เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1517 ศาสตราจารย์เฉินเลื่อนขั้นอีกแล้ว!
คำพูดของเฉินชางสร้างแรงบันดาลใจให้คนมากมาย!
ท้ายที่สุดแล้วเรื่องแบบนี้จะคงอยู่แค่ชั่วคราวเท่านั้น ท้ายที่สุดอุตสาหกรรมการแพทย์ก็จะใสสะอาดเป็นธรรม!
ช่วงค่ำวันนั้นหนังสือพิมพ์ร้อนๆ ก็ออกจากเตา
‘ผู้ป่วยเสียชีวิต ญาติเรียกค่าชดเชยหลักล้าน! โรงพยาบาลโต้กลับ ศาสตราจารย์เฉินชางพลิกกระดานข้อสรุปของศูนย์พิสูจน์หลักฐานอย่างองอาจ! อนาคตของวงการแพทย์ต้องการคนแบบนี้!’
‘ผมไม่ได้ยืนข้างใครทั้งนั้น ตัวผมคือตัวแทนของความจริง! ศาสตราจารย์เฉินชางให้คำมั่นว่านับจากนี้จะเข้าร่วมในฐานะบุคคลที่สาม ร่วมพิสูจน์หลักฐานอุทิศกำลังคลี่คลายข้อพิพาทระหว่างหมอและผู้ป่วย!’
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นแต่กลับสื่อถึงอนาคต! บนหน้าข่าวและสื่อแสดงความเห็นเชิงบวกต่อฉากชัยชนะของศูนย์ฉุกเฉินในครั้งนี้อย่างเต็มที่!
แต่ในเวลานี้ภายในโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน ความเร็วในการฟื้นตัวของเติ้งอวี่เกินความคาดหมายของทุกคนไปแล้ว
เนื่องจากกำจัดซีสต์ที่ผนังเป็นบริเวณกว้าง เติ้งอวี่จำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานานรวมถึงบำรุงเยื่อสมองต่างๆ แต่โรคซึมเศร้าของเติ้งอวี่กลับฟื้นตัวได้รวดเร็วในฉับพลัน
ในวันนี้มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนหน้าของเติ้งอวี่เป็นครั้งแรก! เหล่าพยาบาลสาวของห้องสังเกตอาการตื่นเต้นมาก! การที่ทำให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงเผยรอยยิ้มจากใจตนออกมาได้แบบนี้หมายความว่าอย่างไร
หลังจากทราบข่าวนี้ เติ้งเกาหยวนก็รีบมาหาอย่างเร่งร้อน
พอเติ้งอวี่เห็นเติ้งเกาหยวนมาถึงก็ลุกขึ้นนั่งพลางแย้มยิ้ม
“พ่อ!”
คำว่าพ่อนี้ทำให้เติ้งเกาหย่วนตื้นตันจนยืนอึ้งอยู่ที่เดิม ทำตัวไม่ถูกแล้ว! ความสุขมาเยือนกะทันหันเกินไปทำให้เติ้งเกาหย่วนในวัยห้าสิบปีตั้งรับความยินดีไม่ทัน จู่ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรไปชั่วขณะ! เนื่องจากนานมากแล้วที่เติ้งอวี่ไม่เอ่ยเรียกตนว่าพ่อด้วยรอยยิ้มแบบนี้!
วินาทีนี้ความทุกข์ใหญ่หลวงที่สุดในใจของเติ้งเกาหยวนสลายลงแล้ว!
หลังจากพักผ่อนเพราะทำงานหนักอยู่สองสามวัน ข่าวของเติ้งเกาหยวนก็ออกมาแล้ว!
เขาลงจากตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานควบคุมยาแพทย์แผนจีนแล้วโอนย้ายไปรับตำแหน่งรองรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอย่างราบรื่น ยังคงดำรงตำแหน่งเลขาธิการประจำศูนย์ฉุกเฉินต่อไป
แต่หลังจากเติ้งเกาหย่วนเข้ารับตำแหน่งแล้ว ยังไม่ทันได้นั่งดีๆ ก็เริ่มการประชุมขึ้น เสนอให้มีการจัดตั้งทีมย่อยบุคคลที่สามประจำศูนย์พิสูจน์ความรับผิดชอบทางการแพทย์แห่งชาติ อีกทั้งมีการเสนอจ้างเฉินชางขึ้นเป็นหัวหน้าทีมคนแรก
ทันทีหลังจากประกาศข่าวนี้ออกไปทำเอาทุกคนตาค้างไปทันที เนื่องจากก่อนหน้านี้เฉินชางเพิ่งบอกหยกๆ ว่าตนจะเข้าร่วมทำงานพิสูจน์หลักฐานในฐานะบุคคลที่สาม แต่ว่า… ใครจะคาดถึงละ เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันเอง กระทรวงสาธารณสุขประกาศจุดยืนของศูนย์พิสูจน์อย่างตรงไปตรงมา แถมยังเชิญเฉินชางมาเป็นหัวหน้ากิตติมศักดิ์คนแรก รักษาการตำแหน่งหัวหน้าทีม
ไม่จำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของศูนย์พิสูจน์ แต่เข้าแทรกแซงและจัดการโดยตรงได้เลย! นี่หมายความว่าอย่างไร พูดกันแบบง่ายๆ คือเฉินชางจะเพลิดเพลินกับอำนาจในตำแหน่งหัวหน้าทีมได้ แต่ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบภาระงานประจำวันในตำแหน่งหัวหน้าเลย งานของเขาง่ายดายมาก แค่เข้าร่วมพิสูจน์หลักฐานในข้อพิพาททางการแพทย์ที่ความขัดแย้งสูงเหล่านั้น
หลังจากประกาศข่าวนี้ออกไปก็ดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ในชั่วพริบตา ชั่วขณะนั้นทุกคนอดจะทอดถอนใจกับวาสนานี้ของเฉินชางไม่ได้ ถึงขั้นที่อู๋ถงฝู่เรียกตัวเฉินชางมาพูดคุยกันเลยทีเดียว
หลังจากเฉินชางมาถึงห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
”ผู้อำนวยการอู คุณเรียกพบผมเหรอครับ”
อู๋ถงฝู่เห็นเฉินชางมาแล้วก็พยักหน้าแย้มยิ้ม
“อืม มีเรื่องจะคุยกับคุณนิดหน่อย คุณนั่งก่อนสิ ฉันจะให้คนชงชาให้”
เฉินชางตอบรับ อู๋ถงฝู่ส่งใบชาให้เลขา จากนั้นก็เดินเข้ามาหา
“ระยะนี้ทำได้ดีเลยนะ สื่อมวลชนวิจารณ์คุณไว้สูงมาก ไม่ง่ายเลยที่จะมีอิทธิพลต่อวงการแพทย์ได้แบบนี้”
เฉินชางยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
“ผู้อำนวยการอูล้อเล่นแล้ว พวกเราเป็นหมอนะครับ จะเอาชื่อเสียงทางสื่อมากมายขนาดนั้นไปทำอะไรได้”
อู๋ถงฝู่หัวเราะ “ฮ่าๆ นี่คุณยังไม่รู้สินะ”
ชามาเสิร์ฟแล้ว อู๋ถงฝู่มองเฉินชางจู่ๆ ก็เอ่ยถาม
“วันนี้เลขาเติ้งให้ฉันถามเรื่องบางอย่างกับคุณ”
เฉินชางชะงักไป อยากรู้ขึ้นมาแล้ว
“ทำไมเลขาเติ้งไม่มาถามผมตรงๆ ละครับ”
อู๋ถงฝู่ส่ายหน้า แย้มข่าวใหญ่ออกมาตรงๆ
“เขาถามว่าคุณสนใจจะมาพัฒนากระทรวงสาธารณสุขไหม”
พอได้ยินประโยคนี้ เฉินชางตะลึงไปทันที!
ประโยคนี้มีน้ำหนักมากขนาดไหนกัน พูดกันตามตรงด้วยสภาพแวดล้อมโดยรวมในประเทศจีนแล้ว โอกาสดีๆ แบบนี้ใครจะปฏิเสธลงละ
อีกอย่างคุณสมบัติของเฉินชางก็พรั่งพร้อมมาก ถ้าให้ตีความหมายเฉินชางอย่างแท้จริงละก็ คงเป็นอะไรที่เรียกว่าคนที่พูดคำที่มีไม่มาก แต่ว่า… มีประสิทธิภาพสูงจริงๆ!
หลังจากเฉินชางลังเลอยู่พักหนึ่ง ก็ยังคงเลือกปฏิเสธอยู่ดี
คุณค่าของเขาไม่ได้อยู่ในแวดวงข้าราชการ อีกทั้งตัวเขาก็ไม่มีความสามารถและความมั่นใจว่าจะทำหน้าที่นี้ได้ดี สิ่งที่จำเป็นต่อตำแหน่งไม่ใช่แค่ทักษะการแพทย์แต่ยังต้องมีความสามารถพิเศษบางอย่างด้วย อีกอย่างตนก็ไม่จำเป็นต้องไปลุยน้ำโคลนแอ่งนี้เลย ตนคือหมอ ไม่ได้รับอิทธิพลจากอำนาจใดๆ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ด้วยทักษะที่ตนมีอยู่ ไม่มีทางขาดผู้ทรงเกียรติไปแน่
หลังจากทบทวนอย่างถี่ถ้วนอยู่สองวัน เฉินชางปฏิเสธความปรารถนาดีของเลขาเติ้งไป นี่คือสาเหตุที่เฉินชางได้เป็นหัวหน้าทีมกิตติมศักดิ์และรักษาการหัวหน้าทีม
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตอนนี้อิทธิพลของเฉินชางก็โหมพุ่งพวยขึ้นมาเช่นกัน การจัดตั้งทีมประเมินขึ้นอย่างเป็นทางการหมายความว่าเตรียมลงดาบกับข้อพิพาทระหว่างหมอและผู้ป่วยในประเทศอย่างเด็ดขาดแล้ว! ถึงขั้นที่เฉินชางมาเป็นหัวหน้าทีมด้วย
เมื่อขจัดเรื่องร้ายได้ก็มักจะมีเรื่องดีเข้ามาสองชั้น
สองวันมานี้บนหน้าข่าวของเมืองหลวง หัวหน้าสำนักงานความมั่นคงเขตหนึ่งของเมืองหลวงที่ชื่อว่าเจียวหลิง ได้สืบสาวเบาะแสจนไขคดีใหญ่ได้! ส่วนเจียวหลิงก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าสำนักงานความมั่นคงแห่งเมืองหลวง รับผิดชอบดูแลคดีอาญา
หลังจากดักซุ่มและรวบรวมหลักฐานมานานนับเดือน จนกระทั่งทลายเครือข่ายได้สำเร็จ เมื่อวานนี้ในที่สุดเจียวหลิงก็โล่งอกแล้ว! งานในช่วงที่ผ่านมามีแรงกดดันสูงมาก แต่ว่า… เจียวหลิงระลึกถึงใครคนหนึ่งมาโดยตลอด นั่นก็คือเฉินชาง ถ้าไม่มีเขาตอนนี้คงไม่มีโอกาสไขคดีได้ด้วยซ้ำ
วันต่อมา หลังจากที่เจียวหลิงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าสำนักงานความมั่นคงแห่งเมืองหลวง มีธงเชิดชูเกียรติผืนหนึ่งส่งมายังโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน และเจียวหลิงก็เป็นผู้นำธงเชิดชูเกียรติผืนนี้มาส่งให้ด้วยตัวเอง
พอได้เห็นธงเชิดชูเกียรติผืนนี้ ถึงแม้เฉินชางจะดีใจแต่ก็ตื่นตระหนกอยู่ภายในใจด้วย เขากลัวว่าหลังจากคนร้ายกลุ่มนั้นพบเห็นตน เขาจะมาหาเรื่องจนเดือดร้อนขึ้นมาจริงๆ แม้ว่าเจียวหลิงจะบอกเขาว่าทลายทั้งเครือข่ายได้แล้วแต่เฉินชางก็วางใจอย่างสมบูรณ์ไม่ได้
ในเวลานี้เอง ภายในห้องทำงานศูนย์ฉุกเฉิน ธงเชิดชูเกียรติและโล่เกียรติคุณของเฉินชางครอบคลุมพื้นที่ผนังทั้งแถบไปแล้ว
แต่ว่าการมีชื่อเสียงก็ไม่ใช่เรื่องดีอะไรเช่นกัน ถึงอย่างไรสองสามวันมานี้ก็มีคนแห่มาเข้าตรวจกับเฉินชางมากมาย ใครๆ ก็อยากให้ศาสตราจารย์เฉินตรวจอาการให้ทั้งนั้น ต่อให้เป็นการตรวจด้านนรีเวชพวกเธอก็ไม่ถือสาเลย ถึงขั้นที่สนุกกับเรื่องนี้มาก