เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1443 เสียงถอนหายใจของเฉินชาง!
บทที่ 1443 เสียงถอนหายใจของเฉินชาง!
เฉินชางหน้าแดงเพราะคำพูดของผู้อำนวยการซีบร้า
เขารู้สึกว่าตัวเองยังค่อนข้างหนังหน้าหนา ก็เหมือนอย่างที่หลี่เยว่ว่า
ถ้าตัวเองมีพัดลมไฟฟ้าเหมือนเหล่าหม่าระบายความร้อนเร็วละก็
ก็ไม่ถึงขั้นหน้าแดงแล้ว!
อย่างไรเสีย…เฉินชางก็ไม่เคยเห็นเหล่าหม่าหน้าแดงมาก่อน!
ตอนประมาณเก้าโมงเช้า ทุกคนในทีมช่วยเหลือก็ทยอยกันเข้ามา
ภารกิจในวันนี้ก็ไม่ง่ายแม้แต่น้อย
เทียบกับช่วยเหลือคนป่วยหนักขั้นวิกฤติ วันนี้น่าจะจัดเป็น
การหารือถึงโรคที่ซับซ้อนเข้าใจยาก
จนถึงตอนนี้ยังมีผู้ป่วยอีกสิบแปดคนที่ต้องผ่าตัด
คนที่อยู่ในระยะวิกฤตยังไม่พ้นขีดอันตรายก็มีอยู่หลายคน
คนที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ยังไม่ได้สติ
นี่ก็คือบุคคลสำคัญที่ต้องช่วยเหลือในครั้งนี้
หลังพวกเขามาถึง เห็นเฉินชางยืนเหงื่อแตกเต็มหน้าอยู่ตรงนั้นก็ตกตะลึงแล้ว
“อาจารย์เฉิน ทำไมคุณถึง…มาเร็วขนาดนี้ละ” หวังทงถามขึ้นมาก่อน
เฉินชางยิ้มบอก “ไม่มีอะไร ผมเพิ่งมาครับ!”
เห็นสารคัดหลั่งเป็นชุดบนเสื้อกาวน์ของเฉินชาง ทุกคนเชื่อก็แปลกแล้ว
นึกถึงตรงนี้ ทุกคนถอนหายใจเบาๆ
อาจารย์เฉินชางเปี่ยมทั้งความสามารถและคุณธรรม!
แม้แต่เซวียเจิ้งเริ่นก็ส่ายหน้า เทียบกับเฉินชาง
ลูกชายของตัวเองเซวียตงยังห่างไกลหลายปีแสง
ไม่พูดถึงว่าเทคนิคเป็นอย่างไร ลำพังแค่ด้านจรรยาบรรณแพทย์
เขาก็เหนือกว่าใครหลายคนแล้ว
บรรดาแพทย์กะกลางคืนที่อยู่ในที่นั้นก็อดส่ายหน้าไม่ได้
มองเฉินชางแวบหนึ่ง ไม่ได้พูดจา
ซีบร้ารีบพูดกับพยาบาล “ไปหาหัวหน้าพยาบาลให้ไปหยิบเสื้อกาวน์ตัวใหม่มาให้”
“ศาสตราจารย์เฉิน” พยาบาลรีบพยักหน้า
ตอนเช้าไปราวน์วอร์ดก่อน
ทุกคนล้วนเป็นห่วงว่าคนไข้ที่เพิ่งผ่าตัดเสร็จเมื่อวาน
วันนี้มีอาการอย่างไรบ้าง
บางครั้งการราวน์วอร์ดก็เป็นการตรวจสอบกระบวนการที่ทํามา
ความจริงเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
หลังผ่าตัดวันแรก หากอาการดีขึ้นก็มีโอกาสฟื้นฟูสูงมาก
แต่ระหว่างทางราวน์วอร์ด
เฉินชางยืนอยู่หน้าสุด ซีบร้าเดินตามติดอยู่ด้านหลัง
ส่วนทีมหัวหน้าของเมืองหลวงปากีสถานกับทีมแพทย์จีนที่มาช่วยเหลือ
ตามอยู่ด้านหลัง คนสิบกว่าคนเดินอยู่บนทางเดิน
พริบตานั้นแผ่ความน่าเกรงขามออกมา!
ทว่า… กลับไม่ดูแปลกตาแม้แต่น้อย!
เฉินชางแผ่กลิ่นอายแบบนี้ออกมาจากกายโดยไม่รู้ตัว
แต่เหล่าหม่าอดกระเถิบถอยหลังไม่ได้ นึกอยากซุกหน้าตัวเองขึ้นมา
น่าเสียดายที่ในที่นั้นไม่มีใครที่ตัวสูงกว่าเขาเลยสักคนเดียว!
เหล่าหม่ายอมแพ้แล้ว ต้องพึงรู้ว่า
ราวน์วอร์ดกับเฉินชางเป็นเรื่องจนปัญญาที่สุดแล้ว…
“หมาเยว่ฮุย อ่านผลแล็บให้ผมฟังหน่อยครับ!”
เหล่าหม่าหน้าเปลี่ยนสี แทบอยากอาละวาด
เขารู้วาเฉินชางต้องทำแบบนี้
การอ่านนี้ไม่ใช่การอ่านออกเสียง แต่เป็นการถอดความ
แต่เหล่าหม่ามองเฉินชางด้วยความสงสัย ทำไมวันนี้เขาอ่อนโยนกับตัวเองจัง
แค่ให้ถอดความผลแล็บหรือ?
เหล่าหม่าวิเคราะห์หนึ่งรอบอย่างชำนาญ
เฉินชางอืมหนึ่งคำ “อืม ไม่เลว ทำตามแผนการรักษาเดิม คนไข้คนถัดไป”
เหล่าหม่าพลันรู้สึกเหมือนไม่ใชความจริง แค่…คำถามง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ
มองเฉินชางเริ่มเปลี่ยนคนถาม เหล่าหม่าก็ประหลาดใจที่ได้รับความรักโดยไม่คาดฝัน!
ดูเหมือนว่า…ถึงแม้เฉินชางจะทำตัวหมาไปหน่อย
แต่ต่อหน้าคนนอกเขายังคงไว้หน้าตัวเอง!
นึกถึงตรงนี้ เหล่าหม่าก็มองเฉินชางด้วยสายตาอ่อนโยนลงมาก
ความจริง…เฉินชางก็ไม่เลว กลับไปเขาต้องดีกับอีกฝ่ายสักหน่อยแล้ว
อวี่หย่งกังยืนอยู่ด้านหลัง เห็นอาการนี้ของหมาเยว่ฮุยก็ถอนหายใจทันที
เจ้าหมอนี่ถูกเฉินชางทรมานจนสงสัยในชีวิตแล้ว
จู่ๆ พอดีขึ้นหน่อยก็กระทั่งยินดีในใจ
นี่มัน…สตอกโฮล์มชินโดรม [1] หรือ?
คนไข้สิบกว่าคน ยังมีคนไข้เตรียมผ่าตัดอีกสิบแปดคน
หลังเฉินชางราวน์วอร์ดจบก็เป็นเวลาเที่ยงแล้ว
หลังข้าวกล่องมาส่ง ทุกคนก็พักผ่อนกินข้าวกันเล็กน้อย
เวลานี้อาบาเต๋กับเฉิงกั่วเท่าก็มาถึง
“ศาสตราจารย์เฉิน สถานการณ์ของซีดิสเป็นอย่างไรบ้างครับ”
“อีกไม่นานจะฟื้นขึ้นมาไหม” อาบาเต๋ถามอย่างระมัดระวัง
ในฐานะรองประธานาธิบดีของปากีสถาน อาบาเต๋ไม่เย่อหยิ่งต่อหน้าเฉินชางเลย
ยิ่งตอนที่ซีบร้าเล่าเรื่องของศาสตราจารย์เฉินให้เขาฟังวันนี้
อาบาเต๋ก็ถอนใจชื่นชมจากใจจริง กระทั่งว่ายังอับอายเล็กน้อย
ซีดิสเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตอนนี้ยังโคม่า
เฉินชางยังไม่ทันพูดอะไร หัวหน้าของห้องไอซียูก็รีบเข้ามาหา
“ท่านรองประธานาธิบดี ผู้อำนวยการ! ข่าวดีครับ!”
“เมื่อกี้คุณซีดิสลืมตาขึ้นมาแล้ว!”
ทันทีที่พูดออกไป คนรอบข้างก็ยินดีขึ้นมาทันที
โคม่ามาเกือบสองวัน วันนี้พลันลืมตาขึ้นมา นี่เหมือนเป็นเรื่องดีสำหรับทุกคน
“ค่อยยังชั่ว! มีความหวังยิ่งขึ้นแล้ว!” อาบาเต๋พูดอย่างดีใจ
“ฉันจะไปบอกข่าวนี้กับท่านประธาน!”
และตอนที่ทุกคนเริ่มฉลองดีใจ คิดว่าการรักษาได้ผล
เฉินชางพลันถอนหายใจออกมา
เสียงถอนหายใจนี้ดังกะทันหัน ทำให้บรรยากาศที่เดิมทีชื่นมื่น
ในห้องทำงานเย็นยะเยือกลงในพริบตา!
ทุกคนหันไปมอง พบว่ากลับเป็นเฉินชางที่กำลังถอนหายใจ!
ถ้าเสียงถอนหายใจนี้ดังมาจากคนอื่น พวกอาบาเต๋คงคิดว่านี่คือสายลับ!
ไม่แน่ว่าคงเรียกทหารเข้ามากักตัวเฉินชาง
อย่างไรเสียวีรบุรุษแห่งชาติของพวกเขาอุตส่าห์ได้สติขึ้นมา
คุณถึงกับถอนหายใจ นี่คือกำลังผิดหวังงั้นหรือ?
แต่ทุกคนรู้ว่า ศาสตราจารย์เฉินชางยุ่งตัวเป็นเกลียวเพื่อช่วยเหลือคนไข้
เขาไม่มีทางเป็นสายลับแน่นอน
งั้นปัญหาก็มาแล้ว เฉินชางถอนหายใจทำไม?
เหล่าหม่าเห็นดังนั้นก็รีบขยิบตาให้เฉินชาง
เจ้าเด็กนี่บ้าไปแล้วหรือ?
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเขาฟื้นขึ้นมาแล้ว
คุณจะถอนหายใจเพื่อ? นี่ไม่ใช่ประเทศของพวกเรานะ!
ชั่วขณะนั้นทุกคนจ้องเฉินชางด้วยสีหน้าซับซ้อน
“ศาสตราจารย์เฉิน หรือว่า…มีอะไรผิดปกติเหรอครับ” ซีบร้าถาม
เฉินชางลุกขึ้นเดินมาข้างหน้า เผชิญหน้ากับทุกคนอย่างไม่ขลาดกลัว
ตรงกันข้าม เขาจ้องหัวหน้าห้องไอซียูด้วยสายตาซึ้งขัง
“คุณซีดิสลืมตาขึ้นเพราะถูกกระตุ้นจากภายนอกหรือเปล่าครับ?”
“แต่เขาพูดไม่ได้ ไม่เชื่อฟังคำสั่ง ถึงขั้นว่าไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าใดๆ”
คำถามเป็นพรวนของเฉินชางทำหัวหน้าห้องไอซียูกลัวแล้ว
“ใช่…ใช่ครับ…ศาสตราจารย์เฉินชางรู้ได้อย่างไรกัน?”
หลังทุกคนได้ยินก็ตกตะลึงทันที พวกเขาสงสัยมากว่าเฉินชางรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง
หรือว่าศาสตราจารย์เฉินมีความสามารถทำนายอนาคตด้วยหรือ
ถึงคาดเดาได้ทั้งหมด!
ได้ยินหัวหน้าห้องไอซียูยืนยัน เฉินชางก็ยิ่งแน่ใจในความคิดของตัวเอง
เขาส่ายหน้าถอนหายใจ พูดอย่างเสียใจอยู่บ้าง
“คุณซีดิสลืมตาไม่ใช่เรื่องดีอะไร ถึงขั้นพูดได้ว่าเป็นเรื่องร้ายครับ!”
ได้ยินประโยคนี้ของเฉินชาง ทุกคนพลันตกตะลึง
การฟื้นฉับพลันจะเป็นข่าวร้ายได้อย่างไร?
[1] สตอกโฮล์มซินโดรม (Stockholm Syndrome) คือภาวะที่ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกอันดีต่อผู้ที่ทำร้ายหรือกดขี่ตนเอง