เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1512 ผมปกป้องคุณได้!
เรื่องราวควรเริ่มเล่าจากเมื่อสองสามวันก่อน!
ชายชราคนหนึ่งอาเจียนเป็นเลือด จึงถูกส่งมาชุบชีวิตที่แผนกฉุกเฉินที่หก สรุปการวินิจฉัยโรคเคสแอดมิทคือ เลือดออกในทางเดินอาหาร, ช็อกแบบเสียเลือด, ปวดท้อง, ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง? ปอดติดเชื้อ?
หลังแอดมิท หลี่เยวส่องกล้องตรวจกระเพาะให้คนไข้ด้วยตัวเอง พบว่ามีแผลที่ด้านหลังของลำไส้ส่วนต้นบริเวณที่เชื่อมต่อกับกระเพาะอาหาร และผนังด้านหน้าของบริเวณนั้นยังมีแผลใหญ่ลึก ด้านในเห็นฝ้าขาวและมีลิ่มเลือดปกคลุม สถานการณ์ของคนไข้ค่อนข้างร้ายแรง ทั้งยังเป็นเพศชายวัยชรา มีแผลลึกที่ด้านหลังของลำไส้ส่วนต้นบริเวณที่เชื่อมต่อกับกระเพาะอาหาร เห็นชัดว่าหลอดเลือดขาด ดังนั้นจึงใช้คลิปหนีบหนีบห้ามเลือด
อย่างไรเสียชายชราก็มีเลือดออก กลัวที่สุดก็คือฮีโมโกลบินจะพลันลดฮวบจนเกิดอันตราย โชคดีที่การผ่าตัดราบรื่น หลังผ่าตัดกลับห้องผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย ทั้งยังให้อยู่ดูอาการแผนกฉุกเฉิน ถึงแม้สถานการณ์ของคนไข้มั่นคงแต่มีอาการที่พ่วงมาด้วยค่อนข้างมาก หลี่เยวกำชับหลายครั้งแล้วว่า คนไข้อาจเป็นตับอ่อนอักเสบ อาการไม่คงที่ ทางที่ดีควรส่งไปห้องสังเกตอาการ แต่ชายชราในสภาพนี้เข้าห้องสังเกตอาการต้องใช้เงินหลักหมื่นต่อวัน ครอบครัวไม่เห็นด้วยแม้แต่น้อย จึงได้แต่ต้องเตรียมห้องผู้ป่วยธรรมดาให้
หลี่เยวในฐานะแพทย์ผู้รับผิดชอบเป็นห่วงคนไข้มาก แต่ของอย่างโรคภัยไม่มีทางเป็นไปตามอย่างที่ใจคุณต้องการ หลี่เยวไม่มีทางจับตาดูคนไข้ตลอด 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน แต่คนไข้หมดสติกะทันหันในวันที่สามหลังการผ่าตัด ศีรษะหงายขึ้น ดวงตาจ้องมองไปทางด้านซ้าย ร่วมกับสูญเสียการควบคุมปัสสาวะ!
หลี่เยวรีบตรวจความดันเลือดของคนไข้ได้ 70/110 mmHg
หลี่เยวเห็นดังนั้นก็รีบส่งห้องฉุกเฉินเพื่อเตรียมเริ่มกู้ชีพ แต่ในระหว่างส่งตัวคนไข้พลันได้สติ เรียกก็ตอบรับ อาการคงอยู่ 1-2 นาที เวลานี้หลี่เยวปรึกษาครอบครัวอีกครั้ง กำชับครอบครัวคนไข้ว่าส่งไปห้องสังเกตอาการจะดีกว่า แต่ครอบครัวคนไข้ยังคิดว่านี่เป็นแค่หากการกำเริบแบบฉับพลันไม่ได้ใส่ใจ ครอบครัวคนไข้ไม่ให้ความสำคัญแม้แต่นิดเดียว!
ทางฝั่งหลี่เยวร้อนใจแต่ก็จนปัญญา เจอกับสถานการณ์แบบนี้ทุกคนก็ร้อนใจกันทั้งนั้น แต่เวลานี้ครอบครัวคนไข้ไม่แม้แต่หาคนดูแลสักคน ในเที่ยงวันที่สามหลังเหตุการณ์นี้ คนไข้หมดสติ ครอบครัวของฝ่ายตรงข้ามมากินข้าวเที่ยงเป็นเพื่อนชายชราก็เห็นเหตุการณ์นี้พอดี! คนไข้บอกว่าคอและแขนขาของชายชราแข็งทื่อชั่วขณะ ไม่ได้นานมากแค่ราวหนึ่งนาทีก็หายแข็งทื่อ ร่วมกับสูญเสียการควบคุมปัสสาวะ
ได้ยินคำพูดนี้หลี่เยวตกใจจนหน้าเปลี่ยนสี ตอนนั้นครุ่นคิดว่าอาจมีเลือดไหลจำนวนมากอีกรอบ เขารีบส่งไปที่ห้องฉุกเฉินเพื่อชดเชยของเหลว ลดกรด และรักษาอาการช็อก ตอนนั้นมีความดันเลือดแค่ 55/42 mmHg!
แต่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้… ลูกชายกับลูกสาวกลับต่างคนต่างยุ่ง นานครั้งจะมาสักรอบ บอกกินข้าวเป็นเพื่อนพ่อ แต่ความจริงคือหยิบบัตรอาหารที่พ่อได้มาตอนเข้าโรงพยาบาลมากินข้าวที่โรงพยาบาล จำต้องพูดว่าถ้ากาแฟของโรงอาหารพยาบาลรสชาติไม่เลว ไม่งั้นพวกเขาคงไม่มาดื่มคนละแก้วทุกวัน
ในคืนวันนั้นเองลูกของคนไข้กลับบ้านไปนอนหมดแล้ว! ไร้คนดูแล! ทั้งยังไม่ยอมส่งไป ICU มิหนำซ้ำดึกดื่นคืนนั้นคนชราพลันหมดสติเสียชีวิตไป
หลังเกิดเรื่องนี้ฝ่ายตรงข้ามเริ่มแอบรวบรวมหลักฐาน! จากนั้นฟ้องโรงพยาบาลกับหลี่เยว ซึ่งหลี่เยวไม่ได้พักผ่อนดีๆ เพราะคนชราคนนี้มาหนึ่งสัปดาห์แล้ว อีกทั้งตอนฝ่ายตรงข้ามฟ้อง หลี่เยวยังพูดด้วยสีหน้าสูงส่งว่า!
“พวกเราไม่ขาดเงิน ครั้งนี้พวกเราจะต้องทวงคืนความยุติธรรมให้คุณพ่อให้ได้! กฎหมายจะต้องยืนอยู่ข้างฝ่ายที่ถูกต้อง!”
หลี่เยวอยากถามคำถามหนึ่งเกี่ยวกับปัญหานี้มาโดยตลอด งั้นทำไมคุณไม่ส่งคนเฒ่าคนแก่ไปห้องไอซียูละ ทำไมไม่จ้างแม้แต่คนดูแลมาสักคน พวกคุณอาจมีเงินมากมายแต่เป็นความจริงที่พวกคุณไม่ยอมจ่ายเงินให้พ่อของคุณ ความจริงโรคเดียวกันมีแผนการรักษาที่แตกต่างกันมากมาย แต่พูดแบบนี้แล้วกันระดับราคาต่างกันก็มีคำแนะนำที่แตกต่างกัน เศรษฐีที่ไม่ขาดเงินจริงๆ ก็อาจครุ่นคิดเรื่องยาจ่ายเอง ซึ่งพวกเขาออกไปหาซื้อได้ ยาพวกนี้ไม่ได้รับการชดเชยจากประกันสุขภาพ จำเป็นต้องหาซื้อเองราคามากถึงหลายร้อยไปจนถึงหลายพัน แต่ตอนที่เจอสถานการณ์แบบนี้ครอบครัวของฝ่ายตรงข้ามกลับมีท่าทีเดียวกัน
“พวกเราจะเลือกยาที่อยู่ในประกันสุขภาพ”
เรื่องพวกนี้ยังรับได้! แต่ทำไมพวกคุณต้องบอกว่าทักษะของพวกเราไม่ได้มาตรฐานล่ะ หลี่เยวหงุดหงิดเหลือแสน ถูกเรื่องนี้รังควานจะมีใครทุ่มเททำงานได้เต็มที่ แม้ว่าไม่ว่าแพทย์คนไหนก็เคยมีประสบการณ์การร้องเรียน แต่มีน้อยมากที่จะต้องยืนอยู่ในชั้นศาลแบบนี้ กระทั่งเฉินชางยังมีภาพลวงตา เขาพบว่าหลังคนแก่ตายไป ความหงุดหงิดไม่พอใจบนใบหน้าของคนในครอบครัวเหล่านี้ยังน้อยกว่าตอนที่คนแก่ยังอยู่เสียอีก… ถึงขั้นมีท่าทางเหมือนได้ละทิ้งภาระอันหนักอึ้ง
ศาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก! ในเวลาเดียวกันในขั้นตอนการตรวจสำนวนและตัดสินคดี ศาลมอบหมายให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐานทำการวินิจฉัยคดีนี้ ยิ่งไปกว่านั้นขณะเดียวกันก็เชิญผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยกรรมทางเดินอาหารของสมาคมการแพทย์จีนมาเป็นทีมผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยช่วงเวลาในการรักษาครั้งนี้ พรอมกันนั้นโรงพยาบาลก็เชิญเฉินชางในฐานะผู้ช่วยผู้เชี่ยวชาญมาขึ้นศาลเป็นพยานหลักฐาน!
ด้วยเหตุนี้ในเวลานี้เฉินชางจึงกำลังรวบรวมสถานการณ์การรักษาของคนไข้สองวันนี้ หลี่เยวว้าวุ่นใจมาก ถึงแม้เขาคิดว่าตัวเองทำเพื่อคนไข้สุดความสามารถแล้วก็ตาม สองวันกลับบ้านหนึ่งครั้ง ตอนที่ชายชราอาการไม่มั่นคงเขาไม่กล้ากลับบ้าน แต่ครั้งนี้กลับถูกฟ้องศาล แถม… ยังเรียกค่าชดใช้สองล้าน! ถึงแม้เขาแค่ต้องออกเงินส่วนเล็กๆ ไม่ถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ในนั้นที่เหลือโรงพยาบาลกับแผนกจะออกให้ก็ตาม แต่นี่ก็เป็นเงินหลายแสนนะ! นี่สำหรับหลี่เยวที่แบกหนี้บ้านในเมืองหลวงก้อนโตเป็นอะไรที่ทรมานจริงๆ!
อย่างไรเสีย… ในกรณีพิพาททางการแพทย์ กรณีแบบนี้ส่วนใหญ่โรงพยาบาลจะแพ้คดี! ตัวอย่างใหม่ๆ มีมากมาย แพทย์บางคนถึงขั้นไม่ยอมรับการแพ้คดีจนเป็นโรคซึมเศร้า บ้างก็กระโดดตึกฆ่าตัวตาย ด้วยซ้ำแพทย์แผนกสูตินรีเวชคนหนึ่งทำคลอดบนรถไฟ หลังช่วยแม่ลูกแล้วกลับถูกฟ้องศาลเพราะเด็กทารกเกิดปัญหานิดหน่อย สุดท้ายถูกปรับเป็นเงินล้านกว่าหยวน หลังจ่ายค่าชดใช้หมอคนนั้นก็เลือกฆ่าตัวตาย! เพราะเธอรู้สึกว่าชีวิตไม่ควรค่าให้จดจำ
ในขั้นตอนการตรวจสำนวนคดีแบบนี้ไม่ใช่แค่ทำลายการเงินของแพทย์เพียงคนเดียว ที่มากยิ่งกว่านั้นคือความศรัทธา หากการไต่สวนคดีจบลงโดยที่ตัดสินว่าครอบครัวของคนไข้ชนะคดี ส่วนโรงพยาบาลแพ้คดี สำหรับโรงพยาบาลเพียงแค่ต้องจ่ายค่าชดใช้ แต่สำหรับหลี่เยวแล้วกลับเป็นการโจมตีอันรุนแรง โจมตีทั้งจิตวิญญาณและกายเนื้อ! ในเวลาไม่กี่วันสั้นๆ หลี่เยวผอมลงไปราวเจ็ดแปดกิโลกรัม
เฉินชางได้รับเชิญเป็นผู้เชี่ยวชาญต่อสู้คดีเพื่อโรงพยาบาลและหลี่เยว ครั้งนี้ทุกคนในแผนกฉุกเฉินโมโหมาก! เหล่าอวี่กับเหล่าหม่ามองเฉินชาง อดพูดไม่ได้
“เฉินชาง สู้เขา!”
เขามองหลี่เยว ยิ้มพูดอย่างมั่นใจว่า
“เชื่อผม ผมปกป้องคุณได้!”