเปราะบางของผนังหลอดเลือด และเพิ่มแนวโน้มที่จะมีเลือดไหล เดิมทีร่างกายคนก็อ่อนแออยู่แล้ว ยังต้องมาทรมานแบบนี้อีก มันช่าง…
“เพิ่มวิตามิน K1 อีก 10 mg! จากนั้นใช้กลูโคคอร์ติคอยด์” ตอนนี้สถานการณ์ยุ่งเหยิงอยู่บ้าง มองสภาพของเฉินเสี่ยวลี่ย่ำแย่ขึ้นเรื่อยๆ นี่คืออาการของการเสียเลือด เก็บเลือดไปตรวจแล็บแล้ว แผนกธนาคารเลือดก็กำลังรีบเตรียมตัวอยู่
บอกตามตรง เฉินชางมีอคติกับคนที่ฆ่าตัวตายตลอด เขาไม่ชอบ ต้องเสียทรัพยากรการรักษาจำนวนมากเพื่อช่วยพวกเขา กระทั่ง… ยังไม่แน่ว่าจะช่วยได้ ถ้าเอาทรัพยากรการรักษาเหล่านี้ไปช่วยคนอย่างผู้เฒ่าจู้จะไม่ดีกว่าหรือ เวลาไหลผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า เฉินชางเห็นเลือดยังออก ดูเหมือนยังไม่ได้ผลก็ยุ่งยากใจแล้ว
“ฉีด PCC โดส 40 ยูนิต/กก.!”
PCC เป็นองค์ประกอบในการแข็งตัวของเลือดประกอบไปด้วยปัจจัยในการแข็งตัวของเลือดสี่ชนิดได้แก่ factor II VII IX X ซึ่งค่อนข้างเห็นผลทันที แต่ตอนแรกเฉินชางไม่ค่อยอยากใช้ เทียบกับเลือดออก ความจริงการแข็งตัวของเลือดก็น่ากลัวมาก โดส 40 ยูนิต/กิโลกรัม เฉินเสี่ยวลี่สูงหนึ่งร้อยหกสิบแปดเซนติเมตร ซึ่งค่อนข้างสูง หนักราวๆ ห้าสิบกิโลกรัม
ความจริงเฉินเสี่ยวลี่สวยมาก สืบทอดหน้าตาและส่วนสูงมาจากเฉินจื้อฟู่ผู้เป็นพ่อของเธอ แม่ของเฉินเสี่ยวลี่เป็นหญิงสาววัยกลางคนอ้วนท้วม ร่างเล็กเตี้ย ยิ้มดูง่ายๆ สบายๆ และใจดี เป็นมิตรมาก เฉินจื้อฟู่หล่อเหลามาก แต่จะทำอย่างไรได้เพราะบ้านจน ในสมัยที่กินข้าวไม่อิ่มท้อง หล่อจะมีประโยชน์อะไร ดังนั้นเฉินจื้อฟู่รักทะนุถนอมหญิงที่ ‘ตัวเล็กเตี้ย’ คนนี้มาก ทุกปีตอนที่ภรรยายุ่งกับไร่นา เขาจะกลับมาจากไซต์ก่อสร้างเพื่อเก็บกวาดบ้าน เก็บกวาดเสร็จแล้วก็ไปทำงานอีก
แต่หลังเฉินเสี่ยวลี่ขึ้นมหาวิทยาลัย มาเมืองหลวงเห็นสังคมยุควัตถุนิยม เห็นแสงสียานบันเทิง… มุมมองทั้งสามที่โดยพื้นฐานก็ไม่มั่นคงอยู่แล้วจึงผิดเพี้ยนไป จิตใจที่มีความมั่นใจในตัวเองต่ำทำให้เธอหลีกเลี่ยงครอบครัวในอดีตของตัวเอง ไม่กลับบ้านแม้แต่ช่วงปิดเทอม กระทั่งว่าพ่อเฉินจื้อฟู่มาส่งเงินให้ เธอยังรู้สึกเสียหน้า คิดว่าพ่อแม่ของคนอื่นเป็นประธานเป็นหัวหน้า อย่างแย่ที่สุดก็มีอาชีพการงานที่มั่นคง… เธอจึงกลัวว่าพ่อจะแต่งตัวบ้านนอกมาหาเธอที่โรงเรียน เฉินชางรู้เรื่องพวกนี้หมด
เฉินจื้อฟู่ชอบพูดคุยหลังดื่มเหล้ากับเฉินต๋าไห่ เฉินชางก็เคยเห็นทั้งสองคนดื่มจนเมาแล้วเฉินจื้อฟู่ร้องไห้น้อยใจเหลือแสน พอคนหนึ่งมอบทุกอย่างให้เธอ แต่กลับไม่ได้รับการยอมรับจากอีกฝ่าย ครอบครัวที่เดิมทีก็ยากจนแต่ส่งเสียให้เธอได้เรียนโรงเรียนศิลปะ ใครจะคิดว่าจะเห็นฉากแบบนี้ ดังนั้นเฉินชางจึงไม่มีความรู้สึกดีกับเธอ กระทั่งตอนนั้นที่เฉินต๋าไห่บอกให้เฉินชางช่วยเธอหน่อย เฉินชางก็ผลักไสบอกว่าตัวเองไม่ค่อยรู้จักคนในวงการบันเทิง เฉินชางรู้สึกว่าแทนที่จะเอาเงินนั้นไปให้เฉินเสี่ยวลี่ เอาไปช่วยคุณลุงเฉินจื้อฟู่ยังดีเสียกว่า มิหนำซ้ำโชคดีที่เธอไม่ดัง นิสัยแบบนี้หากดังแล้วไม่รู้จะกลายเป็นอย่างไร
แต่… อคติส่วนอคติ ความคิดส่วนความคิด ต่อให้เฉินชางไม่ชอบเฉินเสี่ยวลี่อย่างไรก็ต้องตั้งใจช่วยเหลือเธอ หลังจากที่ฉีด PCC หนึ่งชั่วโมง เลือดก็ออกน้อยลง เวลานี้เฉินชางจึงค่อยถอนหายใจโล่งอก แต่ตอนนี้เหมือนยังไม่พ้นขีดอันตราย ในเวลาเดียวกัน ย่างเข้าสู่ยามเย็น ตอนราวหกโมงเย็น ฉินเยว่ก็มา เฉินชางไม่ต้องคิดมากก็รู้ว่าคุณแม่ของตัวเองคงอยากให้ฉินเยว่มากล่อมเฉินเสี่ยวลี่เป็นแน่
แต่คุณแม่ก็ไม่คิดเลยว่าเฉินเสี่ยวลี่ในเวลานี้จะกล่อมได้ผลจริงหรือ นี่เป็นไปไม่ได้! คนที่ฆ่าตัวตาย ในระยะเวลาสั้นๆ ใครพูดก็ไม่เข้าหู เฉินชางเคยเห็นการฆ่าตัวตายหลากหลายวิธีในแผนกฉุกเฉิน หลายคนใช้การตายมาข่มขู่หลอกเอาความเชื่อใจและเงินทองจากคนรัก มีจำนวนน้อยที่หุนหันพลันแล่นหรือเชื่องซึมวิตกกังวลจนสมองเข้าสู่ทางตัน ทิ้งสิ้นหวัง คิดหาหนทางอื่น คงมีคนที่เจอสถานการณ์ที่หาทางออกไม่ออก ความตายจึงเป็นการหลุดพ้น เฉินเสี่ยวลี่ในเวลานี้เชื่อมโยงกับเหตุผลที่สองไม่ก็สาม
เฉินชางมองฉินเยว่ “แม่ผมให้คุณมาหรือ”
ฉินเยว่พยักหน้า “อืม คุณน้าให้ฉันมากล่อมเธอ บอกว่าเป็นผู้หญิงเหมือนกัน มีอะไรพูดกันได้ แต่… หลักๆ คือคุณน้าให้ฉันมากล่อมคุณ ให้คุณอย่ามีอคติ ตั้งใจช่วยเหลือเธอ บอกว่าลุงจื้อฟู่คุณก็มีลูกสาวแค่คนเดียว ต่อให้แย่ขนาดไหน… ก็ห้ามมิ่งดูดายปล่อยเธอตาย คุณน้ากังวลว่าคุณ…”
เฉินชางยิ้มเฝื่อน คุณแม่รู้ว่าเขารู้สึกไม่ดีกับเฉินเสี่ยวลี่ กลัวว่าจะปล่อยเธอไว้ไม่ยอมรักษา เฉินชางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “แม่ผมคิดมากไปแล้ว”
ฉินเยว่ถาม “เป็นอย่างไรบ้าง”
เฉินชางถอนหายใจส่ายหน้าบอก “พูดยาก เลือดหยุดไหลชั่วคราว ต้องดูอาการอีกสักสองวัน ยังดีที่ส่งตัวมาเร็ว ไม่งั้นปริมาณมากขนาดนี้คงไม่รอดแน่”
โถงฉุกเฉินในเวลานี้มีคนมามากมาย หลังเห็นเฉินชางออกมา หยางถิงก็พาคนกลุ่มหนึ่งรีบวิ่งมาหา
“คุณหมอ นักเรียนเฉินเสี่ยวลี่เป็นยังไงบ้างครับ” ชายวัยกลางคนหัวล้านที่อายุราวห้าสิบปีมีเม็ดเหงื่อเต็มหัวรีบร้อนถาม
“ขอโทษครับ ผมขอแนะนำตัวหน่อย ผมเป็นหัวหน้าภาควิชาการแสดงของโรงเรียนศิลปะ xx ชื่อโจวกวงฮุยครับ”
นักเรียนเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ พวกเขาจะไม่รับผิดชอบได้หรือ ถ้าเฉินเสี่ยวลี่ตายไปจริงๆ โรงเรียนก็ต้องรับผิดชอบใหญ่มาก ถึงอย่างไรฝ่ายตรงข้ามติดป้ายผ้าในโรงเรียน โรงเรียนจัดการไม่ทันท่วงที นี่ก็คือความรับผิดชอบของโรงเรียน แม้แต่ผู้อำนวยการของโรงเรียนก็เริ่มเตรียมการด่วน หาคนมาควบคุมความเห็นสาธารณะ ไม่ให้ข่าวแพร่ออกไป เฉินชางเห็นดังนั้นก็บอกตามตรง “สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น อาการยังไม่คงที่ครับ”