เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1549 แจ็คพอตจากบอส!
ฟื้นขึ้นมาหลังการผ่าตัดหนึ่งชั่วโมง สำหรับเบอร์ดีแล้วเรื่องนี้น่าตกตะลึงจริงๆ!
สุดท้ายแล้ว เทคนิคในการผ่าตัดก็เป็นแค่เทคนิคเท่านั้น ลีลาในการผ่าตัดก็ไม่สู้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันที ชั่วขณะนั้นเบอร์ดีค่อนข้างตื่นเต้นจริงๆ ได้สติหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หากพิจารณาตามตัวชี้วัดการฟื้นฟูหลังผ่าตัดที่เมโยคลินิกกำหนดขึ้นแล้ว มีแนวโน้มว่าอัตราการรอดชีวิตจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
เซวียเจิ้งเริ่นยืนอยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ก็ตะลึงอยู่เพียงสามวินาทีเท่านั้น ถูกแล้ว! เขาคิดว่าตัวเองค่อนข้างเหิมเกริมขึ้น ตกใจกับเรื่องแบบนี้แค่สามวินาทีก็หายแล้ว จีจวิ้นหมิงเห็นเหตุการณ์ก็อดมองเซวียเจิ้งเริ่นไม่ได้
“ผู้อำนวยการเซวีย คุณ… ไม่ตกใจเหรอ”
เซวียเจิ้งเริ่นมองจีจวิ้นหมิงอย่างเคร่งขรึม เอ่ยเสียงเรียบ “พอได้ติดตามศาสตราจารย์เฉิน เดี๋ยวคุณก็จะค่อยๆ เคยชินกับเรื่องแบบนี้ไปเอง”
หูฉวนปังพยักหน้ารับ “ใช่ ยังจะมีอะไรต้องพูดอีกละ ใช่แล้ว! นี่แค่เบสิก”
ประโยคนี้ทำเอาจีจวิ้นหมิงพูดไม่ออก!
แต่ในเวลานี้เฉินชางยิ้มน้อยๆ เดินเข้าไปหาหลิวเหวยเจ่อ เอ่ยขึ้นว่า “รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม”
หลิวเหวยเจ่อผงกหัวรับ “ครับ ปวดหัวนิดหน่อย ส่วนอย่างอื่น… พอไหวครับ แถมรู้สึกว่าสมองมันไม่ได้ปวดบวมเท่าเมื่อก่อนด้วย”
เฉินชางพยักหน้าให้ ซักถามคำถามอีกหลายข้อช้าๆ “จำได้ไหมว่าเมื่อคืนกินอะไรไป”
ล้วนเป็นคำถามทดสอบสติปัญญาและการวิเคราะห์แยกแยะ หลิวเหวยเจ่อตอบได้คล่องปร๋อ เรื่องนี้ทำให้เฉินชางพอใจมาก! การผ่าตัดประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก บางทีอาจจะเป็นการผ่าตัดที่คุ้มค่าพอให้ศึกษาวิจัยมากเคสหนึ่งเลย
เฉินชางรีบเอ่ยกับหมอประจำห้องไอซียูที่รับผิดชอบเคสหลิวเหวยเจ่อว่า “ตรวจอาการทุกสิบห้านาที… อีกอย่างพอครบยี่สิบสี่ชั่วโมงให้วัดคลื่นไฟฟ้าสมองกับบันทึกคลื่นไฟฟ้าสมองที่สัมพันธ์ต่อเหตุการณ์ ถ้าครบสามสิบหกชั่วโมงแล้วให้ตรวจ MRI สังเกตการฟื้นตัว…”
หลิวเหวยเจ่อไม่ใช่เคสที่ง่ายดายเลย ถ้าทำสำเร็จขึ้นมาจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคเดียวกันอีกมากมาย หลิวซวิ่นและเหมียวหย่งเจินรวมถึงพ่อแม่ของหลิวเหวยเจ่อก็ถูกพาเข้ามาด้วย พอเห็นลูกชายฟื้นแล้วทั้งครอบครัวก็ตื่นเต้นมาก สองสามีภรรยากอดกันดีใจจนร้องไห้ออกมา จะเป็นอัจฉริยะไม่เป็นอัจฉริยะ ขอแค่ได้เห็นรอยยิ้มบนหน้าของหลิวเหวยเจ่อก็มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดแล้ว
ในเวลานี้เอง เสียงแจ้งเตือนระบบแจ่มชัดยาวเป็นพรืดดังขึ้นมา
[ติ้ง! ยินดีด้วย ผ่าตัดเนื้องอกต่อมไพเนียลหายากได้สำเร็จ การฟื้นตัวหลังผ่าตัดดีเยี่ยม ได้รับรางวัลหลายรายการ: 1. บัตรพรสวรรค์สีทอง 2. ระดับ +2 3. ไอเท็มสีม่วง: หูฟังทางการแพทย์ของเลนเน็ค (ของจำลอง)]
เฉินชางมองรางวัลระบบค่อนข้างตะลึง นานมากแล้วที่ไม่มีของดีๆ โผล่มาเลย! วันนี้มาทีเดียวสองอย่าง บัตรพรสวรรค์สีทองกับหูฟังทางการแพทย์ของเลนเน็ค (ของจำลอง) และระดับ +2 ด้วย
สำหรับเฉินชางในปัจจุบันนี้ดูเหมือนจะไม่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของระดับแล้ว ถึงอย่างไรระดับก็เป็นเพียงระดับวิชาชีพเท่านั้น ต่อให้เลื่อนระดับขึ้นก็ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นเฉินชางเห็นแค่ว่าตอนนี้เลเวลตนเลื่อนเป็นห้าสิบสองแล้ว ค่อนข้างจนใจอยู่บ้าง ตอนนี้ได้แต่หวังว่าพอกลายเป็นหัวหน้าแพทย์ Lv.60 แล้วจะเกิดเรื่องเซอร์ไพรส์ขึ้นกับตน
แต่ว่าไอเท็มอย่างบัตรพรสวรรค์สีทองกับหูฟังทางการแพทย์ของเลนเน็คสองอย่างนี้ทำให้เขาคาดหวังอยู่
หวงปินไหจองร้านอาหารไว้แล้ว คืนนี้ต้องมีการดื่มเหล้าแน่นอน เฉินชางเลยไม่ขับรถไป แต่เรียกรถรับส่งสองคันมารับไปยังที่หมาย วันนี้เฉินชางเชิญสมาชิกทั้งหมดของแผนกศัลยกรรมประสาทมาด้วย ส่วนเซวียเจิ้งเริ่นก็โทรสั่งเหล้าเหมาไถมาหลายขวด อาหารจีนก็ต้องคู่กับเหล้าขาว ระหว่างที่เดินทางไปภัตตาคาร เฉินชางหรี่ตาลงเปิดรางวัลของวันนี้อย่างกระตือรือร้น
[บัตรพรสวรรค์สีทอง]
บัตรนี้จะให้พรสวรรค์แบบไหนกันนะ เฉินชางเปิดใช้ทันที!
[ติ้ง! ยินดีด้วย เปิดใช้งานบัตรพรสวรรค์สีทอง ได้รับพรสวรรค์: เห็นผ่านตาไม่ลืม!]
หลังจากได้ยินแจ้งเตือนระบบ เฉินชางตะลึงไปทันที ดวงตาเบิกกว้าง! เห็นผ่านตาไม่ลืมงั้นเหรอ? เกินเบอร์ไปแล้ว! เจ๋งไปเลย! นี่เป็นของดีชิ้นหนึ่งสำหรับเฉินชางที่ต้องอ่านบทความทุกวัน ความสามารถเห็นผ่านตาไม่ลืมนี้มีประโยชน์สุดๆ ไปเลย สำหรับหนอนการแพทย์คนหนึ่งแล้วมีสิ่งที่ต้องท่องจำมากเหลือเกิน นี่สินะความใจปล้ำของบอสระดับราชา!
ดูต่อดีกว่า!
[หูฟังทางการแพทย์ของเลนเน็ค (ของจำลอง)]
ของจำลองเหรอ? แต่ก็ยังเป็นระดับสีม่วง คิดว่าคงไม่เลว เลนเน็คคือคนแรกที่คิดค้นหูฟังทางการแพทย์ขึ้นมา โดยทั่วไปแล้ว ของที่เกี่ยวข้องกับบุคคลประเภทนี้ย่อมไม่ใช่ของแย่ๆ แน่นอน ถึงแม้จะเป็นของจำลองก็ตาม
[หูฟังทางการแพทย์ของเลนเน็ค (ของจำลอง): หลังจากสวมใส่แล้ว ศักยภาพการรับฟังเสียงภายในร่างกายจะเพิ่มขึ้น เลือกตัดเสียงรบกวนได้ ล็อกเป้าและขยายเสียงเฉพาะที่ได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัย!]
หลังจากเห็นแจ้งเตือนระบบ เฉินชางก็อดตื่นเต้นดีใจไม่ได้ ในร่างกายมีเสียงทับซ้อนมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ฟังเสียงหายใจหรือเสียงชีพจรก็จะได้ยินเสียงหัวใจเต้นด้วย แต่พอตัดเสียงรบกวนได้แบบนี้ แถมยังขยายเสียงได้ ประสิทธิภาพในการวินิจฉัยจะเพิ่มขึ้นทันที! เยี่ยมเลย! เป็นฟังก์ชันที่มีประโยชน์มาก ต้องทราบด้วยว่าการฟังเสียงก็คือการตรวจโรคที่สำคัญมากอย่างหนึ่ง ก็เหมือนที่แพทย์อาวุโสแค่ฟังเสียงก็ยืนยันได้แล้วว่าเป็นมะเร็งปอด นี่คือประสบการณ์ล้วนๆ! ได้กำไรเต็มๆ เลย!
เรื่องดีชวนให้คนกระฉับกระเฉง การผ่าตัดประสบความสำเร็จ แถมของรางวัลยังอู้ฟู่ขนาดนี้ทำให้เฉินชางกระชุ่มกระชวย ช่วงค่ำทุกคนดื่มกันไม่น้อยเลย ศัลยแพทย์ชอบดื่มเหล้า นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกหายากอะไร พูดกันตามจริง เฉินชางมาร่วมสังสรรค์กับทุกคนน้อยครั้งมาก อีกอย่างก็นับเป็นครั้งแรกที่ได้พาสมาชิกในทีมศัลยกรรมประสาทของตนมากินข้าวพร้อมหน้า ตกดึกทุกคนกินกันไปไม่น้อยและดื่มกันไม่เบา พอมีกลุ่มคนมารวมตัวก็นับว่าครื้นเครงดี
พอผู้ชายดื่มเหล้ามากไปก็คุยโว เงียบขรึม หรือไม่ก็พูดมาก บางครั้งของอย่างสุราก็ไม่ได้เลวร้าย มันเปลี่ยนบรรยากาศให้ดีขึ้นได้ พออยู่บนโต๊ะอาหารก็ลดระยะห่างระหว่างคนเราได้ อันที่จริงชีวิตของศัลยแพทย์ในศูนย์ฉุกเฉินเหล่านี้ไม่ง่ายดายเลย พวกเขาไม่มีโอกาสได้ทำการผ่าตัดใหญ่ด้านศัลยกรรมประสาทมากขนาดนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นหัตถการเล็กๆ น้อยๆ ในด้านศัลยกรรมประสาท สำหรับศัลยแพทย์ถ้าอยากมีรายได้ก็ต้องผ่าตัด หรือไม่ก็เพื่อให้มีความแม่นยำมากขึ้น สำหรับศัลยแพทย์แล้วการผ่าตัดคือหัวใจหลัก! ต้องมีการผ่าตัดถึงจะมีรายได้ ถึงจะมีโอกาสพัฒนาเทคนิค ถึงจะมีโอกาสหาเงินได้มากขึ้น
บางครั้งการคุยเรื่องอุดมคติโดยละทิ้งชีวิตก็ไร้สาระมาก เฉินชางคิดว่าเมื่อคุณไม่มีแรงกดดันจากภาระทางการเงิน คุณถึงจะมีสมาธิไปทำเรื่องอื่นได้ ถึงจะคุยเรื่องอุดมคติ พูดถึงสิ่งที่แสวงหาได้ อู๋ฮุ่ยดื่มไปมาก พูดมากแล้วเช่นกัน เขาโอบหวงปินไหเอ่ยไปว่า “เสี่ยวหวง ฉันเป็นคนมีประสบการณ์ ฉันจะบอกประสบการณ์ของฉันให้นายฟังไว้ บางทีอาจจะเรียกว่าเล่าประวัติของตัวเองก็ได้”
“ฉันคิดว่าพวกเราสองคนเหมือนกันมากเลย ถ้านายคิดว่ามีเหตุผลนายก็ฟังหน่อยเถอะ ถ้าคิดว่าไร้สาระนายก็ถือว่าฟังแกล้มเหล้าแล้วกัน” หวงปินไหยังคงนับถืออู๋ฮุยมาก เทียบกันแล้วก็นับถือกว่าเยว่เลี่ยง เนื่องจากอู๋ฮุยเป็นกันเองกว่า