เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1511 เจอกันที่ศาล!
ชายคนนั้นเพิ่งออกจากห้องผู้ป่วยก็วิ่งเตลิดด้วยหัวใจเต้นตุบๆ ยังไม่ทันได้ถอนหายใจโล่งอก ก็เห็นประตูห้องผู้ป่วยถูกเปิดออก ชายชราที่สวมเสื้อคอจีนถึงกับเดินออกมาจากข้างใน จากนั้นยิ้มหยันมองเขา
“ไอ้หนุ่ม จะออกจากโรงพยาบาลแล้วหรือ”
ชายคนนั้นมองแหวนหยกบนมือของชายชรา ในใจก็รอนรนเหลือแสน นี่คือแหวนที่บอสของตัวเองทุ่มเงินมหาศาลซื้อให้ฝ่ายตรงข้าม
“ไม่ออกแล้วๆ ไม่ออกแล้วจริงๆ ครับ!”
ชายคนนั้นจะกล้าออกที่ไหนล่ะ ต่อให้ตอนนี้เขาแข็งแรงบึ้งบั๋งเหมือนกระต่ายก็ต้องนอนเป็นเต่าอยู่บนเตียง ชายชราคนนั้นได้ยินก็พลันงุนงง เขาส่ายหน้า
“หือ ขอโทษที ตาแก่นั่นถึงกับหลอกฉันว่าเธอจะออกโรงพยาบาล ฉันก็นึกว่าทางนี้อุตส่าห์มีเตียงคนไข้วาง กะจะให้ศาสตราจารย์เฉินมาดูฉันหน่อย! เฮ้อ คุณอยู่เถอะ”
พูดจบชายชราเสื้อคอจีนก็กลับเข้าไปในห้องคนไข้ สถานที่อย่างโรงพยาบาล คนเฒ่าคนแก่ย่อมไม่อยากสร้างเรื่อง ตัวเขาก็แค่อยากเข้ามาดูความครึกครื้น เขาไม่ได้คิดจะทำอะไรหรอก ชายคนนั้นได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงทันที!
“ผมจะออกจากโรงพยาบาล!”
“จริงๆ นะ ผมจะออกจากโรงพยาบาล! ผมไม่เป็นอะไรแล้วครับ!”
ชายคนนั้นรีบพูดกับชายชรา
ในใจลอบคิด ตอนนี้เขาก็ไม่คิดจะไว้น้ำใจชายชราแล้ว ตอนนี้เขาแค่อยากออกไป อีกอย่างชายชราอยากอยู่โรงพยาบาล ตอนหลังเขาก็ต้องออกโรงพยาบาลอยู่ดี! เวลานี้เฉินชางก็ตรวจเสร็จแล้วกำลังวกกลับมา! เห็นชายคนนั้นยืนอยู่หน้าประตูด้านข้างมีชายชราในเสื้อคอจีน
“คุณหมอเฉินผม… ผมสำนึกความผิดของตัวเองแล้ว! คุณอย่าลดค่าตัวเองให้คนหยาบช้าเช่นผมเลยครับ ผมผิดไปแล้ว ผมขอโทษ คุณให้ผมทำอะไรผมก็จะทำ คุณบอกให้ตรวจอะไรผมก็จะตรวจ!”
เฉินชางงุนงงเล็กน้อย เหลือบมองหวงปินไห เห็นเขาก็เบิกตากว้าง สองตาเต็มไปด้วยความงุนงง นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่คนไข้ตัดสินใจอยู่โรงพยาบาล เฉินชางก็คิดว่าน่าจะเป็นการตระหนักรู้ฉับพลัน ดูทำตัวเองจะเป็นอาจารย์เฉินที่เปี่ยมทั้งคุณธรรมและความสามารถจริงๆ นึกถึงตรงนี้เฉินชางก็มีสีหน้าดีแล้วที่คุณรู้จักปรับปรุงตัว เขาพูดเรียบๆ
“ร่างกายเป็นของตัวเอง คุณยังหนุ่มยังแน่นเจ็บไข้ได้ป่วยต้องรีบรักษา ความจริงคุณก็ไม่ต้องอยู่นานมาก พรุ่งนี้ตรวจ CTA สักรอบแล้วย้ายไปรักษาที่แผนกศัลยกรรมประสาทก็ได้แล้ว”
พูดจบเฉินชางก็ลุกขึ้นจากไป ชายคนนั้นจึงค่อยถอนหายใจโล่งอก เขามองชายชราในเสื้อคอจีนพลางยิ้มประจบประแจง รู้สึกว่าแผ่นหลังของตัวเองชุ่มเหงื่อแล้ว เขาลุกออกไปสูบบุหรี่กดความอกสั่นขวัญแขวน แต่เพิ่งออกจากประตูใหญ่แผนกฉุกเฉิน เขาก็พบว่าชายอายุห้าสิบกว่าคนหนึ่งกำลังรีบร้อนวิ่งเข้ามา จากนั้นก็ชนกับชายหนุ่มอย่างจัง
ชายคนนั้นกำลังจะโมโหก็พลันเห็นว่าคนคนนี้คุ้นหน้า คุ้นตาอย่างยิ่ง! เมื่อมองอย่างละเอียด นี่… นี่มันประธานหวังคนนั้นไม่ใช่หรือ นี่คือคนดังเมืองหลวงเชียวนะ! นักธุรกิจเขาถึงกับ… มาหาหมอด้วยตัวเอง! คนแบบนี้ควรจะเชิญคนไปที่บ้านไม่ใช่หรือ ชายคนนั้นไหนเลยจะกล้าโมโห ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามผิดตัวเองก็ขอโทษก่อน แต่ยังไม่ทันพูด ประธานหวังก็รีบขอโทษอย่างมีมารยาท
“น้องชาย ขอโทษที ฉันรีบเดินไปหน่อย ขอโทษด้วยจริงๆ!”
ชายคนนั้นเห็นดังนั้นก็อึ้งจันทันที มีมารยาทขนาดนี้เชียว
“ไม่… ไม่… ไม่เป็นไรครับ”
แล้วประธานหวังก็จากไป ชายคนนั้นนั่งยองสูบบุหรี่อยู่หน้าแผนกฉุกเฉินสูบไปหนึ่งชั่วโมงเต็ม กลับเห็นบุคคลระดับบอสสามสี่คนมาที่แผนกฉุกเฉิน นี่ทำให้ชายคนนั้นสงสัยในชีวิตขึ้นมา
คนใหญ่คนโตไม่ควรไปประชุมหรือตอนนี้… มาแผนกฉุกเฉินเป็นเทรนด์หรือไง! ตอนเขามองป้ายของแผนกฉุกเฉินอีกครั้งเหมือนรู้สึกว่าคำคำนี้ควรจะอ่านว่า ‘ประตูสวรรค์ทิศใต้’ มากกว่า แบบนี้จึงจะเหมาะสมกว่า!
สูบบุหรี่เสร็จ เขาเพิ่งจะเข้าโถงใหญ่ก็เห็นเฉินชางกำลังตำหนิชายชราที่อยู่บนเตียงของตัวเอง ส่วนชายชราไม่เปล่งเสียงแม้แต่น้อย! กลับยิ้มเป็นเชิงขอโทษไม่หยุด…
นี่เป็นไปได้อยู่อย่างไร หมอคนนี้เป็นใครกันแน่ ชายคนนั้นอึ้งไปในทันที! เขารู้สึกสงสัยในชีวิตเล็กน้อยว่าตัวเองเดินมาผิดที่หรือเปล่า! โรงพยาบาลนี้เป็นสถานที่เสือหมอบมังกรซ่อนชัดๆ หมอหนุ่มคนหนึ่งถึงกับกล้าสร้างความอับอายให้หัวหน้าแก๊งมาเฟียของเมืองซือจิว!
ช่วงนี้น่าจะใกล้ถึงฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปั่นป่วนยิ่งทำให้คนอารมณ์ร้าย ความจริงบางครั้งคุณจะพบว่าร่างกายเกี่ยวข้องกับฤดูกาล ในหนึ่งปีจะมีสองฤดูที่คนโกรธง่าย หนึ่งคือฤดูใบไม้ผลิ อีกหนึ่งคือฤดูใบไม้ร่วง พูดด้วยทฤษฎีแพทย์แผนจีนคือ สองฤดูนี้ทำให้ลมปราณตับเปลี่ยนแปลงจึงโมโหง่าย นี่ก็เหมือนกับช่วงเวลาหนึ่งของคน ฤดูใบไม้ผลิคือวัยแรกรุ่น ฤดูร้อนคือวัยโตเป็นผู้ใหญ่ ฤดูใบไม้ร่วงคือวัยทอง ฤดูหนาวคือวัยชรา
วัยแรกรุ่นกับวัยทองจะโมโหง่ายก็เป็นเรื่องปกติ แต่วันนี้แผนกฉุกเฉินยังคงเจอเรื่องหนึ่ง เกิดความขัดแย้งในการรักษาขึ้น พูดให้ถูกคือครั้งนี้ถึงกับขึ้นศาลกันเลยทีเดียว! และคนที่ถูกฟ้องก็คือหลี่เยวกับแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลศูนย์กลาง
วันที่ 12 เดือนกันยายน หลี่เยวกับศูนย์ฉุกเฉินถูกครอบครัวคนไข้ฟ้องร้องต่อศาลด้วยข้อหาโรงพยาบาลขาดความรับผิดชอบต่อคนไข้ เป็นเหตุให้บิดาถึงแก่ความตาย ครอบครัวคนไข้เชื่อว่าคนไข้ป่วยหนักขึ้น ครอบครัวเรียกแพทย์ทันทีแต่แพทย์กลับเพิกเฉยไปดูอาการป่วยไม่ทันเวลา อีกทั้งแพทย์เวรปกติยังไม่รักษาให้ ถ่วงโอกาสรักษาอันล้ำค่าของคนไข้จนคนไข้เสียชีวิต
เรียกร้องให้ทางโรงพยาบาลชดใช้ค่ารักษา 73,278.83 หยวน ชดใช้ค่าอาหารตอนอยู่โรงพยาบาล 2,200 หยวน ค่าขาดงาน 9,355.2 หยวน… ค่าชดใช้การถึงแก่กรรม 981,870 หยวน ค่าจัดการงานศพ 163,552 หยวน ค่าขาดงานจากการที่ญาติต้องรีบมางานศพ 12,000 หยวน ค่าเดินทางจากการที่ญาติต้องรีบมางานศพ 3,000 หยวน ค่าประเมิน 20,000 หยวน ค่าบำรุงขวัญจากความเสียหายทางจิตใจ 550,000 หยวน!
เทียบเท่าเกือบสองล้านหยวน!
ฝ่ายตรงข้ามคำนวณอย่างละเอียดยิบ มีทศนิยม มีปัดเศษ ค่าชดใช้ยี่สิบกว่ารายการ ทุกรายการดูสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง! เป็นมืออาชีพเหลือแสน! หลี่เยวบอกเฉินชางว่า ลูกชายของผู้ตายคนหนึ่งเป็นทนาย ส่วนลูกสาวเป็นนักบัญชี ทุกคนจึงทอดถอนใจจนปัญญา!
สมัยนี้มี ‘คนดื้อดึง’ ที่มีอารยธรรมจำนวนมาก เมื่อก่อนมีคนดื้อดึงจากความแร้นแค้น แต่ตอนนี้คนดื้อดึงที่มีอารยธรรมกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ได้โต้เถียงกับโรงพยาบาล พื้นฐานของคนที่มีความรู้สูงควรมี กระทั่งหลังยิ้มแย้มจัดการเรื่องของคนชรากับโรงพยาบาลเสร็จแล้ว ก็ไปฟ้องที่ศาลโดยตรง ถึงขั้นว่าตรวจสอบข้อมูลต่างๆ มาแล้วกำหนดค่าชดใช้เกือบสองล้านนี้ออกมาอย่างมีหลักเหตุผล!
หลี่เยวจำได้ชัดเจนว่า ฝ่ายตรงข้ามคิดรวมกระทั่งเงินสามร้อยหยวนจากการเล่นไพ่นกกระจอกแพ้เพราะอินเทอร์เน็ตของโรงพยาบาลไม่ดี! เขาจนปัญญาอย่างยิ่ง! ด้วยเหตุนี้หลังเฉินชางมาถึงศูนย์ฉุกเฉิน ในที่สุดก็ได้เห็นเหตุการณ์ที่คนไข้ฟ้องร้องโรงพยาบาลอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก!
เฉินชางคิดว่าอาจเพราะฝ่ายตรงข้ามคิดว่า ถ้ามาหาโรงพยาบาลโดยตรงคงเรียกค่าชดใช้มากขนาดสองล้านไม่ได้ ประการต่อมาเพราะอยากยืนอยู่ฝั่งธรรมะ พูดง่ายๆ ก็คือคนเขาเป็นโสเภณีก็ยังอยากได้ซุ้มประตูด้วย! ทั้งอยากได้เงินทั้งอยากปกป้องชื่อเสียงของครอบครัว ไม่แน่ว่าลูกชายที่เป็นทนายความอาจได้กระทั่งประสบการณ์ความสำเร็จและชื่อเสียงในแง่ดีจากเรื่องนี้ ต่อมาก็ค่อยสร้างธุรกิจเพิ่ม ลูกสาวนักบัญชีก็เปิดธุรกิจใหม่ได้ด้วย เรียกว่างานเรียกค่าชดใช้จากโรงพยาบาลโดยเฉพาะ!
เอาเป็นว่าพวกเขาวางแผนไว้ชัดเจนละเอียดยิบ เรื่องนี้ดึงดูดความสนใจของคนมากมาย อย่างไรเสียความสัมพันธ์ของหมอกับคนไข้ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน วันเปิดศาลใกล้มาถึงทุกที และทุกคนก็ตึงเครียดกันขึ้นเรื่อยๆ!