เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1518 เฉินชางกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ ละ!
แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ตาม แผนกนรีเวชยังคงเป็นหน่วยที่สำคัญมากของศูนย์ฉุกเฉิน!
หลังเลิกงานเฉินชางออกไปวิ่งออกกำลังเหมือนที่ทำประจำ เพียงแต่วันนี้เหล่าหม่าค่อนข้างอ่อนไหวมาก เขาเอ่ยกับเฉินชางว่า
“เมื่อวานฉันเลิกงานค่อนข้างช้า ประมาณเที่ยงคืนละมั้ง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินวนเวียนอยู่ในสวนสาธารณะด้วยท่าทางฟั่นเฟือน”
พอเอ่ยมาถึงตรงนี้ เหล่าหม่าถอนหายใจ
“แต่ว่าผู้หญิงคนนั้นอายุยังน้อย เพิ่งจะยี่สิบต้นๆ เท่านั้น หน้าตาก็ดีมากด้วย”
เฉินชางอดหัวเราะไม่ได้
“คุณเห็นว่าคนเขาเป็นสาวสวยแบบนี้ใช่ไหมประเด็นหลัก”
เหล่าหม่ากลอกตาที่หนึ่ง
“ไม่ใช่ ฉันคิดว่านั่นอาจจะเป็นอาการทางจิตอย่างหนึ่ง ถ้าเกิดเป็นอาการทางจิตจริงๆ อาจจะเป็นถุงน้ำในสมองอะไรสักอย่างก็ได้ ชางเอ๋อร์นายผ่าตัดได้นี่ แบบนี้ก็ถือว่าทำประโยชน์ต่อสังคมไม่ใช่หรือ”
เฉินชางแทบจะกระอักเลือดออกมาแล้ว!
“คุณคิดว่าอาการทางจิตมาจากถุงน้ำในสมองเท่านั้นหรือไง”
หลังจากเฉินชางวิ่งออกกำลังครบหนึ่งรอบก็นั่งลงบนม้านั่งยาวละแวกริมทะเลสาบ
ต้องกล่าวว่าหลังจากความร้อนอบอ้าวของอากาศวันนี้ลดลง บรรยากาศเย็นฉ่ำของฤดูใบไม้ร่วงก็ปรากฏขึ้น โดยเฉพาะตอนนั่งบนม้านั่งตัวนี้ มองทิวทัศน์ทะเลสาบ ลมอ่อนพัดโชย เขารู้สึกว่าอากาศวันนี้ไม่เลวเลยจริงๆ ออกมาเดินเล่นหลังกินมื้อเที่ยงเสร็จช่วยย่อยอาหารได้ดี
แต่ในขณะที่ทั้งสองเตรียมตัวกลับกันแล้ว เหล่าหม่าก็ออกแรงดึงเฉินชางไว้
“เร็วเข้า รีบดูสิ! ผู้หญิงคนนั้นไง!”
เฉินชางผินหน้ามองออกไปพินิจดูอย่างละเอียด พบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่บนหอชมวิวมองทะเลสาบอย่างเลื่อนลอยไม่พูดจา
ยังไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นเลย เครื่องหน้าของผู้หญิงคนนี้สมส่วนมาก หน้ารูปไข่ได้มาตรฐานแต่ค่อนข้างซูบเซียว ส่วนเสื้อผ้าที่สวมกลับค่อนข้างเชย ท่าทางเหมือนเพิ่งมาจากหมู่บ้านบนเขา อาจจะเป็นแรงงานต่างด้าว ถึงอย่างไรเรื่องแบบนี้ก็ถือปกติของสวนสาธารณะ
ทางนี้หลังจากคนต่างด้าวบางส่วนมาถึงก็หักใจเช่าโรงแรมไม่ลง อีกทั้งไม่มีที่ไปจึงมาอาศัยพักในศาลาของสวนสาธารณะ แต่ว่าเฉินชางมองสีหน้าและท่าทีของหญิงสาวแล้วก็ค่อนข้างหวั่นใจเช่นกัน
“นี่… คงไม่ใช่ว่าจะฆ่าตัวตายใช่ไหม” เหล่าหม่าอดถามไม่ได้
เฉินชางกลืนน้ำลาย หญิงสาวที่ดูเหมือนจะอายุยี่สิบต้นๆ อายุแค่นี้ก็คิดฆ่าตัวตายแล้วคุ้มกันแล้วหรือ หลังจากเห็นฉากนี้ทั้งสองชะงักค้างไปทันที ควรทำอย่างไรดี
เหล่าหม่ามีภูมิคุ้มกันต่อสิ่งมีชีวิตหน้าตาดีค่อนข้างต่ำเสมอมา เขาบอกเฉินชางว่าสมัยที่ตนเรียนมัธยมปลายเคยซื้อห้องชุดห้องหนึ่งในเมืองหลวงเพื่อช่วยเด็กสาวที่หลงเดินทางผิด
สำหรับเรื่องนี้เดิมทีเฉินชางคิดจะบอกว่าอีกฝ่ายมีใจกุศลแต่พอได้เห็นภาพของเหล่าเด็กสาวแล้ว เฉินชางเหยียดหยามดูแคลนแทน โชคดีที่สุดท้ายพ่อของเหล่าหม่าทนดูต่อไปไม่ไหว จึงเตะส่งเหล่าหม่าที่เพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จเข้ากองทัพไป เพราะถึงอย่างไรคนแบบนี้จะเข้ามหาลัยได้หรือ
ใครจะรู้ว่าหลังจากเหล่าหม่าเข้ากองทัพแล้ว เริ่มได้ใกล้ชิดกับกายวิภาคของมนุษย์ก็เตลิดจากจุดนี้จนกู้ไม่กลับ! เหล่าหม่าเพิ่งตระหนักได้ว่าที่ผ่านมาตนไม่ได้พบสิ่งที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้เลย!
สิ่งที่ตนลุ่มหลงไม่ใช่สาวๆ ใจแตกแน่นอน ยิ่งไม่สนเรือนร่างของพวกหล่อนด้วย ตนแค่อยากจะศึกษาปาฏิหาริย์ของเทพผู้สร้างเท่านั้น เพื่อค้นหาบางสิ่งที่เรียกว่าความงาม ศาสตร์โครงสร้างร่างกายมนุษย์!
ภายหลังเหล่าหม่าไปที่วิทยาลัยแพทย์กองทัพที่สี่ จากนั้นก็เริ่มเดินหน้าไปตามเส้นทางนี้ไกลขึ้นเรื่อยๆ!
อย่างไรก็ตาม ในตอนที่เฉินชางเริ่มกล่อมให้เหล่าหม่าทำการกุศลอีกครั้ง หญิงสาวคนนี้ก็ถอยกลับไปอีกครั้ง ทั้งสองถึงได้โล่งใจ
แต่ว่าเฉินชางมองเห็นแววตาผิดหวังนิดๆ ในดวงตาของเหล่าหม่าอย่างชัดเจน!
เนื่องจากเฉินชางมีโล่รางวัลเยอะเกินไป บนผนังห้องเวรก็แขวนธงไม่ได้แล้ว ทางแผนกได้แบ่งห้องหนึ่งมาจัดเป็นห้องทำงานให้เฉินชาง แต่ว่าป้ายที่ติดเอาไว้ด้านบนเขียนว่า “สำนักงานเฉินชาง’
แต่เห็นกันอย่างชัดเจนว่าเหล่าอวี่มีห้องทำงานแล้ว ทุกคนรู้แก่ใจดีว่าห้องทำงานระดับผู้อำนวยการนี้เตรียมไว้เพื่อใคร
ตอนนี้เป็นช่วงปลายเดือนกันยายน เฉินชางจะอยู่ที่โรงพยาบาลอีกไม่นานแล้ว ตอนนี้จู่ๆ โรงพยาบาลก็จัดห้องทำงานห้องหนึ่งให้ ทำเอาเฉินชางค่อนข้างอึ้งเลยทีเดียว หลังจากมาพบเหล่าอวี่ เฉินชางอดถามไม่ได้
“ผู้อำนวยการอวี่ครับ… ผมอยู่อีกไม่นานแล้ว ห้องทำงานนี้…”
เหล่าอวี่มองแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ดีร้ายอย่างไรก็เหลืออีกสามเดือนเลยนะ ระหว่างนี้ก็ใช้ไปเถอะ แต่คุณเองก็เป็นศาสตราจารย์แล้ว ต้องใส่ใจการใช้ชีวิต จะให้ขลุกอยู่ในห้องเวรทั้งวันก็ไม่สะดวกหรอก”
เฉินชางตะลึงงัน ค่อนข้างกระดากใจเตรียมจะปฏิเสธต่อ แต่ในเวลานี้เหล่าอวี่ก็เอ่ยขึ้นมาตามตรง
“ช่วงเวลาที่คุณอยู่ในโรงพยาบาลนานกว่าช่วงเวลาที่คุณอยู่บ้านเสียอีก ไม่ได้พักผ่อนดีๆ ก็ไม่ไหวหรอก คนหนุ่มมีกำลังวังชาแต่ว่า… ต้องสนใจการพักผ่อนด้วย”
ต้องทราบด้วยว่าในแผนกฉุกเฉินที่หก คนที่ได้ครอบครองห้องทำงานส่วนตัวมีแค่คนเดียวเท่านั้น นั่นก็คืออวี่หย่งกัง! ผู้อำนวยการแผนกอื่นๆ แม้แต่เหล่าหม่าที่เป็นหัวหน้าทีมมือฉมังก็ยังอยู่ในห้องเวรเหมือนกัน แต่ว่าวันนี้โรงพยาบาลกลับจัดห้องทำงานแยกให้เฉินชางหนึ่งห้อง แบบนี้จะไม่ให้เฉินชางตื้นตันได้อย่างไร
เหล่าอวี่เอ่ยต่อไปว่า
“นี่คือเจตนาของผู้อำนวยการอู และเป็นความตั้งใจของฉัน รวมถึงเป็นความตั้งใจของทุกคนด้วย คุณูปการที่คุณสร้างให้ศูนย์ฉุกเฉินก็อยู่ในสายตาของพวกเราเหมือนกัน มาที่นี่ยังไม่ถึงปีแต่คุณดูผลงานพวกนี้สิ เป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นกันถ้วนหน้า ดูผลงานที่พวกเราได้มาในปีนี้สิจู่ๆ นั่นเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จล้นหลาม!
คะแนนประเมินทางคลินิก คะแนนงานวิจัย แซงหน้าบางแผนกของปักกิ่งยูเนี่ยนไปแล้วทั้งนั้น ฉันคาดการณ์ว่ารอจนสิ้นสุดปีนี้ ฉันเดาว่าแผนกฉุกเฉินของพวกเราอาจจะติดสิบลำดับแรกก็ได้ คุณว่าถ้าฉันไม่จัดห้องทำงานให้คุณ ฉันจะทำเกินไปหน่อยไหมละ คุณสร้างผลงานใหญ่ให้แผนกเราเชียวนะ!”
มีการสรุปจัดลำดับแผนกและโรงพยาบาลภายในประเทศตามศักยภาพ ซึ่งการสรุปตามศักยภาพนี้รวมไปถึงศักยภาพด้านคลินิกและศักยภาพด้านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทั้งสองอย่างนี้ด้วย
การประเมินสรุปในช่วงครึ่งปีแรกจะรวมอยู่ในผลการรายงานด้วย โรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินยกระดับขึ้นอย่างเด่นชัด ถึงแม้จะยังไม่เพียงพอสำหรับติดสามสิบลำดับแรก แต่หลายแผนกของศูนย์ฉุกเฉินก็ล้วนมีความโดดเด่นและล้ำหน้าไปไกล
แผนกศัลยกรรมหัวใจ แผนกศัลยกรรมทั่วไป และแผนกฉุกเฉิน เป็นสามแผนกที่บานสะพรั่งอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพด้านคลินิกหรือว่าด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะในด้านวิทยานิพนธ์และการยื่นเสนอโครงการ แผนกศัลยกรรมหัวใจและศัลยกรรมทั่วไปนำโด่งไปไกลแล้ว!
สรุปคือปีนี้เป็นปีทองที่หาได้ยากสำหรับโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉิน อีกทั้งคนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งกลับเป็นแพทย์ฝึกงานคนหนึ่ง ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ประจำของโรงพยาบาล สำหรับพวกอูถงฝู่แล้วข้อมูลนี้ค่อนข้างน่าอาย
เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นแพทย์ฝึกงาน ปรับขึ้นเงินเดือนให้ไม่ได้! อีกทั้งคนเขาก็ไม่ได้สังกัดอยู่ที่นี่ ฝ่ายบริหารก็เลื่อนตำแหน่งให้ไม่ได้เช่นกัน เมื่อเป็นแบบนี้ทุกคนทำได้แค่คิดหาทางให้เฉินชางได้อยู่ที่นี่อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ยกระดับคุณภาพชีวิตในบางแง่
เหล่าอวี่เองก็นับว่าซาบซึ้งในตัวเฉินชางอย่างยิ่ง ในมุมมองของตนแล้ว ความก้าวหน้าของแผนกฉุกเฉินที่หกเปรียบเสมือนได้เห็นลูกน้อยของตนเติบโตขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพราะลูกน้อยของตนมีพ่อทูนหัวยอดอภินิหารคนหนึ่ง!
“ต่อไปก็กลับมาเยี่ยมที่นี่บ่อยๆ ละ ห้องทำงานนี้… จะเก็บไว้ให้คุณเสมอ!”
ผ่านไปนานพักใหญ่ อวี่หย่งกังมองเฉินชางแล้วเอ่ยอย่างจริงจัง เฉินชางได้ฟังก็ตะลึงงันทันที!