เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1527 หาตัวลูกคนหนึ่ง!
เฉินชางเห็นเทคนิคนี้แล้วรู้สึกล่องลอยเล็กน้อย!
เพราะเทคนิคแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเทคนิคที่ล้ำหน้าที่สุดของวงการศัลยกรรมประสาทตอนนี้ หน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญแผนกศัลยกรรมประสาทล้วนกำลังทำเรื่องนี้ นอกจากนี้ผลลัพธ์ก็ออกมาไวมาก
เมื่อก่อนโรคพาร์กินสัน โรคลมชัก รวมถึงเนื้องอกในตำแหน่งพิเศษเหล่านั้นโดยพื้นฐานแล้วไม่มีทางรักษาได้ แต่ตอนนี้การกำหนดตำแหน่งสามมิติทำให้การผ่าตัดพวกนี้มีความเป็นไปได้!
เฉินชางเห็นรางวัลสีทองอร่ามในตารางภารกิจแล้วจู่ๆ ไม่รู้ว่าควรเลือกอย่างไร!
ความรู้สึกแบบนี้เหมือนสาวสวยสี่คนยืนอยู่ตรงหน้าตัวเองแต่คุณเลือกได้เพียงแค่คนเดียว ยากเกินไปแล้ว!
เฉินชางอยากได้ทั้งหมด น่าเสียดายที่เป็นไปไม่ได้ ยิ่งเป็นของดีก็ยิ่งยากที่จะได้ครอบครอง รอก่อนแล้วกัน ดูว่าต้องการอะไรแล้วค่อยว่ากัน
เฉินชางคิดถึงตรงนี้ก็ออกจากห้องผ่าตัด ตอนที่อยู่ในห้องผ่าตัดเหล่าหม่าตื่นเต้นมาก พอเขาเห็นเฉินชางมาก็ถูมือพร้อมพูดว่า “อยากไปจับโจรกับผมไหม”
เฉินชางอึ้งไปทันที “หือ?”
เหล่าหม่าหรี่ตาพร้อมพูดว่า “โจรที่หมู่บ้านซาหนานบ้านเกิดหนิวเชียนไง ผมหาตำแหน่งที่ตั้งไว้แล้วด้วย!”
เฉินชางมองบนทันที “พอเถอะครับหัวหน้าทีมหม่าของผม คุณขู่สักหน่อยก็พอแล้ว คุณจะไปหาเขาถึงบ้านเกิดจริงๆ เหรอ!”
เหล่าหม่าอึ้ง มองเฉินชางพร้อมพูดว่า “นี่มันความคิดระบบศักดินาชัดๆ อีกอย่างไอ้โจรนั่นจะล่วงเกินหนิวเซียนอยู่แล้ว!”
เฉินชางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้อดพูดไม่ได้
“ตอนที่พยาบาลใส่ท่อปัสสาวะผมให้พยาบาลดูแล้ว เธอยังเป็นสาวพรหมจรรย์อยู่เลย! คุณอย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบาม! อีกอย่างตำรวจก็ติดต่อญาติของเธอแล้ว อีกไม่นานคงมาถึง หนิวเซียนเป็นคนดีมากแต่คุณก็อย่าเพิ่งใจร้อน!”
เหล่าหม่าได้ยินแบบนี้ก็ถอนหายใจ ความจริงก็รู้สึกว่าที่เฉินชางพูดมีเหตุผล “โอเค ผมฟังคุณ”
แต่เฉินชางกลับประหลาดใจขึ้นมา “แต่จนตอนนี้ผมยังประหลาดใจมากว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นจึงเชื่อใจคุณขนาดนั้น!”
เหล่าหม่าลังเลครู่หนึ่งก็พูดด้วยท่าทางเศร้าใจ “อาจจะเพราะหล่อมั้งครับ!”
เหล่าอวี่เดินเข้ามา “การผ่าตัดราบรื่นดีไหม”
เฉินชางพยักหน้า “ครับ ราบรื่นดี ก็ต้องดูการฟื้นตัวหลังจากนี้ รวมถึงโรคแทรกซ้อน”
อวี่หย่งกังพยักหน้า หันมองเหล่าหม่าแวบหนึ่งพร้อมยิ้มพูด “คุณจะรับเป็นน้องสาวไม่ใช่เหรอ”
เหล่าหม่ายิ้ม “น้องสาวอะไรล่ะ ผมแค่รู้สึกว่าเธอน่าสงสารมากและรู้สึกถูกชะตาด้วย แต่… เหล่าอวี่ ผมไม่เข้าเวรดึกได้ไหมครับ”
เหล่าอวี่อึ้ง “ทำไมล่ะ”
เหล่าหม่าหน้าแดง “เออ… ผมแพ้เวรดึกนะครับ! อื้ม ใช่ ตรงนี้ครับ!”
เฉินชางเกือบกระอักเลือด หน้าไม่อายเกินไปหรือเปล่า เหล่าอวี่ใคร่ครวญครู่หนึ่ง มองเหล่าหม่าพร้อมพูดอย่างจริงจัง “โธ่ นี่เรื่องใหญ่เลยนะ!”
เหล่าหม่าเห็นแบบนี้ก็ดีใจขึ้นมาทันที!
ตอนที่กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง เหล่าอวี่ได้แทรกขึ้นมา
“จริงสิ คุณน่าจะรู้วิธีการรักษาโรคภูมิแพ้ การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้อย่างค่อยเป็นค่อยไปจากปริมาณที่น้อยจะหายจากโรคภูมิแพ้ในที่สุด! คุณไม่ต้องเป็นห่วง เดือนนี้ผมจะจัดเวรดึกให้คุณเยอะขึ้นหน่อย รีบรักษาโรคภูมิแพ้ของคุณจากต้นเหตุ”
เหล่าอวี่พูดจบก็จากไปอย่างสง่า ทิ้งให้เหล่าหม่าเลียแผลของตนเองอยู่ตรงนั้น
น่าสงสารจริงๆ หายจากภูมิแพ้อะไรกัน ไม่มีจิตวิญญาณแห่งมนุษยธรรมขั้นพื้นฐานเลยหรือ ทำไมการคุยกับหมอถึงเหนื่อยขนาดนี้!
เหล่าอวี่เพิ่งออกจากห้อง เหล่าหม่าถอนหายใจ
“ชางเอ๋อร์ คุณเห็นหรือยัง” เหล่าหม่าใช้ขาชนเฉินชางพร้อมถาม
เฉินชางอึ้งไป “เห็นอะไรครับ”
เหล่าหม่ายิ้มอย่างได้ใจ “เหล่าอวี่ขาดผมไม่ได้แล้ว! คุณรู้ไหมครับว่าเพราะอะไร”
เฉินชางคิดๆ แล้วรู้สึกว่าสติปัญญาของเหล่าหม่าก็แค่สามขวบครึ่ง จะรังแกไม่ได้ ทำได้เพียงให้กำลังใจ “อาจจะเพราะคุณสำคัญมั้งครับ!”
เหล่าหม่าดีใจตามคาด!
“จริงครับ ผมก็รู้สึกแบบนั้น นี่คือเทคนิคของผม ถึงอย่างไรผมก็นับว่าเป็นเสาหลักของแผนกฉุกเฉินที่หก”
ตอนนี้เองจู่ๆ เหล่าอวี่ก็ย้อนกลับมา หลังจากได้ยินเสียงเขาก็อดหัวเราะเยาะไม่ได้ “คุณมีประโยชน์ไม่เท่าอะดรีนารีนหนึ่งมิลลิลิตรด้วยซ้ำ!”
สุดท้ายเหล่าหม่าก็ใจสลาย!
เฉินชางอดถามไม่ได้ “ช่วงนี้คุณเป็นอะไร ทำไมไม่อยากเข้าเวรดึก”
เหล่าหม่ากระซิบ “คุณไม่เห็นเหรอว่าช่วงนี้ผมออกกำลังกายอยู่ และผมก็เลิกเหล้าแล้วด้วย ผมกับภรรยาเตรียมจะปั๊มลูกอีกคน!”
เฉินชางได้ยินแบบนี้ก็อึ้งไปทันที “ได้เหรอครับหัวหน้าทีมหม่า นี่เรื่องใหญ่เลยนะ!”
เหล่าหม่าหัวเราะแฮะๆ “ให้คุณเป็นพ่อบุญธรรมดีไหม”
เฉินชางยิ้ม “แน่นอนครับ!”
วันนี้เลิกงานค่อนข้างไว ที่โรงพยาบาลก็ไม่ได้มีงานอะไร และเฉินชางในตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเองแล้ว มีคนคอยจัดการงานประจำวัน โดยปกติเขาก็ไม่ได้ยุ่ง
เพิ่งกลับถึงบ้านจู่ๆ เฉินชางก็รู้สึกว่าตนก็ควรทำเวลา ทะเบียนสมรสก็จดแล้ว งานแต่งก็จัดแล้ว ควรทำเรื่องสำคัญแล้ว! ลูกชายของตนคงรอเกิดมานานมากแล้ว จากนั้นเฉินชางได้เตรียมอาหารมื้อใหญ่
ฉินเยว่เห็นแล้วประหลาดใจเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเฉินชางคิดจะทำอะไร ฉินเยว่เจ้าเล่ห์อยู่แล้ว ย่อมเดาออกว่าเฉินชางมีอะไรในใจแต่เธอไม่ได้พูดอะไร นั่งฮัมเพลงกินข้าวโดยไม่พูดถึงเรื่องอื่นเลย และไม่ถามด้วยซ้ำว่าทำไมวันนี้เฉินชางถึงลงมือทำอาหาร เธอรอดูว่าเฉินชางคิดจะทำอะไรกันแน่!
เฉินชางร้อนใจเล็กน้อย เห็นฉินเยว่กินอย่างผ่อนคลายก็ยิ่งร้อนรน ยัยนี่ทำไมกินเก่งแบบนี้ คุณถามผมหน่อยสิ! ถามสิว่าทำไม!
น่าเสียดายที่เฉินชางยิ่งร้อนรน ฉินเยว่ยิ่งกินข้าวอย่างมีความสุข แสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กินข้าวเสร็จเฉินชางจนคำพูด ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ทว่าเฉินชางยังไม่ทันได้พูดอะไร จู่ๆ ฉินเยว่ก็โผเข้ากอดเฉินชาง
“ที่รัก… ทนไม่ไหวแล้วใช่ไหมล่ะ… ฮิๆๆ…”
คำพูดสองแง่สองง่ามนี้ทำให้เฉินชางพลิกตัวเธอพร้อมตีก้นไปสองที “คุณนะคุณ เดาออกแต่ยังจงใจแกล้งผม! ผมทนจนทรมานไปหมดแล้ว!”
ฉินเยว่ยิ้มพูด “คุณอย่าเพิ่ง ให้ฉันเดาก่อน ฉันเดาออกแน่นอนว่าคุณจะพูดอะไร!”
เฉินชางเห็นแบบนี้ก็เผยรอยยิ้มทันที “ไหนคุณลองเดาสิ”
ฉินเยว่กอดเอวเฉินชาง นอนพิงอ้อมอกของเขาอย่างระมัดระวังโดยไม่พูดอะไร จนกระทั่งผ่านไปครู่ใหญ่จู่ๆ ฉินเยว่ก็ลืมตาขึ้น
“ที่รัก คุณรู้สึกไหมว่าบ้านเราขาดอะไรบางอย่าง”
เฉินชางอึ้ง “ขาดอะไรครับ”
ฉินเยว่กอดศีรษะของเฉินชางไว้พร้อมกระซิบ “ขาดลูกคนหนึ่ง”