เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1422 คู่ปรับเก่า
ตอนที่ 1422 คู่ปรับเก่า
มหาวิทยาลัยการแพทย์มณฑลตงหยางยังคงอยู่ระหว่างปิดเทอมฤดูร้อน
ฉินเสี้ยวยวนในฐานะอธิการบดีที่เข้ารับตำแหน่งใหม่จึงไม่ยุ่งมากนัก
เหล่าฉินนั่งอยู่ในห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑล
ชงกาแฟขี้ชะมดชั้นดีกาหนึ่งให้คู่ปรับเก่าอย่างถานลี่กั่ว
ยื่นบุหรี่อเมริกาไม่ระบุชื่อมวนหนึ่งให้
ทั้งสองนั่งอยู่ในห้องทำงานกันเช่นนี้
เป็นคู่ปรับที่สู้กันมานานหลายปี พอถึงเวลาที่ต้องแยกจากกันขึ้นมา กลับค่อนข้างอาลัยกันอยู่บ้าง
ถึงขั้นที่ฉินเสี้ยวยวนยอมเอากาแฟขี้ชะมดที่จี้หรูอวิ่นเก็บไว้อย่างดีออกมาชง
ปกติฉินเสี้ยวยวนก็สูบบุหรี่เหมือนกัน แต่ไม่บ่อยนัก
ส่วนใหญ่เป็นตอนออกคลินิกเท่านั้น คนไข้เยอะเกินไป
ช่วงเช้าก็ปาไปร้อยกว่าคนแล้ว ระหว่างที่ตรวจคนไข้อยู่
เวลาออกไปเข้าห้องน้ำก็จะสูบบุหรี่เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าเรียกความกระฉับกระเฉง
ภายในห้องทำงานวันนี้ ทั้งสองนั่งอยู่ท่ามกลางควันสูบบุหรี่พลางจิบกาแฟ พูดคุยกันไป
ถานลี่กั่วมองฉินเสี้ยวยวนแวบหนึ่ง “กาแฟนี้ดีจริงๆ”
ฉินเสี้ยวยวนยิ้ม เอ่ยอย่างใจกว้างมาก “ถ้าชอบจะยกส่วนนี้ให้นายแล้วกัน”
ถานลี่กั่วได้ยินก็อดหัวเราะไม่ได้ “ใจกว้างขนาดนี้เชียวเหรอ”
ฉินเสี้ยวยวนเอ่ยเรียบๆ ว่า “เฮ้อ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่นักนี่!
เฉินชางลูกเขยของฉันน่ะได้ของขวัญจากเพื่อนที่อเมริกาไม่น้อยเลย!
เขาน่ะชอบสร้างเรื่อง ไปเข้าร่วมงานประชุม AATS มา ผลเป็นยังไงนายรู้ไหม
เผลอๆ เกือบจะกวาดรางวัลประจำปีของเขามาแทบเกลี้ยงแล้ว!
ผลสุดท้ายประธานสมาคมรู้สึกละอายใจมาก บอกจะยกตำแหน่งประธานสมาคมให้เฉินชาง
ผลคือเจ้าหนุ่มคนนี้ยุ่งเกินไป ก็เลยเป็นแค่รองประธานสมาคม!”
ฉินเสี้ยวยวนมีความสุขมาก! ตอนนี้เฉินชางคือความภาคภูมิใจของเขา
ผู้อำนวยการฉินที่แต่ก่อนถ่อมตัวมาก กลับกลายเป็นอธิการบดีฉินที่ชอบอวดลูกเขยไปแล้ว
หลังจากถานลี่กั่วได้ฟังก็ตะลึงไปเล็กน้อย ค่อนข้างสะเทือนใจ
“เสี่ยวเฉินเก่งกาจมากจริงๆ เพิ่งจะอายุเท่าไรเอง แต่ก้าวหน้ามาถึงขั้นนี้แล้ว!
แต่ว่า… เกี่ยวอะไรกับกาแฟขี้ชะมดนี่กัน”
ฉินเสี้ยวยวนหัวเราะ “ไม่เกี่ยวหรอก ฉันแค่พูดให้นายฟังเท่านั้น”
ถานลี่กั่วกลอกตาด้วยความหงุดหงิด
เหล่าฉินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แต่จะบอกว่าไม่เกี่ยวก็คงไม่ได้ เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เพราะไปประชุมหรอกเหรอ
ตอนที่พวกเสี่ยวเฉินเตรียมตัวเดินทางกลับ ผลคือขึ้นเครื่องไปแล้ว เครื่องกำลังจะออกแต่ก็ถูกระงับไว้
หลานสาวของผู้วาการรัฐนิวยอร์กป่วยภาวะ TOF แต่กำเนิด จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด
แต่ประธานสมาคมและรองประธานรวมถึงผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นของสมาคม AATS หาวิธีแก้ไขปัญหาไม่ได้
ภายหลังจึงต้องมาเชิญเฉินชางไปลงมือ
โอลด์เคิร์ต ผู้วาการรัฐนิวยอร์กถึงได้ชะลอเที่ยวบินไว้ระยะหนึ่ง จากนั้นก็มาเชิญตัวเฉินชางไปผ่าตัด!
การผ่าตัดประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สุดท้ายโอลด์เคิร์ตก็ให้ลูกชายของเขาเอาเครื่องบินส่วนตัวมาส่ง
แถมยังมอบของขวัญให้กองพะเนินด้วย
จริงสิ ฉันจะบอกเรื่องหนึ่งกับนายไว้ แต่อย่าเอาไปบอกใครนะ
ครอบครัวของโอลด์เคิร์ตบริจาคเงินยี่สิบล้านดอลลาร์ให้กับศูนย์วิจัยการผ่าตัด
โดยที่หัวใจไม่หยุดเต้นของเฉินชาง!”
ถานลี่กั่วมองท่าทางของฉินเสี้ยวยวนที่เล่าน้ำไหลไฟดับอยู่ก็รู้สึกอิจฉา ทว่าเอ่ยอย่างสะท้อนใจ
“แกแก่แล้วนะ! จากนี้ไปคืออนาคตของคนหนุ่มสาวหมดแล้ว
นายดูนายสิ เมื่อก่อนไม่เคยจะโอ้อวดเลย ตอนนี้เอาแต่พูดถึงเฉินชางทั้งวัน”
ฉินเสี้ยวยวนได้ฟังก็จุดบุหรี่มวนหนึ่ง สูดควันเข้าไป “ฟู่… ใช่แล้ว คนรุ่นเราแก่กันหมดแล้ว”
“ใช่สิ พวกเราประจำอยู่ที่นี่มาสิบปีแล้วสินะ ฉันมานายก็มา!”
ถานลี่กั่วหัวเราะ “แล้วใครบอกว่าไม่ใช่ล่ะ! เผลอแป๊บเดียวก็สิบปีแล้ว สู้กันมาสิบปีแล้วด้วย
แต่ว่า ใครจะคิดกันว่าฉันที่ไม่แพ้นายเลย กลับมาแพ้ให้ลูกเขยนายได้!”
พูดมาถึงตรงนี้ ทั้งสองสบตากัน จู่ๆ ก็หัวเราะฮ่าๆ ออกมา
พอพูดเรื่องพวกนี้ออกมา กลับทำให้รู้สึกใกล้ชิดกันขึ้นไม่น้อย
ฉินเสี้ยวยวนก็หัวเราะเช่นกัน “ใช่แล้ว จะว่าไปนายก็เคยขัดขาลูกเขยฉันด้วยนี่”
ถานลี่กั่วอดเอ่ยไม่ได้ “คนอย่างนายนี่นะ เจ้าคิดเจ้าแค้นจริงๆ
อีกอย่างทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ ถ้าหากเฉินชางยังผ่านแม้แต่ด่านของฉันไปไม่ได้
แล้วจะเข้าตานายฉินเสี้ยวยวนได้เหรอ”
ทั้งสองหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ถานลี่กั่วเอ่ยต่อว่า “พูดกันตามตรง ฉันคิดว่าช่วงเวลาที่ได้ทำงานกับนายสบายใจกว่า
ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นฉันคงอึดอัดอยู่นิดหน่อย”
ฉินเสี้ยวยวนได้ฟังประโยคนี้ก็อดถามไม่ได้
“ฉันประเมินไว้แล้วว่าอย่างช้าที่สุดงานทางนี้ก็คงเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกันยายน
ทำไมล่ะ นายได้ข่าวแล้วเหรอ ตอนนี้กำหนดคนหรือยัง”
ถานลี่กั่วพยักหน้ารับ “อืม ได้ข่าวมานิดหน่อย ฉันได้ยินว่าไม่ใช่คนจากตงหยางเรา
อาจจะถูกส่งลงมา บางทีรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยการแพทย์ฉีหยางอาจจะย้ายมาทางนี้”
ฉินเสี้ยวยวนได้ยินประโยคนี้พลันตะลึงไปเล็กน้อย ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “แน่ใจเหรอ”
ถานลี่กั่วส่ายหน้า “ก็ไม่แน่ใจหรอก ถึงยังไงตอนนี้ก็รู้กันหมดแล้ว
โรงพยาบาลอันดับสองประจำมณฑลคือเนื้อติดมัน ใครๆ ก็อยากจะมาใช้เป็นฐานปีนป่ายทั้งนั้น
คนที่คิดจะมาทำงานอย่างจริงจังมีไม่มากเลยจริงๆ”
พอคิดมาถึงตรงนี้ ฉินเสี้ยวยวนถามออกไปทันที “นายวางแผนไว้ยากอย่างไร”
ถานลี่กั่วยิ้มแล้วเอ่ยด้วยแววมุ่งมั่น
“พอถึงเวลายกให้ฉันดูแลเรื่องหลังบ้านของหลานเขยเถอะ ไม่แน่ว่าอาจจะมีโอกาสเคลื่อนไหวได้”
ฉินเสี้ยวยวนเห็นก็ยิ้มออกมา “ตอนค่ำไปบ้านฉันเถอะ เปิดเหล้าดีๆ กันสักขวด!”
ถานลี่กั่วพูดแบบนี้แล้ว ฉินเสี้ยวยวนก็มีความมั่นใจขึ้นมาสามส่วน
เป้าหมายในวันนี้ก็คือเรื่องนี้ เขาหวังว่าหลังจากเขาไปแล้ว ถานลี่กั่วจะช่วยสนับสนุนเฉินชางสักหน่อย
ถึงยังไงผู้ว่าการมณฑลก็ยังสู้นายอำเภอท้องที่ไม่ได้
เรื่องน้อยใหญ่ในโรงพยาบาลยังคงขึ้นอยู่กับผู้อำนวยการโรงพยาบาล
เฉินชางมีความสามารถ คนทั่วไปย่อมรังแกไม่ได้
แต่อีกฝ่ายเป็นผู้อำนวยการก็คงมีแผนการของตัวเอง ไม่มีทางยอมคุณไปทุกเรื่องแน่
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ พอเกี่ยวข้องกับเรื่องอำนาจชื่อเสียงเหล่านี้แล้ว จะต้องมีเรื่องยุ่งยากแน่นอน
โลกนี้อยู่ในความเป็นจริงมาก ไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น
แต่ว่า ถ้ามีถานลี่กั่วคอยช่วยเหลือ ฉินเสี้ยวยวนก็วางใจได้แล้ว
เวลานี้ โทรศัพท์ดังขึ้นมา
“อธิการบดีฉิน เรื่องสอบอภิปรายของเฉินชางตอนนี้เจอปัญหานิดหน่อย”
เมื่อฉินเสี้ยวยวนรับสายแล้วได้ยินชื่อเรียกก็ทราบทันทีว่าเป็นเรื่องทางมหาวิทยาลัย
“ปัญหาอะไร”
กวนเหวย ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงานบัณฑิตวิทยาลัย อดกล่าวไม่ได้
“สถานที่ของทางเราอาจใช้ไม่ได้แล้วครับ ต้องเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่ใหญ่ขึ้น!”
ฉินเสี้ยวยวนได้ยินก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง
“แค่การสอบอภิปรายของคนคนเดียว จะใช้สถานที่ใหญ่โตขนาดนั้นไปทำไม”
กวนเหวยก็ค่อนข้างอับจนหนทาง
หลายวันมานี้มีผู้เชี่ยวชาญในมณฑลที่ต้องการลงทะเบียนเข้าร่วมการสอบอภิปรายไม่น้อย
อีกอย่างวันนี้กวนเหวยยังได้รับสายเรียกเข้ามากมายหลายต่อหลายครั้ง
เมื่อผู้เชี่ยวชาญมากมายทั่วประเทศทราบถึงการสอบอภิปรายจบการศึกษาของเฉินชาง
ก็ล้วนแสดงความประสงค์จะขอเข้าฟัง
เดิมทีระหว่างมหาวิทยาลัยก็มีการให้ความร่วมมือกันมาตลอด
ถึงขั้นที่มีหลายสถานศึกษาอยากจะให้ผู้เชี่ยวชาญมาเข้าศึกษาด้วย
กวนเหวยก็ไม่สะดวกจะปฏิเสธเช่นกัน ทำได้เพียงให้ฉินเสี้ยวยวนตัดสินใจ
แต่ว่า พอกวนเหวยคำนึงถึงฉินเสี้ยวยวนที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง จึงแจกแจงเรื่องนี้ให้ฟัง
“อธิการบดีฉิน เรื่องเป็นแบบนี้ครับ ทางมหาวิทยาลัยของพวกเรารักษาสายสัมพันธ์
และความร่วมมือกับมหาลัยอีกมากมายมาตลอด
วิทยานิพนธ์แบบไม่ลงนามของทางเราก็ถูกส่งไปให้มหาวิทยาลัยเหล่านี้แบบไม่แจ้งชื่อด้วย
ระหว่างศาสตราจารย์และผู้เชี่ยวชาญก็มีการเชื้อเชิญกันและกันอยู่
ตอนนี้ทุกคนเป็นฝ่ายมาขอเข้าร่วมการสอบอภิปรายวิทยานิพนธ์เพื่อจบการศึกษาของเฉินชาง
ทางเราก็ไม่สะดวกจะปฏิเสธเช่นกันครับ!”