เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1554 หัวหน้าแผนกคนนี้รวยมาก!
ภายในห้องทำงานแผนกฉุกเฉินที่หก จางฉิน หมอเวรมองแอคใหญ่ท่านหนึ่งที่ชูมือถือไลฟ์อยู่ด้านข้าง
ในใจเปี่ยมด้วยความจนปัญญาเช่นกัน
พยาบาลเสี่ยวเคอที่อยู่ทางนี้ เดินเข้ามาหา
“หมอจางคะ ฉันโทรหาศาสตราจารย์เฉินแล้วค่ะ”
จางฉินผงะไปเล็กน้อย
“ศาสตราจารย์เฉินเหรอ”
พยาบาลสาวพยักหน้า
“ผู้อำนวยการให้ศาสตราจารย์เฉินเข้ามาดูค่ะ”
จางฉินถอนหายใจ ถึงแม้ทักษะผ่าตัดของเฉินชางจะยอดเยี่ยม
แต่ว่า… ประสบการณ์และความสามารถในการรับมือกับประเด็นระหว่างหมอกับคนไข้
แน่นอนว่าคงเทียบผู้อำนวยการอวี๋ไม่ติดใช่ไหมล่ะ
พอคิดมาถึงตรงนี้ จางฉินได้แต่หวังว่าสหายผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จะมาถึงเร็วๆ
แต่ในขณะนี้ที่เคาน์เตอร์พยาบาล ชายคนหนึ่งยกมือถือจ่อไปที่เคาน์เตอร์พยาบาล กำลังไลฟ์สด
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองนายเฝ้าดูชายคนนั้น
“สหาย นายเลิกไลฟ์เถอะ ที่นี่คือโรงพยาบาลนะ!”
“นายกำลังรบกวนการปฏิบัติงานตามปกติของโรงพยาบาลอย่างร้ายแรง
ถ้านายทำแบบนี้ต่อไป พวกเราต้องแจ้งตำรวจนะ”
ชายคนนั้นรีบกล่าวว่า
“พี่ชายทั้งสอง พวกคุณเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คุณมีหน้าที่ของคุณ
แต่ผมก็มีสิทธิ์จะปกป้องสิทธิ์ของตัวเองเหมือนกัน”
“พวกคุณก็เห็นแล้วนี่ น้องชายผมเขาเป็นแผลที่เท้าใหญ่เบ้อเริ่มขนาดนี้
ผมตามหมอไปเย็บแผลแล้วผิดเหรอ”
“แต่คุณดูคำพูดหมอพยาบาลพวกนี้สิ”
“ที่นี่คือโรงพยาบาลงั้นเหรอ ถ้าไม่รู้คงนึกว่ามาผิดที่แล้ว”
“ผู้ป่วยของทางเราบาดเจ็บเลือดตกยางออก พวกคุณมัวทำอะไรอยู่ที่ไหนกัน
นี่นี่ยังใช่แผนกฉุกเฉินไหม ผู้ป่วยเคสด่วนแบบนี้พวกคุณยังไม่จัดการให้
พวกคุณยังคู่ควรเป็นเจ้าหน้าที่อยู่หรือเปล่า!”
ชายคนนั้นเอ่ยกับจอไลฟ์
“สหายทุกท่าน ผมจะให้พวกคุณดูเท้าของน้องชายผม
พวกคุณดูสิแผลใหญ่ขนาดนี้ ตอนนี้อักเสบไปหมด
ผมเสิร์ชไป่ตู้ดูแล้ว เขียนไว้ว่าแผลใหญ่ระดับนี้จำเป็นต้องฉีดยาบาดทะยัก
แถมจำเป็นต้องจัดการอย่างเร่งด่วนด้วย
แต่ทางโรงพยาบาลกลับไม่สนใจไยดีพวกเราเลย!”
“ผมไม่รู้แล้วจริงๆ ว่าควรจัดการอย่างไร!”
“ที่นี่คือแผนกฉุกเฉินที่หกของโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินเมืองหลวง
หลังจากผู้ป่วยฉุกเฉินของทางเรามาถึง พยาบาลเอาแต่ทำนู่นทำนี่ไม่เหลียวแลผมเลย
ผมไม่เจอหมอสักคนเลยด้วยซ้ำ”
“พอถามไปก็บอกกำลังยุ่ง! ถามไปก็บอกผ่าตัดอยู่!
ผมถามหาผู้อำนวยการก็ตอบแค่ว่าไปประชุม!”
“โรงพยาบาลแบบนี้จะรับประกันความปลอดภัยในชีวิตของพวกเราได้เหรอ”
ระหว่างที่พูด ชายคนนั้นก็จ้องจอมือถือ พูดไปก็บีบน้ำตาตัวเองไปด้วย
“ผมหมดหนทางแล้วจริงๆ ผมเลยทำได้แค่มาขอความเป็นธรรมกับทุกคน”
จางฉินทนไม่ไหว เอ่ยขึ้นว่า
“คุณหยุดถ่ายได้แล้ว ไลฟ์ไปก็แก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้
ฉันบอกแต่แรกแล้วไงว่าฉันช่วยจัดการให้คุณได้ตอนนี้เลย”
พอชายคนนั้นได้ยินก็หัวเราะทันที
“พี่สาวหมอท่านนี้ เมื่อกี้ผมเรียกหาคุณตั้งนานก็ไม่เห็นเจอใคร
ถ้าผมไม่บอกพวกคุณว่าผมมีผู้ติดตามหลายแสนคน พวกคุณจะยอมตกลงด้วยเหรอ”
“นี่ถ้าผมเป็นแค่คนธรรมดา ไม่มีผู้ติดตามหลายแสนคน คุณก็จะไมรักษาให้งั้นสิ!”
“ที่นี่คือโรงพยาบาล!”
“เป็นสถานที่ที่งานหลักคือช่วยชีวิตและทำการรักษาคน
หรือว่าการรักษาพยาบาล กลายเป็นสิทธิพิเศษสำหรับคนสูงส่งอย่างพวกคุณไปแล้ว!”
จางฉินพลันโมโหขึ้นมาแล้วเหมือนกัน
“การโวยวายของคุณค่อนข้างไร้เหตุผลนะ วันทั้งวันคุณมาโรงพยาบาลกี่ครั้งละ
ทุกครั้งพอจะรักษาพอจะเย็บแผลคุณก็ไม่เอา
โรงพยาบาลเป็นกิจการของบ้านคุณเหรอ ต้องบริการคุณคนเดียวหรือไง”
“ฉันจะบอกคุณให้นะ วันนี้ฉันจะอยู่ที่นี่แหละ คุณถ่ายไปเลย
ฉันจะรอดูว่าคุณจะทำอะไรได้!”
“ไป เสี่ยวเคอ ไปตรวจผู้ป่วยเตียงสามสิบเก้า!”
เสี่ยวเคอรีบดึงจางฉินไปกระซิบข้างหูว่า
“หมอจางคะ ใจเย็นๆ หน่อย ทำแบบนี้ถ้าผู้บริหารมาเห็นเข้า…
คุณก็ใช่ว่าจะไม่รู้สถานการณ์นี่คะ”
จางฉินสูดหายใจลึกๆ ทีหนึ่ง จนปัญญามากเช่นกัน!
ฝ่ายชายมีสีหน้าตกใจ อดตะโกนไม่ได้ว่า
“พี่สาวหมอคนนี้เจ้าอารมณ์ซะจริง เฮ้อ ผมพูดตามตรง ท่าทางแบบคุณทำให้พวกเรากังวลกันเหลือเกิน”
พูดจบฝ่ายชายก็เริ่มแพลนกล้องถ่ายจางฉิน
“ทุกคนดูสิครับ หมอคนนี้ไงละ”
“ทุกคนยุ่งมากจริงๆ!”
“ยังมีพยาบาลพวกนี้อีก…”
ในใจของจางฉินเดือดดาลอย่างยิ่ง เรื่องแบบนี้ใครก็ต้องโมโหทั้งนั้น!
แต่ในเวลานี้เอง เฉินชางและฉินเยว่พลันเดินเข้ามาอย่างเร่งร้อน
“สวัสดีครับสหายท่านนี้ ที่นี่คือโรงพยาบาล มีอะไรที่พอช่วยเหลือคุณได้ไหมครับ”
เฉินชางเอ่ยกับชายคนนั้น ฝ่ายชายหันไปมองเฉินชางอดตะลึงไม่ได้
เนื่องจากวันนี้เฉินชางและฉินเยว่ไปพบรุ่นพี่เจียงมา จึงแต่งตัวเนี้ยบเป็นพิเศษ
เสื้อเชิ้ต กางเกงสแล็ค รองเท้าหนัง แถมยังใส่นาฬิกาหายากด้วย
หลังจากพวกจางฉินเห็นเฉินชางก็ตะลึงไปเล็กน้อย
“ศาสตราจารย์เฉิน!”
ชายคนนั้นมองเฉินชาง
“คุณเป็นใคร”
เฉินชางตอบว่า
“ผมคือหัวหน้าแผนกฉุกเฉินที่หก หากว่าคุณต้องการอะไร พวกเราช่วยจัดการให้คุณได้
แต่ว่า… เลิกไลฟ์สดที่กระทบต่อระเบียบความปลอดภัยตามหลักของโรงพยาบาลด้วยครับ”
ชายคนนั้นร้องอ๋อ
“โอ้! หัวหน้าสินะ หัวหน้าก็ดี!”
เฉินชางเอ่ยว่า
“พวกเราเลิกถ่ายกันก่อนได้ไหมครับ คุณบอกว่าน้องชายคุณบาดเจ็บ
การจัดการปัญหาสิถึงจะสำคัญกว่า คุณไลฟ์สดแบบนี้ก็แก้ปัญหาไม่ได้นะครับ”
ชายคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย
“ไม่ๆๆ ผมต้องช่วยโปรโมทให้โรงพยาบาลของพวกคุณสักหน่อย
ประชาสัมพันธ์ให้ดีๆ ถ่ายทอดสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้แก่ประชาชนอย่างพวกเรา
ให้พวกเขารู้ว่าหมออย่างพวกคุณยุ่งมาก! ยุ่งจนไม่มีเวลามาสนใจคนไข้!”
“หมออย่างพวกคุณไม่เหลียวแลผู้ป่วยอย่างพวกเรา ส่วนพยาบาลน่ะเหรอก็ไม่สนใจไถ่ถามเหมือนกัน
ถึงขั้นแสดงพฤติกรรมหยาบคายด้วย”
เสี่ยวเคอเอ่ยอย่างร้อนใจ
“พวกเราแสดงพฤติกรรมหยาบคายมากงั้นเหรอคะ
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะคุณโวยวายไร้เหตุผลชัดๆ!”
ชายคนนั้นพูดขึ้นมาทันที
“พวกเราเป็นผู้ป่วย เป็นคนไข้ พวกเรามาหาหมอ เรียกว่าโวยวายไร้เหตุผลเหรอ”
เฉินชางเอ่ยในทันใด
“นี่คุณไม่ได้มาเพื่อรักษา แต่มาหาแสงสินะ”
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้ชายคนนั้นหน้าแดงขึ้นมา!
“อ้าว! ปากดีนี่!”
“น้องชายผมป่วยเข้าโรงพยาบาล หมอไม่รักษาให้แต่บอกว่าผมมาหาแสง
เพื่อนๆ ในไลฟ์ทุกท่านพวกคุณได้ยินหรือเปล่า”
“นี่ครับ! นี่คือหัวหน้าแผนก พูดจามีวาทศิลป์จริงๆ ปัดความรับผิดชอบทิ้ง!”
“ผมจะถ่ายซูมหัวหน้าแผนกคนนี้ให้ทุกคนดูนะครับ!”
“รองเท้าหนังคู่นี้จู่ๆ มันปลาบเลย ยี่ห้ออะไรกันเนี่ย โอ้… ขอโทษด้วยผมไม่รู้จักจริงๆ”
“แต่ผมรู้จักเข็มขัดเส้นนี้ นี่เข็มขัดแอร์เมสไงละ!”
“จู่ๆ เป็นหัวหน้าแผนกที่ไม่ธรรมดาจริงๆ รวยจริงๆ นะเนี่ย!
ทุกคนดูสิครับ กุญแจรถอันนี้ นี่คือ… เฟอร์รารี่!
หัวหน้าแผนกฉุกเฉินคนหนึ่งขับเฟอร์รารี่เชียวนะ!”
“ผมรู้จักนาฬิกาข้อมือเรือนนี้ ปาเต็ก ฟิลิปป์ ไง! แบรนด์เนมของจริง”
“น่าทึ่งจริงๆ ส่วนตราโลโก้บนเชิ้ตตัวนี้ทุกคนรู้จักกันดี ไม่จำเป็นต้องให้ผมพูดแล้ว”
“หัวหน้าแผนกสินะ ขอถามทีเถอะว่าควรทำอย่างไรกับหมอหัวหน้าแผนกคนนี้ดี”
เฉินชางเห็นสถานการณ์ก็ขำเช่นกัน
เจ้าหมอนี่มีทักษะการกระตุ้นความเกลียดชังมาก
ตั้งแต่ต้นจนจบล้วนควบคุมสถานการณ์พิพาทระหว่างหมอกับคนไข้เอาไว้แล้ว
ต่อมาหลังจากเฉินชางพูดแค่ไม่กี่ประโยค เขาก็เบี่ยงประเด็นไปทันที
หันมาหาการแต่งตัวของเฉินชางแทน
ถึงอย่างไรสังคมนี้ก็มีคนที่เกลียดคนรวยอยู่มากมาย
อีกอย่างพอมีคนในบางอาชีพร่ำรวย ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกหงุดหงิดใจได้จริงๆ
คนเป็นหมอไปหาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหนกัน ไม่ได้มาจากผู้ป่วยหรอกเหรอ