เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1421 มีหม่าอยู่ทั้งคนทำไมต้องมีชาง
ตอนที่ 1421 มีหม่าอยู่ทั้งคนทำไมต้องมีชาง
ทุกคนนับว่าได้เปิดหูเปิดตากับเมนส์ที่ไหลคล่องแบบนี้จริงๆ!
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นอกอุ้งเชิงกราน!
ยังทำให้เลือดออกเจ็ดทวารได้ด้วย!
ทุกคนรู้สึกว่าความรู้เรื่องแปลกประหลาดของตัวเองเพิ่มขึ้นเยอะมาก
หวงชิวอิ่งมองรายงานกับผลการตรวจ ยิ่งมองยิ่งตื่นเต้น
หลังอ่านจบก็ให้แพทย์ผู้รับผิดชอบเข็นเฉินเสี่ยวลี่ไปแผนกสูตินรีเวช
แผนกสูตินรีเวชมีวิธีการรักษาเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หลายวิธี
นี่คือสมบัติเชียวนะ!
กว่าทั้งเมืองหลวงตลอดสองปีมานี้ไม่เคยเห็นคนไข้แบบนี้เลย
นี่ถ้าพากลับไปวิจัยดีๆ จะได้ไหม
วิธีการรักษานั้นง่ายมาก แต่วินิจฉัยได้ยากยิ่ง!
ใครจะเชื่อมโยงคนไข้กับโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่นอกอุ้งเชิงกรานละ
ชั่วขณะนั้น หวงชิวอิ่งก็มองเฉินชาง อดจุ๊ปากชื่นชมไม่ได้
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณก็เก่งเกินไปแล้ว
มีความรู้แม้แต่โรคแผนกสูตินรีเวชที่หายากด้วยเหรอคะเนี่ย
ถ้าฉันไม่ได้เข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติ ตัวฉันเองก็ไม่รู้ชื่อนี้แล้ว!
ศาสตราจารย์เฉิน คุณเก่งมากจริงๆ”
พวกหัวหน้าโดยรอบมองเฉินชาง สะท้อนใจไม่จบสิ้น
สิ่งนี้ไม่ใช่การทดสอบอะไรอื่น แต่เป็นการทดสอบประสบการณ์และความรู้ล้วนๆ
อูถงผู่พยักหน้า มองเฉินชางอย่างชื่นชม
“บอกตามตรง ผมปล่อยคุณไปไม่ลงจริงๆ!”
พวกนักเรียนโดยรอบมองศาสตราจารย์เฉินชางด้วยสีหน้าชื่นชม
อิจฉาเหลือแสนจริงๆ พวกเขาก็อยากเป็นแพทย์ที่ก้าวออกมาในตอนที่ทุกคนทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
จะได้หน้าขนาดไหนกันนะ เป็นแพทย์ระดับเฉินชางได้ก็คุ้มค่าแล้วจริงๆ!
เหล่าหม่าทอดถอนใจบอก “มีหม่าอยู่ทั้งคนทำไมต้องมีชาง!”
เพียะ!
ไม่ผิดคาด สิ้นคำก็มีฝ่ามือทรงประสิทธิภาพทำให้เหล่าหม่าตระหนักความจริง
เหล่าหม่ามองสวีหยงกังด้วยสีหน้าน้อยใจ
“ทำไมคุณลงมืออีกแล้ว ผมพูดอะไรผิดหรือ”
สวีหยงกังสายหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง
“ต้องเป็นไม่มีหม่า แต่ต้องมีชางต่างหาก!
คุณลองพูดมา คุณมีประโยชน์อะไร เฉินชางเขาช่วยคนได้ ส่วนคุณก็แค่กินเยอะเท่านั้น!”
หลังพูดจบทุกคนก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้
ดวงตาเหล่าหม่ามีความโกรธ เขามองเฉินชางเหมือนมองศัตรูที่เป็นตายไม่ขออยู่ร่วมโลกเดียวกัน
ส่วนเฉินชางก็ยิ้มบาง ก้มหน้ามองหกนิ้วใต้สะดือของเหล่าหม่า
เหล่าหม่าโมโหในตอนแรก อย่างไรคนเราจะแฉคนก็ไม่แฉจุดอ่อน
แต่…เขาพลันห่อเหี่ยว ล่วงเกินไม่ได้!
ช่างเถอะๆ เรื่องที่ฉันหมาผู้นี้เสียใจที่สุดในชีวิตก็คือการให้เด็กอย่างนายมาผ่าตัดให้
เวลานี้หวงชิวอิ่งเตรียมจากไป เธอหันมายิ้มพูดกับเฉินชาง
“ตอนนี้ฉันไม่รู้แล้วว่าคุณเชี่ยวชาญด้านไหนกันแน่!
แต่อันคิดว่า…คุณต้องมีพรสวรรค์ด้านสูตินรีเวชแน่
หากคุณอยากเรียน จำไว้ว่าให้โทรหาฉันนะ”
พูดจบหวงชิวอิ่งก็จากไป
หัวหน้ารอบข้างเห็นปัญหาคลี่คลายแล้วก็พากันแยกย้าย
“ศาสตราจารย์เฉิน มีเวลาก็มาเดินเล่นที่แผนกโลหิตวิทยาได้นะ”
“ศาสตราจารย์เฉิน ไปแล้วนะ!”
“ใช่ ศาสตราจารย์เฉิน มีธุระอะไรโทรมานะ”
ห้องฉุกเฉินในตอนนี้สงบลง
อูถงผู่มองเฉินชาง อดถอนหายใจไม่ได้ “ผมชักเสียใจแล้วจริงๆ!”
เฉินชางงุนงง “เสียใจอะไรเหรอครับ”
สวีหยงกังกับเหล่าหม่าก็มองผู้อำนวยการด้วยความสงสัย
อูถงผู่ยิ้มหึๆ บอก “เสียใจที่ให้คุณลาหยุดนะสิ
ผมยังพูดอยู่เลยว่าแผนกฉุกเฉินไม่มีคุณดำเนินงานได้
ตอนนี้ดูท่าแผนกฉุกเฉินจะไม่มีคุณไม่ได้จริงๆ!”
ได้ยินผู้อำนวยการพูดแบบนี้ สวีหยงกังก็หน้าแดง ถอนหายใจ
แล้วตบเหล่าหม่าเหมือนเจ็บใจที่ไม่อาจหลอมเหล็กเป็นเหล็กกล้าได้
“แล้วดูคุณสิ ให้คนไม่เอาไหนอย่างคุณ
เวลาปกติอ่านหนังสือให้มากหน่อย วันๆ ดูแต่บ้าน บ้านมีอะไรน่าดูหะ
อ่านบทความวิจัย อ่านวารสารไม่ได้หรือไง”
เหล่าหม่ามองสวีหยงกังด้วยสีหน่างุนงง
เห็นเขากับผู้อำนวยการอูลุกขึ้นจากไป เขาก็พลันน้อยใจเหลือแสน
สุดสัปดาห์นี้ก็ต้องสอบอภิปรายวิทยานิพนธ์จบการศึกษาแล้ว
ตอนนี้เฉินชางยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรทั้งนั้น
หัวข้อยังไม่ได้กำหนด เนื้อหายังไม่ได้กำหนด
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพาวเวอร์พอยต์กับบทความวิจัยเลย
นึกถึงตรงนี้เฉินชางก็ใจคอเหี่ยวแห้ง
ความจริงเฉินชางเอาสิ่งที่ตัวเองเคยบรรยายเมื่อก่อนมาจัดการได้
แต่เฉินชางรู้สึกผิดต่ออาจารย์เมิ่ง
กลับมาจากงานประชุม AATS ไม่นาน อาจารย์เมิ่งกับหัวหน้าหลี่ก็กลับโรงพยาบาลอันหยางแล้ว
แม้เฉินชางจะเคยครุ่นคิดเรื่องจบการศึกษามาอย่างถี่ถ้วนแล้ว
แต่ท้ายที่สุดเขายังคงอาลัยอาวรณ์
ถึงอย่างไรตอนนั้นเขายังเป็นแค่นกน้อยออกจากรัง
เพื่อเพิ่มจำนวนการผ่าตัด ทุกวันหลังเลิกงานจากโรงพยาบาลอันดับสอง
ก็ไปที่โรงพยาบาลตงต้านสาขาหนึ่ง
อาจารย์เมิ่งซีเป็นคนดีมาก แทบไม่ตระหนี่กับตัวเอง
เทคนิคการผ่าตัดและแนวคิดทั้งหมดมีอิทธิพลต่อเฉินชางมากจริงๆ
แน่นอนว่าเพราะอาจารย์เมิ่งมีความสามารถจำกัด
อย่างไรก็ตรวจรักษามาแค่สามปี จะมีประสบการณ์ทางการรักษาเท่าไรกันเชียว
มิหนำซ้ำช่วงปริญญาเอก เวลาที่เมิ่งซีทำวิจัยยังมากกว่าเวลาทำการรักษาเสียอีก
แต่ในด้านชีวิต อาจารย์เมิ่งซียังคงดีต่อเขาไม่เลว
สั่งข้าวให้ทุกครั้ง แถมยังพิจารณาถึงว่าเฉินชางยังหนุ่มยังแน่น
จึงสั่งอาหารสองชุดให้เขาทุกรอบ เก่อฮว่ายได้แต่มอง
อีกอย่าง… อาจารย์เมิ่งซีก็ใจเย็น ตอนผ่าตัด ตัวเองกังวลก็ชอบบอกเธอ
แต่อาจารย์เมิ่งซีก็ไม่ถือสา อย่างมากก็ถลึงตาโหดใส่เขา สังหารทางสายตาเท่านั้น
อย่างไรเสียอาจารย์เมิ่งก็อกโตไร้สมอง หลังผ่าตัดเสร็จเธอก็ลืมแล้ว
กลับพาตัวเองไปหาอะไรกินอย่างร่าเริง
ด้วยเหตุนี้เฉินชางจึงยังคงค่อนข้างประทับใจ
เห็นว่าใกล้จบการศึกษาแล้ว เฉินชางกลับอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย
ทันใดนั้นเฉินชางบังเกิดความคิดหนึ่ง… ไม่งั้น… ย้ายอาจารย์เมิ่งมาดีไหม
นึกถึงตรงนี้ เฉินชางก็คิดว่านี่เป็นวิธีการที่ควรค่าแก่การขบคิด
ย้ายอาจารย์เมิ่งซีมาแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลอันดับสอง
ให้เป็นหัวหน้ารับผิดชอบแผนกศัลยกรรมทรวงอกฉุกเฉินชั้นหนึ่ง
ประการแรกเพราะอาจารย์เมิ่งเชื่อฟัง ประการต่อมาคืออาจารย์เมิ่งเชื่อฟังมาก!
เฉินชางรู้สึกว่าความคิดนี้ไม่เลว
ถึงแม้ตอนนี้อาจารย์เมิ่งยังดูแลแผนกศัลยกรรมทรวงอกขนาดใหญ่ไม่ได้
แต่เจอโรคบ่อยครั้งเข้าก็ไม่มีปัญหาแล้ว เจอเคสยากก็ยังมีตัวเองอยู่ ปัญหาก็ไม่ใหญ่แล้ว
อีกอย่าง ประเด็นสำคัญคืออาจารย์เมิ่งมีความสามารถในการวิจัยสูงมาก!
สิ่งนี้เฉินชางเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ตอนที่ผ่าตัดหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองเมื่อก่อนหน้านี้
อาจารย์เมิ่งสรุปข้อมูลบางส่วนให้เฉินชางฟังไม่ใช่แค่หนึ่งครั้ง
กระทั่งยังส่งบทความวิจัยให้เฉินชางหลายฉบับ
กระทั่งว่าบทความวิจัยและข้อมูลเชิงลึกของหัวหน้าหลี่เป่าซานในช่วงติดตามผล
การบรรยายในงาน AATS ของคนอื่นๆ ก็ขาดความช่วยเหลือของอาจารย์เมิ่งไปไม่ได้
นักเรียนดีเด่นของสถาบันคาโรลินสกาประเทศสวีเดน อาจารย์เมิ่งยังคงมีความสามารถแข็งแกร่ง!
ไม่งั้น… ให้เธอมาเป็นหัวหน้าที่นี่ ถือโอกาสทำวิจัยสักงานเป็นอย่างไร
นึกถึงตรงนี้เฉินชางก็คิดว่าน่าจะทำได้จริงๆ
หลังจากนี้ เมื่ออาจารย์เมิ่งมาอยู่ข้างกายอีกครั้ง
บางครั้งเขาก็จะให้คำแนะนำ (สั่งสอน) แล้วก็ถือโอกาสทำให้ตกตะลึง
ค่าความรู้สึกดีที่มีต่อตัวเองก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย
นี่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการยกระดับเทคนิคศัลยกรรมหัวใจของตัวเองนะ
เฉินชางพลันดีใจในการตัดสินอันยิ่งใหญ่นี้ของตัวเอง