เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1444 คุณแจ้ง คุณตัดสิน!
บทที่ 1444 คุณแจ้ง คุณตัดสิน!
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบประสาทที่สุดในที่นี้น่าจะมีแค่เซวียเจิ้งเริ่นแล้ว!
เขาในเวลานี้ขมวดคิ้ว แน่นครุ่นคิดถึงคำพูดของเฉินชาง
เหมือนจะนึกถึงอะไรบางอย่าง แต่ก็เหมือนคว้าเบาะแสเสี้ยวนั้นไม่ได้สักที!
อย่างไรเสียแผนกประสาทวิทยากับแผนกศัลยกรรมประสาทก็แตกต่างกัน
ถ้าแพทย์แผนกศัลยกรรมประสาทเก่งกว่าแพทย์แผนกประสาทวิทยา
คุณจะให้คนเข้าทำอะไรละ ความซับซ้อนของระบบประสาท
กำหนดให้มีความยากในการวินิจฉัยสูง!
ระดับความยากในการผ่าตัดของแผนกศัลยกรรมประสาทไม่มีแผนกไหนเทียบติด!
บางทีคนมากมายยังไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างอายุรศาสตร์กับศัลยกรรม
พูดแบบชัดเจนหน่อย ในการรักษาทางการแพทย์
ความแตกต่างของอายุรศาสตร์กับศัลยกรรมก็คือต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือไม่
สิ่งที่แพทย์ศัลยกรรมแสวงหาเป็นหลักทั้งชีวิตก็คือการฝึกทักษะมีดให้เก่ง
ทำการผ่าตัดที่คนอื่นไม่ถนัดได้ดี!
แต่จุดสูงสุดของอายุรศาสตร์ก็คือเทพเจ้าที่แค่มองก็รู้
ฝึกฝนดวงตาเฉียบคมคู่หนึ่ง หาเบาะแสเสมือนคลี่คลายปม
ในโรคภัยที่ซับซ้อน จากนั้นก็วินิจฉัยและวางแผนการรักษาให้สำเร็จ!
มีคนพูดว่า ขอบเขตที่สูงที่สุดของแพทย์ศัลยกรรมก็คือการเป็นแพทย์อายุรศาสตร์!
สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวินิจฉัยและการรักษาแบบอนุรักษนิยม!
ตอนที่ทุกคนสงสัยและไม่เข้าใจ ในที่สุดเฉินซางก็เอ่ยปากพูด
“ผมเคยเห็นสภาพเริ่มแรกของคุณซีดิสมาก่อน นั่นเป็นสภาพโคม่าก็จริง”
“แต่…วันนี้ตอนราวน์วอร์ดเมื่อเช้า ผมค้นพบความผิดปกติหนึ่งอย่าง”
“เพราะผมพบว่าสถานการณ์ของเขาเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย!”
“แล้วก็อย่างที่ศาสตราจารย์พูดเมื่อกี้ จู่ๆ คนไข้ก็ลืมตา”
“นี่เป็นเบาะแสที่ทำให้ผมมั่นใจว่า ความจริงการลืมตานี้…”
“เป็นอาการของวงจรการหลับตื่น!”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนพากันลุกพรวดขึ้นมา!
“วงจรการหลับตื่นหรือ!” “อย่างนี้นี่เอง!”
ชั่วขณะนั้น คนมากมายพลันเข้าใจแล้วว่าสถานการณ์เป็นยังไงกันแน่
คนปกติล้วนมีวงจรการหลับตื่น!
กระทั่งว่าเป็นหนึ่งในจังหวะดั้งเดิมภายในร่างกายคนที่เรียกว่านาฬิกาชีวภาพ
แต่โคม่าคืออะไร? โคม่าเป็นสภาพที่ไม่มั่นคง สัญญาณชีพขาดความเสถียร
เป็นภาวะอันตรายของโรค! ภายใต้ภาวะนี้จะไม่มีวงจรการหลับตื่น
คนไข้โคม่าจะอยู่ในสภาพหลับตา!
ดังนั้นภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ถึงแม้ซีดิสลืมตา แต่ไร้การตอบสนองต่อสิ่งเร้า
ไม่พูดจา ไม่เคลื่อนไหว ไร้อารมณ์! นี่ไม่ใช่เรื่องดีอะไร!
เฉินชางพูดต่อ “นี่หมายความว่า คนไข้มีอาการที่เรียกว่าสภาพผักเรื้อรัง!”
“สภาพผักเรื้อรังแตกต่างจากสภาพผักธรรมดา”
“แต่กลับแสดงออกคล้ายคลึงกับโคม่า ถึงขั้นว่าถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโคม่าได้ง่ายมาก!”
“อีกทั้งผู้ป่วยที่ตอนแรกอยู่ในสภาพโคม่า หลังผ่านระยะเวลาที่แตกต่างกัน”
“จะค่อยๆ พัฒนาเป็นสภาพนี้”
“ฉะนั้นเมื่อไรที่คนไข้มีวงจรการหลับตื่น ก็ไม่มีอาการโคม่าที่แท้จริงแล้ว”
“แต่เป็นการเข้าสู่สภาพผักเรื้อรัง!”
เฉินชางอธิบายชัดเจน หลังได้ยินคำว่าสภาพผักเรื้อรัง
ทุกคนก็พลันเข้าใจว่าเฉินชางถอนหายใจทำไม!
แต่ตราบใดที่เข้าใกล้สภาพผัก จะมีกี่วิธีที่รักษาได้กัน?!
อาการโคม่าปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ได้แล้วทำการกู้ชีพได้
แต่เมื่อไรที่เข้าสู่สภาพผักเรื้อรัง กลับจะมีความยากสูงขึ้นมาก!
มิหนำซ้ำนี่ก็สอดคล้องกับอาการป่วยของคนไข้!
โดยทั่วไปในสาเหตุของสภาพผักเรื้อรัง การได้รับบาดเจ็บเฉียบพลัน
เป็นสาเหตุที่พบเห็นบ่อยที่สุด นี่สอดคล้องกับการวินิจฉัยอาการป่วยของคนไข้!
หลังอาบาเต้ได้ยินแบบนั้นก็ค่อยๆ เข้าใจสถานการณ์ขึ้นมา
ถึงแม้เขาไม่ค่อยเข้าใจว่าอะไรคือสภาพผักเรื้อรัง
แตมองสีหน้าของทุกคน เขาก็ตระหนักได้ว่าสถานการณ์น่าจะค่อนข้างอันตราย!
“ศาสตราจารย์เฉิน สภาพผักเรื้อรัง…เป็นแบบไหน ควรรักษาอย่างไรเหรอครับ”
เฉินชางบอก “สถานการณ์นี้หาได้ยาก มีอัตราการเกิดโรคแค่สี่เปอร์เซ็นต์ครับ”
“แต่ว่า…ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาสภาพผักเรื้อรังที่มีประสิทธิภาพ”
“หลักๆ ยังคงเป็นการรักษาต้นตอของโรค! และต้นตอของโรคก็เป็นเบาะแสที่หายยากที่สุด”
พูดถึงตรงนี้ เฉินซางก็ไม่ได้โจมตีต่อ แต่พูดว่า
“แต่ก็ไม่ใช่ว่าไร้ความหวัง มีวารสารที่รายงานว่าคนไข้ฟื้นขึ้นมาอยู่เหมือนกัน”
“สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ยังคงเป็นการตามหาว่าต้นตอของโรคอยู่ที่ไหน”
“ในเมื่อเกิดขึ้นจากบาดแผลภายนอก ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกเรา”
“ก็คือการตามหาเบาะแสที่สำคัญให้ได้”
หลังอาบาเต้ฟังจบก็ดีใจขึ้นมาทันที หลังเขาเรียกเฉินชางออกมาคนเดียว
ก็พูดกับเขาอย่างจริงจัง “ศาสตราจารย์เฉิน รัฐมนตรีช่วยซีดิสเป็นคนสำคัญมาก”
“เรืองนี้ต้องไหว้วานคุณแล้ว!”
เฉินชางพยักหน้า “วางใจได้ครับ ท่านรองประธานาธิบดี ผมจะช่วยสุดความสามารถ!”
เฉินชางกลับมาถึงห้องผู้ป่วยก็มองทุกคนแล้วเริ่มหารือและวินิจฉัยเคสที่ยากทันที!
“ตอนนี้ความหวังในการรอดชีวิตของคุณซีดิสอยู่ที่ต้นตอของโรค”
“หลังได้รับบาดเจ็บภายนอก พวกเราควรหาอาการที่เกิดจากพยาธิสภาพ”
“แล้วก็ต้องหาต้นตอโรค…ตอนนี้เตรียมรีเช็ก CT กะโหลกกับ MRI”
“แล้วก็ตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง”
เซวียเจิ้งเริ่นยืนอยู่ตรงนั้น มองเฉินชางยืนอยู่ข้างบนแจกแจงงานสำคัญก็สะท้อนใจ
เขานึกไมถึงว่าเฉินชางจะมีความสามารถในการวินิจฉัยด้านประสาทวิทยาแข็งแกร่งขนาดนี้
กระทั่งว่า…เซวียเจิ้งเริ่นยังรู้สึกว่าเฉินชางเหนือกว่าตัวเอง!
นึกถึงตรงนี้ เขาก็ถึงขั้นค่อนข้างหวาดกลัว!
กลัวว่าอีกไมกี่วันเฉินชางจะก้าวข้ามตัวเองไป… นี่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้!
ในฐานะแพทย์ศัลยกรรมประสาท เซวียเจิ้งเริ่นรู้ดีว่า
แพทย์ที่มีพื้นฐานประสาทวิทยาแข็งแกร่งจะพัฒนาได้รวดเร็วในเส้นทางนี้!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝ่ายตรงข้ามยังมาจากแผนกศัลยกรรม
เป็นแพทย์ศัลยกรรมที่แข็งแกร่งมีพรสวรรค์
ไม่นานเฉินชางก็วางแผนต่างๆ เสร็จ
สิ่งที่จำเป็นในตอนนี้ยังคงเป็นตามหาต้นตอโรคของผู้ป่วยแล้วแก้ไขสุดความสามารถ
ผู้ป่วยสภาพผักเรื้อรังจะไม่เสียชีวิตในช่วงเวลาสั้นๆ
ช่วงที่รอผลตรวจของซีดิส เขาย่อมอยู่นิ่งเฉยไม่ได้
ได้ผู้บริจาคตับของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอีกคนมาแล้ว!
ต่อหน้าพลังของประเทศ มีแหลงบริจาคร่างกายมากมาย!
เฉินชางตัดสินใจผ่าตัดปลูกถ่ายตับ
หลังโจวหงกวงเห็นเฉินชาง เขาก็ยกตำแหน่งแพทย์ผู้นำทีมให้ด้วยตัวเอง
ตอนนี้การผ่าตัดปลูกถ่ายตับของเฉินชางอยู่ในระดับปรมาจารย์
อีกแค่การผ่าตัดเดียวก็จะทำภารกิจปลูกถ่ายตับสำเร็จพร้อมกับทะลวงสู่ระดับสมบูรณ์
แพทย์ปากีสถานที่โดยรอบมองเฉินชางเข้าไปในห้องผ่าตัดปลูกถ่าย ก็พากันถกขึ้นมา
“ศาสตราจารย์เฉินชางอยู่แผนกไหนกันแน่?”
“แผนกศัลยกรรมทรวงอกละมั้ง! อย่างไรเสียศาสตราจารย์เฉินชางก็เพิ่งเข้าร่วมประชุม AATS”
“ไม่ใช่ แผนกทางเดินอาหารต่างหาก ฉันเพิ่งหาข้อมูลมาเมื่อกี้”
“ศาสตราจารย์เฉินชางเป็นประธานสมาคมศัลยกรรมทางเดินอาหารระดับโลก”
“แต่…ทำไมเขาเก่งด้านระบบประสาทขนาดนี้ละ?”
“เพราะเขาคือศาสตราจารย์เฉินไง!” แฟนคลับตัวน้อยของเฉินชาง ซุยก้าบอก
คำตอบนี่ทำให้ทุกคนหาที่ติไม่เจอ!
ตอนที่ผ่าตัดปลูกถ่ายตับ เฉินชางพูดกับหัวหน้าพยาบาล
“ตั้งวิดีโอคอลกับศาสตราจารย์หวังทง!”
หัวหน้าพยาบาลพยักหน้าอย่างมึนงง!
ผู้อำนวยการซีบร้าไม่มีความเห็นอะไร
เอาเป็นว่า คุณพูดอะไรก็ตามนั้นเถอะ คุณเจ๋ง คุณตัดสินใจ!