เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1474 ยาเชื่อฟัง (ต้น)
เดือนสิงหาคมผ่านไป อากาศก็ทำตัวดีขึ้น ไม่ร้อนผิดมนุษยธรรมขนาดนั้นแล้ว และก็ไม่แผดเผาชวนหมดอาลัยตายอยาก
คนที่โดดเด่นสองคนเดินออกมาจากสนามบิน ฉินเยว่ยิ้มพูด
“ถ้าครั้งนี้คุณพังรถโรลส์-รอยซ์ชาวบ้านอีก พวกเราไม่มีเงินชดใช้แล้วจริงๆ นะ!”
เฉินซางยิ้มแหย
“ไม่พังแล้วๆ! ที่รัก คุณดูแลผิวยังไงเนี่ย ไม่ดำแดดเลย! คุณดูสิ ตอนนี้ผมเหมือนกับกูเทียนเลอ [1] แล้วเนี่ย!”
ฉินเยว่พูดอย่างดีใจ
“คุณไม่รู้ว่าสีขาวสะท้อนแสงหรือ เพราะงั้นเลยไม่ดูดซับแสงไงล่ะ!”
เฉินซางกลอกตา
“เอาล่ะ บอกมาตามตรง คุณเกี่ยวข้องอะไรกับผีดูดเลือด”
ฉินเยว่มองเฉินซางอย่างพราวเสน่ห์
“ฉันไม่ดูดเลือด ฉันดูด…ของที่มีค่ามากกว่าเลือดสิบเท่า!”
เฉินซางเกือบกระอักเลือด! ช่วงนี้เฉินซางทุ่มให้กับการพัฒนาเฉินซาง 2.0 มาโดยตลอด ทว่า… ดูเหมือนว่าปัญหาความเข้ากันได้ของระบบอาจยังต้องปรับปรุงอีกสักหน่อย
ยิ่งไปกว่านั้น เฉินซางครุ่นคิดถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมา นั่นก็คือระบบของตัวเองก็กำลังพัฒนาเป็นระบบ 2.0 เช่นกัน! ตอนนี้เฉินซางพลันกังวลขึ้นมา หลังลูกเกิดมา จะมีระบบติดตัวด้วยหรือเปล่า
ออกมาจากสนามบิน พบว่าข้างสนามบินมีศาลาพักผ่อนหย่อนใจเพิ่มขึ้นมาหลังหนึ่ง มันแขวนป้ายประกาศว่า
[อย่าให้ลูกของคุณรออยู่ในรถ! โปรดจำไว้ว่า: ออกจากรถต้องพกบัตรประจำตัว โทรศัพท์ เด็ก กุญแจ และกระเป๋าเงินติดตัว!]
ทันทีที่เฉินซางเห็นประโยคนั้น เขาก็ระเบิดหัวเราะ
“เห็นนั่นไหม คุณงามความดีของผม!”
ฉินเยว่กลอกตา มองตำรวจเสริมที่ลาดตระเวนอยู่โดยรอบ
“เห็นนั่นไหม ตำรวจที่ลาดตระเวนใต้แสงอาทิตย์…เขาลำบากขนาดนี้ ก็เป็นเพราะคุณงามความดีของคุณ!”
เฉินซางเรียกแท็กซี่คันหนึ่ง ขนสัมภาระเข้าไป หลังขึ้นรถ เฉินซางก็พูดทันที
“คนขับ ไปเขตที่อยู่อาศัยวอเตอร์ซิตี้!”
คนขับพยักหน้า
“รับทราบ!”
เฉินซางยิ้มพูดกับฉินเยว่
“ถึงบ้านแล้วผมจะให้ของขวัญคุณ!”
ทันทีที่ฉินเยว่ได้ยินก็ยิ้มขึ้นมา
“ของขวัญอะไรหรือ ตอนนี้คุณยังมีเงินซื้อของขวัญหรือไง”
เฉินซางยิ้มเฝื่อน ฉินเยว่เห็นดังนั้นก็ตบไหล่ของเฉินซาง
“ไม่ต้องกลัว ฉันเลี้ยงคุณเอง! คุณแค่ทำตัวเป็นหนุ่มบ่างานเงียบขรึมก็พอ สะสม ‘พลังงาน’ เอาไว้ รับหน้าที่เป็นดอกไม้งามก็พอ!”
เฉินซางกับฉินเยว่จัดงานแต่งเสร็จก็กลับบ้าน พวกเขายังมีเวลาเหลือเฟือ เลยไปฮันนีมูนกันหนึ่งเดือนเสียเลย ผลลัพธ์ไม่เลว! อย่างน้อยความสัมพันธ์ของทั้งสองก็หวานชื่นขึ้นมา
แต่ครั้งนี้พวกเขาไปออกซ์ฟอร์ดเชียร์กันหนึ่งรอบ ไปพูดคุยกับครอฟต์ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด แล้วก็ไปเยี่ยมสถาบันวิจัย เฉินซางใส่ใจในการวิจัยสารละลายกอบกู้การทำงานของหัวใจมาก ครอฟต์ก็คาดหวังยิ่งกว่า
เมื่อไรที่สารละลายกอบกู้การทำงานของหัวใจสำเร็จ ก็จะลดอัตราการเสียชีวิตในการผ่าตัดศัลยกรรมทรวงอกลงได้ ทว่า… เฉินซางเก็บเงินไว้ไม่อยู่แล้ว เขาลงทุนในโครงการวิจัยใหญ่ครั้ง จากนั้นเฉินซางก็ถือโอกาสเป็นผู้ลงทุนในการประดิษฐ์คิดค้นครั้งนี้ แล้วก็เป็นผู้ครอบครองสิทธิบัตร การวิจัยต้องใช้เงิน
เวลานี้เฉินซางจึงรู้ซึ้งอย่างแท้จริงว่า ในการทดลองทางคลินิกของหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองเมื่อคราวนั้น ต่อให้โรงพยาบาลเสนอสถานที่และบุคคลมีความสามารถต่างๆ แต่ก็ยังต้องลงทุนสูงถึงร้อยสามสิบล้านหยวน
สารละลายกู้การทำงานของหัวใจกลายเป็นเงินแต่งภรรยาของเฉินซาง ไม่สิ พูดให้ถูกคือ กลายเป็นเงินแต่งภรรยาของเฉินซาง 2.0! อย่างไรเสียเฉินซางในตอนนี้ก็มีภรรยาแล้ว! ชายมีภรรยาแล้ว จะต้องการเงินไปทำไม
ลุงคนขับรถยิ้มมองพวกเฉินซาง
“ทั้งสองคนเพิ่งแต่งงานกันสินะ ไปฮันนีมูนกันมาหรือ”
เฉินซางยิ้มบอก
“อืม ใช่ครับ”
คนขับรถหัวเราะ
“ไอ้หนุ่ม น่าจะต้องพยายามหน่อยนะ ภรรยาคุณสวยขนาดนี้ ยังจะให้เขาเลี้ยงคุณ นี่…นี่…ทำได้ไงนะ คุณสอนผมหน่อยสิ!”
เดิมทีแค่พูดคุยเล่นกัน นึกไม่ถึงว่าลุงคนขับรถกลับเปลี่ยนจากละอายกลายเป็นกล้า คิดว่าชาตินี้ตัวเองเดินเส้นทางนี้ก็ไม่เลว!
เฉินซางกระแอมไอ
“คุณลุง ผู้หญิงสมัยนี้ยึดครองครึ่งท้องฟ้าได้นะครับ! ผู้ชายอย่างพวกเราหาเงินเลี้ยงตัวเองก็พอ ถึงตอนนั้น…ใช่ไหมล่ะ ทุกอย่างจะสมเหตุสมผล!”
ลุงคนขับหัวเราะหึๆ
“ไอ้หนุ่มนี่ชั่วจริงๆ ผมเชื่อคุณก็บ้าแล้ว!”
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะสงบสุขก็ดังขึ้นมาในรถ คนขับรถในเมืองหลวงยังค่อนข้างชอบคุย เวลายังผ่านไปเร็วพอสมควร แต่เวลานี้พลันมีเสียงดังขึ้นมาจากในวิทยุ
“ขอให้สหายผู้ชมทุกท่านยกระดับความระมัดระวัง อย่ารับบุหรี่จากคนแปลกหน้า อย่าดื่มเหล้าที่คนแปลกหน้าส่งมา ตอนนี้มียาเชื่อฟัง ยาวานอนสอนง่าย…โผล่ขึ้นมาเยอะมาก คุณต้องปกป้องตัวเองให้ดีๆ พร้อมกับแจ้งตำรวจโดยเร็วที่สุด”
หลังคนขับรถได้ยินก็อดพูดไม่ได้
“ไอ้หยา โลกวุ่นวายไปแล้วจริงๆ ไม่เข้าใจชีวิตคนหนุ่มสาวเลย หญิงสาวอยู่ข้างนอกคนเดียวต้องระวังความปลอดภัย! ก่อนหน้านี้ยังบอกว่าคนขับรถในแอปตีดี้ใช้น้ำหอมอะไรสักอย่างมอมยาลูกค้าด้วยใช่ไหม”
อืม เพื่อนร่วมอาชีพคือศัตรู บุญคุณความแค้นระหว่างคนขับรถแท็กซี่กับคนขับรถแอปตีดี้เขียนเป็นหนังสือหนึ่งเล่มก็ไม่จบ หลังเฉินซางฟังคนขับรถพูดก็หัวเราะไม่ได้ตอบอะไร
ความจริงสังคมปัจจุบันนี้ยังไม่มียาที่แค่พ่นใส่ก็มอมคนจนสลบได้อยู่จริง ต่อให้มี คนธรรมดาก็ทำไม่ได้ เพราะโพรงจมูกดูดซับได้จำกัดมาก แถมปริมาณพิษที่อยากให้คนคนหนึ่งสลบ จำเป็นต้องใช้ปริมาณที่สูงมาก ต่อให้ฉีดยาสลบโดยตรงก็ยังต้องการไม่น้อย ไม่ใช่อะไรที่การฉีดน้ำหอมจะทำได้
ทุกคนจึงยังวางใจได้ ตราบใดที่เปิดหน้าต่าง มีโอกาสที่จะถูกทำให้สลบน้อย แน่นอนว่าสมัยก่อนเป็นข้อยกเว้น ยาสลบที่พ่นเข้าไปในห้องก็สลบได้ ถ้ามีอยู่จริง อย่างน้อยก็คงทำให้การแพทย์ประเทศจีนก้าวหน้าไปอีกหลายร้อยปี อย่างน้อยในสาขาศัลยกรรม ตำแหน่งที่หนึ่งของประเทศจีนก็คงมั่นคงไปตั้งแต่เมื่อหลายพันปีก่อนแล้ว แม้แต่ตอนนี้ยาสลบก็ไม่ได้ใช้ดีขนาดนั้น…
ดังนั้นสะท้อนจากมุมนี้ ยาสลบชนิดนั้นก็ควรไม่มีอยู่จริง ตอนลงจากรถ คนขับให้กำลังใจเฉินซางอย่างสะท้อนใจ
“ไอ้หนุ่ม ภรรยาคุณสวยขนาดนี้ต้องพยายามนะ นั่งรถคนอื่นไม่ปลอดภัยหรอก”
เฉินซางพยักหน้า
“ขอบคุณครับคุณลุง ผมจะพยายาม!”
หลังลงจากรถ เฉินซางก็ยิ้มถาม
“ผมดูเป็นหนุ่มหน้าขาว [2] ขนาดนั้นเลยหรือ”
ฉินเยว่จ้องเฉินซางหลายนาทีอย่างจริงจัง ก่อนยิ้มบอก
“ไม่แค่เหมือน ใช่เลยแหละ! ไปกันเถอะ พ่อหนุ่มหน้าดำ คืนนี้ฉันเลี้ยงคุณ! คุณอยากกินอะไร”
เฉินซางหัวเราะ พาฉินเยว่กลับบ้าน เข้ามาในบ้านฉินเยว่ก็ถอดรองเท้าอย่างดีใจแล้วก็ล้มตัวลงนอนบนโซฟาที่ตัวเองเลือกอย่างร่าเริง
“ฮ่าๆ มีความสุขจัง! ที่รัก ฉันพบว่า ตอนนี้อยู่บ้านไหนก็ไม่สบายเท่าบ้านของพวกเราสองคนแล้วล่ะ! สบายเกินไปแล้ว! ไอ้หยา ตอนนี้ฉันอยากรวยแล้วก็ซื้อบ้านหลังนี้แล้ว อย่างไรก็เป็นบ้านหลังแรกของพวกเรา ฉันคิดว่าชาตินี้คงลืมมันไม่ลง…”
เฉินซางหัวเราะ กลับมาถึงห้องนอนเขาเปิดกล่องโฉนดออกมา จากนั้นก็เดินออกไป!
[1] กูเทียนเลอ เป็นนักร้องและนักแสดงชายชาวฮ่องกง มีผิวสีแทน
[2] หนุ่มหน้าขาว อุปมาถึง ผู้ชายที่มีดีแค่หน้าตา